• icon-facebook
  • icon-twitter
  • icon-google

โกฐน้ําเต้า สรรพคุณและประโยชน์ของต้นโกฐน้ำเต้า 22 ข้อ ! (ตั่วอึ๊ง)

POSTED: เวลา 6:59 น. 05 กุมภาพันธ์ 2014, UPDATED: 01 มีนาคม 2016
โกฐน้ำเต้า

advertisement M10

โกฐน้ําเต้า

โกฐน้ำเต้า ภาษาอังกฤษ Rhubarb[1],[2],[3]

โกฐน้ําเต้า ชื่อวิทยาศาสตร์ Rheum palmatum L. จัดอยู่ในวงศ์ผักไผ่ (POLYGONACEAE)

สมุนไพรโกฐน้ำเต้า มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า ตั้วอึ้ง (จีน), ตั่วอึ๊ง (จีนแต้จิ๋ว), ต้าหวง (จีนกลาง) เป็นต้น[1],[2],[3]

ลักษณะของโกฐน้ำเต้า

  • ต้นโกฐน้ำเต้า เป็นพันธุ์ไม้ที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในแถบภาคยุโรป ในประเทศอินเดีย จีน ทิเบต รัสเซีย โดยจัดเป็นพรรณไม้พุ่ม ที่มีความสูงของต้นประมาณ 2 เมตร ต้นแตกกิ่งก้านสาขามากและมีใบเป็นพุ่ม เปลือกลำต้นเป็นสีเขียวเรียบมัน มีลายเล็กน้อยและไม่มีขนปกคุลม มีเหง้าอยู่ใต้ดินขนาดป้อมและใหญ่ เนื้อนิ่ม ลำต้นใต้ดินมีลักษณะเป็นโพรงกลวง และมียางสีเหลือง ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการแยกลำต้น และวิธีการเพาะเมล็ด[1],[2]

ต้นโกฐน้ําเต้า

ต้นโกฐน้ำเต้า

  • ใบโกฐน้ำเต้า ใบเป็นใบเดี่ยวออกเรียงสลับกัน ลักษณะของใบเป็นรูปไข่เป็นแฉกคล้ายนิ้วมือ มีแฉกประมาณ 3-7 แฉก มีขนาดกว้างและยาวใกล้เคียงกัน ใบมีขนาดประมาณ 35-40 เซนติเมตร ปลายใบแหลม โคนใบเว้าเข้าหากันคล้ายรูปหัวใจ ส่วนขอบใบเป็นหยักแบบฟันเลื่อยเล็กน้อย หน้าใบและหลังใบมีขนขึ้นปกคลุม ก้านใบมีขนาดใหญ่และยาว ตรงบริเวณก้านใบมีขนสีขาวปกคลุมอยู่[1]

ใบโกฐน้ำเต้า

  • ดอกโกฐน้ำเต้า ออกดอกเป็นช่อบริเวณปลายกิ่งก้าน ดอกเป็นข้อ ๆ ในก้านช่อกิ่งหนึ่งจะมีประมาณ 7-10 ช่อ ก้านดอกมีความยาวประมาณ 3-4 มิลลิเมตร ดอกย่อยจะแยกออกเป็นแฉก 6 แฉก ดอกมีความยาวประมาณ 1.5 มิลลิเมตร ส่วนกลีบดอกเรียงซ้อนกันเป็นชั้น 2 ชั้น ดอกมีเกสรเพศผู้จำนวน 9 อัน[1],[2]

ดอกโกฐน้ำเต้า

ดอกโกฐน้ําเต้า

  • ผลโกฐน้ำเต้า ผลมีลักษณะเป็นรูปไข่คล้ายสามเหลี่ยม บริเวณเหลี่ยมจะมีเยื่อบาง ๆ หุ้มอยู่ ผลเป็นสีน้ำตาลเข้ม ผลมีขนาดกว้างประมาณ 7-8 มิลลิเมตร และยาวประมาณ 9-10 มิลลิเมตร โดยผลจะแก่ในช่วงเดือนสิงหาคม[1],[2]

สรรพคุณของโกฐน้ำเต้า

  1. เหง้ามีรสขมและมีกลิ่นหอม ใช้เป็นยาเย็น ออกฤทธิ์ต่อกระเพาะ ลำไส้ และตับ ใช้เป็นยาดับพิษร้อน ขับพิษร้อน ระบายความร้อน ขับพิษในร่างกาย ใช้ในผู้ป่วยที่มีระบบโลหิตร้อน (อาเจียนเป็นเลือด มีเลือดกำเดา ตาแดง เหงือกบวม คอบวม) (เหง้า)[1],[3]
  2. ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของโลหิต ช่วยกระจายเลือดคั่ง (เหง้า)[3]
  3. ใช้เป็นยาบำรุงธาตุให้เป็นปกติ ช่วยแก้ธาตุพิการ และคายพิษในธาตุ (เหง้า)[1],[2]
  4. เหง้าใช้แก้โรคตาแดงแสบร้อน แก้โรคในดวงตา (เหง้า)[1],[2]
  5. ช่วยแก้โลหิตกำเดา (เหง้า)[1]
  6. ช่วยแก้อาการอาเจียนเป็นเลือด (เหง้า)[1]
  7. ใช้เป็นยาลดไข้และความร้อนในร่างกาย (เหง้า)[4]
  8. ช่วยแก้อาการตัวเหลือง (เหง้า)[1]
  9. ช่วยบำรุงกระเพาะอาหารและช่วยในการย่อยอาหาร (เหง้า)[2]
  10. ช่วยแก้อาการท้องเสีย (เหง้า)[1],[2]
  11. ช่วยแก้อาการท้องผูก เป็นยาระบาย ช่วยขับของเสียตกค้างที่อยู่ภายในกระเพาะอาหารและลำไส้ (อาการท้องผูกจากภาวะร้อน ตัวร้อนจัด) หยางในระบบม้ามไม่เพียงพอ มีของเสียและความเย็นตกค้าง ทำให้เกิดอาการท้องผูก มีอาหารตกค้าง มีอาการปวดท้องน้อย ทำให้ขับถ่ายไม่สะดวก และมีฤทธิ์ทำให้ลำไส้บีบตัว (เหง้า)[1],[2],[3]
  12. ใช้เป็นยาแก้อุจจาระ และปัสสาวะไม่ปกติ (เหง้า)[1],[2]
  13. ช่วยแก้ริดสีดวงทวาร ริดสีดวงงอก (เหง้า)[1],[2]
  14. แก้เลือดอุดตันหรือเลือดคั่ง ทำให้ประจำเดือนของสตรีมาไม่ปกติ (เหง้า)[1],[3]
  15. ช่วยแก้ไส้ติ่งอักเสบเฉียบพลัน (เหง้า)[1]
  16. ช่วยแก้ตับอักเสบเฉียบพลัน (เหง้า)[1]
  17. เหง้าใช้เป็นยาภายนอก เป็นยารักษาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก (เหง้า)[1]
  18. ช่วยแก้ผิวหนังอักเสบติดเชื้อ (ใช้เหง้าเป็นยาภายนอก)[1]
  19. ช่วยแก้แผลฝีหนองบวมตามผิวหนัง (ใช้เหง้าเป็นยาภายนอก)[1],[3]
  20. ช่วยแก้อาการฟกช้ำ ช้ำใน มีเลือดคั่ง ปวด บวม (เหง้า)[3]
  21. โกฐน้ำเต้าจัดอยู่ในตำรับยา “พิกัดตรีฉันทลามก” ซึ่งในตำรับประกอบไปด้วยสมุนไพร 3 อย่าง ได้แก่ โกฐน้ำเต้า รงทอง และสมอไทย ซึ่งเป็นตำรับยาที่มีสรรพคุณช่วยบำรุงธาตุในร่างกาย แก้ไข้เพื่อเสมหะ ขับลม ถ่ายโลหิตและน้ำเหลือง
advertisement M11

สรรพคุณโกฐน้ำเต้าตามตำรับยาจีน

  • โกฐน้ําเต้าผัดเหล้า มีสรรพคุณช่วยขับพิษร้อนในเลือด โดยเฉพาะส่วนบนของร่างกายตั้งแต่ลิ้นปี่ขึ้นไป ได้ แก่ ปวด หัวใจ[3]
  • โกฐน้ำเต้าถ่าน มีสรรพคุณช่วยระบายความร้อนในระบบโลหิต ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของโลหิต และช่วยห้ามเลือด[3]
  • โกฐน้ำเต้านึ่งเหล้า มีสรรพคุณช่วยระบายความร้อนและขับสารพิษในร่างกาย และช่วยลดฤทธิ์ยาถ่ายของโกฐน้ำเต้าให้มีความรุนแรงน้อยลง[3]
  • โกฐน้ำเต้าผัดน้ำส้ม มีสรรพคุณช่วยขับของเสียที่ตกค้างอยู่ภายในกระเพาะอาหารและลำไส้[3]

โกฐน้ําเต้า

วิธีใช้โกฐน้ำเต้า

  • หากเป็นเหง้าแห้ง ให้ใช้ครั้งละประมาณ 3-12 กรัม[1] (บ้างว่าใช้ในขนาด 3-30 กรัม[3]) นำมาต้มกับน้ำเป็นยาดื่ม แต่ถ้าเป็นเหง้าแบบที่บดเป็นผงมาแล้วให้ใช้ครั้งละประมาณ 1-1.5 กรัม[1]

ข้อมูลทางเภสัชวิทยาของโกฐน้ำเต้า

  • เหง้าของโกฐน้ำเต้า พบสาร Aloe-Emodin, Emodin, Chrysophanol, Rehein, Sennoside A, B, C (ซึ่งเป็นสารชนิดเดียวกันกับที่พบในมะขามแขก) และยาดำ ส่วนใบโกฐน้ำเต้า พบสาร Hyperoside เป็นต้น[1]
  • โกฐน้ําเต้า มีสารในกลุ่มเอนทราควิโนน (สาร Sennosides และสาร Rheirpsides) ซึ่งเป็นสารที่ออกฤทธิ์โดยการกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้และทำให้น้ำในลำไส้ใหญ่มีปริมาณเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากของเหลวได้ถูกดูดซึมเข้าสู่เยื่อเมือกของลำไส้ใหญ่ โดยสารในกลุ่มนี้จะใช้เวลาในการออกฤทธิ์ประมาณ 6-8 ชั่วโมง[1]
  • โกฐน้ำเต้า มีสารแทนนิน (Tannin) ซึ่งเป็นสารที่มีฤทธิ์ฝาดสมาน ใช้ได้ทั้งการห้ามเลือดทั้งภายนอกและภายใน สามารถนำมาใช้เป็นยารักษาป้องกันการตกเลือด หรือการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร และยังเหมาะสำหรับสตรีที่ประจำเดือนมาไม่เป็นปกติอีกด้วย[1]
  • โกฐน้ำเต้า มีฤทธิ์ในการกระตุ้นการขับน้ำดี ลดความดันโลหิต ทำให้เกล็ดเลือดจับกันเป็นลิ่ม ช่วยลดคอเลสเตอรอลในหลอดเลือด ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมโลหิตของเส้นเลือดฝอย กระตุ้นไขกระดูกให้สร้างเม็ดโลหิตแดง และยังมีฤทธิ์ต้านเชื้อจุลินทรีย์ได้อีกหลายชนิด[1]

ข้อควรระวังและผลข้างเคียงในการใช้โกฐน้ำเต้า

  • เนื่องจากโกฐน้ำเต้านั้นมีฤทธิ์เป็นยาถ่ายอย่างรุนแรง ดังนั้นในเวลาต้มให้ใส่ทีหลัง และหากจะนำไปนึ่งกับเหล้าก็จะช่วยทำให้ฤทธิ์เป็นยาถ่ายน้อยลง และจะช่วยปรับการหมุนเวียนของโลหิตให้ดีขึ้นด้วย[3]
  • ห้ามใช้โกฐน้ําเต้าในผู้ป่วยที่มีอาการปวดเกร็งหรือมีอาการปวดเฉียบพลันในช่องท้อง ไตอักเสบ หรือมีอาการปวดท้อง คลื่นไส้อาเจียนโดยไม่ทราบสาเหตุ[3]
  • การใช้โกฐน้ำเต้าในปริมาณที่เกินขนาดอาจทำให้มีอาการปวดเฉียบพลัน มีอาการมวนเกร็งในลำไส้ และอุจจาระเหลวเหมือนน้ำ ดังนั้นคุณควรเลือกใช้โกฐน้ำเต้าเฉพาะในเมื่อไม่สามารถแก้อาการท้องผูกได้ด้วยวิธีอื่นแล้วเท่านั้น เช่น การปรับเปลี่ยนโภชนาการหรือการใช้ยาระบายชนิดที่ช่วยเพิ่มเส้นใสอาหาร หากใช้วิธีอื่น ๆ แล้วอาการท้องผูกยังไม่ดีขึ้น ก็ขอให้ใช้เป็นโกฐน้ำเต้าเพื่อเป็นยาแก้ท้องผูกเป็นตัวเลือกสุดท้าย[3]
  • ในกรณีที่ใช้โกฐน้ำเต้าแล้วมีอาการเลือดออกทางทวารหนัก หรือเมื่อใช้ในขนาดสูงแล้ว ลำไส้ยังไม่เกิดการเคลื่อนไหว อาจบ่งถึงภาวะรุนแรงที่อาจเกิดอันตรายได้[3]
  • การใช้โกฐน้ำเต้าติดต่อกันเป็นระยะเวลานานเกินกว่าที่กำหนดอาจทำให้ลำไส้เกิดความเคยชินได้[3]

ประโยชน์ของโกฐน้ําเต้า

  • ในต่างประเทศจะใช้ในส่วนของก้านใบนำมารับประทานเป็นผัก

คุณค่าทางโภชนาการของโกฐน้ำเต้าดิบ (ไม่ระบุว่าส่วนใด แต่เข้าใจว่าคือส่วนของก้านใบ) ต่อ 100 กรัม

  • พลังงาน 88 กิโลแคลอรี่
  • คาร์โบไฮเดรต 4.54 กรัม
  • น้ำตาล 1.1 กรัมผักโกฐน้ำเต้า
  • เส้นใยอาหาร 1.8 กรัม
  • ไขมัน 0.3 กรัม
  • โปรตีน 0.8 กรัม
  • วิตามินบี1 0.02 มิลลิกรัม 2%
  • วิตามินบี2 0.03 มิลลิกรัม 3%
  • วิตามินบี3 0.3 มิลลิกรัม 2%
  • วิตามินบี5 0.085 มิลลิกรัม 2%
  • วิตามินบี6 0.024 มิลลิกรัม 2%
  • วิตามินบี9 7 ไมโครกรัม 2%
  • โคลีน 6.1 มิลลิกรัม 1%
  • วิตามินซี 8 มิลลิกรัม 10%
  • วิตามินอี 0.27 มิลลิกรัม 2%
  • วิตามินเค 29.3 ไมโครกรัม 28%
  • ธาตุแคลเซียม 86 มิลลิกรัม 9%
  • ธาตุเหล็ก 0.22 มิลลิกรัม 2%
  • ธาตุแมกนีเซียม 12 มิลลิกรัม 3%
  • ธาตุแมงกานีส 0.196 มิลลิกรัม 9%
  • ธาตุฟอสฟอรัส 14 มิลลิกรัม 2
  • ธาตุโพแทสเซียม 288 มิลลิกรัม 6%
  • ธาตุโซเดียม 4 มิลลิกรัม 0%
  • ธาตุสังกะสี 0.1 มิลลิกรัม 1%

% ร้อยละของปริมาณแนะนำที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันสำหรับผู้ใหญ่ (แหล่งที่มา : USDA Nutrient database)

References
  1. หนังสือสารานุกรมสมุนไพรไทย-จีน ที่ใช้บ่อยในประเทศไทย.  “โกฐน้ําเต้า“.  (วิทยา บุญวรพัฒน์).  หน้า 108.
  2. หนังสือพจนานุกรมสมุนไพรไทย, ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 5. “โกฐน้ำเต้า“.  (ดร.วิทย์ เที่ยงบูรณธรรม).  หน้า 79-80.
  3. สถาบันการแพทย์ไทย-จีน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้.  “ตั่วอึ๊ง“.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: tcm.dtam.moph.go.th.  [05 ก.พ. 2014].
  4. มูลนิธิสุขภาพไทย.  “เปิดผลงานวิจัยสมุนไพรไทย ชวนคนไทยเลิกพึ่งพาราเซลตามอล“.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: www.thaihof.org.  [05 ก.พ. 2014].

ภาพประกอบ : www.flickr.com (by vilb, Planting Designer-John Schoolmeesters, milenedekezel, vanaspati1, Aiko, Thomas & Juliette+Isaac, ksbuehler)

เรียบเรียงข้อมูลโดยเว็บไซต์เมดไทย (MedThai)

advertisement M12

แสดงความคิดเห็น
  • ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้องกับการโฆษณาจะไม่ได้รับการเผยแพร่ในทุกกรณี
  • ติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านแฟนเพจ
Recommended for you

Disclaimer : บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ โปรดอ่านเพิ่มเติมหน้านโยบายและเงื่อนไขการใช้งานเว็บไซต์

© 2013-2016 MedThai
All Right Reserved.