• icon-facebook
  • icon-twitter
  • icon-google

21 สรรพคุณและประโยชน์ของอัลมอนด์ ! (Almond)

POSTED: เวลา 8:07 น. 02 สิงหาคม 2013, UPDATED: 12 พฤศจิกายน 2016
อัลมอนด์

advertisement M10

อัลมอนด์

อัลมอนด์ หรือ แอลมอน, แอลม่อน, แอลมอนด์, อัลมอล (Almond – ออกเสียงในภาษาอังกฤษจะอ่านว่า อามึนด์ หรือ แอมึนด์ โดยไม่มีเสียงตัวแอล แต่สำหรับในภาษาไทยเราจะนิยมอ่านและสะกดว่า อัลมอนด์ หรือ แอลมอนด์ มากกว่า

อัลมอนด์ ชื่อวิทยาศาสตร์ Prunus dulcis (Mill.) D.A.Webb (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Prunus amygdalus Batsch) จัดอยู่ในวงศ์กุหลาบ (ROSACEAE) และเป็นพืชพื้นเมืองในตะวันออกกลางและเอเชียใต้

ต้นอัลมอนด์ เป็นไม้ผลัดใบ สูงประมาณ 4-10 เมตร ใบเป็นขอบหยักยาวประมาณ 3-5 นิ้ว ดอกอัลมอนด์มีสีขาวหรือชมพูอ่อน มีกลีบ 5 กลีบ ผลอัลมอนด์ ผลดิบเป็นสีเขียว เมื่อแก่จะเป็นสีน้ำตาล ในผลมีเมล็ดเดียว มีเปลือกชั้นนอกอยู่และมีเปลือกแข็งหุ้มเมล็ด โดยเมล็ดสามารถนำมารับประทานได้ และอัลมอนด์นั้นจะขายทั้งแบบพร้อมเปลือกและแบบไม่มีเปลือก หรือนำไปผ่านน้ำร้อนเพื่อทำให้เปลือกอ่อนและเมล็ดยังเป็นสีขาว

ถั่วอัลมอนด์ เป็นถั่วที่มีคุณค่าทางสารอาหารต่อร่างกายสูงกว่าถั่วชนิดอื่น ๆ มาก และยังติด 1 ใน 10 ของสุดยอดอาหารเพื่อสุขภาพอีกด้วย ถ้าคุณได้เห็นคุณค่าทางโภชนาการของถั่วชนิดนี้เทียบกับผักและผลไม้ชนิดอื่น ๆ แล้วคุณจะต้องตกใจ เพราะมีวิตามินและแร่ธาตุที่สำคัญที่มีประโยชน์ต่อร่างกายทั้งนั้น และแถมยังมีปริมาณที่มากเสียด้วย

อัลมอนด์ อ้วนไหม ? คงเป็นคำถามที่หลาย ๆ คนคงสงสัย เพราะถ้าดูตามปริมาณไขมันในถั่วชนิดนี้ต่อ 100 กรัมแล้ว คุณอาจจะต้องตกใจ เพราะมันมีไขมันมากถึง 49.42 กรัม (เยอะมาก) แต่น่าประหลาดใจที่มันสามารถช่วยลดน้ำหนักและความอ้วนได้จริง ๆ หากรู้จักรับประทานในปริมาณเหมาะสมและสม่ำเสมอ โดยจากการศึกษาของ International Journal of Obesity พบว่าผู้ที่รับประทานอัลมอนด์วันละ 70 เมล็ดอัลมอนด์จะช่วยลดรอบเอวได้ถึง 7 นิ้ว !! ซึ่งมากกว่าผู้ที่ไม่รับประทานถึง 2 นิ้ว ทั้งนี้เป็นเพราะว่าการรับประทานอัลมอนด์จะช่วยลดการทานจุบจิบหรือขนมขบเคี้ยว และลดระดับไขมันเลวได้เป็นอย่างดี

ผลดิบอัลมอนด์อัลมอนด์ดิบ
ต้นอัลมอนด์เมล็ดอัลมอนด์

ประโยชน์ของอัลมอนด์

  1. เค้กอัลมอนด์อัลมอนด์มีประโยชน์ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย
  2. ช่วยในการชะลอวัยและการเกิดริ้วรอยแห่งวัยได้ดี
  3. ประโยชน์ของอัลมอนด์ ช่วยเพิ่มพลังงานให้กับร่างกาย
  4. ช่วยบำรุงระบบประสาท และช่วยเพิ่มสติปัญญาและสมาธิให้มากขึ้น
  5. ช่วยในการทำงานของสมอง ช่วยป้องกันการเกิดโรคอัลไซเมอร์
  6. ช่วยเสริมสร้างเซลล์และซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นผิวพรรณ เส้นผม เล็บ ฯลฯ
  7. การรับประทานอัลมอนด์เป็นประจำจะช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจวายได้ถึง 50%
  8. ในเปลือกอัลมอนด์มีฟลาโวนอยด์ (Flavonoids) ที่สามารถทำงานร่วมกับวิตามินอี ในการช่วยปกป้องผนังหลอดเลือด จึงทำให้ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ (งานวิจัยจาก Tufts University)
  9. ช่วยบำรุงและเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง ช่วยลดความเสี่ยงของโรคกระดูกพรุน
  10. ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ป้องกันการเกิดโรคเบาหวานได้ถึง 30-50% เพราะช่วยในการหลั่งอินซูลินหลังอาหาร ทำให้น้ำตาลในกระแสเลือดที่เพิ่มขึ้นถูกดูดซึมเก็บไว้ที่ตับและเนื้อเยื่ออื่น ๆ จึงมีผลทำให้สามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดได้
  11. อัลมอนด์ลดน้ําหนัก จากงานวิจัยหลายอย่างระบุว่า ผู้ที่รับประทานถั่วหรืออัลมอนด์เป็นประจำ จะมีน้ำหนักตัวลดลงโดยเฉลี่ยมากกว่าผู้ที่ไม่เคยรับประทานถั่ว โดยผู้ที่รับประทานถั่วอัลมอนด์อย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ร้อยละ 31% พบว่ามีน้ำหนักตัวที่ลดลง ถึงแม้ว่าถั่วอัลมอนด์จะมีไขมันที่สูงมากก็ตาม (บทความจาก WHFoods)
  12. อัลมอนด์ลดความอ้วน ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในร่างกาย ช่วยเพิ่มระดับไขมันดี (HDL) และลดระดับไขมันเลว (LDL) ในร่างกาย ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด โดยงานวิจัยจากสถาบันชั้นนำในอเมริกาและยุโรปพบว่า การรับประทานอัลมอนด์วันละ 1 หยิบมือจะช่วยลดระดับไขมันเลวได้ถึง 4.4% แต่ถ้ารับประทานวันละ 2 หยิบมือก็จะช่วยลดระดับไขมันเลวได้ 9.4%
  13. สรรพคุณอัลมอนด์ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้เป็นอย่างดี
  14. สรรพคุณของอัลมอนด์ช่วยป้องกันอาการท้องผูก เนื่องจากอัลมอนด์มีเส้นใยอาหารในปริมาณมาก มันจึงช่วยในการขับถ่ายและป้องกันอาการท้องผูกได้เป็นอย่างดี
  15. น้ํามันอัลมอนด์อัลมอนด์มีสรรพคุณช่วยป้องกันการเกิดโรคนิ่ว จากฐานข้อมูลจาก Nurses’ Health Study จากผู้หญิงกว่า 80,000 รายแสดงให้เห็นว่า ผู้หญิงที่รับประทานถั่วอย่างน้อย 1 ออนซ์ต่อสัปดาห์จะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคนิ่วได้ถึง 25%
  16. อัลมอนด์เป็นถั่วที่มีโปรตีนสูงมาก ซึ่งมีประโยชน์ในเรื่องของการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ สร้างความเจริญเติบโต ให้พลังงานแก่ร่างกาย ช่วยรักษาสมดุลของกรดด่างในร่างกาย ฯลฯ
  17. เมล็ดอัลมอนด์มีโพสแทสเซียมสูง ซึ่งเป็นตัวช่วยในการควบคุมความดันโลหิต
  18. การรับประทานอัลมอนด์จะช่วยลดการกินจุบจิบ และการรับประทานทุกวันก็จะช่วยระงับความหิวได้เป็นอย่างดี ถือว่าเป็นการไดเอ็ตไปด้วยในตัวเลยทีเดียว
  19. สำหรับผู้ที่กังวลเรื่องน้ำหนักตัว คุณสามารถรับประทานถั่วอัลมอนด์แทนของหวานหรือขนมขบเคี้ยวในระหว่างวันได้อย่างสบายใจ นอกจากจะไม่ทำให้อ้วนแล้วยังได้คุณค่าจากธรรมชาติไปเต็ม ๆ และยังช่วยลดน้ำหนักไปในตัวด้วย
  20. นอกจากนี้อัลมอนด์ยังเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับหญิงตั้งครรภ์ เพราะถั่วชนิดนี้อุดมไปด้วยกรดโฟลิกที่จำเป็นอย่างมากสำหรับเด็กทารกในครรภ์
  21. เมล็ดอัลมอนด์สามารถนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ได้หลายอย่าง เช่น อัลมอนด์อบเกลือ อัลมอนด์อบเนย คุกกี้อัลมอนด์ เค้กอัลมอนด์ น้ำมันอัลมอนด์ ฯลฯ
advertisement M11

คุณค่าทางโภชนาการของอัลมอนด์ ต่อ 100 กรัม

  • พลังงาน 576 กิโลแคลอรี
  • คาร์โบไฮเดรต 21.69 กรัมดอกอัลมอนด์
  • แป้ง 0.74 กรัม
  • น้ำตาล 3.89 กรัม
  • แล็กโทส 0.00 กรัม
  • เส้นใย 12.2 กรัม
  • ไขมัน 49.42 กรัม
  • กรดไขมันอิ่มตัว 3.731 กรัม
  • กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว 30.889 กรัม
  • กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน 12.070 กรัม
  • โปรตีน 21.22 กรัม
  • ทริปโตเฟน 0.214 กรัม
  • ทรีโอนีน 0.598 กรัม
  • ไอโซลิวซีน 0.702 กรัม
  • ลิวซีน 1.488 กรัม
  • ไลซีน 0.580 กรัมรูปอัลมอนด์
  • เมทไธโอนีน 0.151 กรัม
  • ซีสทีน 0.189 กรัม
  • ฟีนิลอะลานีน 1.120 กรัม
  • ไทโรซีน 0.452 กรัม
  • วาลีน 0.817 กรัม
  • อาร์จินีน 2.446 กรัม
  • ฮีสทิดีน 0.557 กรัม
  • อะลานีน 1.027 กรัม
  • กรดแอสพาร์ติก 2.911 กรัม
  • กรดกลูตามิก 6.810 กรัม
  • ไกลซีน 1.469 กรัม
  • โพรลีน 1.032 กรัม
  • ซีรีน 0.948 กรัม
  • น้ำ 4.70 กรัม
  • วิตามินเอ 1 หน่วยสากล
  • เบตาแคโรทีน 1 ไมโครกรัม (0%)
  • ลูทีนและซีแซนทีน 1 ไมโครกรัม
  • วิตามินบี 1 0.211 มิลลิกรัม 18%
  • วิตามินบี 2 1.014 มิลลิกรัม 85%
  • วิตามินบี 3 3.385 มิลลิกรัม 23%
  • วิตามินบี 5 0.469 มิลลิกรัม 9%
  • วิตามินบี 6 0.143 มิลลิกรัม 11%
  • วิตามินบี 9 50 ไมโครกรัม 13%คุกกี้อัลมอนด์
  • โคลีน 52.1 มิลลิกรัม 11%
  • วิตามินอี 26.2 มิลลิกรัม 175%
  • วิตามินเค 0.0 ไมโครกรัม 0%
  • ธาตุแคลเซียม 264 มิลลิกรัม 26%
  • ธาตุเหล็ก 3.72 มิลลิกรัม 29%
  • ธาตุแมกนีเซียม 268 มิลลิกรัม 75%
  • ธาตุแมงกานีส 2.285 มิลลิกรัม 109%
  • ธาตุฟอสฟอรัส 484 มิลลิกรัม 69%
  • ธาตุโพแทสเซียม 705 มิลลิกรัม 15%
  • ธาตุโซเดียม 1 มิลลิกรัม 0%
  • ธาตุสังกะสี 3.08 มิลลิกรัม 32%

% ร้อยละของปริมาณแนะนำที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันสำหรับผู้ใหญ่ (ข้อมูลจาก : USDA Nutrient database)

คำแนะนำ : แม้ว่าอัลมอนด์จะมีประโยชน์มากก็จริง แต่มันก็มีข้อเสียที่คุณควรจะรู้ไว้ เนื่องจากถั่วชนิดนี้มีสารออกซาเลต (Oxalates) ซึ่งการได้รับเข้าไปในปริมาณอาจจะไม่เป็นผลดีต่อร่างกายเท่าไหร่ และสำหรับผู้ที่มีปัญหาโรคไตหรือถุงน้ำดีด้วยแล้ว ก็ควรจะหลีกเลี่ยงการรับประทานอัลมอนด์ไว้ก็จะดีที่สุด

แหล่งอ้างอิงwww.organicfacts.net, สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

เรียบเรียงข้อมูลโดยเว็บไซต์เมดไทย (MedThai)

advertisement M12

แสดงความคิดเห็น
  • ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้องกับการโฆษณาจะไม่ได้รับการเผยแพร่ในทุกกรณี
  • ติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านแฟนเพจ
Recommended for you

Disclaimer : บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ โปรดอ่านเพิ่มเติมหน้านโยบายและเงื่อนไขการใช้งานเว็บไซต์

© 2013-2016 MedThai
All Right Reserved.