• icon-facebook
  • icon-twitter
  • icon-google

เลมอน สรรพคุณและประโยชน์ของเลมอน 22 ข้อ ! (Lemon)

POSTED: เวลา 12:26 น. 21 กรกฎาคม 2013, UPDATED: 07 พฤศจิกายน 2016
เลมอน

advertisement M10

เลมอน

เลมอน ชื่อสามัญ Lemon (อ่านว่า เล-ม่อน)

เลมอน ชื่อวิทยาศาสตร์ Citrus limon (L.) Osbeck (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Citrus × limonum Risso, Citrus × limonia Osbeck) จัดอยู่ในวงศ์ส้ม (RUTACEAE)

เลมอน (อ่านว่า เล-ม่อน) มีชื่อเรียกอื่นว่า มะนาวเทศ, มะนาวฝรั่ง, มะนาวนมยาน

เลมอนเป็นผลไม้ที่จัดอยู่ในตระกูลส้ม มีลักษณะเป็นไม้พุ่ม ปลายยอดมีหนามแหลม ลักษณะของใบเป็นใบเดี่ยว เมื่อนำมาขยี้จะมีกลิ่นหอมแรง ส่วนลักษณะของดอกเลมอน ดอกมีกลิ่นหอม และมีสีขาว ส่วนลักษณะของผลเลมอน เป็นรูปกลมรี ที่ปลายผลจะมีติ่งแหลม ผลอ่อนมีสีเขียว เมื่อสุกจะเป็นสีเหลือง ในผลมีเมล็ดหลายเมล็ด เนื้อผลฉ่ำน้ำและมีรสเปรี้ยว

เลมอน กับ มะนาว อย่าจำสับสนกันนะครับ เพราะมันคือคนละชนิดกัน เลมอนคือมะนาวนมยาน (สีเหลือง) ใช้คำว่า Lemon ส่วนมะนาวลูกเขียว ๆ กลม ๆ เล็ก ๆ ที่เราคุ้นเคยกันนั้นมันคือมะนาวหรือ Lime (ไลม์)

คำแนะนำ เนื่องจากเลมอนมีฤทธิ์เป็นกรดและอาจทำลายเคลือบฟันได้ ดังนั้นควรเจือจางด้วยน้ำก่อการนำมาใช้ และก่อนการนำมาใช้ทุกครั้งควรล้างทำความสะอาดให้ดีเสียก่อน

ต้นเลมอน

ประโยชน์ของเลมอน

  1. น้ำเลมอนช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรค ป้องกันหวัด
  2. เลมอนมีสารที่ช่วยต่อต้านมะเร็งอยู่หลายชนิด
  3. ช่วยป้องกันและรักษาโรคเลือดออกตามไรฟันได้
  4. เลมอนมีวิตามินพี ซึ่งมีส่วนช่วยทำให้หลอดเลือดแข็งแรง
  5. มีส่วนช่วยรักษาโรคความดันโลหิตสูง
  6. น้ำเลมอนช่วยบำรุงตับและกระตุ้นให้ตับผลิตน้ำดีได้มากยิ่งขึ้น จึงส่งผลให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้อย่างเป็นปกติตลอดทั้งวัน
  7. ประโยชน์ของเลมอน ช่วยทำความสะอาดลำไส้ กำจัดของเสียที่ตกค้างอยู่ในลำไส้
  8. ช่วยขับลมในลำไส้ (เปลือก)
  9. ช่วยรักษาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ จุกเสียดแน่นท้อง (เปลือก)
  10. สรรพคุณของเลมอนช่วยลดขนาดและละลายก้อนนิ้วในถุงน้ำดีและไตให้ขับออกมาทางปัสสาวะ
  11. สรรพคุณเลมอนช่วยลดปริมาณของกรดฟอสฟอริกในปัสสาวะให้น้อยลงจาก 1% เหลือ 0.13% ซึ่งเป็นผลดีต่อสุขภาพร่างกาย
  12. เลมอนสรรพคุณช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย
  13. ความเปรี้ยวและความเป็นกรดของเลมอนถูกนำไปใช้ในการทดลองทางวิทยาศาสตร์ต่าง ๆ เพื่อทดแทนกรดชนิดอื่นที่มีราคาสูงกว่า
  14. บางครั้งก็มีการนำเปลือกหรือกากมาใช้ทำเป็นอาหารและของหวาน
  15. ความเปรี้ยวของเลมอนสามารถนำมาใช้ดับกลิ่นคาวปลา ทำให้รสชาติกลมกล่อมมากยิ่งขึ้น แถมยังช่วยแก้เลี่ยนได้อีกด้วย
  16. เปลือกเลมอนมีฤทธิ์ในการช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้ และได้มีการนำมาใช้เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด น้ำยาล้างจาน เพื่อช่วยฆ่าเชื้อโรคและแบคทีเรีย เช่น บริเวณผ่าม่าน พรม โซฟา หรือเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ
  17. เลมอนมีประโยชน์ช่วยขจัดคราบและกลิ่นบนเขียงที่เราใช้รองหั่นผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ เพียงแค่ฝานเลมอนออกเป็นครึ่งลูก แล้วบีบน้ำลงบนเขียง หลังจากนั้นก็ใช้เปลือกเลมอนนี่แหละขัด ๆ ถู ๆ ไปเรื่อย ๆ ถูเสร็จก็ปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 20 นาทีแล้วล้างออก
  18. ช่วยขจัดคราบกาแฟในกาต้มที่ล้างออกยาก ด้วยการนำเลมอนมาหั่นแล้วนำไปต้มกับน้ำสะอาดในกาต้มกาแฟจนเดือด เสร็จแล้วปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 2 ชั่วโมงแล้วนำกาต้มไปล้างทำความสะอาด คราบที่ฝังแน่นอยู่ก็จะหลุดออกมาอย่างง่ายดาย
  19. ช่วยขจัดคราบสบู่ในห้องน้ำตามขอบประตูหรือฉากกั้นห้องน้ำ ด้วยการใช้เลมอนฝานแล้วใช้เบกกิงโซดาใส่ลงบนเลมอนเล็กน้อย แล้วนำมาขัด ๆ ถู ๆ ตรงที่มีคราบสบู่ เสร็จแล้วให้ล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้งก็จะทำให้ห้องน้ำของคุณกลับมาสะอาดสดใสเหมือนเดิมอีกครั้ง
  20. ช่วยทำความสะอาดคราบสกปรก เชื้อโรคตามเคาน์เตอร์ โดยใช้เลมอนฝานผสมเบกกิงโซดา แล้วนำมาถูบริเวณที่มีคราบ เสร็จแล้วให้ใช้ฟองน้ำชุบน้ำหมาด ๆ มาเช็ดทำความสะอาดอีกครั้ง (ไม่ควรใช้กับพื้นที่เป็นสแตนเลสหรือพื้นหินอ่อน เพราะจะทำให้สีซีดจางได้)
  21. มีการนำมาสกัดเป็นน้ำมันหอมระเหย
  22. ปัจจุบันเครื่องดื่มที่ผลิตมาจากเลมอนหรือใช้ในการแต่งกลิ่นก็มีอยู่มากมายหลายยี่ห้อพอสมควร ไม่ว่าจะเป็น น้ำเลมอน น้ำอัดลม เครื่องดื่มค็อกเทล เป็นต้น
advertisement M11

คุณค่าทางโภชนาการของเลมอน (ไม่รวมเปลือก) ต่อ 100 กรัม

  • พลังงาน 29 กิโลแคลอรีเลม่อน
  • คาร์โบไฮเดรต 9.32 กรัม
  • น้ำตาล 2.5 กรัม
  • เส้นใย 2.8 กรัม
  • ไขมัน 0.3 กรัม
  • โปรตีน 1.1 กรัม
  • วิตามินบี 1 0.04 มิลลิกรัม 3%
  • วิตามินบี 2 0.02 มิลลิกรัม 2%
  • วิตามินบี 3 0.1 มิลลิกรัม 1%
  • วิตามินบี 5 0.19 มิลลิกรัม 4%
  • วิตามินบี 6 0.08 มิลลิกรัม 6%
  • วิตามินบี 9 11 ไมโครกรัม 3%เลมอน
  • โคลีน 5.1 มิลลิกรัม 1%
  • วิตามินซี 53 มิลลิกรัม 64%
  • ธาตุแคลเซียม 26 มิลลิกรัม 3%
  • ธาตุเหล็ก 0.6 มิลลิกรัม 5%
  • ธาตุแมกนีเซียม 8 มิลลิกรัม 2%
  • ธาตุแมงกานีส 0.03 มิลลิกรัม 1%
  • ธาตุฟอสฟอรัส 16 มิลลิกรัม 2%
  • ธาตุโพแทสเซียม 138 มิลลิกรัม 3%
  • ธาตุสังกะสี 0.06 มิลลิกรัม 1%

% ร้อยละของปริมาณแนะนำที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันสำหรับผู้ใหญ่ (ข้อมูลจาก : USDA Nutrient database)

เลมอน

ผิวสวยด้วยเลมอน

  • สูตรดีท็อกซ์ ช่วยล้างสารพิษในร่างกาย ด้วยการใช้น้ำเลมอน น้ำผึ้ง น้ำอุ่น ผสมรวมกันแล้วดื่มเป็นประจำทุกเช้า ก็จะช่วยกระตุ้นลำไส้ให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและช่วยกำจัดของเสียในร่างกายออกด้วย
  • สูตรบำรุงผิวกายให้เปล่งปลั่งสดใส ด้วยการใช้น้ำเลมอนครึ่งถ้วย นำมาผสมกับน้ำในอ่าง แล้วนอนแช่ประมาณ 20 นาที ก็จะช่วยบำรุงผิวทำให้ผิวเปล่งปลั่งสดใสมากขึ้น
  • สูตรบำรุงผิวแห้งกร้าน ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว ด้วยการใช้น้ำเลมอน น้ำผึ้ง น้ำมันมะกอก อย่างละเท่า ๆ กัน นำมาผสมกันแล้วนำมาทาบริเวณผิวหรือหน้าทิ้งไว้ประมาณ 10 นาทีแล้วค่อยล้างออก
  • สูตรลดสิวอุดตัน สิวหัวดำ ด้วยการใช้น้ำเลมอนแต้มบาง ๆ บริเวณที่เป็นสิวอุดตัน ทาทิ้งไว้ข้ามคืนแล้วล้างออกทันทีหลังตื่นนอนตอนเช้า ทำเป็นประจำสิวอุดตันก็จะลดลงอย่างเห็นได้ชัด
  • น้ำมันเลมอนสูตรสครับผิวหน้า ช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ทำให้ผิวพรรณสดใสยิ่งขึ้น ด้วยการใช้เลมอนฝานบาง ๆ นำมาแตกกับน้ำตาลเกล็ดเล็ก ๆ แล้วใช้นวดเบา ๆ บริเวณผิวหรือใบหน้า หรือจะเติมน้ำอุ่นเล็กน้อยเพื่อให้สครับผิวได้ง่ายขึ้นก็ได้
  • สูตรบำรุงผมแห้งเสีย โดยใช้น้ำเลมอน 3 ช้อนโต๊ะ น้ำผึ้ง 1/2 ถ้วย น้ำมันมะกอก 3/4 ถ้วย ผสมรวมกับแล้วนำมาชโลมบนเส้นผมที่เปียก แล้วใช้หวีซี่ห่างหวีผมเพื่อช่วยกระตุ้นให้เส้นผมซึมซับสารบำรุงในเลมอนได้ดียิ่งขึ้น เมื่อหวีเสร็จให้หมักทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที แล้วล้างออกพร้อมสระผมตามปกติ
  • สูตรขจัดรังแค ด้วยการใช้น้ำเลมอน 3 ช้อนโต๊ะ ผสมไข่ขาว 1 ฟอง นำมานวดบริเวณหนังศีรษะแล้วหมักทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมงแล้วล้างออก และเพื่อให้ได้ผลดี ควรทำเป็นประจำเดือนละ 1-2 ครั้ง
  • สูตรลดปัญหาผมมัน ด้วยการใช้น้ำเลมอน 2 ผลผสมกับน้ำแล้วนำมาล้างผมหลังจากสระผมเสร็จ ก็จะช่วยลดความมันบนหนังศีรษะได้
  • สูตรบำรุงเล็บ ช่วยทำให้เล็บสวยมีสุขภาพดีและแข็งแรงเป็นเงางาม โดยวิธีการก็ง่าย ๆ เพียงแค่ใช้ปลายนิ้วจุ่มลงไปในน้ำเลมอนให้ชุ่ม ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที แล้วขัดเล็บด้วยแปรงขนอ่อน เสร็จแล้วให้นวดเล็บและบริเวณรอบ ๆ ด้วยส่วนผสมน้ำอุ่น 1/2 ช้อนโต๊ะและไวน์ขาว 1/3 ช้อนโต๊ะ แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำอุ่น

แหล่งอ้างอิง : วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี (EN), กระปุกดอตคอม, หนังสือผลไม้ในเมืองไทย (เศรษฐมันตร์ กาญจนกุล)

เรียบเรียงข้อมูลโดยเว็บไซต์เมดไทย (MedThai)

advertisement M12

แสดงความคิดเห็น
  • ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้องกับการโฆษณาจะไม่ได้รับการเผยแพร่ในทุกกรณี
  • ติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านแฟนเพจ
Recommended for you

Disclaimer : บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ โปรดอ่านเพิ่มเติมหน้านโยบายและเงื่อนไขการใช้งานเว็บไซต์

© 2013-2016 MedThai
All Right Reserved.