• icon-facebook
  • icon-twitter
  • icon-google

9 ประโยชน์ของเจนเชียนไวโอเลต !! (Gentian violet – ยาม่วง)

POSTED: เวลา 4:52 น. 30 มีนาคม 2016, UPDATED: 27 พฤศจิกายน 2016
gentian violet

advertisement M4

เจนเชียนไวโอเลต

เจนเชียนไวโอเลต / เยนเชียนไวโอเลต (Gentian violet) หรือ คริสตัลไวโอเลต (Crystal Violet) หรือที่คนทั่วไปเรียกว่า “ยาม่วง” เป็นน้ำยาสีม่วงที่หลายคนรู้จักกันเป็นอย่างดี โดยเป็นสารเริ่มต้นที่ใช้ในอุตสาหกรรมการย้อมสีและห้องทดลอง หรือที่เรียกว่า การย้อมแกรม (Gram’s method) เพื่อใช้แยกแยะประเภทของแบคทีเรียว่าเป็นเชื้อแกรมลบ (gram negative) หรือเชื้อแกรมบวก (gram positive)

เจนเชียนไวโอเลตได้ถูกสังเคราะห์ขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1828 (พ.ศ. 2371) ต่อมาหลังจากนั้นอีกไม่นาน จักษุแพทย์ชาวเยอรมันนามว่า Jakob Stilling ได้ค้นพบว่าเจนเชียนไวโอเลตนั้นมีคุณสมบัติในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรค เช่น แบคทีเรีย เชื้อรา ยีสต์ ด้วยคุณสมบัติดังกล่าวนี้ เจนเชียนไวโอเลตจึงถูกนำมาใช้เป็นยาทารักษาการติดเชื้อทางผิวหนัง ในรูปแบบของยาน้ำประเภทสารละลายสีม่วง

เนื่องจากยาเจนเชียนไวโอเลต สามารถใช้ป้องกันการติดเชื้อได้ จึงทำให้องค์การอนามัยโลกบรรจุยาชนิดนี้ ไว้ในรายการยาจำเป็นขั้นพื้นฐานในระดับชุมชน และสำหรับในประเทศไทยเอง องค์การอาหารและยา ก็ได้บรรจุยาเจนเชียนไวโอเลตไว้ในบัญชียาหลักแห่งชาติด้วยเช่นกัน โดยมีข้อบ่งใช้เป็นยาสำหรับหยอดหูและใช้เป็นยาทาภายนอก ซึ่งยาเจนเชียนไวโอเลตสามารถหาซื้อได้ง่าย มีขายทั่วไปตามร้านขายยา

สรรพคุณของเจนเชียนไวโอเลต

  1. ใช้รักษาโรคเชื้อราแคนดิดา เช่น เชื้อราในช่องปาก เชื้อราที่ขาหนีบ หรืออวัยวะสืบพันธุ์
  2. ใช้รักษากระพุ้งแก้มและลิ้นเป็นฝ้าขาวจากเชื้อรา
  3. ใช้ทารักษาปากเปื่อยเป็นแผล ลิ้นเปื่อย ลิ้นแตกเป็นขุม
  4. ใช้รักษาโรคติดเชื้อที่ผิวหนังจากเชื้อแบคทีเรียพวกแกรมบวก
  5. ใช้เป็นยาทาแผลที่ถูกน้ำกัดตามมือตามเท้า แผลพุพอง แผลภายนอกเนื่องจากเชื้อรา
  6. นอกจากนี้ยาม่วงหรือเจนเชียนไวโอเลตยังถูกนำไปใช้ประโยชน์ในด้านอื่น ๆ อีกด้วย เช่น
    • ใช้ในการย้อมสีผม
    • ใช้ทดสอบกรด ถ้าเป็นกรดอนินทรีย์สีของเจนเชียนไวโอเลตจะเปลี่ยนเป็นสีเขียว แต่ถ้ากรดอินทรีย์จะเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินหรือสีม่วง
    • ใช้ทดสอบน้ำส้มสายชูว่าแท้หรือปลอม ถ้าเป็นน้ำส้มสายชูปลอมจะเปลี่ยนเป็นสีเขียวอ่อน ๆ หรือสีน้ำเงินอ่อน
    • ใช้รักษาโรคเชื้อราหรือโรคผิวหนังในน้องหมาและแมว เป็นต้น

เจนเชียนไวโอเลตสรรพคุณ

กลไกการออกฤทธิ์ของเจนเชียนไวโอเลต

เมื่อทายาเจนเชียนไวโอเลตลงบนผิวหนังหรือภายในช่องปากแล้ว ตัวยาจะแทรกซึมผ่านผนังเซลล์ของเชื้อราโรค เมื่อตัวยาเข้าไปในเซลล์แล้วจะก่อให้เกิดภาวะพิษต่อสายพันธุกรรมหรือดีเอ็นเอ (DNA) จึงส่งให้เชื้อโรคหยุดการแบ่งเซลล์และตายไปในที่สุด

advertisement M5

วิธีใช้ยาเจนเชียนไวโอเลต

แม้ว่ายาเจนเชียนไวโอเลตเป็นยาสำหรับใช้ภายนอกและมีอันตรายต่ำ แต่ผู้ใช้ก็ควรใช้ยาชนิดนี้อย่างถูกต้อง เพื่อผลการรักษาที่ดี

  • การใช้ยาในผู้ใหญ่และเด็ก ให้ใช้สำลีก้านที่สะอาดจุ่มน้ำยาเจนเชียนไวโอเลต แล้วนำมาป้ายในบริเวณเป็น โดยให้ทาวันละ 2-3 ครั้ง ติดต่อกันเป็นเวลา 3 วัน สำหรับการป้ายยาภายในช่องปาก หลังจากป้ายยาแล้ว ไม่ควรดื่มน้ำ หรือรับประทานอาหาร หรือยาอื่นตามลงไปในทันที เพราะจะทำให้ยาที่ทาไว้มีระดับความเข้มข้นลดลงจนยาไม่สามารถออกฤทธิ์ได้อย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม วิธีการใช้ยาในข้างต้น เป็นเพียงคำแนะนำคร่าว ๆ เท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำสั่งใช้ยาของแพทย์หรือเภสัชกรได้ การใช้ยาอย่างถูกต้องและเหมาะสมจึงต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยาเสมอ
  • ในกรณีที่ลืมทายาเจนเชียนไวโอเลต ควรทายาในทันทีเมื่อนึกขึ้นได้ แต่ถ้านึกได้ตอนใกล้กับเวลาที่ต้องทายาในครั้งถัดไปแล้ว ก็ให้เว้นยาครั้งที่ลืมไปเลย แล้วรอทายาในครั้งถัดไปตามปกติ โดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มปริมาณในการทายาเป็น 2 เท่าแต่อย่างใด
  • การเก็บรักษายาเจนเชียนไวโอเลตอย่างถูกต้องจะช่วยคงประสิทธิภาพของยาได้ดี โดยควรเก็บยานี้ในที่ที่มีอุณหภูมิเย็น (ไม่เกิน 30 องศาเซลเซียส) มีภาชนะปิดอย่างมิดชิด เก็บให้พ้นแสงแดดและความร้อน และเก็บให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง หลีกเลี่ยงการเก็บในที่ที่มีความชื้นสูง เช่น ห้องน้ำ และห้ามเก็บยาเจนเชียนไวโอเลตในช่องแช่แข็งของตู้เย็น เพราะอุณหภูมิที่ต่ำเกินไปอาจทำลายตัวยาได้
  • ยาเจนเชียนไวโอเลตอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงหรืออาการไม่พึงประสงค์ต่าง ๆ ได้ เช่น ผู้ป่วยบางรายเมื่อใช้ยานี้อาจมีอาการบวมแดงหรือระคายเคืองตรงรอยที่ทายา ส่วนผู้ป่วยที่แพ้ยาชนิดนี้ อาจมีอาการหน้าบวม ปากบวม มีผื่นคันขึ้น และหายใจไม่ออก หากพบอาการดังกล่าวผู้ป่วยจะต้องหยุดใช้ยาในทันที แล้วรีบไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลโดยเร็ว
  • เพื่อหลีกเลี่ยงอาการแพ้ยาและอาการไม่พึงประสงค์ต่าง ๆ ควรแจ้งข้อมูลดังต่อไปนี้ให้แพทย์ พยาบาล หรือเภสัชกรที่เป็นผู้จ่ายยาทราบด้วย
    • ประวัติการแพ้ยา เช่น เคยกินยาชนิดใดแล้วเกิดอาการคลื่นไส้มาก ผื่นขึ้น หรือแน่นหายใจลำบาก
    • ประวัติการใช้ยา เช่น กำลังกินยาหรืออาหารเสริมอะไรอยู่ เพราะยาชนิดนี้อาจทำให้เกิดปฏิกิริยากับยาหรืออาหารเสริมที่รับประทานอยู่ก่อนหน้านั้นได้
    • ประวัติการมีโรคประจำตัวต่าง ๆ ถ้ามีหรือเคยมีก็ควรแจ้งแพทย์ให้ทราบด้วยทุกครั้ง เพราะยาเจนเชียนไวโอเลตอาจส่งผลให้อาการของโรคที่เป็นอยู่แล้วรุนแรงมากขึ้น
    • สำหรับหญิงตั้งครรภ์หรือหญิงที่กำลังให้นมบุตร ควรแจ้งแพทย์ให้ทราบด้วยเช่นกัน เพราะมียาหลายประเภทที่สามารถผ่านทางน้ำนมหรือรกและเข้าสู่ทารกจนอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงได้

หมายเหตุ : แม้ว่ายาหลาย ๆ ชนิดจะมีปฏิกิริยากับอาหารหรือยาชนิดอื่น ๆ แต่สำหรับยาเจนเชียนไวโอเลตที่เป็นยาที่ใช้ภายนอก จะไม่ค่อยพบเห็นปฏิกิริยาระหว่างการใช้ยานี้กับยาชนิดรับประทานอื่น ๆ แต่อย่างใด

ข้อควรระวังในการใช้ยาเจนเชียนไวโอเลต

การทราบถึงข้อควรระวังต่าง ๆ จะช่วยทำให้ผู้ป่วยใช้ยาเจนเชียนไวโอเลตได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีความปลอดภัย

  • ในขณะใช้ยาควรระวังอย่าให้ยากระเด็นเข้าตาและหกเลอะเสื้อผ้า
  • การป้ายยาในปากควรใช้ในปริมาณที่เหมาะสมและป้ายยาตรงในบริเวณที่มีการติดเชื้อเท่านั้น เพราะการใช้ยามากเกินไปอาจทำให้ผู้ป่วยกลืนยาและมีอาการระคายเคืองในกระเพาะอาหารและลำไส้ตามมาได้
  • เมื่อใช้ยานี้ไปได้ 2-3 วันแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อขอคำแนะนำและปรับเปลี่ยนแผนการรักษาใหม่
  • ต้องหยุดใช้ยานี้ทันทีเมื่อพบอาการบวม แดง ร้อน ในบริเวณที่ทายาเจนเชียนไวโอเลต
  • ในหญิงตั้งครรภ์และหญิงที่เลี้ยงลูกด้วยนมตัวเอง แม้ว่ายังไม่มีรายงานว่ายานี้ก่อให้เกิดโทษต่อทารก แต่เพื่อความปลอดภัยควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยานี้เสมอ
  • สำหรับคุณแม่ที่ยังเลี้ยงลูกด้วยน้ำนมตัวเอง ควรหลีกเลี่ยงการทายานี้บริเวณหัวนม เพราะจะทำผิวหนังบริเวณนั้นแห้งและแตก
  • หลีกเลี่ยงการใช้ยาในรูหูกับผู้ป่วยที่มีภาวะเยื่อแก้วหูทะลุ
  • ห้ามใช้ในผู้ที่แพ้ยาเจนเชียนไวโอเลต
  • ห้ามใช้ยานี้ของผู้อื่นหรือแบ่งยาให้ผู้อื่นใช้ และควรตรวจสอบความผิดปกติของตนเองหลังใช้ยาทุกครั้ง เช่น อาการผื่นขึ้น หน้าบวม และปากบวม
  • ห้ามใช้ยานี้ในบริเวณที่มีบาดแผล
  • ห้ามใช้ยานี้ในเด็กทารกแรกเกิด เพราะอาจก่อให้เกิดแผลในบริเวณที่ทายาได้
  • ห้ามใช้ยาที่หมดอายุ

ยาเจนเชียนไวโอเลต

ยาเจนเชียนไวโอเลตที่มีจำหน่ายในร้านขายยานั้นมีหลากหลายยี่ห้อและจากหลากหลายผู้ผลิต โดยมีทั้งยาน้ำชนิดป้ายปากและยาทาผิวภายนอก (ขนาดความเข้มข้น 0.5 และ 1 กรัมต่อสารละลาย 100 มิลลิลิตร) เช่น

  • เยนเชี่ยนไวโอเลต สหการ (Gentian Violet Sahakarn ผลิตโดย บริษัท สหการโอสถ (1996) จำกัด) ขนาด 15 มิลลิลิตร ราคาประมาณ 15 บาท
  • ไพแร็ด-ไวโอเล็ต (PYRAD-VIOLET ผลิตโดย บริษัท สหการโอสถ (1996) จำกัด) ขนาด 450 ซีซี ราคาประมาณ 75 บาท
  • เยนเชียนไวโอเลต เจนเทียนไวโอเลต (ผลิตโดย บริษัท วิทยาศรม จำกัด) ขนาด 30 มิลลิลิตร ราคาประมาณ 12-18 บาท
  • ไอซีเอ็ม เจนเชียนไวโอเลต เพนต์ ความเข้มข้น 0.5% (ICM Gentian Violet Paint 0.5% BP ผลิตโดย ICM Pharma)

เจนเชียนไวโอเลต

ยาม่วง

เจนเชียนไวโอเลตแต่เดิมนั้นถูกนำมาใช้เป็นสารเคมีเพื่อย้อมแบคทีเรียในห้องปฏิบัติการ แต่ด้วยสรรพคุณในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา จึงทำให้มีการใช้ยาชนิดนี้ เพื่อรักษาโรคติดเชื้อบนผิวหนังและในช่องปาก แม้ว่ายาเจนเชียนไวโอเลตจะมีความปลอดภัยสูง เป็นยาใช้ภายนอก แต่ก่อนใช้ยานี้ทุกครั้ง ผู้ป่วยควรแจ้งประวัติแพ้ยาให้กับแพทย์และเภสัชกรทราบ นอกจากนี้ การใช้ยาเจนเชียนไวโอเลตในหญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร ควรอยู่ในความดูแลของแพทย์ด้วยจะดีที่สุด

References
  1. หาหมอดอทคอม.  “เจนเชียนไวโอเลต (Gentian violet)”.  (ภก.อภัย ราษฎรวิจิตร).  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก : haamor.com.  [30 มี.ค. 2016].
  2. หนังสือตำราการตรวจรักษาโรคทั่วไป 1.  “เจนเชียนไวโอเลต (Gentian violet)”.  (นพ.สุรเกียรติ อาชานานุภาพ).  หน้า 308.
  3. มูลนิธิหมอชาวบ้าน.  “ยาน้ำเจนเชียนไวโอเลต (ยาน้ำสีม่วง)”.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก : www.doctor.or.th.  [30 มี.ค. 2016].

ภาพประกอบ : scottish-mexicanjumpingbean.blogspot.com, punyarx.com, npi.co.th, www.24osod.com, www.rookiemoms.com

เรียบเรียงข้อมูลโดยเว็บไซต์เมดไทย (MedThai)

advertisement M6

แสดงความคิดเห็น
  • ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้องกับการโฆษณาจะไม่ได้รับการเผยแพร่ในทุกกรณี
  • ติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านแฟนเพจ
Recommended for you

Disclaimer : บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ โปรดอ่านเพิ่มเติมหน้านโยบายและเงื่อนไขการใช้งานเว็บไซต์

© 2013-2016 MedThai
All Right Reserved.