กรดอะมิโน (Amino Acid) ที่ทุกคนเคยได้ยิน แต่ไม่รู้จักว่ามันคืออะไร?

กรดอะมิโน (Amino acid) คืออะไร ?

กรดอะมิโน

กรดอะมิโน (Amino acid) คือ หน่วยเล็ก ๆ ของโปรตีน เมื่อเรารับประทานอาหารที่ให้โปรตีนเข้าไป ระบบย่อยอาหารของเราก็จะย่อยโปรตีนเหล่านั้นให้เป็นกรดอะมิโนก่อนที่จะดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดแล้วนำไปใช้ประโยชน์ในกระบวนการต่าง ๆ เช่น การสร้างกล้ามเนื้อ ควบคุมการทำงานของภูมิคุ้มกัน ป้องกันการเจ็บป่วย ขนส่งสารอาหาร ฯลฯ[1]

ชนิดของกรดอะมิโน

กรดอะมิโนที่เรารู้จักคุ้นเคยและสำคัญต่อร่างกายจะมีอยู่ด้วยกันหลายชนิดซึ่งเป็นกรดอะมิโนมาตรฐาน และสามารถแบ่งกรดอะมิโนออกได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ กรดอะมิโนจำเป็น 9 ชนิด (ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้ จำเป็นต้องได้รับจากอาหารปกติหรือจากอาหารเสริม) และกรดอะมิโนไม่จำเป็น 11 ชนิด (ร่างกายที่แข็งแรงสามารถสร้างขึ้นเองได้) มีส่วนช่วยในการทำงานตามปกติของระบบประสาทและสมอง โดยแต่ละชนิดก็จะมีบทบาทหน้าที่แตกต่างกันไป และการขาดกรดอะมิโนบางชนิดก็อาจทำให้ภูมิคุ้มกันลดลง เกิดปัญหาด้านอารมณ์ เรื่องการเจริญพันธุ์ หรือเกิดปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ตามมาได้

กรดอะมิโนจำเป็นและไม่จำเป็น
กรดอะมิโนจำเป็นและกรดอะมิโนไม่จำเป็น

กรดอะมิโนจำเป็น

แหล่งอาหารที่ดีที่ให้กรดอะมิโนจำเป็น คือ โปรตีนจากสัตว์ (เนื้อวัว สัตว์ปีก อาหารทะเล ไข่) และโปรตีนจากถั่วเหลือง (Soy Protein) นม และเต้าหู้ โดยเฉพาะโปรถั่วเหลือง (Soy Protein) ที่ให้กรดอะมิโนที่จำเป็นครบถ้วนรวม 9 ชนิด[4]

  1. ทริปโตเฟน (Tryptophan) จากการศึกษาพบว่าการเสริมทริปโตเฟนสามารถช่วยลดความเครียด ปรับปรุงสุขภาพจิต บรรเทาอาการไมเกรน และช่วยส่งเสริมการนอนหลับอย่างเป็นธรรมชาติ[2]
  2. ทรีโอนีน (Threonine) จำเป็นสำหรับสุขภาพผิวและฟันที่แข็งแรง และยังมีบทบาทในการช่วยเผาผลาญไขมัน ป้องกันการสะสมของไขมันในตับ ส่งเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ต้านการเกิดแผลเรื้อรัง ช่วยสร้างลิ่มเลือด (ป้องกันเลือดออก) เป็นต้น[3]
  3. ฟีนิลอะลานีน (Phenylalanine) ช่วยเพิ่มความตื่นตัว บรรเทาอาการซึมเศร้า ลดความอยากอาหาร เสริมความจำ และอาจช่วยเพิ่มความสนใจในเรื่องเพศ[5]
  4. เมไทโอนีน (Methionine) มีบทบาทสำคัญในกระบวนการเมตาบอลิซึมและล้างพิษ[6]
  5. วาลีน (Valine) เป็นหนึ่งในสามของกรดอะมิโนสายโซ่กิ่ง (BCAAs) มีหน้าที่ช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของกล้ามเนื้อ ซ่อมแซมกล้ามเนื้อ และมีส่วนในการสร้างพลังงาน และการขาดกรดอะมิโนชนิดนี้อาจทำให้นอนไม่หลับและทำให้สมาธิลดลง[7]
  6. ลิวซีน (Leucine) เช่นเดียวกับกรดอะมิโนวาลีน โดยลิวซีนจะเป็น BCAAs ที่มีความสำคัญต่อการสังเคราะห์โปรตีนและซ่อมแซมเนื้อเยื่อของกล้ามเนื้อและกระดูก นอกจากนี้ยังช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด กระตุ้นการรักษาบาดแผล (ช่วยสมานแผล) และสร้างฮอร์โมนการเจริญเติบโต และการขาดสารลิวซีนอาจทำให้ผมร่วง เป็นผื่นที่ผิวหนัง และเกิดอาการเมื่อยล้า[8]
  7. ไอโซลิวซีน (Isoleucine) เป็น BCAAs ตัวสุดท้ายจากทั้งหมด 3 ชนิด โดยเป็นกรดอะมิโนที่มีอยู่มากในเนื้อเยื่อของกล้ามเนื้อ และจำเป็นสำหรับการทำงานของภูมิคุ้มกัน การควบคุมพลังงาน ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ผลิตฮอร์โมน ผลิตฮีโมโกลบิน และช่วยในการรักษาบาดแผล[9]
  8. ไลซีน (Lysine) มีบทบาทสำคัญในการสังเคราะห์โปรตีน ดูดซึมแคลเซียม และผลิตฮอร์โมนและเอนไซม์ จำเป็นสำหรับการสร้างพลังงาน ผลิตคอลลาเจนและอีลาสติน สร้างกล้ามเนื้อ รักษาความแข็งแรงของกระดูก (ป้องกันโรคกระดูกพรุน) ช่วยฟื้นฟูการบาดเจ็บหรือจากการผ่าตัด และช่วยเสริมสมาธิ[10] 
  9. ฮิสทิดีน (Histidine) จำเป็นในการสร้างสารสื่อประสาทฮีสตามีน (Histamine) ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการตอบสนองต่อระบบภูมิคุ้มกัน การย่อยอาหาร วงจรการนอนหลับและตื่นนอน และการทำงานทางเพศ นอกจากนี้ยังช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโต ซ่อมแซมเนื้อเยื่อ และสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดง การขาดฮีสทิดีนอาจทำให้เกิดภาวะโลหิตจางได้ ซึ่งพบได้บ่อยในผู้ป่วยโรคไตและผู้ที่มีภาวะข้ออักเสบ[11]

กรดอะมิโนไม่จำเป็น 

  1. อาร์จินีน (Arginine) ช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ลดอาการเหนื่อยล้า และช่วยปรับปรุงสุขภาพหัวใจ
  2. ซิสเทอีน (Cysteine) มีความสำคัญต่อการผลิตคอลลาเจน ช่วยให้ผิวมีสุขภาพดี
  3. กลูตามีน (Glutamine) : ช่วยสนับสนุนกระบวนการเผาผลาญและให้พลังงานแก่เซลล์ในร่างกาย
  4. ไกลซีน (Glycine) ทำหน้าที่เป็นสารสื่อประสาท ช่วยสนับสนุนการทำงานของสมอง
  5. โพรลีน (Proline) ช่วยส่งเสริมสุขภาพข้อต่อ เพิ่มความยืดหยุ่นของผิวหนัง และช่วยในการเผาผลาญอาหาร
  6. ซีรีน (Serine) จำเป็นสำหรับการเผาผลาญไขมัน การทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน และช่วยเพิ่มการเจริญเติบโตของกล้ามเนื้อ
  7. ไทโรซีน (Tyrosine)* ช่วยในการสังเคราะห์ฮอร์โมนไทรอยด์ เมลานิน และอะดรีนาลีน
  8. อะลานีน (Alanine) ช่วยในการเผาผลาญและให้พลังงานแก่กล้ามเนื้อ สมอง และระบบประสาทส่วนกลาง
  9. แอสพาราจีน (Asparagine) ทำหน้าที่เป็นยาขับปัสสาวะ ช่วยปรับการทำงานของสมองและเซลล์ประสาทให้เหมาะสม
  10. กรดแอสพาร์ติก (Aspartic acid) : ช่วยสร้างกรดอะมิโนชนิดอื่น ๆ อีกหลายชนิด รวมทั้งแอสพาราจีน อาร์จินีน และไลซีน
  11. กรดกลูตามิก (Glutamic acid)​ : ทำหน้าที่เป็นสารสื่อประสาทในระบบประสาทส่วนกลาง มีความสำคัญในกระบวนการเรียนรู้ และความจำ[19]

อย่างที่คุณเห็น กรดอะมิโนมีบทบาทสำคัญอย่างมากต่อร่างกายของเรา ร่างกายของคนเราต้องการกรดอะมิโนเหล่านี้ที่แตกต่างกันเพื่อช่วยให้การทำงานของร่างกายเป็นไปอย่างปกติ เพราะกรดอะมิโนเกี่ยวข้องกับระบบและกระบวนการหลายอย่างในร่างกาย ตั้งแต่ระบบประสาท ระบบภูมิคุ้มกัน ระบบย่อยอาหาร การเจริญเติบโต การสร้างพลังงาน เป็นต้น นั่นจึงสาเหตุว่าการขาดกรดอะมิโนบางชนิดอาจส่งผลเสียต่อร่างกายหรือทำให้เกิดอาการต่าง ๆ ตามมาได้ เช่น ภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล นอนไม่หลับ เหนื่อยล้า อ่อนแรง เป็นต้น

ประโยชน์ของกรดอะมิโน

แม้ว่ากรดอะมิโนทั้งที่จำเป็นและไม่จำเป็นจะสามารถพบได้ในอาหารหลากหลายประเภท แต่การรับประทานในปริมาณที่เข้มข้นในรูปแบบเสริมนั้นเชื่อมโยงกับประโยชน์ต่อสุขภาพหลายประการ ดังนี้

  • อาจเป็นแหล่งพลังงานให้แก่ร่างกาย
  • อาจช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันในร่างกาย
  • อาจช่วยสร้างฮอร์โมนและสารสื่อประสาท ส่งผลให้อารมณ์ดีขึ้น[12]
  • อาจช่วยย่อยอาหารและรักษาระบบย่อยอาหารให้ทำงานปกติ
  • อาจช่วยรักษาสุขภาพผม ผิวและเล็บ
  • อาจช่วยเสริมประสิทธิภาพในการออกกำลังกายและการฟื้นตัว[13]
  • อาจช่วยเสริมสร้างและลดการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อได้ โดยมีการศึกษาที่พบว่า หากได้รับกรดอะมิโนจำเป็นไม่เพียงพออาจทำให้มวลกล้ามของผู้สูงอายุลดลง[14]
  • อาจช่วยเสริมสร้างและซ่อมแซมเนื้อเยื่อของร่างกาย

กรดอะมิโนในรูปของอาหารเสริม

คนส่วนใหญ่ได้รับกรดอะมิโนจากอาหารอย่างเพียงพออยู่แล้วจากอาหารที่ให้โปรตีนอย่างเนื้อสัตว์และถั่วเหลือง อย่างไรก็ตาม การเสริมกรดอะมิโนในรูปของอาหารเสริมนั้นอาจมีประโยชน์บางประการ เพราะบางคนอาจใช้เพื่อป้องกันหรือลดการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ (ผู้สูงอายุ), เพื่อฟื้นฟูร่างกายหลังการเจ็บป่วยหรือผ่าตัด (ผู้ป่วยเรื้อรัง), เพื่อเพิ่มสมรรถภาพในการออกกำลังกายและการฟื้นตัว (นักกีฬา), ใช้เพื่อปรับปรุงอารมณ์และการนอนหลับให้ดีขึ้น (คนทำงานหนัก) หรือใช้เพื่อเสริมกรดอะมิโนให้กับร่างกายเพื่อให้ระบบต่าง ๆ ของร่างกายทำงานได้อย่างเป็นปกติ (คนทั่วไป)

  • กรดอะมิโนในรูปของอาหารเสริม มีข้อดีคือช่วยให้ร่างกายสามารถดูดซึมและนำไปใช้ได้เลย โดยมีจำหน่ายทั้งในรูปของกรดอะมิโนสูตรรวมหลายชนิดและแบบแยกเป็นชนิด ๆ รวมถึงกรดอะมิโนรวมที่ผสมกับวิตามินหรือสารสำคัญอื่น ๆ ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ทั้งนี้แต่ละแบบก็ให้ประโยชน์แตกต่างกันไป
  • อาหารเสริมกรดอะมิโนถือว่าปลอดภัย การเสริมกรดอะมิโนในรูปของอาหารเสริมขึ้นอยู่กับปัญหาสุขภาพและเหตุผลการใช้ของแต่ละคน หากคุณสนใจควรปรึกษาปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อสอบถามถึงความจำเป็นในการใช้
  • สำหรับการเลือกรับประทานอาหารเสริมกรดอะมิโน ควรเลือกจากแบรนด์ที่มีความน่าเชื่อถือและได้รับการยอมรับ ผลิตจากโรงงานที่ผ่านการรับรองมาตรฐานและความปลอดภัย ฉลากระบุถึงส่วนประกอบสำคัญและปริมาณอย่างชัดเจน และต้องได้รับรองการขึ้นทะเบียนตำรับจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

รีวิวอาหารเสริมกรดอะมิโน

แบนเนอร์ โปรตีน คือ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ประกอบไปด้วยกรดอะมิโนที่สำคัญและจำเป็นต่อร่างกายรวมมาถึง 18 ชนิด (โดยมีกรดอะมิโนจำเป็นครบถ้วนรวมทั้ง 9 ชนิด และมีกรดอะมิโนไม่จำเป็นอีก 9 ชนิด) ซึ่งอาหารเสริมกรดอะมิโนยี่ห้อนี้ก็มีอยู่ด้วยกัน 3 สูตร ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับความจำเป็นของร่างกายว่าต้องการแบบไหน ได้แก่

  1. สูตรสีแดง หรือแบนเนอร์ โปรตีน สูตรเสริมโปรตีนจากถั่วเหลือง+เลซิติน
  2. สูตรสีฟ้า หรือแบนเนอร์ โปรตีน สูตรเสริมน้ำมันปลา+วิตามินบีรวม
  3. สูตรสีเหลือง หรือแบนเนอร์ โปรตีน สูตรเสริมวิตามินรวม+ซิงค์
รีวิวอาหารเสริมกรดอะมิโนแบนเนอร์โปรตีน (BANNER PROTEIN)

โดยในบทความนี้เราจะพาไปเจาะลึกแบนเนอร์โปรตีนแต่ละสูตรว่ามีจุดเด่นและส่วนประกอบของสารสำคัญอะไรบ้าง ให้ประโยชน์ต่อร่างกายอย่างไร และเหมาะสำหรับใคร ?

แบนเนอร์ โปรตีนจากถั่วเหลือง (BANNER SOY PROTEIN) ขวดสีแดง เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มาในสูตรรวมกรดอะมิโนสำคัญ 18 ชนิด ผสมกับโปรตีนถั่วเหลือง น้ำมันถั่วเหลือง และเลซิติน โดยมาในรูปของแคปซูลแบบนิ่ม จึงช่วยให้ทานได้ง่าย (ตามคำแนะนำคือให้ทานครั้งละ 2 แคปซูล เช้าและก่อนนอน)

โดยรวมแบนเนอร์สูตรนี้จะเป็นสูตรที่ช่วยเติมสารอาหารสำคัญให้ร่างกายพร้อมในทุกวัน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องทำงานหนัก พักผ่อนน้อย ช่วยให้ร่างกายสดใส ไม่อ่อนเพลีย และพร้อมลุยงาน

เมื่อรับประทานเข้าไปร่างกายก็สามารถดูดซึมแล้วเอาไปใช้ในกระบวนการต่าง ๆ ได้ทันที เพราะอย่างที่เกริ่นไปในหัวข้อแรกว่ากรดอะมิโนคือหน่วยย่อยของโปรตีน การรับประทานอาหารเสริมที่ให้เป็นกรดอะมิโนมาเลย ร่างกายจึงสามารถดูดซึมแล้วเอาไปใช้ได้เลยโดยไม่ต้องผ่านกระบวนการยาวนานแบบวิธีปกติ ดังนั้น เมื่อเรารับประทานอาหารเสริมที่ให้กรดอะมิโนก่อนนอน ตื่นมาก็จะช่วยให้รู้สึกสดชื่นขึ้น เพราะร่างกายได้ดูดซึมกรดอะมิโนทั้งที่สำคัญไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกายและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ จึงช่วยบรรเทาความเหนื่อยล้า สมองล้า โดยเฉพาะในผู้ที่ต้องทำงานโดยใช้แรงกายในการทำงานหรือผู้ที่มักมีอาการออฟฟิศซินโดรม

รีวิวแบนเนอร์ โปรตีนจากถั่วเหลือง (BANNER SOY PROTEIN) ขวดสีแดง
รีวิวแบนเนอร์ โปรตีนจากถั่วเหลือง (BANNER SOY PROTEIN) ขวดสีแดง

สำหรับส่วนประกอบสำคัญของ BANNER SOY PROTEIN และประโยชน์ตามงานวิจัยนั้นมีดังนี้

  • กรดอะมิโน 18 ชนิด แบ่งเป็นกรดอะมิโนจำเป็นครบถ้วนทั้ง 9 ชนิด และกรดอะมิโนไม่จำเป็นอีก 9 ชนิด (อ่านเพิ่มเติมในหัวข้อกรดอะมิโนจำเป็นและกรดอะมิโนไม่จำเป็นด้านบน)
    • ทริปโตเฟน (Tryptophan) 1.5 มิลลิกรัม
    • ฟีนิลอะลานีน (Phenylalanine) 10 มิลลิกรัม
    • ทรีโอนีน (Threonine) 5 มิลลิกรัม
    • เมไทโอนีน (Methionine) 5 มิลลิกรัม
    • ลิวซีน (Leucine) 15 มิลลิกรัม
    • ไอโซลิวซีน (Isoleucine) 5 มิลลิกรัม
    • ไลซีน (Lysine) 20 มิลลิกรัม
    • วาลีน (Valine) 10 มิลลิกรัม
    • ฮิสทิดีน (Histidine) 1 มิลลิกรัม
    • กรดแอสพาร์ติก (Aspartic acid) 25 มิลลิกรัม
    • กรดกลูตามิก (Glutamic acid) 40 มิลลิกรัม
    • ไกลซีน (Glycine) 30 มิลลิกรัม
    • ไทโรซีน (Tyrosine) 5 มิลลิกรัม
    • ซีรีน (Serine) 10 มิลลิกรัม
    • โพรลีน (Proline) 35 มิลลิกรัม
    • อะลานีน (Alanine) 20 มิลลิกรัม
    • อาร์จินีน (Arginine) 20 มิลลิกรัม
    • ซิสทีน (Cystine) 0.5 มิลลิกรัม
  • โปรตีนถั่วเหลือง (Soy Protein) 330 มิลลิกรัม
    • โปรตีนถั่วเหลืองเป็นแหล่งโปรตีนที่ดีรวมทั้งวิตามินและแร่ธาตุ โดยประกอบไปด้วยกรดอะมิโนจำเป็นทั้งหมดรวม 9 ชนิด ในปริมาณที่เพียงพอ (ในขณะที่โปรตีนจากพืชชนิดอื่นมักมีกรดอะมิโนจำเป็นไม่ครบ 9 ชนิด) เหมาะสำหรับผู้ที่รับประทานมังสวิรัติหรืออาหารเจ โดยจากการศึกษาพบว่าโปรตีนจากถั่วเหลืองอาจมีประโยชน์หลายอย่าง เช่น ช่วยเพิ่มพลังงาน (จากกรดอะมิโนที่เปลี่ยนเป็นพลังงาน), เพิ่มการเจริญเติบโตของกล้ามเนื้อ, ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้ดีขึ้น, ปรับปรุงการนอน (ช่วยให้นอนหลับสบายขึ้น), ปกป้องหัวใจ (โดยช่วยลดคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี และเพิ่มคอเลสเตอรอลชนิดดี จึงช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และหัวใจวาย), ช่วยลดน้ำหนัก และอาจมีประโยชน์ในการต้านมะเร็ง[15]
  • น้ำมันถั่วเหลือง (Soybean Oil) 415 มิลลิกรัม
    • น้ำมันถั่วเหลือง คือ น้ำมันที่ผลิตมาจากถั่วเหลือง จากการศึกษาพบว่าอาจมีประสิทธิภาพช่วยลดคอเลสเตอรอล และดีต่อสุขภาพหัวใจ[16]
  • เลซิติน (Lecithin) 85 มิลลิกรัม
    • แม้เลซิตินจะพบได้ในอาหารหลายชนิด แต่อาหารเสริมเลซิตินมักผลิตมาจากถั่วเหลือง ไข่ หรือเมล็ดทานตะวัน จากการศึกษาพบว่า เลซิตินอาจช่วยเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน, ช่วยพัฒนาสมองและอาจเพิ่มประสิทธิภาพความจำ, ลดคอเลสเตอรอลไม่ดีและเพิ่มคอเลสเตอรอลชนิดดี, บำรุงหัวใจ (ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ), ช่วยให้ระบบย่อยอาหารดีขึ้น และทำให้ผิวมีสุขภาพดี[17],[18]

BANNER SOY PROTEIN ขวดสีแดง ตัวช่วยเติมสารอาหารสำคัญให้ร่างกาย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องทำงานหนัก พักผ่อนน้อย ช่วยให้ร่างกายสดใส บรรเทาความเหนื่อยล้า สมองล้า ไม่อ่อนเพลีย และพร้อมลุยงานหนักในทุกวัน”

รีวิวแบนเนอร์ ไฮ-บี ผสมน้ำมันปลา (BANNER HI-B With FISH OIL) ขวดสีฟ้า
รีวิวแบนเนอร์ ไฮ-บี ผสมน้ำมันปลา (BANNER HI-B With FISH OIL) ขวดสีฟ้า

แบนเนอร์ ไฮ-บี ผสมน้ำมันปลา (BANNER HI-B With FISH OIL) ขวดสีฟ้า (เดิมคือแบนเนอร์ ไบรท์) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มาในสูตรรวมกรดอะมิโนสำคัญ 18 ชนิด ผสมกับน้ำมันปลา (Fish Oil) ที่มี DHA และวิตามินบีรวม 7 ชนิด โดยจะเป็นสูตรที่ช่วยเสริมการทำงานของระบบประสาทและสมอง แบนเนอร์สูตรนี้จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องใช้ความคิด รู้สึกสมองล้า ขี้หลงขี้ลืม ต้องการอัพสมองให้สดใส เพื่อช่วยให้พร้อมสมองได้พร้อมสำหรับทุกเรื่องที่ต้องใช้ความคิดและความจำ

  • ประโยชน์ของน้ำมันปลา (Fish Oil) : เนื่องจากน้ำมันปลามีกรดไขมันกลุ่มโอเมก้า-3 ที่มี EPA และ DHA โดย DHA นั้นเป็นส่วนประกอบในเซลล์สมอง ประสาท และจอประสาทตา มีการศึกษามากมายที่พบว่าการเสริม DHA อาจช่วยให้ความคิดและการจดจำดีขึ้น ช่วยเสริมสร้างพลังให้กับสมองและความจำ เพิ่มสมาธิ และอาจมีผลช่วยลดภาวะซึมเศร้า ลดอาการปวดไมเกรน เป็นต้น
  • ประโยชน์ของวิตามินบีรวม (Vitamin B-Complex) : มีประโยชน์ช่วยบำรุงร่างกาย บำรุงระบบประสาท มักใช้รักษาการขาดวิตามินบีจากภาวะเครียด การดื่มสุรา การผ่าตัด อาการเจ็บป่วย ใช้บรรเทาอาการที่เกิดจากการขาดวิตามินบี (เช่น ปลายประสาทอักเสบ อาการชาตามปลายมือปลายเท้า) รวมถึงใช้ในผู้ที่มีร่างกายอ่อนเพลีย ผู้ป่วยพักฟื้น และยังนิยมนำมาใช้เพื่อลดความเครียด ความวิตกกังวล ซึมเศร้า เพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้ ฯลฯ

ส่วนประกอบของสารสำคัญ :

  • กรดอะมิโน 18 ชนิด (ชนิดและปริมาณเช่นเดียวกับ BANNER SOY PROTEIN)
  • โปรตีนจากถั่วเหลือง 150 มิลลิกรัม
  • เลซิติน (Lecithin) 85 มิลลิกรัม
  • น้ำมันปลา (Fish Oil) 200 มิลลิกรัม
  • วิตามินบีรวม 7 ชนิด :
    • วิตามินบี 1 (Thiamine mononitrate) 0.925 มิลลิกรัม
    • วิตามินบี 2 0.85 มิลลิกรัม
    • วิตามินบี 3 20 มิลลิกรัม
    • วิตามินบี 5 (Calcium D-pantothenate) 3.275 มิลลิกรัม
    • วิตามินบี 6 (Pyridoxine hydrochloride) 1.215 มิลลิกรัม
    • วิตามินบี 9 (Folic acid) 0.1 มิลลิกรัม
    • วิตามินบี 12 (0.1%) 1 มิลลิกรัม
  • แร่ธาตุ 2 ชนิด :
    • ซิงค์ (Zinc sulfate monohydrate) 41.17 มิลลิกรัม
    • ซีลีเนียม (Selenium amino acid chelate 1%) 3.50 มิลลิกรัม

BANNER HI-B With FISH OIL ขวดสีฟ้า ตัวช่วยสำหรับผู้ที่ต้องใช้ความคิด รู้สึกสมองล้า ขี้หลงขี้ลืม ต้องการอัพสมองให้สดใส เพื่อช่วยให้สมองพร้อมสำหรับทุกเรื่องที่ต้องใช้ความคิดและความจำ”

รีวิวแบนเนอร์ โกลด์ พลัส (BANNER GOLD PLUS) ขวดสีเหลือง
รีวิวแบนเนอร์ โกลด์ พลัส (BANNER GOLD PLUS) ขวดสีเหลือง

แบนเนอร์ โกลด์ พลัส (BANNER GOLD PLUS) ขวดสีเหลือง เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มาในสูตรรวมกรดอะมิโนสำคัญ 18 ชนิด ผสมวิตามินรวม (11 ชนิด) และธาตุสังกะสี (Zinc) ซึ่งช่วยในการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันและต้านอนุมูลอิสระ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลตัวเอง หรืออยากเริ่มต้นดูแลตัวเอง รวมถึงผู้ที่ไม่ค่อยมีเวลาดูตัวเอง เช่น รับประทานอาหารไม่ครบ 5 หมู่ ไม่ค่อยมีเวลาออกกำลังกาย ต้องทำงานที่ต้องเผชิญกับมลภาวะต่าง ๆ ทุกวัน เป็นต้น แต่ต้องการเสริมภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงมากขึ้น ให้ร่างกายได้พร้อมเผชิญกับทุกสภาวะในทุก ๆ วัน อย่างไรก็ตาม นอกจากการรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแล้ว การรับประทานอาหารให้ครบหมู่และหาเวลาออกกำลังกายก็ยังเป็นสิ่งสำคัญที่ควรทำควบคู่กันไปครับ

  • ประโยชน์ของวิตามินรวม (Multivitamins) : เสริมวิตามินและแร่ธาตุจำเป็นให้กับร่างกาย จึงช่วยบำรุงร่างกายให้มีสุขภาพดีขึ้นและแข็งแรง เพราะร่างกายอาจได้รับจากอาหารไม่เพียงพอจากรูปแบบการใช้ชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวออฟฟิศหรือคนทำงานหนักที่มักขาดวิตามินและแร่ธาตุบางชนิดจากสาเหตุต่าง ๆ เช่น การใช้ชีวิตอย่างเร่งรีบและมักเผชิญกับภาวะความเครียดหรือมลภาวะอยู่เสมอทำให้ภูมิคุ้มกันลดลง, ทานอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ อาหารสำเร็จรูปบ่อย ๆ หรือไม่ชอบรับประทานผักและผลไม้ (ทำให้ได้รับสารอาหารไม่ครบหมู่), นอนน้อย ทำงานหนัก ไม่ค่อยมีเวลาดูตัวเอง (ทำให้อ่อนเพลีย เหนื่อยล้า ป่วยง่ายเป็นประจำ), ไม่ค่อยได้รับแสงแดด (ทำให้ขาดวิตามินดี ส่งผลทำให้เกิดอาการปวดเมื่อยได้ง่าย และเสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุน) เป็นต้น ดังนั้น วิตามินรวมจึงเป็นทางเลือกที่สะดวก เหมาะกับคนวัยทำงานที่มักใช้ชีวิตอย่างเร่งรีบ เพื่อให้วิตามินรวมได้ทำหน้าที่เหมือนการมีนักโภชนาการประจำตัวที่จะช่วยให้มั่นใจว่าร่างกายจะได้รับวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นอย่างครบถ้วนอยู่เสมอ ร่างกายจะได้แข็งแรง ไม่ป่วยง่าย และพร้อมทำงานได้อย่างเต็มที่ในทุก ๆ วัน
  • ประโยชน์ของซิงค์ (Zinc) : หลักฐานทางวิทยาศาสตร์บางส่วนระบุว่าซิงค์ในรูปแบบอาหารเสริมอาจช่วยลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ และบางงานวิจัยระบุว่าซิงค์อาจช่วยลดความรุนแรงและลดระยะเวลาในการป่วยจาก Rhinovirus ซึ่งเป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยของโรคหวัด และช่วยต้านการอักเสบของเยื่อบุโพรงจมูกที่เกิดจากไวรัสได้ ส่วนประโยชน์อื่น ๆ ของซิงค์ที่ได้รับการยอมรับและมีงานวิจัยรับรอง คือ ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตและฟื้นฟูบาดแผล, ต้านการอักเสบ และดีต่อคนที่เป็นสิว

ส่วนประกอบของสารสำคัญ :

  • กรดอะมิโน 18 ชนิด (ชนิดและปริมาณเช่นเดียวกับ BANNER SOY PROTEIN)
  • โปรตีนจากถั่วเหลือง 300 มิลลิกรัม
  • วิตามินรวม 11 ชนิด :
    • วิตามินเอ (Vitamin A palmitate 250,000 IU/g) 5.328 มิลลิกรัม
    • วิตามินบี 1 (Thiamine mononitrate) 0.925 มิลลิกรัม
    • วิตามินบี 2 0.85 มิลลิกรัม
    • วิตามินบี 3 10 มิลลิกรัม
    • วิตามินบี 5 (Calcium D-pantothenate) 3.26 มิลลิกรัม
    • วิตามินบี 6 (Pyridoxine hydrochloride) 1.215 มิลลิกรัม
    • วิตามินบี 9 (Folic acid) 0.1 มิลลิกรัม
    • วิตามินบี 12 (0.1%) 1 มิลลิกรัม
    • วิตามินซี 20 มิลลิกรัม
    • วิตามินอี (dl-alpha-Tocopheryl acetate 50%) 10.974 มิลลิกรัม
    • วิตามินดี (Vitamin D3 100,000 IU/g) 1 มิลลิกรัม
  • แร่ธาตุ 4 ชนิด :
    • ซิงค์ (Zinc sulfate monohydrate) 20.576 มิลลิกรัม
    • ธาตุเหล็ก (Ferric pyrophosphate) 25 มิลลิกรัม
    • ธาตุทองแดง (Copper sulfate pentahydrate) 3.929 มิลลิกรัม
    • โพแทสเซียม (Potassium iodide 10%) 0.981 มิลลิกรัม

BANNER GOLD PLUS สูตรสีเหลือง สำหรับผู้ที่ต้องการดูแลตัวเอง รับประทานอาหารไม่ครบหมู่ ต้องเผชิญกับมลภาวะต่าง ๆ ทุกวัน และอยากเสริมภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง ให้ร่างกายได้พร้อมเผชิญกับทุกสภาวะ”

คำถามที่พบบ่อย

1. แบนเนอร์โปรตีนแต่ละสีต่างกันอย่างไร ช่วยเรื่องอะไร และเหมาะกับใคร ?

  • แบนเนอร์สูตรสีแดง เหมาะสำหรับคนทำงานหนัก พักผ่อนน้อย เพราะช่วยให้ร่างกายสดใส ไม่อ่อนเพลีย พร้อมลุยงานหนัก (รับประทานครั้งละ 2 แคปซูล เช้าและก่อนนอน)
  • แบนเนอร์สูตรสีฟ้า เหมาะสำหรับคนที่ต้องใช้ความคิดเยอะ รู้สึกสมองล้า เพราะช่วยให้สมองไบรท์ พร้อมกับทุกเรื่องที่ต้องใช้ความคิด ความจำ (รับประทานวันละ 1 แคปซูล)
  • แบนเนอร์สูตรสีเหลือง เหมาะสำหรับคนที่ต้องการดูแลตัวเอง เสริมภูมิให้ร่างกายแข็งแรง ช่วยให้ร่างกายพร้อมเผชิญกับทุกสภาวะ (รับประทานครั้งละ 1 แคปซูล เช้าและก่อนนอน)

2. แบนเนอร์โปรตีนราคาเท่าไหร่ ?
ตอบ ทุกสูตรมีจำหน่ายในขวดขนาด 30 และ 60 แคปซูล (ในรูปของแคปซูลแบบนิ่ม) และแบบซอง 4 แคปซูล สำหรับแบนเนอร์สูตรสีแดงและสีฟ้า

  • แบนเนอร์สูตรสีแดง ขวดขนาด 30 แคปซูล ราคา 270 บาท และขวดขนาด 60 แคปซูล ราคา 510 บาท
  • แบนเนอร์สูตรสีฟ้า ขวดขนาด 30 แคปซูล ราคา 360 บาท และขวดขนาด 60 แคปซูล ราคา 680 บาท
  • แบนเนอร์สูตรสีเหลือง ขวดขนาด 30 แคปซูล ราคา 360 บาท และขวดขนาด 60 แคปซูล ราคา 680 บาท

3. แบนเนอร์โปรตีนหาซื้อได้ที่ไหน ?
ตอบ ร้านขายยาทั่วไป, ร้าน Boots ทั่วประเทศ และ 7-11 (มีเฉพาะขนาด 4 แคปซูล)

4. มีข้อควรระวังการรับประทานอย่างไรบ้าง ?
ตอบ เนื่องจากผลิตภัณฑ์แบนเนอร์โปรตีนมีส่วนผสมของถั่วเหลือง ผู้ที่มีอาการแพ้ถั่วเหลืองจึงห้ามรับประทาน

5. มีวิธีรับประทานอย่างไร ?
ตอบ แบนเนอร์แต่ละสูตรจะมีวิธีและขนาดการรับประทานไม่เหมือนกัน แต่สำหรับแบนเนอร์สูตรสีแดงให้รับประทานครั้งละ 2 แคปซูล เช้าและก่อนนอน

ข้อมูลและงานวิจัยอ้างอิง

ตรวจสอบทางการแพทย์ล่าสุดเมื่อวันที่ 13 ส.ค. 2022

เภสัชกรประจำเว็บเมดไทย
เภสัชกรประจำเว็บเมดไทย
ประวัติผู้เขียน : จบการศึกษาปริญญาตรี คณะเภสัชศาสตร์ สาขาเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีประสบการณ์การทำงานร้านยามากกว่า 5 ปี เคยเป็นผู้จัดการร้านขายยา เคยเป็นผู้ฝึกอบรมผลิตภัณฑ์กลุ่มสุขภาพ เช่น วิตามิน อาหารเสริม เครื่องมือแพทย์ และยา ปัจจุบันทำงานเป็นเภสัชกรอยู่โรงพยาบาลเอกชน โดยให้คำปรึกษาแนะนำเกี่ยวกับยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ