• icon-facebook
  • icon-twitter
  • icon-google

แคนา สรรพคุณและประโยชน์ของต้นแคนา 23 ข้อ ! (แคขาว)

POSTED: เวลา 7:38 น. 26 ธันวาคม 2013, UPDATED: 02 มีนาคม 2016
แคนา

advertisement M10

แคนา

แคนา ชื่อวิทยาศาสตร์ Dolichandrone serrulata (Wall. ex DC.) Seem. (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Bignonia serratula Wall. ex DC., Bignonia serrulata Wall. ex DC., Spathodea serrulata (Wall. ex DC.) DC., Stereospermum serrulatum DC.)[1] จัดอยู่ในวงศ์แคหางค่าง (BIGNONIACEAE)[1]

สมุนไพรแคนา มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า แคขาว แคเก็ตวา แคเก็ตถวา แคเค็ตถวา (เชียงใหม่), แคภูฮ่อ (ลำปาง), แคป่า (เลย, ลำปาง), แคทราย (นครราชสีมา), แคยาว แคอาว (ปราจีนบุรี), แคยอดดำ (สุราษฎร์ธานี), แคตุ้ย แคแน แคฝา แคฝอย แคหยุยฮ่อ แคแหนแห้ (ภาคเหนือ), แคนา (ภาคกลาง) เป็นต้น[1],[2],[3],[5]

ลักษณะของแคนา

  • ต้นแคนา หรือ ต้นแคป่า จัดเป็นไม้ยืนต้นผลัดใบขนาดเล็กถึงขนาดกลาง มีความสูงของลำต้นได้ถึง 10-20 เมตร ลำต้นเปลาตรง มักแตกกิ่งต่ำ เปลือกของลำต้นเป็นสีน้ำตาลอ่อนอมสีเทา และอาจมีจุดดำประ ผิวต้นเรียบหรือล่อนเป็นเกล็ดขนาดเล็ก ๆ ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ดและการปักชำราก โดยสามารถพบต้นแคนาได้ตามป่า ตามทุ่ง ตามไร่น่า และตามป่าเบญจพรรณทั่วไป[1],[3],[4] มีเขตการกระจายพันธุ์อยู่ในประเทศลาว พม่า เวียดนาม และในประเทศไทยสามารถพบได้ทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และทางภาคกลาง โดยอาจจะได้ประปรายในป่าเบญจพรรณ และพบได้บ่อยตามนาข้าวทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ระดับความสูงไม่เกิน 300 เมตร[2],[5]

ต้นแคนาต้นแคป่า

  • ใบแคนา มีใบเป็นใบประกอบแบบขนชั้นเดียวปลายคี่ ออกตรงข้ามกันประมาณ 3-5 คู่ ลักษณะของใบเป็นรูปไข่แกมขอบขนาน ปลายใบแหลม โคนใบเบี้ยว ส่วนขอบใบหยักเป็นแบบซี่ฟันตื้น ๆ ใบมีขนาดกว้างประมาณ 2.5-7 เซนติเมตร และยาวประมาณ 6-16 เซนติเมตร ผิวใบด้านล่างมีขนสั้นอยู่ประปรายบนก้านใบ ส่วนก้านใบย่อยมีความยาวประมาณ 7-10 มิลลิเมตร[1]

ใบแคนา

  • ดอกแคนา ออกดอกเป็นช่อแบบช่อกระจะสั้น ดอกมีขนาดใหญ่ ลักษณะของดอกเป็นรูปแตรสีขาว โดยจะออกดอกตามปลายกิ่ง ดอกยาวประมาณ 2-3 เซนติเมตร ส่วนก้านดอกยาวประมาณ 1.8-4 เซนติเมตร ในแต่ละช่อจะมีดอกอยู่ประมาณ 2-10 ดอก กลีบเลี้ยงหนาและเหนียว ปลายเรียวเล็กและโค้งยาวประมาณ 3-4 เซนติเมตร หุ้มดอกตูมมิด เชื่อมติดกันเป็นหลอดโค้งปลายแหลม เมื่อดอกบานจะมีรอยแตกทางด้านล่าง มีลักษณะเป็นกาบหุ้มกลีบดอกติดกันเป็นท่อ ส่วนปลายขยายออกเป็นรูประฆัง และจะแยกออกเป็นแฉก 5 แฉก กลีบดอกเชื่อมติดกัน ยาวประมาณ 16-18 เซนติเมตร ส่วนหลอดกลีบดอกจะยาวประมาณ 13-14 เซนติเมตร ส่วนโคนจะแคบเป็นหลอด สีเขียวอ่อน ส่วนบนจะบานออกคล้ายกรวยเป็นสีขาวแกมสีขมพู แฉกกลีบดอกมีอยู่ 5 กลีบ ลักษณะเป็นรูปไข่ ยาวประมาณ 3-4 เซนติเมตร ที่ขอบกลีบจะย่นเป็นคลื่น ๆ ดอกเป็นสีขาว ดอกตูมเป็นสีเขียวอ่อน ๆ โคนกลีบมีสีน้ำตาลปน ดอกมีเกสรตัวผู้ 4 อัน ติดอยู่ด้านในของท่อกลีบดอก ปลายแยก มีขนาดสั้น 2 อัน และยาว 2 อัน และยังมีเกสรตัวผู้ที่เป็นหมันอีก 1 อัน มีรูปร่างเป็นเส้นเรียวเล็กคล้ายเส้นด้ายมีความยาวประมาณ 1 เซนติเมตร ส่วนอับเรณูยาวประมาณ 1 เซนติเมตร เป็นสีเทาดำ และจานฐานดอกเป็นรูปเบาะ เป็นพูตื้น ๆ และมีเกสรตัวเมียอยู่ 1 อัน โดยดอกแคนาจะค่อย ๆ บานทีละดอก ดอกมีกลิ่นหอม ดอกบานในตอนกลางคืน และจะออกดอกในช่วงเดือนมีนาคมถึงเดือนมิถุนายน[1]

ดอกแคป่า

ดอกแคนา

ดอกแคขาว

  • ผลแคนา ผลเป็นฝัก ออกฝักช่อละประมาณ 3-4 ฝัก ลักษณะของฝักแบนเป็นรูปขอบขนาน ฝักโค้งและบิดเป็นเกลียว ฝักมีความยาวประมาณ 40-60 เซนติเมตร ส่วนเมล็ดเป็นรูปสีเหลี่ยม ยาวประมาณ 2.2-2.8 เซนติเมตร รวมปีกบางใส[1],[5]

ฝักแคป่า

ฝักแคนา

สรรพคุณของแคนา

  1. รากมีรสเย็น สรรพคุณช่วยบำรุงโลหิต (ราก)[1]
  2. แคนา สรรพคุณของเมล็ดใช้เป็นยาแก้อาการปวดประสาท (เมล็ด)[1]
  3. ช่วยในการนอนหลับ (ดอก)[6]
  4. ช่วยแก้โรคชัก (เมล็ด)[1]
  5. ช่วยแก้ไข้ลมหัวได้เช่นเดียวกับดอกแคบ้าน (ดอก)[6]
  6. ใบนำมาต้มกับน้ำเป็นยาบ้วนปาก (ใบ)[1]
  7. ดอกมีรสหวานเย็น ใช้เป็นยาขับเสมหะ โลหิต และลม (ดอก)[1]
  8. ช่วยแก้แก้เสมหะและลม (ราก)[1]
  9. ใช้ต้มรับประทานแก้อาการท้องร่วง (ไม่ระบุส่วนที่ใช้)[2],[3]
  10. ช่วยแก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ โดยใช้กับสตรีหลังคลอดบุตร (เปลือกต้น)[1]
  11. ช่วยขับผายลม (ดอก)[1]
  12. ช่วยในการขับถ่ายให้สะดวกสบายยิ่งขึ้น (ดอก)[6]
  13. ช่วยแก้พยาธิ (ไม่ระบุส่วนที่ใช้)[2],[3]
  14. ช่วยแก้ริดสีดวงงอก (ไม่ระบุส่วนที่ใช้)[2],[3]
  15. ช่วยแก้อาการตกเลือด (ไม่ระบุส่วนที่ใช้)[2],[3]
  16. ใบใช้ตำพอกรักษาแผล (ใบ)[1]
  17. ช่วยแก้ฝีราก (ไม่ระบุส่วนที่ใช้)[2],[3]
  18. ใช้เป็นยาแก้บวม (ไม่ระบุส่วนที่ใช้)[2],[3]
advertisement M11

ประโยชน์ของแคนา

  1. ดอกแคนาสามารถนำมาใช้ประกอบอาหารได้ โดยนำมาทำเป็นแกงส้ม หรือจะนำดอกมาลวก หรือต้มจิ้มกินกับน้ำพริกก็ได้เช่นกัน[1],[3]
  2. รสขมของดอกแคนาจะช่วยทำให้รับปะทานอาหารอร่อยยิ่งขึ้น[6]
  3. ต้นแคนาเป็นต้นไม้ทรงพุ่ม ใบและฝักแลดูสวยงาม เหมาะสำหรับปลูกเป็นไม้สำหรับให้ร่มเงาและเป็นไม้ประดับเสริมจุดเด่นให้สวนที่ปลูกได้[4]
  4. ใช้เป็นอาหารสัตว์ เช่น วัว ควาย (ข้อมูลไม่ได้ระบุแน่ชัดว่าใช้ส่วนไหน แต่เข้าใจว่าเป็นดอก)[4]
  5. เนื้อไม้ของต้นแคนาสามารถนำมาใช้ทำสิ่งก่อสร้างอาหารบ้านเรือนได้ เช่น ทำเป็นเสา ไม้กระดาน ฝาเพด้าน พื้น ฯลฯ[2],[3]

แคป่า

References
  1. ฐานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี.  “แคนา“.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: www.phargarden.com.  [26 ธ.ค. 2013].
  2. ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม.  “แคขาว“.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: www.qsbg.org.  [26 ธ.ค. 2013].
  3. มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์.  “แคขาว“.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: www.uru.ac.th.  [26 ธ.ค. 2013].
  4. ระบบฐานข้อมูลทรัพยากรชีวภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่นของชุมชน สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน).  “แคนา“.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: www.bedo.or.th.  [26 ธ.ค. 2013].
  5. สารานุกรมพืชในประเทศไทย สำนักงานพอพรรณไม้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช.  “แคขาว“.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: www.dnp.go.th/botany/.  [26 ธ.ค. 2013].
  6. ไทยโพสต์.  “แคป่า บานกลางกรุง ตอกย้ำความอร่อยของผักตามฤดูกาล“.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: www.thaipost.net.  [26 ธ.ค. 2013].

ภาพประกอบ : www.flickr.com (by SierraSunrise), www.phargarden.com, เว็บไซต์ kaentong.com (by kaentong)

เรียบเรียงข้อมูลโดยเว็บไซต์เมดไทย (MedThai)

advertisement M12

แสดงความคิดเห็น
  • ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้องกับการโฆษณาจะไม่ได้รับการเผยแพร่ในทุกกรณี
  • ติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านแฟนเพจ
Recommended for you

Disclaimer : บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ โปรดอ่านเพิ่มเติมหน้านโยบายและเงื่อนไขการใช้งานเว็บไซต์

© 2013-2016 MedThai
All Right Reserved.