เปิดขวดรีวิว 10 อันดับโคเอนไซม์คิวเท็น (Coenzyme Q10) ยี่ห้อไหนดี ?

รีวิวผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร CoQ10

CoQ10 คืออะไร ?

Coenzyme Q10 (โคเอนไซม์ คิวเท็น), หรือ CoQ10 (โคคิวเท็น) เป็นสารที่มีคุณสมบัติคล้ายวิตามินที่ร่างกายสามารถผลิตเองได้ในปริมาณหนึ่ง มีฤทธิ์ช่วยในการรับส่งอิเล็กตรอนเพื่อสร้างพลังงาน (ATP) ให้กับร่างกาย และเก็บไว้ในไมโทคอนเดรีย (Mitochondria) ตามเซลล์ต่าง ๆ ของร่างกาย (ซึ่งปกติจะพบได้มากในเซลล์ที่ต้องใช้พลังงานสูง เช่น หัวใจ ไต ปอด ตับ ตับอ่อน กล้ามเนื้อ เซลล์ไข่ สเปิร์ม) อย่างไรก็ตาม เมื่ออายุมากขึ้นร่างกายจะสร้าง CoQ10 ได้น้อยลง และทำให้การทำงานของเซลล์ต่าง ๆ แย่ลงได้

ส่วนสาเหตุที่ทำให้ร่างกายขาด CoQ10 หลัก ๆ ก็มาจากการมีอายุที่มากขึ้นดังที่กล่าวไป, ภาวะเครียดออกซิเดชั่น (Oxidative stress) ที่ร่างกายมีอนุมูลอิสระมากจนสารต้านอนุมูลอิสระมีไม่เพียงพอ, ความต้องการ CoQ10 ที่มากขึ้นซึ่งเป็นผลมาจากโรคเรื้อรังต่างๆ, ผลข้างเคียงจากการใช้ยากลุ่มสตาติน (Statins) รวมถึงภาวะความเครียด การทำงานหนัก และการพักผ่อนน้อย ก็ทำให้ร่างกายผลิต CoQ10 ได้น้อยลงและเพิ่มการใช้ CoQ10 มากขึ้นจนร่างกายขาด CoQ10 ได้เช่นกัน[1],[2]

อย่างไรก็ตาม การบริโภคอาหารให้ครบ 5 หมู่ สำหรับคนปกติที่มีสุขภาพแข็งแรงมักจะได้รับ CoQ10 ที่เพียงพอในแต่ละวันอยู่แล้ว โดยอาหารที่มี CoQ10 สูง ได้แก่ หัวใจหมู, เนื้อวัว, ไก่, พอร์คชอป, ปลาซาร์ดีน, ปลาแมคเคอเรล, น้ำมันถั่วเหลือง, น้ำมันงา, น้ำมันข้าวโพด เป็นต้น (CoQ10 ถูกทำลายได้ง่ายมากจากความร้อน แสง และอากาศ และ CoQ10 ที่พบในอาหารจะมีปริมาณโดยเฉลี่ยไม่มากนัก ประกอบกับกระบวนการปรุงอาหารก็มีผลทำให้ปริมาณ CoQ10 ลดลงจากวัตถุดิบประมาณ 15-30%)[1]

ประโยชน์ของ CoQ10

โรคหรือปัญหาสุขภาพบางอย่าง เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคมะเร็ง ความผิดปกติของสมอง ฯลฯ เชื่อมโยงกับการมีระดับ CoQ10 ที่ต่ำ แต่ก็ยังไม่ชัดเจนว่า CoQ10 ที่ต่ำลงเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคเหล่านี้หรือเพราะโรคเหล่านี้ทำให้ CoQ10 มีระดับต่ำ[3] โดยมีการศึกษาถึงประโยชน์ที่สำคัญของ CoQ10 ตามงานวิจัยดังนี้

  1. รักษาอาการการขาด CoQ10 แม้จะพบไม่บ่อย แต่หากร่างกายขาด CoQ10 ก็อาจทำให้เกิดอาการอ่อนล้า อ่อนเพลีย ชัก ฯลฯ[1]
  2. ต้านอนุมูลอิสระ โดยช่วยชะลอและฟื้นฟูความเสื่อมของเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกาย เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยปกป้องเซลล์จากการทำลายของอนุมูลอิสระ เช่น มลพิษทางอากาศ ควันบุหรี่ แสงแดด คลื่นความร้อน รังสีแกมม่า ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคมะเร็งบางชนิด ฯลฯ[1]
  3. ลดภาวะเครียดออกซิเดชั่น (Oxidative stress) ซึ่งเป็นตัวการก่อโรคมากมาย โดย CoQ10 จะมีผลดีต่อการลดความเสี่ยงต่อกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรังหรือ NCDs (Non-communicable diseases) เช่น โรคมะเร็ง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคไขมันในเลือดสูง โรคอ้วนลงพุง ถุงลมโป่งพอง ฯลฯ[1]
  4. ปกป้องดูแลผิวและลดริ้วรอย CoQ10 เป็นสารที่หลายคนรู้จักกันดีด้วยคุณสมบัติที่ช่วยในการดูแลผิวและชะลอการเกิดริ้วรอย นอกจากใช้เป็นยาและอาหารเสริมแล้วจึงนิยมนำมาใช้เป็นส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและเครื่องสำอางด้วย โดยจากข้อมูลพบว่า CoQ10 เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (ป้องกันการทำลายคอลลาเจนและอีลาสตินจากอนุมูลอิสระและรังสี UV จากแสงแดด) และเป็นสารที่ให้พลังงานแก่เซลล์ผิว ทำให้การทำงานต่าง ๆ ในผิวมีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น การผลัดเซลล์ การซ่อมแซมเซลล์ผิว และการสร้างเซลล์ผิวใหม่[1] 
  5. ดีต่อสมอง ด้วยไมโทคอนเดรียเป็นตัวสร้างพลังงานหลักของเซลล์สมอง เมื่ออายุมากขึ้นความผิดปกติของไมโทคอนเดรียอาจทำให้เซลล์สมองตายและเกิดโรคต่าง ๆ ได้ (เช่น อัลไซเมอร์ โรคพาร์กินสัน) จากการศึกษาพบว่า CoQ10 สามารถช่วยปกป้องเซลล์สมองจากความเสียหายจากปฏิกิริยาออกซิเดชั่นได้ จึงอาจช่วยชะลอการเกิดหรือชะลอการลุกลามของโรคอัลไซเมอร์[4] และโรคพาร์กินสัน[5]
  6. ลดความถี่การเกิดไมเกรน การทำงานที่ผิดปกติของไมโทคอนเดรียส่งผลให้สมองมีพลังงานต่ำและเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการปวดหัวไมเกรน (ผู้ที่มีอาการปวดหัวไมเกรนเรื้อรังมีแนวโน้มที่จะขาด CoQ10 มากกว่าคนปกติ) และการเสริม CoQ10 สามารถช่วยเพิ่มพลังงานให้เซลล์สมองได้ โดยจากการศึกษาพบว่า การเสริม CoQ10 วันละ 300 มิลลิกรัม (แบ่งเป็น 3 มื้อ มื้อละ 100 มิลลิกรัม) ต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 3 เดือน สามารถช่วยลดความถี่ของการเกิดอาการปวดหัวไมเกรนได้ 47.6% เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ได้รับยาหลอกที่ลดได้เพียง 14.4% (เช่น หากปวด 10 วัน เมื่อทานต่อเนื่องก็อาจจะลดเหลือ 5 วัน)[6]
  7. ดีต่อหัวใจ หลายการศึกษาระบุว่า CoQ10 ดีต่อเซลล์หัวใจที่ต้องการพลังงานสูง ช่วยให้หัวใจมีสุขภาพแข็งแรงและลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจต่าง ๆ ได้ โดยเฉพาะภาวะหัวใจล้มเหลวที่มีการศึกษาในผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจล้มเหลวเรื้อรัง (Chronic heart failure) จำนวน 420 คน ที่เสริมการรักษาด้วย CoQ10 เป็นเวลา 2 ปี พบว่าการรักษาด้วย CoQ10 มีความปลอดภัย ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้น ภาวะแทรกซ้อนน้อยลง และลดการเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม ลดการเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลน้อยลง[7],[8] และยังดีต่อผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด (Heart attack) ที่การเริ่มใช้ CoQ10 หลังมีอาการอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 1 ปี อาจช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดอาการที่เกี่ยวข้องกับหัวใจ รวมทั้งอาการกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด[6]
  8. ปกป้องปอด ระดับ CoQ10 ที่ต่ำ และความเสียหายจากปฏิกิริยาออกซิเดชั่น อาจส่งผลให้เกิดโรคปอด เช่น โรคหอบหืด และโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD)[9] และมีการศึกษาที่แสดงให้เห็นว่า การเสริม CoQ10 อาจช่วยลดการอักเสบของหลอดลมในผู้ป่วยโรคหอบหืด รวมถึงช่วยลดการใช้ยาสเตียรอยด์[10]
  9. อาจช่วยป้องกันโรคมะเร็ง เป็นที่ทราบกันว่าความเครียดจากปฏิกิริยาออกซิเดชั่น (Oxidative stress) ก่อให้เกิดความเสียหายต่อโครงสร้างของเซลล์และส่งผลต่อการทำงานของเซลล์ ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งได้ และผู้ป่วยโรคมะเร็งมักมีระดับ CoQ10 ที่ต่ำกว่าปกติ[11] และ CoQ10 สามารถช่วยปกป้องเซลล์จากปฏิกิริยาดังกล่าวได้[12] ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีงานวิจัยที่ชี้ว่าการเสริม CoQ10 อาจช่วยลดโอกาสที่มะเร็งจะกลับมาเป็นซ้ำได้ด้วย[13]
  10. ช่วยโรคเบาหวาน จากการศึกษาพบว่า CoQ10 สามารถช่วยเพิ่มความไวของอินซูลินและช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้[14] สอดคล้องกับอีกการศึกษาในผู้ป่วยเบาหวาน ที่เสริม CoQ10 เป็นเวลา 12 สัปดาห์ แล้วพบว่า ระดับน้ำตาลในเลือดและน้ำตาลสะสม (HbA1C) ลดลง[15]
  11. ช่วยการเจริญพันธุ์ เซลล์ไข่ของผู้หญิงเป็นเซลล์ที่ต้องการใช้พลังงาน ATP จากไมโทคอนเดรียมากกว่าเซลล์อื่น ๆ และการทำงานของไมโทคอนเดรียต้องอาศัย CoQ10 มากถึง 95% (การศึกษาที่พบว่า ในผู้หญิงอายุน้อยจะมีพลังงาน ATP ในเซลล์ไข่มากกว่าผู้หญิงที่มีอายุมากถึง 75%[16] และเมื่อพลังงาน ATP ในเซลล์ไข่น้อยลงจะส่งผลต่อการทำงานของเซลล์ไข่และอาจทำให้มีบุตรยากขึ้น[17] ดังนั้น CoQ10 จึงอาจช่วยเพิ่มคุณภาพการเจริญพันธุ์ของผู้หญิงในทุกช่วงวัย โดยเฉพาะผู้หญิงที่มีอายุมากกว่า 35 ปี และผู้หญิงที่มีปัญหาภาวะมีบุตรยาก โดยช่วยเพิ่มการทำงานของไมโทคอนเดรียในเซลล์ไข่ และเพิ่มคุณภาพให้ไข่ของผู้หญิงที่มีอายุมาก หรือมีภาวะมีบุตรยาก ทำเด็กหลอดแก้ว (IVF) หรือทำอิ๊กซี (ICSI)[17],[18]
  12. ดีต่อสเปิร์ม จากการศึกษาพบว่า CoQ10 อาจช่วยปรับปรุงคุณภาพ ความเข้มข้นของอสุจิ และการเคลื่อนที่ของอสุจิได้ เพราะมีคุณสมบัติปกป้องเซลล์จากอนุมูลอิสระ ช่วยให้เซลล์สเปิร์มแข็งแรง และมีลักษณะสมบูรณ์ การได้รับ CoQ10 อย่างน้อย 6 เดือน จะมีผลทำให้การเคลื่อนไหวของอสุจิดีขึ้น ความหนาแน่นของอสุจิเพิ่มมากขึ้น และอสุจิมีรูปร่างดีขึ้น ซึ่งเหล่านี้อาจช่วยเพิ่มโอกาสการมีบุตรที่มากขึ้นได้[19],[20]
  13. เพิ่มประสิทธิภาพการออกกำลังกาย เนื่องจากปฏิกิริยา Oxidative stress ส่งผลต่อการทำงานของกล้ามเนื้อและลดประสิทธิภาพการออกกำลังกาย[21] และการทำงานที่ผิดปกติของไมโทคอนเดรียสามารถลดพลังงานของกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อหดตัว และคงการออกกำลังกายไว้ได้ยาก[22] โดยจากการศึกษาพบว่า CoQ10 สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการออกกำลังกายและกระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อ[23] ช่วยเพิ่มระยะเวลาการออกกำลังกาย[24] และลดความเมื่อยล้าได้[25]
  14. โรคปริทันต์อักเสบ (Periodontitis) การศึกษาพบว่า การให้ CoQ10 วันละ 120 มิลลิกรัม เป็นเวลา 3 เดือนหลังการรักษาโรคปริทันต์อักเสบ กลุ่มที่ได้รับ CoQ10 มีอาการอักเสบของเหงือกลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับกลุ่มที่ได้รับยาหลอก[27]
  15. โรคกล้ามเนื้อเสื่อม (Muscular dystrophy) การรับประทาน CoQ10 อาจช่วยปรับปรุงสมรรถภาพของกล้ามเนื้อให้ดีขึ้นได้ผู้ป่วยที่เป็นโรคกล้ามเนื้อเสื่อมบางกลุ่ม[6]
  16. กลุ่มโรคกล้ามเนื้อผิดปกติ (Mitochondrial myopathies) การรับประทาน CoQ10 อาจช่วยลดอาการของโรค ช่วยให้ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้น แต่อาจต้องทาน CoQ10 นานถึง 6 เดือนกว่าจะได้ผลดี[6]
  17. ความดันโลหิตสูง (High blood pressure) งานวิจัยบางชิ้นแสดงให้เห็นว่าการใช้ CoQ10 เพียงอย่างเดียวหรือร่วมกับยาอื่น ๆ สามารถช่วยลดความดันโลหิตได้ อย่างไรก็ตาม งานวิจัยอื่น ๆ ไม่พบว่า CoQ10 ช่วยลดความดันโลหิตแต่อย่างใด[6]
  18. ภาวะไขมันในเลือดสูง (Hyperlipidemia) การศึกษาบางชิ้นแสดงให้เห็นว่า CoQ10 อาจช่วยลดระดับไขมันไตรกลีเซอไรด์และไขมันคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL-C) ลงได้เล็กน้อย แต่อาจต้องใช้เวลาอย่างน้อย 3 เดือนจึงจะเห็นผล แต่การศึกษาอื่น ๆ ไม่พบว่า CoQ10 ช่วยในเรื่องนี้[6]
  19. ภาวะครรภ์เป็นพิษ (Preeclampsia) หญิงตั้งครรภ์จะมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะครรภ์เป็นพิษน้อยลงเมื่อใช้ CoQ10 ตั้งแต่สัปดาห์ที่ 20 ของการตั้งครรภ์จนกว่าทารกจะคลอด[6]

การเลือกซื้อ CoQ10

  • แม้โดยส่วนใหญ่ CoQ10 จะเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่สามารถหาซื้อได้เอง แต่ก็ควรปรึกษาแพทย์และเภสัชกรก่อนใช้เสมอ และควรใช้ตามปริมาณและระยะเวลาที่แพทย์หรือเภสัชกรกำหนด
  • เลือก CoQ10 100 มิลลิกรัมขึ้นไป เพราะเป็นขนาดเริ่มต้นที่ใช้ในงานวิจัยต่าง ๆ (แต่ถ้าทานเพื่อป้องกันการขาด CoQ10 ปริมาณ 30 มิลลิกรัมก็เป็นขนาดที่เพียงพอแล้ว)
  • เลือก CoQ10 ที่บรรจุในแคปซูลชนิดนิ่มที่ CoQ10 ละลายอยู่ในน้ำมัน หลีกเลี่ยงการใช้ CoQ10 ในรูปแบบเม็ดหรือแคปซูลแข็ง เพราะการศึกษาพบว่าแคปซูลนิ่มละลายน้ำมันเป็นรูปแบบที่ดูดซึมได้ดีที่สุด[26]
  • CoQ10 หลัก ๆ จะมีอยู่ด้วยกัน 2 รูปแบบ คือ Ubiquinone ซึ่งเป็นรูปแบบมาตรฐานที่มักใช้ในงานวิจัย และอีกแบบคือ Ubiquinol ที่มีการศึกษาพบว่าดูดซึมได้ดีกว่าในระดับนึงประมาณ 72% แต่หลักฐานยังคงขัดแย้งกันอยู่ ถ้าถามว่าควรเลือกแบบใด คำตอบก็คงขึ้นอยู่กับราคาเป็นหลัก เพราะ Ubiquinol มักมีราคาแพงกว่าแบบ Ubiquinone ประมาณ 2-3 เท่า
  • เลือกแบรนด์หรือยี่ห้อที่มีความน่าเชื่อถือ ได้รับการยอมรับ ผลิตจากโรงงานที่ผ่านการรับรองมาตรฐานและความปลอดภัย (บ่งบอกได้ถึงคุณภาพและความบริสุทธ์ของวัตถุดิบและการปราศจากสารปนเปื้อนหรือเป็นอันตราย) ได้รับรองการขึ้นทะเบียนตำรับจาก อย. (โดยเฉพาะอาหารเสริมนำเข้าหลายยี่ห้อที่มักไม่ได้ขอ อย. ซึ่งอาจเสี่ยงต่อการได้รับของปลอม ของเลียนแบบ หรือของเสื่อมคุณภาพได้) และฉลากระบุถึงส่วนประกอบสำคัญและปริมาณอย่างชัดเจนไม่สับสน
  • ซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากร้านที่เชื่อถือได้และมีที่อยู่แน่นอน โดยเฉพาะร้านขายยาที่มีเภสัชกรประจำอยู่ เพื่อจะได้ปรึกษาสอบถามถึงรายละเอียดต่าง ๆ เกี่ยวกับตัวผลิตภัณฑ์ และเพิ่มความมั่นใจในเรื่องของคุณภาพอาหารเสริมจากการจัดเก็บที่ดี (เก็บผลิตภัณฑ์ในอุณหภูมิที่เหมาะสมและไม่ร้อนจนอาหารเสริมหรือวิตามินอาจเสื่อมสภาพ)
  • ตรวจสอบวันหมดอายุเสมอ โดยเฉพาะการซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ที่ต้องมีแจ้งวันผลิตและหมดอายุอย่างชัดเจน
  • ตรวจสอบและหลีกเลี่ยงส่วนผสมที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ของคุณ เช่น ส่วนประกอบของปลา ถั่ว ถั่วเหลือง เป็นต้น
  • เปรียบเทียบถึงความคุ้มค่าและประโยชน์ที่ได้ร่างกายได้รับก่อนเสมอ โดยดูจากจำนวนและปริมาณของสารสำคัญที่ได้รับ ประสิทธิภาพการดูดซึม ราคาเฉลี่ยต่อเม็ดและราคาต่อมิลลิกรัม (ควรอ่านและทำความเข้าใจถึงประโยชน์ของสารสำคัญแต่ละชนิดตามงานวิจัย ไม่ใช่จากคำโฆษณา และควรทราบถึงปริมาณที่เหมาะสมในการออกฤทธิ์)
  • โปรดจำไว้ว่ายี่ห้อที่มีราคาแพงไม่ได้หมายความว่าจะเป็นยี่ห้อที่ดีที่สุดเสมอไป เพราะราคาผลิตภัณฑ์อาหารเสริมในท้องตลาดมักตั้งจากต้นทุนในการผลิตและ “ค่าโฆษณา”
รีวิวผลิตภัณฑ์ Coenzym Q10
รีวิวผลิตภัณฑ์ Coenzyme Q10

CoQ10 ยี่ห้อไหนดี ?

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร CoQ10 ในปัจจุบันมีหลายยี่ห้อ บางยี่ห้ออาจมีส่วนผสมของสารอื่น ๆ เข้าไปด้วย เช่น วิตามิน หรือสารบางอย่าง ซึ่งในบทความนี้เราจะมาเปิดขวดรีวิว CoQ10 รวม 10 ยี่ห้อ พร้อมกับให้คะแนนและทำการจัดอันดับแบบคร่าว ๆ เพื่อช่วยให้ผู้อ่านเกิดไอเดียในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารว่าก่อนซื้อเราต้องดูหรือสังเกตอะไรบ้าง

ส่วนการคัดเลือกผลิตภัณฑ์ที่นำมารีวิวในบทความนี้ เราจะเลือกมาเฉพาะ CoQ10 ที่อยู่ในรูปแบบมาตรฐาน (Ubiquinone) เพราะเป็นรูปแบบที่มักใช้ในการศึกษาวิจัยถึงประโยชน์ของ CoQ10 และจะเลือกมาเฉพาะยี่ห้อที่เป็นที่นิยมหรือเป็นที่คุ้นตาของหลาย ๆ คน คือหาซื้อได้ง่ายตามร้านขายยาทั่วไปหรือตามเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซอย่าง Shopee หรือ Lazada (ยี่ห้อต่างประเทศในบทความนี้จะไม่ได้เน้นมากนัก เพราะส่วนใหญ่ยังไม่ได้มีการแจ้งขอนำเข้าอย่างถูกต้อง)

อย่างไรก็ตาม การรีวิวนี้เป็นรีวิวจากผู้เขียนเพียงผู้เดียว จึงไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงใด ๆ ได้ เพราะเกณฑ์การเลือกซื้อและน้ำหนักการให้คะแนนอาจแตกต่างกันได้ในแต่ละบุคคล และไม่ได้หมายความว่ายี่ห้อที่มีคะแนนน้อยกว่าจะมีคุณภาพด้อยกว่าเสมอไป ประกอบกับความจำเป็นหรือความต้องการวิตามินในร่างกายของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน เพราะบางคนอาจต้องเสริม CoQ10 ในปริมาณมาก แต่อีกคนอาจแค่ต้องการเสริมวันละนิดก็พอ แต่ที่สำคัญคือ ผู้เขียนแนะนำว่าไม่ควรเลือกซื้ออาหารเสริมใด ๆ จากคำโฆษณา จากคำบอกเล่า หรือจากรีวิวนี้เพียงอย่างเดียว จนกว่าคุณจะได้ปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ของคุณ เพราะความต้องการ CoQ10 ในแต่ละคนหรือแต่ละอาการนั้นไม่เท่ากัน

ส่วนเกณฑ์การให้คะแนนและจัดอันดับแบบคร่าว ๆ ในรีวิวนี้จะมีเกณฑ์ดังนี้ (คะแนนเต็ม 30 คะแนน)

  • ความน่าเชื่อถือ (แบรนด์) : คะแนนรวม 10 คะแนน
  • ปริมาณของสารสำคัญ : คะแนนรวม 10 คะแนน โดยมีเกณฑ์ดังนี้
    • คะแนนจาก CoQ10 : 10 คะแนน
    • คะแนนจากสารอื่น ๆ (ถ้ามี) : + 2 คะแนน (คะแนนพิเศษ)
  • ราคาเฉลี่ยต่อเม็ด : คะแนนรวม 10 คะแนน
    • เนื่องจากราคาต่อเม็ดของ CoQ10 แต่ละยี่ห้อมีราคาแตกต่างกันมากคือ ถูกสุด 5.3 บาท และแพงสุด 65.833 บาท เกณฑ์การให้คะแนนในยี่ห้อที่ราคาต่อเม็ดถูกสุดจะได้ 10 คะแนน และแพงสุดจะได้ 1 คะแนน
    • ส่วนราคาต่อปริมาณ CoQ10 จะไม่ได้ถูกนำมาคิด เนื่องจากแต่ละยี่ห้อมีปริมาณ CoQ10 แตกต่างกันมากตั้งแต่ 2 มิลลิกรัม ไปจนถึง 100 มิลลิกรัม ประกอบกับปริมาณของ CoQ10 ก็แปรผันตามปริมาณของสารสำคัญในข้อที่แล้วอยู่แล้ว
    • สำหรับราคาผลิตภัณฑ์ของแต่ละยี่ห้อจะดูราคาและสั่งซื้อจากเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ (Shopee / Lazada) โดยจะเลือกซื้อจากร้าน Official ของแบรนด์เป็นหลัก ถ้าไม่มีจะดูราคาและซื้อจากร้านที่ดูน่าเชื่อถือ มีแจ้งระบุวันหมดอายุ มีรีวิวการจัดส่งดี และมีผู้สั่งซื้อจำนวนมากแทน แล้วนำราคาต่อกระปุกที่ได้มาหารจำนวนเม็ดเพื่อหาราคาเฉลี่ยต่อเม็ด (ราคาที่คุณซื้ออาจถูกหรือแพงกว่านี้ก็ได้ และราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้ในอนาคต)

ALERTEN

อเลอเท็น (ALERTEN 100 BIOEMULCAP) จากเมก้าวีแคร์ (MEGA We care)
อเลอเท็น (ALERTEN 100 BIOEMULCAP)

อเลอเท็น (ALERTEN 100 BIOEMULCAP) จากเมก้าวีแคร์ (MEGA We care) บริษัทผลิตยาและอาหารเสริมที่ไว้ใจได้ในเรื่องของคุณภาพและมาตรฐานการผลิต เพราะผลิตโดยโรงงานผลิตยาแห่งแรกและแห่งเดียวในไทยที่ผ่านการรับรองมาตรฐานการผลิต (GMP) ระดับสากลถึง 2 สถาบัน คือ TGA จากประเทศออสเตรเลีย และ BfArM จากประเทศเยอรมัน เป็นที่ยอมรับในยุโรป และมีกำลังการผลิตสูง ส่งออกไปต่างประเทศกว่า 30 ประเทศทั่วโลก

โดยเป็น CoQ10 ในรูปของ Ubiquinone ขนาด 100 มิลลิกรัม ซึ่งเป็นขนาดที่ใช้ในงานวิจัยเพื่อรักษาอาการหรือป้องกันโรคต่าง ๆ และผลิตมาในรูปแบบที่เรียกว่า “VESIsorb®” ซึ่งจะทำให้สาร CoQ10 มีขนาดที่เล็กลงถึงระดับ nano-colloidal ซึ่งเป็นเทคโนโลยีลิขสิทธิ์จากประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ที่มีผลการวิจัยทำให้ CoQ10 ในแคปซูลนิ่มละลายได้ดีในไขมัน ร่างกายจึงดูดซึมได้ดีกว่า CoQ10 ทั่วไปรูปแบบผงที่อยู่ในแคปซูลหรือเม็ดแข็ง (Tablet) และยังมีการระบุข้อบ่งใช้ที่ชัดเจนบนบรรจุภัณฑ์ว่าสามารถใช้กับการรักษาปกติในโรคหัวใจล้มเหลว, โรคปริทันต์ และใช้ป้องกันการขาด CoQ10 ในผู้ที่ใช้ยาลดระดับไขมันในเลือดกลุ่ม HMG-CoA reductase inhibitor หรือที่เรียกว่ายาลดไขมันคอเลสเตอรอลในเลือด กลุ่มยาสแตติน

จุดเด่น :

  • มีความน่าเชื่อถือสูง ผลิตภายใต้มาตรฐานการผลิตยาระดับสากล ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานถึง 2 สถาบัน คือ TGA จากประเทศออสเตรเลีย และ BfArM จากประเทศเยอรมัน 
  • เป็น CoQ10 ขนาด 100 มิลลิกรัม ซึ่งเป็นขนาดที่แนะนำตามงานวิจัย
  • เป็น CoQ10 สูตร  VESIsorb® ที่ละลายได้ในน้ำมันและน้ำ จึงช่วยให้ร่างกายดูดซึม CoQ10 ได้ดียิ่งขึ้นมากกว่าแคปซูลผง แคปซูลนิ่มละลายในน้ำมัน และแบบเม็ดแข็ง
    • มีการศึกษาที่พบว่า CoQ10 ในรูปของ VESisorb® ดูดซึมได้ดีกว่า CoQ10 ในรูปของสารละลายน้ำและแบบแคปซูลนิ่มละลายในน้ำมัน เมื่อให้ผู้ทดลองทาน CoQ10 ขนาด 120 มิลลิกรัม และเจาะเลือดตรวจเป็นระยะ พบว่าหลัง 4-5 ชั่วโมงจะเป็นช่วงที่ระดับ CoQ10 ในเลือดเพิ่มขึ้นสูงสุด โดยเพิ่มเป็น 6.89 µg/mL (VESisorb®), 2.44 µg/mL (สูตรละลายในน้ำ) และ 2.24 µg/mL (สูตรละลายในน้ำมัน) จากเดิมก่อนทานที่อยู่ในระดับ 0.7-0.9 µg/mL[28]
  • CoQ10 บรรจุในแผงฟอยล์แบบแยกเม็ดออกจากกัน แบ่งเป็นแผงละ 10 เม็ด รวม 3 แผง จึงง่ายต่อการพกพา ช่วยป้องกันออกซิเจนและความชื้น คงสภาพและปริมาณของสารสำคัญระหว่างรอการบริโภคได้ดี
  • บรรจุภัณฑ์โดยรวมมีความสวยงามและดูสมราคา โดยแผงฟอยล์ทั้ง 3 แผงบรรจุมาถุงฟอยล์กันแสงและแพ็คมากล่องกระดาษอีกชั้น

จุดด้อย :

  • ราคาต่อเม็ดเท่ากับ 18.167 บาท แต่ถ้าเทียบต่อปริมาณ CoQ10 ที่ร่างกายได้รับก็ถือว่ามีราคาไม่แพง
  • ALERTEN เป็นผลิตภัณฑ์ยา ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (เนื่องจากมีปริมาณ CoQ10 เกิน 30 มิลลิกรัม) ต้องใช้ภายใต้คำแนะนำของแพทย์

คะแนน :

  • ความน่าเชื่อถือ (แบรนด์) : 10 /10 คะแนน
  • ปริมาณของสารสำคัญ : 10 /10 คะแนน
    • CoQ10 : 100 มิลลิกรัม
  • คะแนนด้านราคา : 8.087 /10 คะแนน
    • 1 กล่อง (30 แคปซูลนิ่ม แบ่งเป็น 3 แผงฟอยล์ แผงละ 10 แคปซูล) ราคา 545 บาท
    • ราคาเฉลี่ยต่อเม็ด : 18.167 บาท
    • ราคาต่อ CoQ10 100 มิลลิกรัม : 18.167 บาท
  • คะแนนรวม : 28.087 /30 คะแนน

NUTRAKAL Reju-Q

นูทราแคล รีจู-คิว (NUTRAKAL Reju-Q) ผลิตภัณฑ์ CoQ10 ขนาด 100 มิลลิกรัม
นูทราแคล รีจู-คิว (NUTRAKAL Reju-Q)

นูทราแคล รีจู-คิว (NUTRAKAL Reju-Q) ผลิตภัณฑ์ CoQ10 ขนาด 100 มิลลิกรัม ผลิตโดยบริษัท เอ็ม แอนด์ เอ็ช แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด (โรงงานผลิตขนาดใหญ่ที่ให้การผลิตเภสัชภัณฑ์และเคมีภัณฑ์ที่ใช้รักษาโรค มูลค่าบริษัท 1,835,557,107 บาท)

จุดเด่น :

  • เป็น CoQ10 ขนาด 100 มิลลิกรัม ซึ่งเป็นขนาดที่แนะนำตามงานวิจัย
  • มาในกล่องบรรจุภัณฑ์กระดาษสวยงาม
  • CoQ10 บรรจุในแผงฟอยล์แบบแยกเม็ดออกจากกัน แบ่งเป็นแผงละ 5 เม็ด รวม 12 แผง จึงง่ายต่อการพกพา ช่วยป้องกันออกซิเจนและความชื้น คงสภาพและปริมาณของสารสำคัญระหว่างรอการบริโภคได้ดี

จุดด้อย :

  • เป็น CoQ10 ที่อยู่ในรูปแบบผง ซึ่งดูดซึมได้ไม่ดี

คะแนน :

  • ความน่าเชื่อถือ (แบรนด์) : 7.5 /10 คะแนน
  • ปริมาณของสารสำคัญ : 10 /10 คะแนน
    • CoQ10 : 100 มิลลิกรัม
  • คะแนนด้านราคา : 8.534 /10 คะแนน
    • 1 ขวด (60 แคปซูลผง) ราคา 931 บาท
    • ราคาเฉลี่ยต่อเม็ด : 15.517 บาท
    • ราคาต่อ CoQ10 100 มิลลิกรัม : 15.517 บาท
  • คะแนนรวม : 26.034 /30 คะแนน

VISTRA Coenzyme Q10 30 mg

วิสทร้า โคเอนไซม์ คิวเท็น 30 มก. (VISTRA Coenzyme Q10 30 mg) ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแบรนด์ไทยที่หลายคนคุ้นเคย
วิสทร้า โคเอนไซม์ คิวเท็น 30 มก. (VISTRA Coenzyme Q10 30 mg)

วิสทร้า โคเอนไซม์ คิวเท็น 30 มก. (VISTRA Coenzyme Q10 30 mg) ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแบรนด์ไทยที่หลายคนคุ้นเคย เป็น CoQ10 ที่ผลิตโดยบริษัทโปรโนวา แลบบอราทอรีส์ จำกัด โรงงานผลิตอาหารเสริม เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพต่าง ๆ ที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน GMP, HACCP, DMSc (มูลค่าบริษัท 265,181,604 บาท เป็นธุรกิจหรือโรงงานผลิตขนาดใหญ่)

จุดเด่น

  • บรรจุในแคปซูลนิ่มที่ CoQ10 ละลายอยู่ในน้ำมัน (ดูดซึมได้ดีกว่า CoQ10 แบบผง)
  • ใช้วัตถุดิบ CoQ10 ของ KANEKA Q10™ จากญี่ปุ่น ซึ่งเป็น CoQ10 ที่ผ่านการหมักจากยีสต์ตามธรรมชาติในการผลิต
  • เชื่อถือได้ในเรื่องของคุณภาพและความปลอดภัย และฉลากมีความชัดเจนของวันหมดอายุและระบุปริมาณ CoQ10 ที่ชัดเจนไม่สับสน
  • ราคาต่อเม็ดถูกมากที่สุดเพียง 5.3 บาท จึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับผู้ที่ต้องการทาน CoQ10 เพื่อป้องกันการขาด CoQ10 (ซึ่งก็พบได้ไม่บ่อย เพราะส่วนใหญ่เราจะได้รับจากอาหารประเภทเนื้อสัตว์และน้ำมันพืชเพียงพออยู่แล้วในแต่ละวัน)

จุดด้อย :

  • มีปริมาณ CoQ10 น้อย (เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร จึงมี CoQ10 ได้สูงสุดที่ 30 มิลลิกรัม)

คะแนน :

  • ความน่าเชื่อถือ (แบรนด์) : 9 /10 คะแนน
  • ปริมาณของสารสำคัญ : 3.368 /10 คะแนน
    • CoQ10 : 30 มิลลิกรัม
  • คะแนนด้านราคา : 10 /10 คะแนน
    • 1 ขวด (30 แคปซูลนิ่ม) ราคา 159 บาท
    • ราคาเฉลี่ยต่อเม็ด : 5.3 บาท
    • ราคาต่อ CoQ10 100 มิลลิกรัม : 17.667 บาท
  • คะแนนรวม : 22.368 /30 คะแนน

BLACKMORES CoQ10 50 mg

แบลคมอร์ส โคคิวเท็น 50 มก. (BLACKMORES CoQ10 50 mg) ผลิตภัณฑ์ CoQ10 ที่นำเข้ามาทั้งขวดจากออสเตรเลีย
แบลคมอร์ส โคคิวเท็น 50 มก. (BLACKMORES CoQ10 50 mg)

แบลคมอร์ส โคคิวเท็น 50 มก. (BLACKMORES CoQ10 50 mg) ผลิตภัณฑ์ CoQ10 ที่นำเข้ามาทั้งขวดจากออสเตรเลีย มีความน่าเชื่อถือสูง ได้รับการยอมรับมาอย่างยาวนานในบ้านเรา โดดเด่นในเรื่องของการคัดเลือกวัตถุดิบที่มีคุณภาพสูง ผลิตตามข้อกำหนดและมาตรฐานระดับสากล (มาตรฐานการผลิต GMP และมาตรฐานการผลิต PIC/S จากประเทศออสเตรเลีย ซึ่งเป็นมาตรฐานการผลิตยาที่ใช้กันเป็นกฎหมายในทวีปยุโรป) และเป็นอาหารเสริมที่นำเข้ามาทั้งขวดไม่ได้ผลิตในบ้านเรา

จุดเด่น

  • บรรจุในแคปซูลนิ่มที่ CoQ10 ละลายอยู่ในน้ำมัน (ดูดซึมได้ดีกว่า CoQ10 แบบผง)
  • มี CoQ10 พอประมาณ (ไม่น้อยจนเกินไป)
  • มีความน่าเชื่อถือสูงและได้รับการยอมรับในไทย
  • ผลิตภัณฑ์นำเข้าทั้งขวดจากประเทศออสเตรเลีย (ไม่ได้ผลิตในไทย)

จุดด้อย :

  • ราคาต่อเม็ดค่อนข้างแพง
  • ราคาต่อปริมาณ CoQ10 100 มิลลิกรัม แพงมาก คือ 46 บาท

คะแนน :

  • ความน่าเชื่อถือ (แบรนด์) : 10 /10 คะแนน
  • ปริมาณของสารสำคัญ : 5 /10 คะแนน
    • CoQ10 : 50 มิลลิกรัม
  • คะแนนด้านราคา : 7.368 /10 คะแนน
    • 1 ขวด (30 แคปซูลนิ่ม) ราคา 690 บาท
    • ราคาเฉลี่ยต่อเม็ด : 23 บาท
    • ราคาต่อ CoQ10 100 มิลกรัม : 46 บาท
  • คะแนนรวม : 22.368 /30 คะแนน

AMSEL Coenzyme Q10 Plus Vitamin E

แอมเซล โคเอนไซม์ คิวเท็น พลัส วิตามินอี (AMSEL Coenzyme Q10 Plus Vitamin E) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสูตร CoQ10 30 มิลลิกรัม ที่ผสม Vitamin E
แอมเซล โคเอนไซม์ คิวเท็น พลัส วิตามินอี (AMSEL Coenzyme Q10 Plus Vitamin E)

แอมเซล โคเอนไซม์ คิวเท็น พลัส วิตามินอี (AMSEL Coenzyme Q10 Plus Vitamin E) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสูตร CoQ10 30 มิลลิกรัม ที่ผสม Vitamin E เพื่อให้ทำงานร่วมกับ CoQ10 ได้ดีขึ้น ผลิตโดยบริษัท แอมเซล นิวทราซูติคัล จำกัด ธุรกิจขนาดกลาง (มูลค่าบริษัท -22,074,506 บาท หรือ -1103.73% ของทุนจดทะเบียนปัจจุบัน 2,000,000 บาท) ได้รับการรับรองจากสำนักงานอาหารและยา (อย.) และได้มาตรฐานการผลิตที่ดี Good Manufacturing Practice (GMP)

จุดเด่น :

  • วัตถุดิบ CoQ10 นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น
  • ราคาต่อเม็ดถูกเป็นอันดับ 2 (รองจากยี่ห้อ VISTRA) เพียง 5.48 บาทต่อเม็ด

จุดด้อย :

  • เป็น CoQ10 ที่อยู่ในรูปแบบผง ซึ่งดูดซึมได้ไม่ดี
  • มีปริมาณ CoQ10 น้อย (เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร จึงมี CoQ10 ได้สูงสุดที่ 30 มิลลิกรัม)
  • ฉลากสร้างความสับสนและไม่ชัดเจนถึงการระบุปริมาณของ CoQ10 ที่แท้จริง โดยระบุไว้ว่าเป็น CoQ10 10% ขนาด 300 มิลลิกรัม แต่ความจริงแล้วต้องคิดจาก 10% ของ 300 มิลลิกรัม ขนาด CoQ10 จึงเป็น 30 มิลลิกรัม (สูงสุดเท่าที่ อย. อนุญาต เพราะเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร) ซึ่งถ้าเราอ่านฉลากไม่เป็นก็อาจทำให้เข้าใจได้ว่าเป็นขนาด 300 มิลลิกรัม ส่วนปริมาณ Vitamin E 50% 20 มิลลิกรัมที่แสดงในฉลากก็เช่นกัน ซึ่งความจริงแล้วจะเท่ากับ Vitamin E 10 มิลลิกรัม
  • ฉลากแนะนำให้รับประทานเพียงวันละ 1 แคปซูล เพื่อสุขภาพหัวใจที่ดี ซึ่งไม่น่าจะเป็นปริมาณที่เพียงพอ

คะแนน :

  • ความน่าเชื่อถือ (แบรนด์) : 8 /10 คะแนน
  • ปริมาณของสารสำคัญ : 3.568 /10 คะแนน
    • CoQ10 : 30 มิลลิกรัม (จาก 10% ของ Co enzyme Q10 ปริมาณ 300 มิลลิกรัม) (3.368/10 คะแนน)
    • สารอื่น ๆ (1 ชนิด) : +0.2 คะแนน
      • วิตามินอี 10 มิลลิกรัม (จาก 50% ของ Vitamin E ปริมาณ 20 มิลลิกรัม)
  • คะแนนด้านราคา : 9.973 /10 คะแนน
    • 1 ขวด (60 แคปซูลผง) ราคา 329 บาท (ราคา Official)
    • ราคาเฉลี่ยต่อเม็ด : 5.48 บาท
    • ราคาต่อ CoQ10 100 มิลลิกรัม : 18.267 บาท
  • คะแนนรวม : 21.541 /30 คะแนน

REAL ELIXIR COENZYME Q10 30 MG Plus

เรียล อิลิคเซอร์ โคเอนไซม์คิวเท็น (REAL ELIXIR COENZYME Q10 30 MG Plus) CoQ10 30 มิลลิกรัม สูตรผสมวิตามินรวม 6 ชนิด และกรดอัลฟาไลโปอิก (ALA)
เรียล อิลิคเซอร์ โคเอนไซม์คิวเท็น (REAL ELIXIR COENZYME Q10 30 MG Plus)

เรียล อิลิคเซอร์ โคเอนไซม์คิวเท็น (REAL ELIXIR COENZYME Q10 30 MG Plus) CoQ10 30 มิลลิกรัม สูตรผสมวิตามินรวม 6 ชนิด และกรดอัลฟาไลโปอิก (ALA) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระเข้าไปในปริมาณอย่างละน้อย และผลิตโดยบริษัท โรงงานเภสัชอุตสาหกรรม เจเอสพี จำกัด (โรงงานผลิตขนาดใหญ่ที่ให้การผลิตเภสัชภัณฑ์และเคมีภัณฑ์ที่ใช้รักษาโรค มูลค่าบริษัท 966,425,412 บาท)

จุดเด่น :

  • บรรจุในแคปซูลนิ่มที่ CoQ10 ละลายอยู่ในน้ำมัน (ดูดซึมได้ดีกว่า CoQ10 แบบผง)
  • มีส่วนผสมวิตามินบี ซี อี และกรดอัลฟาไลโปอิกเพิ่มมาเล็กน้อย

จุดด้อย :

  • มีปริมาณ CoQ10 น้อย (เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร จึงมี CoQ10 ได้สูงสุดที่ 30 มิลลิกรัม)
  • ฉลากแนะนำให้รับประทานเพียงวันละ 1 แคปซูล เพื่อสุขภาพหัวใจที่ดี ซึ่งไม่น่าจะเป็นปริมาณที่เพียงพอ

คะแนน :

  • ความน่าเชื่อถือ (แบรนด์) : 7 /10 คะแนน
  • ปริมาณของสารสำคัญ : 4.868 /10 คะแนน
    • CoQ10 : 30 มิลลิกรัม (3.368/10 คะแนน)
    • สารอื่น ๆ (7 ชนิด) : +1.5 คะแนน
      • วิตามินบี 1 (ไทอะมีน โมโนไนเตรท) 1.85 มก.
      • วิตามินบี 2 1.7  มก.
      • วิตามินบี 6 2 มิลลิกรัม (จากไพริดอกซีน ไฮโดรคลอไรด์  2.43 มิลลิกรัม)
      • วิตามินบี 12 2  มคก.
      • วิตามินซี 30 มิลลิกรัม
      • วิตามินอี อะซิเตท  8.29 มก.
      • กรดอัลฟาไลโปอิก (Alpha-Lipoic Acid) 25  มก.
  • คะแนนด้านราคา : 9.648 /10 คะแนน
    • 1 ขวด (30 แคปซูลนิ่ม) ราคา 230 บาท
    • ราคาเฉลี่ยต่อเม็ด : 7.667 บาท
    • ราคาต่อ CoQ10 100 มิลลิกรัม : 25.557 บาท
  • คะแนนรวม : 21.516 /30 คะแนน

Bio-Quinone Q10 100 mg

ไบโอ-ควิโนน คิวเท็น 100 มก. (Bio-Quinone Q10 100 mg) เป็น CoQ10 สูตรต้นแบบที่ใช้ในงานวิจัย
ไบโอ-ควิโนน คิวเท็น 100 มก. (Bio-Quinone Q10 100 mg)

ไบโอ-ควิโนน คิวเท็น 100 มก. (Bio-Quinone Q10 100 mg) เป็น CoQ10 สูตรต้นแบบที่ใช้ในงานวิจัยที่ในรูปแบบของ Ubiquinone เช่นกัน ผลิตโดยบริษัทยาฟาร์มา นอร์ด (Pharma Nord) จากประเทศเดนมาร์ก มีความน่าเชื่อถือสูง เป็น CoQ10 ที่ละลายในน้ำมันพืชที่ผ่านการทดสอบแล้วว่าสามารถดูดซึมได้ดี และที่สำคัญ Bio-Quinone Q10 ตัวนี้ยังถูกใช้ในการศึกษาวิจัยมากกว่า 90 งานวิจัย (ในจำนวนนี้เป็นการศึกษาวิจัยทางคลินิกในมนุษย์ 75 ฉบับ โดยที่การศึกษา 25 ฉบับดำเนินการแบบตามการวิจัยที่มีความน่าเชื่อถือระดับสูง) ดังนั้นจึงรับประกันได้ถึงคุณภาพและประโยชน์ที่ร่างกายจะได้รับ

จุดเด่น :

  • มีความน่าเชื่อถือสูง ผลิตภายใต้มาตรฐานการผลิตยาประเทศเดนมาร์ก และได้รับรางวัลมากมาย
  • เป็น CoQ10 ขนาด 100 มิลลิกรัม ซึ่งเป็นขนาดที่แนะนำตามงานวิจัย
  • บรรจุในแคปซูลนิ่มที่ CoQ10 ละลายอยู่ในน้ำมัน (ดูดซึมได้ดีกว่า CoQ10 แบบผง)
    • ในรายละเอียดสินค้าแจ้งว่าเป็น CoQ10 ที่ละลายในน้ำมันถั่วเหลือง (บรรจุในแคปซูลเจลาตินชนิดนิ่มที่ป้องกันแสงได้) และผ่านการทดสอบว่าสามารถดูดซึมได้สูง (เข้าใจว่าเทียบกับแบบผง)
  • เป็นยี่ห้อที่ใช้ในหลายงานวิจัย
  • เป็น CoQ10 บรรจุในแผงฟอยล์แบบแยกเม็ดออกจากกัน แบ่งเป็นแผงละ 30 เม็ด รวม 2 แผง จึงช่วยป้องกันออกซิเจนและความชื้น คงสภาพและปริมาณของสารสำคัญระหว่างรอการบริโภคได้ดี

จุดด้อย :

  • ราคาต่อเม็ดแพงมากที่สุด (65.833 บาท)

คะแนน :

  • ความน่าเชื่อถือ (แบรนด์) : 10 /10 คะแนน
  • ปริมาณของสารสำคัญ : 10 /10 คะแนน
    • CoQ10 : 100 มิลลิกรัม
  • คะแนนด้านราคา : 1 /10 คะแนน
    • 1 กล่องมี 2 แผง (60 แคปซูลนิ่ม) ราคา 3,950 บาท
    • ราคาเฉลี่ยต่อเม็ด : 65.833 บาท
    • ราคาต่อ CoQ10 100 มิลลิกรัม : 65.833 บาท
  • คะแนนรวม : 21 /30 คะแนน

Springmate Q10 30 mg

สปริงเมท โคเอ็นไซม์คิวเท็น (Springmate Q10 30 mg) เป็น CoQ10 ที่ผลิตโดยบริษัท ซอฟท์ เจล เทคโนโลยี จำกัด จากประเทศสหรัฐอเมริกา
สปริงเมท โคเอ็นไซม์คิวเท็น (Springmate Q10 30 mg)

สปริงเมท โคเอ็นไซม์คิวเท็น (Springmate Q10 30 mg) เป็น CoQ10 ที่ผลิตโดยบริษัท ซอฟท์ เจล เทคโนโลยี จำกัด จากประเทศสหรัฐอเมริกา แล้วนำเข้ามาแบ่งบรรจุโดยบริษัท เจ.เค เอนไซม์ ฟู้ด จำกัด และจัดจำหน่ายโดยบริษัท เนเจอร์เมท จำกัด

จุดเด่น :

  • บรรจุในแคปซูลนิ่มที่ CoQ10 ละลายอยู่ในน้ำมัน (ดูดซึมได้ดีกว่า CoQ10 แบบผง)
  • เป็น CoQ10 ที่นำเข้ามาจากประเทศอเมริกา
  • บรรจุภัณฑ์ที่มาในกล่องกระดาษดูสวยงาม

จุดด้อย :

  • มีปริมาณ CoQ10 น้อย (เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร จึงมี CoQ10 ได้สูงสุดที่ 30 มิลลิกรัม)

คะแนน :

  • ความน่าเชื่อถือ (แบรนด์) : 8 /10 คะแนน
  • ปริมาณของสารสำคัญ : 3.368 /10 คะแนน
    • CoQ10 : 30 มิลลิกรัม
  • คะแนนด้านราคา : 9.405 /10 คะแนน
    • 1 ขวด (30 แคปซูลนิ่ม) ราคา 279 บาท)
    • ราคาเฉลี่ยต่อเม็ด : 9.3 บาท
    • ราคาต่อ CoQ10 100 มิลลิกรัม : 31 บาท
  • คะแนนรวม : 20.773 /30 คะแนน

AU NATUREL Coenzyme Q10

โอเนทิเรล โคเอนไซม์ คิวเท็น (AU NATUREL Coenzyme Q10) CoQ10 ที่ใช้วัตถุดิบนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นในการผลิต
โอเนทิเรล โคเอนไซม์ คิวเท็น (AU NATUREL Coenzyme Q10)

โอเนทิเรล โคเอนไซม์ คิวเท็น (AU NATUREL Coenzyme Q10) CoQ10 ที่ใช้วัตถุดิบนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นในการผลิต ผลิตโดยบริษัท พีเคเอฟบี ฟาร์มาซูติคอล แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด (ประกอบธุรกิจด้านการผลิตกาแฟ) มูลค่าบริษัท 9,655,042 บาท (ธุรกิจขนาดเล็ก) ยังไม่มีข้อมูลทราบมากนักเกี่ยวกับแบรนด์นี้ แต่เท่าที่ทราบคือเป็นหนึ่งยี่ห้อที่ได้รับความนิยมใน Shopee

จุดเด่น :

  • มีวัตถุดิบ CoQ10 นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น

จุดด้อย

  • มีปริมาณ CoQ10 น้อย (เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร จึงมี CoQ10 ได้สูงสุดที่ 30 มิลลิกรัม)
  • เป็น CoQ10 ที่อยู่ในรูปแบบผง ซึ่งดูดซึมได้ไม่ดี
  • ฉลากสร้างความสับสนและไม่ชัดเจนถึงการระบุปริมาณของ CoQ10 ที่แท้จริง โดยระบุไว้ว่าเป็น CoQ10 10% ขนาด 300 มิลลิกรัม แต่ความจริงแล้วต้องคิดจาก 10% ของ 300 มิลลิกรัม ขนาด CoQ10 จึงเป็น 30 มิลลิกรัม (สูงสุดเท่าที่ อย. อนุญาต เพราะเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร) ซึ่งถ้าเราอ่านฉลากไม่เป็นก็อาจทำให้เข้าใจได้ว่าเป็นขนาด 300 มิลลิกรัม
  • บริษัทที่ผลิตไม่มีความเฉพาะทางในการผลิต (แจ้งจดทะเบียนด้านการผลิตกาแฟ)
  • ไม่มีเว็บไซต์ที่ให้ข้อมูลสินค้า จึงไม่ทราบถึงมาตรฐานการผลิตและการรับรอง โดยเฉพาะเรื่องวัตถุดิบที่นำเข้า

คะแนน :

  • ความน่าเชื่อถือ (แบรนด์) : 5.5 /10 คะแนน
  • ปริมาณของสารสำคัญ : 3.368 /10 คะแนน
    • CoQ10 : 30 มิลลิกรัม (จาก 10% ของ Co enzyme Q10 ปริมาณ 300 มิลลิกรัม)
  • คะแนนด้านราคา : 9.802 /10 คะแนน
    • 1 ขวด (30 แคปซูลผง) ราคา 199 บาท
    • ราคาเฉลี่ยต่อเม็ด : 6.633 บาท
    • ราคาต่อ CoQ10 100 มิลลิกรัม : 22.11 บาท
  • คะแนนรวม : 18.67 /30 คะแนน

MaxxLife Plant Sterol Q10

แม็กซ์ไลฟ์ แพลนท์ สเตอรอล คิวเทน (MaxxLife Plant Sterol Q10) เป็น CoQ10 สูตรผสมสารแพลนท์ สเตอรอล (Plant Sterol)
แม็กซ์ไลฟ์ แพลนท์ สเตอรอล คิวเทน (MaxxLife Plant Sterol Q10)

แม็กซ์ไลฟ์ แพลนท์ สเตอรอล คิวเทน (MaxxLife Plant Sterol Q10) เป็น CoQ10 สูตรผสมสารแพลนท์ สเตอรอล (Plant Sterol) ซึ่งเป็นสารที่ช่วยลดไขมันคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL-C) ในเลือด จึงช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด นอกจากนี้ยังมีส่วนผสมของน้ำมันรำข้าว (Rice Bran Oil) ที่อุดมไปด้วยสารแกมมาออริซานอล (Gamma Oryzanol), กรดโอเลอิก (Linoleic Acid) และวิตามินอี (Tocopherol) ที่โดยรวมแล้วมีสรรพคุณช่วยลดการดูดซึมของไขมันคอเลสเตอรอล เพิ่มไขมันชนิดดี (HDL-C) เพิ่มการไหลเวียนเลือด กระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนสำหรับการเจริญเติบโต เพิ่มฮอร์โมนอินซูลินที่ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด เป็นต้น

ผลิตโดย บริษัท 8 เศรษฐี จำกัด (ประกอบธุรกิจด้านการผลิตผลิตภัณฑ์จากพืชและสัตว์ที่ใช้รักษาโรค) มูลค่าบริษัท 27,978,340 บาท (ธุรกิจขนาดกลาง)

จุดเด่น

  • บรรจุในแคปซูลนิ่มที่ CoQ10 ละลายอยู่ในน้ำมันรำข้าว (ดูดซึมได้ดีกว่า CoQ10 แบบผง)
  • CoQ10 บรรจุในแผงฟอยล์แบบแยกเม็ดออกจากกัน แบ่งเป็นแผงละ 10 เม็ด จึงง่ายต่อการพกพา ช่วยป้องกันออกซิเจนและความชื้น คงสภาพและปริมาณของสารสำคัญระหว่างรอการบริโภคได้ดี
  • เป็น CoQ10 สูตรที่เน้นไปที่สารแพลนท์ สเตอรอล (Plant Sterol) ซึ่งเป็นสารที่มีลักษณะโครงสร้างทางเคมีคล้ายคลึงกับไขมันคอเลสเตอรอลในร่างกาย จึงเข้าไปรบกวนการดูดซึมไขมันคอเลสเตอรอลจากอาหารให้เข้าสู่กระแสเลือดได้น้อยลง ส่งผลต่อเนื่องในการลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ โดยจากการศึกษาส่วนใหญ่พบว่าการได้รับ Plant Sterol วันละ 2 กรัม จะช่วยลดไขมันคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL-C) ได้ประมาณ 10-14%
  • มีส่วนผสมของน้ำมันรำข้าว (Rice Bran Oil) ที่ช่วยลดการดูดซึมของไขมันคอเลสเตอรอล ช่วยเพิ่มไขมันชนิดดี (HDL-C) เพิ่มการไหลเวียนเลือด เพิ่มฮอร์โมนอินซูลิน กระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนสำหรับการเจริญเติบโต

จุดด้อย

  • ปริมาณ CoQ10 ต่อเม็ดที่มีปริมาณน้อยมากเกินไปเพียง 5 มิลลิกรัม (ถ้าวิเคราะห์ตามงานวิจัยจะพบว่าขนาดมาตรฐานของ CoQ10 คือ 100 มิลลิกรัม ซึ่งเป็นปริมาณส่วนใหญ่ที่ออกฤทธิ์ได้ตามงานวิจัยต่าง ๆ)
  • ไม่มีเว็บไซต์ที่ให้ข้อมูลสินค้า จึงไม่ทราบถึงมาตรฐานการผลิตและการรับรอง
  • ต้องทานวันละ 4 ครั้ง ซึ่งหมายความว่าอาจต้องทานอาหาร 4 มื้อ
  • ปริมาณของ Plant Sterol ยังไม่ถึงปริมาณ 2 กรัม (2,000 มิลลิกรัม) ซึ่งเป็นปริมาณที่ออกฤทธิ์ได้ตามงานวิจัย ถึงแม้ว่าจะทานวันละ 4 ครั้งก็ตาม
  • ราคาค่อนข้างแพงเมื่อเทียบกับปริมาณของสารสำคัญอย่าง CoQ10 และ Plant Sterol ที่ได้รับ

คะแนน :

  • ความน่าเชื่อถือ (แบรนด์) : 6 /10 คะแนน
  • ปริมาณของสารสำคัญ : 3 /10 คะแนน
    • CoQ10 : 5 มิลลิกรัม (1/10 คะแนน)
    • สารอื่น ๆ (4 ชนิด) : +2 คะแนน
    • วิตามินอี 7 มิลลิกรัม (ในรูปโทโคฟีรอล)
    • น้ำมันรำข้าว 195 มิลลิกรัม
    • แพลนท์ สเตอรอล 177 มิลลิกรัม
    • แกมมาออริซานอล 2.5 มิลลิกรัม
  • คะแนนด้านราคา : 9.304 /10 คะแนน
    • 1 กล่อง (มี 6 แผง แผงละ 10 แคปซูลนิ่ม รวม 60 แคปซูล) ราคา 599 บาท
    • ราคาเฉลี่ยต่อเม็ด : 9.983 บาท
    • ราคาต่อ CoQ10 100 มิลลิกรัม : 199.66 บาท (ราคานี้ไม่สามารถนำไปเปรียบเทียบกับยี่ห้ออื่นได้ เพราะยี่ห้อนี้ไม่ได้เน้นเรื่องปริมาณของ CoQ10 แต่เน้นไปที่สารอื่น ๆ และเน้นประโยชน์ด้านการช่วยลดไขมันคอเลสเตอรอลเป็นหลัก นี่จึงเป็นเหตุผลที่เราไม่ใช้ราคาต่อ 100 มิลลิกรัมมาเป็นเกณฑ์ในการให้คะแนน แต่ใช้ราคาต่อเม็ดแทน เนื่องจากคะแนนปริมาณของ CoQ10 ถูกนำไปคิดแล้วในเกณฑ์ “ปริมาณของสารสำคัญ” ที่ให้คะแนนปริมาณ CoQ10 เต็ม 10 คะแนน)
  • คะแนนรวม : 18.304 /30 คะแนน

ตารางเปรียบเทียบ CoQ10

ตารางเปรียบเทียบโคเอนไซม์คิวเท็นรวม 10 ยี่ห้อ
ตารางเปรียบเทียบโคเอนไซม์คิวเท็น
เปรียบเทียบลักษณะโคเอนไซม์คิวเท็น
เปรียบเทียบลักษณะโคเอนไซม์คิวเท็น

คำแนะนำในการใช้ CoQ10

  • ในผู้ที่อายุน้อยหรืออายุไม่มากและมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงดี อาจไม่จำเป็นต้องเสริม CoQ10 เพื่อป้องกันการขาด เว้นแต่ว่าคุณมีอายุมาก เช่น 50 ปีขึ้นไป หรือเป็นโรคหัวใจ หรือมีอาการปวดหัวไมเกรนบ่อย ๆ หรือเป็นโรคต่าง ๆ ดังที่กล่าวมา แต่หากต้องการเสริม CoQ10 ก็แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ถึงประโยชน์และความจำเป็นในการใช้ก่อนเสมอ
  • ผู้ที่ใช้ยา อาหารเสริม หรือสมุนไพรใด ๆ อยู่ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ CoQ10 เสมอ และถ้าหากคุณมีอาการแพ้ยา อาหาร หรือสารใด ๆ ก็ต้องแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบด้วยเช่นกัน
  • ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับโรคหัวใจ หญิงตั้งครรภ์ หญิงให้นมบุตร และเด็ก ควรหลีกเลี่ยงการใช้ CoQ10 หากไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์
  • ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตต่ำ ผู้ป่วยที่อยู่ในระหว่างการรักษาด้วยเคมีบำบัด และผู้สูบบุหรี่ ควรหลีกเลี่ยงการใช้ CoQ10 หรือหากจำเป็นต้องใช้ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ
  • หลีกเลี่ยงการใช้ CoQ10 ร่วมกับยาหรืออาหารเสริมอื่น ๆ เช่น ยารักษาความดันโลหิต (เพราะอาจทำให้ความดันโลหิตต่ำ), ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (CoQ10 อาจไปลดประสิทธิภาพของยาต้านการแข็งตัวของเลือด), ยารักษาโรคมะเร็ง (CoQ10 อาจทำปฏิกิริยากับยารักษามะเร็ง) เป็นต้น หรือหากไม่แน่ใจว่ายาหรืออาหารเสริมที่ใช้อยู่จะมีผลการใช้ CoQ10 หรือไม่ ควรปรึกษาแพทย์และเภสัชกร
  • มีหลายคำแนะนำเกี่ยวกับขนาดการใช้ CoQ10 ที่แตกต่างกัน ดังนั้นก่อนใช้ CoQ10 เพื่อรักษาอาการหรือโรคใด ๆ ควรปรึกษาแพทย์ถึงความจำเป็นในการใช้และขนาดยาที่เหมาะสมก่อนเสมอ สำหรับปริมาณการใช้ในผู้ใหญ่มีคำแนะนำทั่วไปดังนี้[7]
    • ป้องกันการขาดหรือรักษาระดับ CoQ10 ในเลือดให้อยู่ในระดับปกติ คือ วันละ  30 มิลลิกรัม (ไม่ค่อยแนะนำ เพราะคนส่วนใหญ่ไม่ได้ขาด CoQ10 และปริมาณนี้ก็น้อยเกินกว่าที่ร่างกายจะได้ประโยชน์ตามงานวิจัย)
    • เพื่อบำรุงร่างกายหรือเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น คือ วันละ 30-100 มิลลิกรัม
    • ลดริ้วรอยและเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว คือ วันละ 150 มิลลิกรัม เป็นเวลา 3 เดือน
    • ป้องกันการขาด CoQ10 ในผู้ที่ใช้ยาลดไขมันคอเลสเตอรอลกลุ่มสแตติน คือ ครั้งละ 50 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง
    • เพื่อการเจริญพันธุ์ (ทั้งหญิงและชาย) คือ วันละ 300-600 มิลลิกรัม
    • ลดความถี่ของอาการปวดหัวไมเกรน คือ 100 มิลลิกรัม วันละ 3 ครั้ง เป็นระยะเวลา 3 เดือน
    • เพื่อลดความดันโลหิตสูง คือ วันละ 120-200 มิลลิกรัม
    • สำหรับผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์และผู้ป่วยโรคพาร์กินสัน คือ ครั้งละ 100 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง
    • ภาวะหัวใจล้มเหลว คือ วันละ 100-300 มิลลิกรัม (แบ่งเป็นวันละ 2-3 ครั้ง) นาน 2 ปี
    • โรคเหงือกและโรคเหงือกอักเสบ คือ วันละ 120 มิลลิกรัม เป็นระยะเวลา 3 เดือน
    • โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด (Heart attack) คือ วันละ 150-600 มิลลิกรัม (แบ่งรับประทานตามจำนวนครั้งที่แพทย์กำหนด)
    • โรคกล้ามเนื้อเสื่อม (Muscular dystrophy) คือ วันละ 100 มิลลิกรัม ติดต่อกันเป็นเวลา 3 เดือน
  • เนื่องจาก CoQ10 เป็นสารประกอบที่ละลายในไขมัน จึงควรรับประทาน CoQ10 พร้อมกับอาหาร เพื่อช่วยให้ร่างกายดูดซึมได้ดีขึ้น
  • แบ่งขนาดการรับประทาน CoQ10 ออกเป็น 2-3 มื้อ (เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดผลข้างเคียงจากโดสสูง ๆ) และถ้าเป็นไปได้ควรแบ่งมื้อรับประทานเป็นเช้าและเที่ยง ไม่แนะนำให้ทานในมื้อเย็นหรือช่วงก่อนเข้านอน โดยเฉพาะในผู้ที่มักรับประทานอาหารเย็นตอนดึก ๆ เพราะ CoQ10 ในขนาดสูงอาจส่งผลให้มีปัญหาเรื่องนอนไม่หลับได้ (แต่ถ้าขนาดไม่สูงมากนัก เช่น 30 มิลลิกรัม ก็ไม่ใช่ปัญหา)
  • การใช้ CoQ10 ในรูปแบบรับประทานอาจทำให้เกิดอาการแพ้หรือเกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์เหล่านี้ได้ (แม้จะพบได้น้อยมากก็ตาม โดยมีการศึกษาที่พบว่า การรับประทาน CoQ10 ในขนาดสูงวันละ 200 มิลลิกรัม เป็นระยะเวลา 1-6 ปี พบว่าผู้บริโภคน้อยกว่า 1% มีอาการไม่สบายท้อง คลื่นไส้ ท้องร่วง) ดังนั้น หากคุณมีอาการผิดปกติใด ๆ เกิดขึ้น โดยเฉพาะหากเกิดอาการผื่นขึ้นตามผิวหนัง หายใจลำบาก ความดันโลหิตต่ำ มีอาการคล้ายจะเป็นลมหรือรู้สึกอ่อนแรงมากผิดปกติ ควรหยุดใช้ยาและรีบไปพบแพทย์ทันที
  • เก็บ CoQ10 ไว้ในอุณหภูมิห้อง เก็บให้ห่างจากความร้อน แสงแดด และความชื้น (ปิดขวดยาให้สนิทเสมอ)
  • นอกจากการเสริม CoQ10 แล้วควรเน้นการรับประทานอาหารให้ถูกหลักโภชนาการและครบทั้ง 5 หมู่

ข้อมูลและงานวิจัยอ้างอิง

งานวิจัยและเอกสารอ้างอิง (จำนวน 28 รายการ)
  1. อาหารเพื่อสุขภาพ: ปีที่ 31 ฉบับที่ 2 เมษายน-มิถุนายน 2544. “คิวเท็น (Q10) กับสุขภาพ”. (เอกราช เกตวัลห์). สถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล.
  2. NIH. “Coenzyme q10 therapy”. (2014)
  3. NIH. “Clinical applications of coenzyme Q10”. (2014)
  4. NIH. “Evaluation of coenzyme Q as an antioxidant strategy for Alzheimer’s disease”. (2018)
  5. NIH. “Effects of coenzyme Q10 in early Parkinson disease: evidence of slowing of the functional decline”. (2002)
  6. WebMD. “Coenzyme Q10 – Uses, Side Effects, and More”. (2022)
  7. NIH. “The effect of coenzyme Q10 on morbidity and mortality in chronic heart failure: results from Q-SYMBIO: a randomized double-blind trial”. (2014)
  8. NIH. “Effect of coenzyme Q10 therapy in patients with congestive heart failure: a long-term multicenter randomized study”. (1993)
  9. NIH. “Increased oxidative stress in patients with chronic obstructive pulmonary disease (COPD) as measured by redox status of plasma coenzyme Q10”. (2006)
  10. NIH. “Coenzyme Q10 supplementation reduces corticosteroids dosage in patients with bronchial asthma”. (2005)
  11. NIH. “Activities of vitamin Q10 in animal models and a serious deficiency in patients with cancer”. (1997)
  12. NIH. “Oxidative stress and antioxidants in disease and cancer: a review”. (2014)
  13. NIH. “Recombinant interferon alpha-2b and coenzyme Q10 as a postsurgical adjuvant therapy for melanoma: a 3-year trial with recombinant interferon-alpha and 5-year follow-up”. (2007)
  14. NIH. “Novel CoQ10 antidiabetic mechanisms underlie its positive effect: modulation of insulin and adiponectine receptors, Tyrosine kinase, PI3K, glucose transporters, sRAGE and visfatin in insulin resistant/diabetic rats”. (2014)
  15. NIH. “Effects of CoQ10 Supplementation on Lipid Profiles and Glycemic Control in Patients with Type 2 Diabetes: a randomized, double blind, placebo-controlled trial”. (2014)
  16. NIH. “Age-related changes in the mitochondria of human mural granulosa cells”. (2017)
  17. NIH. “Coenzyme Q10 restores oocyte mitochondrial function and fertility during reproductive aging”. (2015)
  18. NIH. “Pretreatment with coenzyme Q10 improves ovarian response and embryo quality in low-prognosis young women with decreased ovarian reserve: a randomized controlled trial”. (2018)
  19. NIH. “Coenzyme Q10 and male infertility: a meta-analysis”. (2013)
  20. NIH. “Antioxidant supplements and semen parameters: An evidence based review”. (2016)
  21. NIH. “Oxidative stress and antioxidants in exercise”. (2001)
  22. NIH. “Fatigue and exercise intolerance in mitochondrial diseases. Literature revision and experience of the Italian Network of mitochondrial diseases”. (2012)
  23. NIH. “The effects of coenzyme Q10 supplementation on performance during repeated bouts of supramaximal exercise in sedentary men”. (2010)
  24. NIH. “Effects of acute and 14-day coenzyme Q10 supplementation on exercise performance in both trained and untrained individuals”. (2008)
  25. NIH. “Antifatigue effects of coenzyme Q10 during physical fatigue”. (2008)
  26. ScienceDirect. “Bioavailability of coenzyme Q10 supplements depends on carrier lipids and solubilization”. (2019)
  27. NIH. “Effectiveness of CoQ10 Oral Supplements as an Adjunct to Scaling and Root Planing in Improving Periodontal Health”. (2015)
  28. NIH. “Relative bioavailability comparison of different coenzyme Q10 formulations with a novel delivery system”. (2009)

ตรวจสอบทางการแพทย์ล่าสุดเมื่อวันที่ 10 ก.ย. 2022

เภสัชกรประจำเว็บเมดไทย
เภสัชกรประจำเว็บเมดไทย
ประวัติผู้เขียน : จบการศึกษาปริญญาตรี คณะเภสัชศาสตร์ สาขาเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีประสบการณ์การทำงานร้านยามากกว่า 5 ปี เคยเป็นผู้จัดการร้านขายยา เคยเป็นผู้ฝึกอบรมผลิตภัณฑ์กลุ่มสุขภาพ เช่น วิตามิน อาหารเสริม เครื่องมือแพทย์ และยา ปัจจุบันทำงานเป็นเภสัชกรอยู่โรงพยาบาลเอกชน โดยให้คำปรึกษาแนะนำเกี่ยวกับยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ