เมื่อเข้าไปในโรงพยาบาล หลายคนอาจเห็นบุคลากรในชุดพยาบาลเดินดูแลผู้ป่วยอยู่ตลอดเวลา แต่รู้หรือไม่ว่าคนเหล่านั้นไม่ได้มีตำแหน่งเดียวกันทั้งหมด ในทีมการพยาบาลมีทั้ง “พยาบาลวิชาชีพ” และ “ผู้ช่วยพยาบาล” ซึ่งมีหน้าที่ ความรับผิดชอบ และเส้นทางการเรียนที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน
ปัจจุบันระบบสาธารณสุขไทยยังต้องการบุคลากรด้านการพยาบาลเพิ่มขึ้นทุกปี ทั้งจากจำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้น การเติบโตของโรงพยาบาลเอกชน และธุรกิจดูแลผู้ป่วยที่บ้าน บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักทั้งสองอาชีพ เพื่อช่วยให้ผู้ที่สนใจเส้นทางสายสุขภาพตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
พยาบาลวิชาชีพ (Registered Nurse) คือใคร#
พยาบาลวิชาชีพคือผู้ที่สำเร็จการศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต (ปริญญาตรี 4 ปี) จากสถาบันที่สภาการพยาบาลรับรอง และสอบผ่านใบอนุญาตประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ จึงจะสามารถปฏิบัติงานได้ตามกฎหมาย
หน้าที่หลักของพยาบาลวิชาชีพ ได้แก่
- ประเมินอาการผู้ป่วย วางแผนและให้การพยาบาลตามมาตรฐานวิชาชีพ
- บริหารยาและหัตถการตามแผนการรักษาของแพทย์ เช่น การให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ การทำแผล
- เฝ้าระวังและตัดสินใจเบื้องต้นเมื่ออาการผู้ป่วยเปลี่ยนแปลง
- ให้คำแนะนำด้านสุขภาพแก่ผู้ป่วยและครอบครัว
- กำกับดูแลการทำงานของผู้ช่วยพยาบาลและทีมในหอผู้ป่วย
ด้านรายได้ พยาบาลวิชาชีพบรรจุใหม่ในโรงพยาบาลรัฐมีเงินเดือนเริ่มต้นประมาณ 18,150 บาท เมื่อรวมเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษ (พ.ต.ส.) ค่าเวร และค่าล่วงเวลาแล้ว รายได้รวมอยู่ที่ประมาณ 26,000–34,000 บาทต่อเดือน และจะเพิ่มขึ้นตามระดับตำแหน่งและประสบการณ์ ส่วนโรงพยาบาลเอกชนมักให้ค่าตอบแทนที่แข่งขันได้ตามความต้องการของตลาด
ผู้ช่วยพยาบาล (Practical Nurse / Nursing Assistant) คือใคร#
ผู้ช่วยพยาบาลคือผู้ที่เรียนจบหลักสูตรประกาศนียบัตรผู้ช่วยพยาบาล ใช้เวลาเรียนประมาณ 1 ปี จากสถาบันที่สภาการพยาบาลรับรอง ผู้สมัครต้องจบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า และสถาบันส่วนใหญ่กำหนดอายุผู้เรียนไว้ประมาณ 16–45 ปี จบแล้วสามารถทำงานได้ทันที
หน้าที่หลักของผู้ช่วยพยาบาล ซึ่งทำภายใต้การกำกับของพยาบาลวิชาชีพ ได้แก่
- ช่วยดูแลกิจวัตรประจำวันของผู้ป่วย เช่น การทำความสะอาดร่างกาย การพลิกตะแคงตัว การป้อนอาหาร
- วัดสัญญาณชีพและสังเกตความเปลี่ยนแปลงของผู้ป่วย แล้วรายงานพยาบาล
- เตรียมและดูแลเครื่องมือแพทย์ให้พร้อมใช้งาน
- ให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้น
สิ่งที่ควรรู้คือ นอกจากหลักสูตร 1 ปีที่สภาการพยาบาลรับรองแล้ว ยังมีหลักสูตรระยะสั้นสำหรับ “พนักงานช่วยการพยาบาล” (Nurse Aide) อีกด้วย ก่อนสมัครเรียนควรตรวจสอบกับสถาบันให้แน่ใจว่าหลักสูตรได้รับการรับรองจากสภาการพยาบาลหรือไม่ เพราะมีผลต่อโอกาสในการสมัครงานในโรงพยาบาลหลายแห่ง
เปรียบเทียบพยาบาลวิชาชีพกับผู้ช่วยพยาบาล#
| หัวข้อ | พยาบาลวิชาชีพ | ผู้ช่วยพยาบาล |
|---|---|---|
| ระยะเวลาเรียน | 4 ปี (ปริญญาตรี) | ประมาณ 1 ปี (ประกาศนียบัตร) |
| คุณวุฒิที่ใช้สมัครเรียน | ม.6 สายวิทย์ฯ ผ่านระบบ TCAS | จบมัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า |
| ใบประกอบวิชาชีพ | ต้องสอบใบอนุญาตจากสภาการพยาบาล | ไม่ต้องมีใบประกอบวิชาชีพ |
| ลักษณะงาน | ประเมิน วางแผน และให้การพยาบาล | ดูแลพื้นฐานภายใต้การกำกับของพยาบาล |
| ความก้าวหน้าในอาชีพ | เลื่อนระดับได้ เรียนต่อเฉพาะทางหรือปริญญาโท | สะสมประสบการณ์แล้วเรียนต่อพยาบาลศาสตร์ได้ |

สรุปง่าย ๆ คือ ผู้ช่วยพยาบาลเหมาะกับคนที่อยากเริ่มทำงานสายสุขภาพได้เร็ว ส่วนพยาบาลวิชาชีพเหมาะกับคนที่พร้อมลงทุนเวลาเรียนนานกว่า และต้องการความก้าวหน้าในอาชีพระยะยาว
พยาบาลและผู้ช่วยพยาบาลทำงานที่ไหนได้บ้าง#
ทั้งสองอาชีพไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในโรงพยาบาล แต่มีทางเลือกหลากหลายตามความสนใจและไลฟ์สไตล์
- โรงพยาบาลรัฐ: ความมั่นคงสูง มีสวัสดิการและเส้นทางการเลื่อนตำแหน่งชัดเจน
- โรงพยาบาลเอกชน: ค่าตอบแทนแข่งขันได้ มีโอกาสดูแลผู้ป่วยต่างชาติและใช้ภาษาอังกฤษ
- คลินิกและศูนย์เฉพาะทาง: เช่น คลินิกเวชกรรม ศูนย์ฟอกไต หรือศูนย์ตรวจสุขภาพ เวลาทำงานมักคงที่กว่า
- ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุและ Home Care: เป็นกลุ่มงานที่เติบโตเร็วตามการเข้าสู่สังคมสูงวัย
- พยาบาลประจำสถานประกอบการและโรงเรียน: ดูแลสุขภาพพนักงานและนักเรียนเบื้องต้น
สำหรับผู้ที่สนใจเริ่มต้นหรือเปลี่ยนงาน การใช้เว็บไซต์หางานที่เฉพาะสายการแพทย์จะช่วยให้เปรียบเทียบตำแหน่ง สวัสดิการ และทำเลที่ตั้งได้ง่ายขึ้น ผู้สนใจสามารถหางานพยาบาลตามพื้นที่และประเภทสถานพยาบาลที่ต้องการได้ ทั้งตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพและผู้ช่วยพยาบาล
ทักษะที่สถานพยาบาลมองหา และเคล็ดลับเตรียมตัวสมัครงาน#
นอกจากคุณวุฒิตามสายงาน สถานพยาบาลส่วนใหญ่ยังให้ความสำคัญกับทักษะเหล่านี้
- การสื่อสารกับผู้ป่วยและญาติด้วยความเข้าใจ
- การทำงานเป็นทีมและความอดทนต่อการทำงานเป็นกะ
- ความละเอียดรอบคอบ โดยเฉพาะการบันทึกข้อมูลและการสังเกตอาการ
- ภาษาอังกฤษ สำหรับโรงพยาบาลเอกชนที่รับผู้ป่วยต่างชาติ
เคล็ดลับเตรียมตัวสมัครงาน#
- เตรียมเอกสารให้ครบ เช่น สำเนาใบประกอบวิชาชีพหรือประกาศนียบัตร ทรานสคริปต์ และใบรับรองการอบรม เช่น BLS หรือ ACLS
- เขียนเรซูเม่ให้เห็นประสบการณ์จริง เช่น หอผู้ป่วยที่เคยฝึกงาน และจำนวนผู้ป่วยที่ดูแลต่อเวร
- ศึกษาข้อมูลสถานพยาบาลก่อนสัมภาษณ์ เช่น จุดเด่นและกลุ่มผู้ป่วยหลัก
- สอบถามระบบเวร ค่าตอบแทน และการพัฒนาอาชีพให้ชัดเจนก่อนตัดสินใจ
สรุป#
พยาบาลวิชาชีพและผู้ช่วยพยาบาลต่างก็เป็นกำลังสำคัญของระบบสุขภาพ ความต่างอยู่ที่ระดับการศึกษา ใบประกอบวิชาชีพ และขอบเขตความรับผิดชอบ ผู้ที่อยากเริ่มงานได้เร็วอาจเริ่มจากผู้ช่วยพยาบาล ส่วนผู้ที่ต้องการเติบโตในสายวิชาชีพระยะยาวควรมุ่งสู่พยาบาลวิชาชีพ
ไม่ว่าจะเลือกเส้นทางไหน การติดตามตำแหน่งงานที่เปิดรับสมัครอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้ไม่พลาดโอกาสดี ๆ ผู้สนใจสามารถดูตำแหน่งงานสายการแพทย์ที่อัปเดตทุกวันได้ที่ MedJob แหล่งรวมงานโรงพยาบาลและคลินิกทั่วประเทศ
มาตรฐานเนื้อหา Medthai
เนื้อหาของ Medthai จัดทำภายใต้มาตรฐานบรรณาธิการที่ให้ความสำคัญกับความถูกต้อง ความโปร่งใส และแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ




