• icon-facebook
  • icon-twitter
  • icon-google

โลดทะนงแดง สรรพคุณและประโยชน์ของโลดทะนงแดง 19 ข้อ !

POSTED: เวลา 6:00 น. 16 ธันวาคม 2013, UPDATED: 01 มีนาคม 2016
โลดทะนงแดง

advertisement M10

โลดทะนงแดง

โลดทะนงแดง ชื่อวิทยาศาสตร์ Trigonostemon reidioides (Kurz) Craib (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Baliospermum reidioides Kurz) จัดอยู่ในวงศ์ยางพารา (EUPHORBIACEAE)[1],[4]

สมุนไพรโลดทะนงแดง มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า ทะนง รักทะนง (นครราชสีมา), นางแซง (อุบลราชธานี), โลดทะนงแดง (บุรีรัมย์), ดู่เบี้ย ดู่เตี้ย (เพชรบุรี), ทะนงแดง (ประจวบคีรีขันธ์), ข้าวเย็นเนิน หัวยาเข้าเย็นเนิน (ราชบุรี ประจวบคีรีขันธ์), หนาดคำ (ภาคเหนือ) เป็นต้น[1],[4]

ลักษณะของโลดทะนงแดง

  • ต้นโลดทะนงแดง จัดเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก มีความสูงได้ถึง 1 เมตร มีรากสะสมอาหารพองโต ผิวสีแดงอมสีม่วง เนื้อสีขาว ส่วนลำต้นมีขนาดเรียวเล็ก ขึ้นเป็นกอ โดยทุกส่วนของต้นจะมีขนขึ้น โดยลำต้นจะมีขนสั้นนุ่มขึ้นหนาแน่น สามารถพบได้ตามป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ และตามป่าดิบแล้ง[1]

ต้นโลดทะนงแดง

  • ใบโลดทะนงแดง ใบเป็นใบเดี่ยวออกเรียงสลับกัน เนื้อใบหนามีขนนุ่มขึ้นหนาแน่นบนผิวใบทั้งสองด้าน ลักษณะใบเป็นรูปขอบขนาน หรือเป็นรูปขอบขนานแกมรูปใบหอก มีความกว้างประมาณ 2-4 เซนติเมตร และยาวประมาณ 6-10 เซนติเมตร ปลายใบแหลม โคนใบมน มีต่อมเล็ก ๆ อยู่ 2 ต่อม ส่วนขอบใบเรียบ สามารถเห็นเส้นใบย่อยได้ชัดเจน และมีก้านใบยาวประมาณ 1-1.5 เซนติเมตร[1]

ใบโลดทะนงแดง

  • ดอกโลดทะนงแดง ออกดอกเป็นช่อแบบกระจะ ดอกมีสีขาว สีชมพู สีม่วงเข้มหรือเกือบดำ โดยช่อดอกจะออกบริเวณซอกใบและบริเวณกิ่งก้าน มีความยาวประมาณ 7-10 เซนติเมตร ดอกเป็นแบบแยกเพศอยู่บนต้นเดียวกัน โดยจะมีดอกตัวผู้จำนวนมากกว่าอยู่ที่บริเวณโคนของช่อ มีลักษณะตูมกลม และดอกตัวผู้จะมีกลีบเลี้ยงอยู่ 5 กลีบ ก้านดอกมีขน มีกลีบดอก 5 กลีบ และไม่มีขน มีเกสรตัวผู้จำนวน 6 อัน ก้านเกสรจะเชื่อมติดกันเป็นแท่งเดียว ส่วนดอกตัวเมียจะมีลักษณะตูมเป็นรูปไข่ มีกลีบเลี้ยง 5 กลีบ และมีขน ที่จานฐานดอกล้อมรอบฐานของรังไข่ มีรังไข่อยู่เหนือวงกลีบ กลีบดอกเป็นสีขาว โดยสามารถออกดอกได้ตลอดทั้งปี[1]

ดอกโลดทะนงแดง

รูปโลดทะนงแดง

  • ผลโลดทะนงแดง ลักษณะของผลค่อนข้างกลม ผลแห้งแตกได้ มีขนสั้นนุ่มขึ้นปกคลุมผลอยู่หนาแน่น ผลแบ่งออกเป็นพู 3 พู เห็นได้ชัดเจน ผลมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 12 มิลลิเมตร มีก้านผลสีแดงมีความยาวประมาณ 3-5 เซนติเมตร ภายในผลมีเมล็ดลักษณะค่อนข้างกลมหรือเป็นรูปไข่แกมรูปสามเหลี่ยม สีเหลือง ยาวประมาณ 5-6 มิลลิเมตร ผิวเรียบ[1],[2]

ผลโลดทะนงแดง

หมายเหตุ : โลดทะนง มีอยู่ด้วยกัน 2 ชนิด ได้แก่ “โลดทะนงแดง” (ชื่อวิทยาศาสตร์ Trigonostemon reidioides (Kurz) Craib) ที่กล่าวในบทความนี้ และอีกชนิดคือ “โลดทะนงขาว” (ชื่อวิทยาศาสตร์ Trigonostemon albiflorus Airy Shaw)[5] โดยทั้งสองชนิดคนส่วนใหญ่จะนิยมปลูกเป็นไม้สมุนไพร แต่ส่วนมากจะรู้จักเฉพาะ “โลดทะนงแดง” ส่วนโลดนงขาวนั้นน้อยคนนักที่จะรู้จัก เนื่องจากเป็นไม้หายาก จึงนิยมใช้โลดทะนงแดงในการแก้พิษกันมากกว่า โดยทั้งสองชนิดนี้มีข้อแตกต่างกันตรงเปลือกหุ้มราก ถ้าเปลือกหุ้มรากเป็นสีแดงจะเรียกว่า “โลดทะนงแดง” หากเปลือกหุ้มรากเป็นสีดำจะเรียกว่า “โลดทะนงขาว[6]

สรรพคุณของโลดทะนงแดง

  1. โลดทะนงแดง สรรพคุณของรากใช้ต้มกับน้ำดื่ม ช่วยแก้วัณโรค (ราก)[1]
  2. ช่วยแก้หืด (ราก)[1],[4]
  3. ช่วยทำให้อาเจียน โดยใช้รากนำมาต้มกับน้ำดื่ม ใช้ฝนกับน้ำกิน หรือใช้รากเข้ายากับน้ำมะนาว ฝนกับน้ำกินก็ได้[1],[2],[4]
  4. ใช้เป็นยาระบาย (ราก)[1],[4]
  5. ช่วยในการคุมกำเนิด (ราก)[1]
  6. ช่วยถอนพิษคนกินยาเบื่อยาเมา ด้วยการใช้รากนำมาต้มน้ำดื่ม หรือใช้ฝนกับน้ำกิน ใช้รากเข้ายากับน้ำมะนาว ฝนกับน้ำกินก็ได้[1],[2],[4]
  7. ช่วยแก้เสมหะเป็นพิษ หรืออาการเสมหะหรืออุจจาระเป็นมูกเลือด (ใช้รากฝนกับน้ำกิน)[1],[4]
  8. รากใช้เข้ายากับน้ำมะนาว ใช้ฝนกับน้ำกิน ช่วยแก้อาการผิดสำแดง (ราก)[1]
  9. แก้อาการเมาพิษเห็ดและหอย (ใช้รากฝนกับน้ำกิน)[1],[4]
  10. ช่วยแก้พิษแมงมุม (ใช้รากเข้ายากับน้ำมะนาว ฝนกับน้ำกิน)[1]
  11. ช่วยแก้พิษงู โดยใช้รากฝนกับน้ำมะนาวหรือเหล้านำมาดื่มแก้พิษงู หรือจะใช้รากผสมกับเมล็ดหมาก ฝนกับน้ำกิน แล้วใช้รากผสมกับน้ำมะนาว นำมาทาแผลจะช่วยแก้พิษงูที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทก็ได้ และให้นำส่วนที่เหลือมาผสมกับน้ำดื่มเพื่อช่วยขับพิษงูอีกทาง (ราก)[1],[3],[4]
  12. ช่วยแก้อาการปวดฝี (ราก)[1]
  13. รากใช้ฝนเกลื่อนฝี หรือใช้ดูดหนองเมื่อฝีแตก (ราก)[1],[4]
  14. รากนำมาใช้ฝนทาแก้อาการฟกช้ำบวม เคล็ดขัดยอก (ราก)[1],[4]
  15. รากใช้ผสมกับปลาไหลเผือก และพญาไฟ ใช้ฝนกับน้ำกินถอนเมาเหล้า (ราก)[1]
advertisement M11

ข้อมูลทางเภสัชวิทยาของโลดทะนงแดง

  • จากการศึกษาวิจัยในสัตว์ทดลอง ด้วยการป้อนน้ำยาสมุนไพรโลทะนงแดงที่ความเข้ม 50 กรัมต่อลิตร หลังจากหนูทดลองได้รับพิษงูเห่าด้วยการฉีดพิษเป็นเวลา 5 นาที พบว่าน้ำยาโลดทะนงแดงสามารถช่วยืดอายุการตายของหนูได้[7]
  • มีนักวิจัยพิสูจน์มาแล้วว่าสารจากโลดทะนง สามารถช่วยจับกับโปรตีนพิษงูได้จริง[8]

ประโยชน์ของโลดทะนงแดง

  1. รากใช้ฝนกับน้ำกินช่วยทำให้เลิกดื่มเหล้า (ราก)[1],[4]
  2. เหง้าใช้ฝนทาแก้สิว แก้ฝ้า (เหง้า)[1]
  3. โรงพยาบาลกาบเชิงได้มีการใช้ตำรับยาสมุนไพรโลดทะนงแดงในการรักษาผู้ที่ถูกงูเห่ากัดประมาณ 80 ราย โดยไม่ต้องใช้เซรุ่มแก้พิษงู และพบว่าทุกรายปลอดภัยไม่มีเสียชีวิต นอกจากนี้ทางมหาวิทยาลัยมหาสารคามเคยวิจัยโดยใช้สมุนไพรชนิดนี้ในการรักษาตำรวจตระเวนชายแดนที่ถูกงูเห่ากัดจำนวน 36 นาย โดยไม่ใช้เซรุ่มแก้พิษในการรักษา และพบว่าได้ผลดีเกินคาด ไม่มีผู้เสียชีวิตแต่อย่างใด อีกทั้งยังไม่พบผลข้างเคียงอีกด้วย[3]
  4. แม้การใช้เซรุ่มจะแก้พิษงูเห่าได้ แต่แผลที่เปื่อยจากพิษงู เซรุ่มไม่ได้ช่วย ถ้าหากใช้โลดทะนงแดง พิษของงูก็จะสลายและแผลก็ไม่เปื่อย (นพ. วีรพัฒน์ เงาธรรมทรรศน์)[8]

รากโลดทะนงแดง

References
  1. ฐานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี.  “โลดทะนงแดง“.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: www.phargarden.com.  [16 ธ.ค. 2013].
  2. ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม. “โลดทะนงแดง“.  อ้างอิงใน: หนังสือพรรณไม้สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ เล่ม 3.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: www.qsbg.org.  [16 ธ.ค. 2013].
  3. สำนักงานพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารสุขภาพ.  “ค้นพบโลดทะนงแดงสมุนไพรแก้พิษงูเห่า“.  อ้างอิงใน: หนังสือพิมพ์ไทยรัฐฉบับวันที่ 24/04/55.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: www.hiso.or.th.  [16 ธ.ค. 2013].
  4. อุทยานธรรมชาติวิทยาสิรีรุกขชาติ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล.  “โลดทะนง“.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: www.pharmacy.mahidol.ac.th/siri.  [16 ธ.ค. 2013].
  5. ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม. “โลดทะนงขาว“.  อ้างอิงใน: หนังสือพรรณไม้สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ เล่ม 3.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: www.qsbg.org.  [16 ธ.ค. 2013].
  6. ศูนย์กลางการเกษตรเสมือนจริง คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.  “โลดทะนงขาว หายาก รากเป็นยาดี“.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: www.oocities.org/yai25/.  [16 ธ.ค. 2013].
  7. หน่วยบริการฐานข้อมูลสมุนไพร สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: www.medplant.mahidol.ac.th.  [16 ธ.ค. 2013].
  8. GotoKnow.  “ทดสอบ โลดทะนงแดง สัตว์มีพิษกัดหมอ“.  [ออนไลน์].  (นพ. วีรพัฒน์ เงาธรรมทรรศน์).  เข้าถึงได้จาก: www.gotoknow.org.  [16 ธ.ค. 2013].

ภาพประกอบ : www.thaicrudedrug.com (by Sudarat Homhual), www.phargarden.com (by Sudarat Homhual), www..pharmacy.mahidol.ac.th

เรียบเรียงข้อมูลโดยเว็บไซต์เมดไทย (MedThai)

advertisement M12

แสดงความคิดเห็น
  • ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้องกับการโฆษณาจะไม่ได้รับการเผยแพร่ในทุกกรณี
  • ติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านแฟนเพจ
Recommended for you

Disclaimer : บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ โปรดอ่านเพิ่มเติมหน้านโยบายและเงื่อนไขการใช้งานเว็บไซต์

© 2013-2016 MedThai
All Right Reserved.