• icon-facebook
  • icon-twitter
  • icon-google

เจตพังคี สรรพคุณและประโยชน์ของเจตพังคี 30 ข้อ !

POSTED: เวลา 7:57 น. 13 ธันวาคม 2013, UPDATED: 01 มีนาคม 2016
ต้นเจตพังคี

advertisement M10

เจตพังคี

เจตพังคี ชื่อวิทยาศาสตร์ Cladogynos orientalis Zipp. ex Span. (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Adenochlaena siamensis Ridl.[2]) จัดอยู่ในวงศ์ยางพารา (EUPHORBIACEAE) และอยู่ในวงศ์ย่อย ACALYPHOIDEAE[1],[2],[3]

สมุนไพรเจตพังคี มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า ตองตาพราน (สระบุรี), สมี (ประจวบคีรีขันธ์), มนเขา (สุราษฎร์ธานี), ตะเกีย เปล้าเงิน หนาดตะกั่ว (นครราชสีมา), ใบหลังขาว (ภาคกลาง), เปล้าน้ำเงิน (ภาคใต้), พังคี, พังคีใหญ่, ปานดง, ปานดงเหลือง, เป้าเงิน, สมีหนาดตะกั่ว เป็นต้น[2],[3],[5]

ลักษณะของเจตพังคี

  • ต้นเจตพังคี จัดเป็นไม้พุ่ม มีความสูงประมาณ 2 เมตร กิ่งก้านมีขนเป็นรูปดาวสีขาว เปลือกลำต้นเป็นสีน้ำตาลขรุขระ ทุกส่วนมีขน[2],[5] ส่วนรากมีลักษณะเรียวยาว เปลือกหุ้มรากเป็นเยื่อบางสีเหลืองเข้ม มีกลิ่นหอม และมีรสเผ็ด ขื่น และเฝื่อนเล็กน้อย[3],[5] และสามารถพบได้ตามป่าดิบ ป่าไม่ผลัดใบ ป่าเขาหินปูน ในพื้นที่ความสูงจากระดับน้ำทะเล 200-500 เมตร[5]

เจตพังคี

  • ใบเจตพังคี ใบเป็นใบเดี่ยวออกเรียงสลับกัน ลักษณะของใบเป็นรูปไข่ หรือรูปวงรี มีความกว้างประมาณ 3-8 เซนติเมตร และยาวประมาณ 6-15 เซนติเมตร ปลายใบแหลม โคนใบสอบมน หรือเป็นรูปทรงกลมแคบ ส่วนขอบใบหยักและไม่สม่ำเสมอ แผ่นใบเป็นสีเขียวเข้ม ใบหนา ด้านบนของใบเกลี้ยง ส่วนแผ่นใบด้านล่างมีขนสีขาวจำนวนมาก ทำให้มองเห็นแผ่นใบเป็นสีขาวหรือสีเงิน มีเส้นใบข้างละประมาณ 4-5 คู่ และก้านใบมีขนและยาวประมาณ 1.5-5 เซนติเมตร ส่วนหูใบเป็นรูปใบหอก มีขนาดประมาณ 3 มิลลิเมตร ที่ฐานมีต่อม 1 ต่อม[2],[5]

ใบเจตพังคี

  • ดอกเจตพังคี ออกดอกเป็นช่อตามซอกใบ ยาวประมาณ 2.5 เซนติเมตร ส่วนก้านช่อยาวประมาณ 1 เซนติเมตร ดอกเป็นแบบแยกเพศอยู่บนต้นเดียวกัน ในแต่ละช่อดอกจะมีดอกตัวผู้ 1-2 ดอก และดอกตัวเมีย 1 ดอก โดยดอกตัวผู้จะมีกลีบเลี้ยง 4 กลีบ ขนาดประมาณ 1.5-2 มิลลิเมตร มีขนขึ้นนุ่มเป็นรูปดาว มีเกสตัวผู้สีเหลือง เป็นเส้นยาวยื่น 4 เส้น ส่วนอับเรณูมีขนาดประมาณ 0.5 มิลลิเมตร และก้านชูยาวประมาณ 2-3 มิลลิเมตร ส่วนดอกตัวเมียจะเป็นหมัน มีขนาดประมาณ 0.5 มิลลิเมตร มีก้านดอกย่อยยาวประมาณ 1.3 เซนติเมตร มีใบประดับอยู่ 2 ใบ โดยใบหนึ่งจะมีลักษณะคล้ายใบ มีขนาดประมาณ 9 มิลลิเมตร ส่วนอีกใบจะเป็นรูปแถบ มีขนาดประมาณ 4 มิลลิเมตร และร่วงได้ง่าย กลีบเลี้ยงติดคงทน เป็นรูปแถบมีประมาณ 6-7 กลีบ มีความกว้างประมาณ 1 มิลลิเมตร และยาวประมาณ 6-13 มิลลิเมตร มีขนนุ่ม ส่วนที่ขอบมีต่อมอยู่ประปราย ส่วนรังไข่เป็นรูปกึ่งทรงกลม มีก้านชู 3 อัน ขนาดประมาณ 7 มิลลิเมตร โดยจะออกดอกในช่วงเดือนมีนาคมถึงเดือนพฤศจิกายน[2],[5]

ดอกเจตพังคี

  • ผลเจตพังคี ลักษณะของผลเป็นรูปทรงกลม ผลแห้งไม่แตก มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 8 มิลลิเมตร ผลแบ่งออกเป็น 3 พู ผิวของผลทั้งผลเป็นลายเส้นสีขาว และมีขนนุ่มสีขาว ในผลมีเมล็ดขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 5 มิลลิเมตร โดยจะติดผลในช่วงเดือนมีนาคมถึงเดือนพฤศจิกายน[2],[5]

 ผลเจตพังคี

สรรพคุณของเจตพังคี

  1. ช่วยบำรุงธาตุในร่างกาย ด้วยการใช้รากเจตพังคีผสมกับรากกำยาน ใช้ต้มกับน้ำดื่ม (ราก)[2],[3]
  2. ใช้เป็นยารักษาธาตุ ด้วยการใช้รากเจตพังคี ผสมกับไพล กระเทียม กระทือบ้าน กระทือป่า ขิง ดีปลี พริกไทย และเจตมูลเพลิงแดง นำมาบดเป็นผง ละลายกับน้ำ เติมน้ำตาลทรายพอหวาน แล้วนำมาดื่ม (ราก)[3]
  3. ช่วยบำรุงหัวใจ ด้วยการใช้รากเจตพังคีผสมกับรากกำยาน ใช้ต้มกับน้ำดื่ม (ราก)[3]
  4. ช่วยแก้อาการนอนไม่หลับ มีอาการระส่ำระส่าย (ใบ)[2]
  5. ช่วยทำให้เจริญอาหาร (ราก สูตรเดียวกับยารักษาธาตุ)[3]
  6. ช่วยแก้ลงแดง (ราก)[2]
  7. เจตพังคี สรรพคุณของใบช่วยแก้ไข้ แก้ไข้อันบังเกิดแต่ตับ และช่วยถอนพิษไข้ (ใบ)[2]
  8. ช่วยแก้หวัดในเด็ก (ใบ)[2]
  9. ช่วยแก้สันนิบาตลงโลหิตสดออกมา (ราก)[2]
  10. ช่วยขับเสมหะให้สำรอกออกมา (ผล)[2]
  11. ช่วยแก้กำเดาในเด็ก (ใบ)[2]
  12. ช่วยแก้ลม (ใบ)[2]
  13. ช่วยแก้ลมในกองธาตุ (ราก)[2]
  14. ช่วยแก้ลมกาฬ (ราก)[2]
  15. ช่วยแก้ท้องขึ้น ท้องอืดท้องเฟ้อ ช่วยขับผายลม แก้ลมจุกเสียด แก้อาการปวดแน่นท้อง ด้วยการใช้รากนำมาต้มกับน้ำดื่ม หรือใช้ทั้งต้นนำมาต้มหรือทำเป็นผง หรือนำไปดองเหล้าใช้กิน หรือใช้ภายนอกด้วยการผสมกับน้ำปูนใส ผสมกับมหาหิงคุ์และการบูรใช้ทาท้องเด็กอ่อน จะช่วยทำให้ผายลม แก้อาการท้องอืดท้องเฟ้อ และอาการปวดท้อง (ราก,ทั้งต้น)[2],[3]
  16. ช่วยแก้อาการท้องร่วง ด้วยการใช้ทั้งต้นนำมาต้มน้ำ หรือทำเป็นผง หรือใช้ดองเหล้าดื่ม (ราก,ทั้งต้น)[2],[3]
  17. ช่วยขับลมที่คั่งในลำไส้และในกระเพาะอาหาร (ราก ใช้สูตรเดียวกับยารักษาธาตุ)
  18. ช่วยแก้อาการถ่ายอุจจาระเป็นเลือด (ราก)[2]
  19. ช่วยแก้พยาธิให้ออกทางอุทร (ไส้)[2]
  20. ช่วยแก้สตรีมีครรภ์ตกเลือด และช่วยแก้มดลูกพิการ (ดอก)[2]
  21. ช่วยรักษาอาการเลือดคั่ง หรือเกิดอาการกระสับกระส่าย ด้วยการใช้เจตพังคี รากดับยาง หัวเป้งบก ในสัดส่วนที่เท่ากัน นำมาตำให้เป็นผงใส่น้ำเย็น เอาเหล็กหล่อเผาให้ร้อนแดง แล้วโยนใส่น้ำยาที่เตรียมไว้ แล้วนำมากิน (ไม่ระบุส่วนที่ใช้ แต่เข้าใจว่าเป็นราก)[3]
  22. ช่วยแก้ตับอักเสบ (ใบ)[2]
  23. ช่วยแก้คุดทะราด (ราก)[2]
  24. รากใช้ตำประคบแก้อาการปวด (ราก)[3]
  25. ช่วยแก้บวม (ราก)[2]
  26. ช่วยรักษาโรคผิวหนัง แก้กลาก เกลื้อน (เปลือก)[2]
  27. ช่วยฆ่าเชื้อโรคภายใน (เปลือก,ไส้)[2]
advertisement M11

ข้อมูลทางเภสัชวิทยาของเจตพังคี

  • เจตพังคีมีฤทธิ์ช่วยลดความดันโลหิต กระตุ้นการหดตัวของกล้ามเนื้อเรียบ มีฤทธิ์เหมือน Histamine ช่วยยับยั้งเอนไซม์ Reverse Transcriptase[2]

ประโยชน์เจตพังคี

  1. ใบเจตพังคี ใช้แก้สิว (ใบ)[2]
  2. นำมาแปรรูปเป็นตำรับยาสมุนไพรสำเร็จรูป ในชื่อของตำรับยา “ยาประสะเจตพังคี” โดยจัดเป็นตำรับยาสามัญประจำบ้านแผนโบราณ ซึ่งสรรพคุณแก้กษัย และแก้อาการจุกเสียด โดยประกอบไปด้วยสมุนไพรนิดต่าง ๆ ดังนี้ กานพลู การบูร กรุงเขมา เกลือสินเธาว์ ดอกจันทน์ ลูกจันทน์ ลูกสมอทะเล ลูกกระวาน ใบกระวาน รากไคร้เครือ พญารากขาว เปลือกหว้า (ทั้งหมดนี้อย่างละ 1 ส่วน), และยังมีพริกไทยล่อน บอระเพ็ด ระย่อม (อย่างละ 2 ส่วน), ข่า (16 ส่วน), และเจตพังคี (34 ส่วน) ใช้รับประทานก่อนอาหารเช้าและเย็น ครั้งละ 1 ช้อนชา ละลายด้วยน้ำสุก[4]

 สมุนไพรเจตพังคี

References
  1. หน่วยบริการฐานข้อมูลสมุนไพร สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: www.medplant.mahidol.ac.th.  [13 ธ.ค. 2013].
  2. สมุนไพรในร้านยาโบราณ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.  “เจตพังคี“.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: www.pharmacy.msu.ac.th.  [13 ธ.ค. 2013].
  3. ฐานข้อมูลเครื่องยาสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี.  “เจตพังคี“.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: www.thaicrudedrug.com.  [13 ธ.ค. 2013].
  4. ศูนย์สมุนไพรทักษิณ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.  “ยาประสะเจตพังคี“.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: herbal.pharmacy.psu.ac.th.  [13 ธ.ค. 2013].
  5. ฐานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี.  “เจตพังคี“.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: www.phargarden.com.  [13 ธ.ค. 2013].

ภาพประกอบ : www.thaicrudedrug.com (by Sudarat Homhual), www.phargarden.com (by Sudarat Homhual), www.paro6.dnp.go.th

เรียบเรียงข้อมูลโดยเว็บไซต์เมดไทย (MedThai)

advertisement M12

แสดงความคิดเห็น
  • ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้องกับการโฆษณาจะไม่ได้รับการเผยแพร่ในทุกกรณี
  • ติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านแฟนเพจ
Recommended for you

Disclaimer : บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ โปรดอ่านเพิ่มเติมหน้านโยบายและเงื่อนไขการใช้งานเว็บไซต์

© 2013-2016 MedThai
All Right Reserved.