• icon-facebook
  • icon-twitter
  • icon-google

20 สรรพคุณและประโยชน์ของแคนตาลูป ! (Cantaloupe)

POSTED: เวลา 8:30 น. 04 กรกฎาคม 2013, UPDATED: 16 ตุลาคม 2016
แคนตาลูป

advertisement M10

แคนตาลูป

แคนตาลูป (Cantaloupe) หรือ “แตงแคนตาลูป” แคนตาลูป ชื่อวิทยาศาสตร์ คือ “Cucumis melo L. var. cantaloupensis” เป็นผลไม้เพื่อสุขภาพชนิดหนึ่งที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศอินเดีย แต่มีผู้นำผลไม้ชนิดนี้ไปปลูกที่ประเทศอิตาลีในเมือง “แคนตาลูโป (Cantalupu)” ซึ่งอยู่ใกล้กับกรุงโรม จึงเป็นที่มาของชื่อผลไม้ชนิดนี้ โดยผลไม้ชนิดนี้ได้นำเข้ามาในประเทศไทยเมื่อ พ.ศ.2478 โดยปลูกครั้งแรกที่จังหวัดเชียงใหม่ แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ จนได้มีการนำมาทดลองปลูกที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ปรากฏว่าได้ผลดี โดยแหล่งปลูกแคนตาลูปที่สำคัญของประเทศในปัจจุบันอยู่ที่ อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดเชียงใหม่ และกรุงเทพมหานคร

แคนตาลูป จะมีลักษณะคล้าย ๆ กับ “แตงไทย” บ้านเรา คนไทยจึงนิยมเรียกกันว่า แตงเทศ, แตงฝรั่ง, แตงไทยฝรั่ง โดยลักษณะของผลจะกลม ผิวมีสีเขียว เหลือง ขาว น้ำตาลคล้ำ ทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับสายพันธุ์นั้น ๆ เป็นหลัก ผิวของผลจะหยาบ เปลือกแข็ง มีร่องลึกรอบ ๆ ผล เปลือกจะมีลายคล้ายร่างแหหรือตาข่าย เมื่อสุกแล้วเนื้อข้างในจะมีสีส้มหรือสีจำปา รสชาติออกหวาน มีกลิ่นหอม แต่ถ้าจะนำมาทำน้ำแคนตาลูป แนะนำว่าควรเลือกแคนตาลูปที่กำลังสุกพอดี ถ้าอ่อนมากเกินไปจะไม่มีกลิ่นหอม แต่ถ้าสุกมากเกินไปเมื่อลองเขย่าดูจะมีน้ำอยู่ข้างใน ยิ่งเสียงน้ำมากเท่าไหร่แปลว่ายิ่งสุกมากเท่านั้น และให้เลือกผลขนาดกลาง ๆ น้ำหนักประมาณ 1 กิโลกรัม โดยเลือกผิวที่เรียบตึง ไม่เป็นรอยหยักหรือเลือกที่เป็นสีนวลเหมือนเปลือกไข่ก็ใช้ได้

สำหรับประโยชน์ของแคนตาลูปและสรรพคุณของแคนตาลูปนั้นมีอยู่มากมาย เพราะอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิดที่จำเป็นต่อร่างกาย เช่น วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 ธาตุแคลเซียม ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุโซเดียม ธาตุโพแทสเซียม ธาตุเหล็ก โดยแคนตาลูป 1 ชิ้น น้ำหนักประมาณ 250 กรัม ให้พลังงาน 40 แคลอรี ซึ่งแคนตาลูปที่ปลูกในช่วงฤดูกาลประมาณเดือนเมษายน จะมีวิตามิน 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 และวิตามินซีมากกว่าแคนตาลูปที่ปลูกนอกช่วงฤดูกาล

ประโยชน์ของแคนตาลูป

  1. ช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใส
  2. ช่วยในการชะลอวัยและลดการเกิดริ้วรอย
  3. มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยต่อต้านการเกิดโรคมะเร็ง
  4. ช่วยเสริมสร้างภูมิร่างกายให้แก่ร่างกาย
  5. ช่วยบำรุงและรักษาสายตา
  6. มีส่วนช่วยบำรุงระบบประสาทและสมอง
  7. มีส่วนช่วยในเรื่องของการเกิดสมาธิ
  8. น้ำแคนตาลูปปั่น หวานสดชื่น ดับร้อน แก้กระหายได้เป็นอย่างดี วิธีการทำง่าย ๆ คือ ปอกเปลือกแคนตาลูปแล้วนำเมล็ดออก > นำมาหั่นเป็นชิ้นเล็กประมาณ 1 ถ้วย > แตงโมเอาเม็ดออกครึ่งถ้วย > น้ำส้มคั้นครึ่งถ้วย > มะนาว 1 ช้อนชา > ใส่ส่วนผสมทั้งหมดลงในเครื่องปั่น > ปั่นจนได้ที่ เสร็จแล้วน้ำแคนตาลูปฝีมือของเรา
  9. มีสรรพคุณเป็นยาบำรุงธาตุ
  10. มีส่วนช่วยรักษาโรคความดันโลหิต
  11. ช่วยป้องกันและรักษาโรคเลือดออกตามไรฟัน
  12. ช่วยในการลดไข้ เพราะน้ำแคนตาลูปเป็นผลไม้เย็น
  13. ช่วยดับร้อน แก้กระหาย
  14. ช่วยเป็นยาขับปัสสาวะ
  15. ช่วยบรรเทาอาการอักเสบของทางเดินปัสสาวะ
  16. ช่วยเคลือบกระเพาะอาหาร บรรเทาอาการอักเสบของลำไส้
  17. ช่วยบรรเทาอาการท้องปั่นป่วนจากการรับประทานอาหารไม่ตรงเวลา
  18. ช่วยในการขับน้ำนม
  19. ช่วยในการขับเหงื่อ
  20. ช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง
advertisement M11

คุณค่าทางโภชนาการของแคนตาลูปต่อ 100 กรัม

  • พลังงาน 34 กิโลแคลอรี
  • คาร์โบไฮเดรต 8.16 กรัม
  • น้ำตาล 7.86 กรัม
  • เส้นใย 0.9 กรัม
  • ไขมัน 0.19 กรัม
  • ประโยชน์ของแคนตาลูปโปรตีน 0.84 กรัม
  • วิตามินเอ 169 ไมโครกรัม 21%
  • เบตาแคโรทีน 2,020 ไมโครกรัม 19%
  • ลูทีนและซีแซนทีน 26 ไมโครกรัม
  • วิตามินบี 1 0.041 มิลลิกรัม 4%
  • วิตามินบี 2 0.019 มิลลิกรัม 2%
  • วิตามินบี 3 0.734 มิลลิกรัม 5%
  • วิตามินบี 5 0.105 มิลลิกรัม 2%
  • วิตามินบี 6 0.072 มิลลิกรัม 6%
  • วิตามินบี 9 21 ไมโครกรัม 5%
  • โคลีน 7.6 มิลลิกรัม 2%
  • วิตามินซี 36.7 มิลลิกรัม 44%
  • วิตามินเค 2.5 ไมโครกรัม 2%
  • ธาตุแคลเซียม 9 มิลลิกรัม 1%
  • ธาตุเหล็ก 0.21 มิลลิกรัม 2%
  • ธาตุแมกนีเซียม 12 มิลลิกรัม 3%
  • ธาตุแมงกานีส 0.41 มิลลิกรัม 20%
  • ธาตุฟอสฟอรัส 15 มิลลิกรัม 2%
  • โพแทสเซียม 267 มิลลิกรัม 6%
  • ธาตุโซเดียม 16 มิลลิกรัม 1%
  • ธาตุสังกะสี 0.18 มิลลิกรัม 2%

% ร้อยละของปริมาณแนะนำที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันสำหรับผู้ใหญ่ (ข้อมูลจาก : USDA Nutrient database)

ไม่ควรรับประทานแคนตาลูปติดต่อกันนานจนเกินไป เนื่องจากแคนตาลูปเป็นผลไม้ที่ดูแลยาก มีปัญหาเรื่องโรคต่าง ๆ และแมลงต่าง ๆ มากมาย โดยการปลูกแคนตาลูปนั้นต้องใช้ยาที่แรงและฉีดบ่อยมาก บางคนฉีดยาไม่เว้นแต่ละวัน แม้กระทั่งวันเก็บผลผลิตขายก็ยังฉีด ยามันจึงสะสมไว้ในลูกแคนตาลูป การรับประทานเข้าไปก็อาจจะสะสมไว้ในร่างกายเรื่อย ๆ ซึ่งอันตรายมาก” คำสัมภาษณ์จากลุงลอง นายลิขิต เคลื่อนดอน ผู้ปลูกแคนตาลูปในจังหวัดสระแก้ว

แหล่งอ้างอิง : วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี (EN), สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), บทสัมภาษณ์จากลุงลอง (นายลิขิต เคลื่อนดอน)

เรียบเรียงข้อมูลโดยเว็บไซต์เมดไทย (MedThai)

advertisement M12

แสดงความคิดเห็น
  • ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้องกับการโฆษณาจะไม่ได้รับการเผยแพร่ในทุกกรณี
  • ติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านแฟนเพจ
Recommended for you

Disclaimer : บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ โปรดอ่านเพิ่มเติมหน้านโยบายและเงื่อนไขการใช้งานเว็บไซต์

© 2013-2016 MedThai
All Right Reserved.