• icon-facebook
  • icon-twitter
  • icon-google

หมวกครอบปากมดลูก : 12 ข้อดี-ข้อเสียของหมวกยางคุมกำเนิด !!

POSTED: เวลา 1:01 น. 16 ตุลาคม 2015, UPDATED: 27 พฤศจิกายน 2016
หมวกครอบปากมดลูก

advertisement M34

หมวกครอบปากมดลูก

หมวกครอบปากมดลูก หรือ หมวกยางครอบปากมดลูก หรือ หมวกยางคุมกำเนิด (Cervical Cap) เป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับคุมกำเนิดแบบชั่วคราวชนิดหนึ่ง โดยจะมีลักษณะรูปร่างคล้ายกับฝาครอบปากมดลูก (Diaphragm) แต่จะมีขนาดเล็ก ใช้สำหรับสวมปิดครอบปากมดลูกได้พอดี หมวกครอบปากมดลูกอาจทำจากยางธรรมชาติหรือสารสังเคราะห์หรือซิลิโคน (Silicone) ที่ไม่ระคายเคืองต่อผิวก็ได้ ผู้ใช้จึงไม่เกิดอาการแพ้ ยกเว้นในรายที่แพ้สารนั้น ๆ อยู่ก่อนแล้ว โดยหมวกครอบจะมีไว้ใช้ใส่เข้าไปในช่องคลอดให้ตัวหมวกไปสวมครอบที่ปากมดลูกก่อนจะมีเพศสัมพันธ์ เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวอสุจิวิ่งเข้าไปในโพรงมดลูกเพื่อผสมกับไข่ ส่วนมากตัวหมวกจะมีการใส่ยาฆ่าเชื้ออสุจิไว้ด้วย เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดอีกทางหนึ่ง โดยเป็นตัวช่วยทำลายเชื้ออสุจิ

เปรียบเทียบระหว่างหมวกครอบปากมดลูกกับฝาครอบปากมดลูก : พบว่าทั้งสองแบบมีสิ่งที่เหมือนกันในเรื่องของหลักการทำงานในการคุมกำเนิด การใส่อุปกรณ์เข้าไปในช่องคลอดและถอดออกทำแบบเดียวกัน มีขั้นตอนการใส่และถอดออกคล้ายกัน ต้องใช้ร่วมกับยาฆ่าเชื้ออสุจิเหมือนกัน และมีประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดใกล้เคียงกัน ส่วนสิ่งที่แตกต่างกัน คือ เรื่องของขนาด โดยหมวกครอบปากมดลูกจะมีขนาดใหญ่กว่าฝาครอบปากมดลูก แต่หมวกครอบปากมดลูกจะครอบปากมดลูกได้สนิทกว่าฝาครอบปากมดลูก ในการใช้จึงอาจทำให้เกิดความมั่นใจมากกว่า ว่าจะไม่เลื่อนหรือหลุดออกมาตอนมีเพศสัมพันธ์ จึงไม่ขัดจังหวะการมีเพศสัมพันธ์ ส่วนภาพด้านล่างนี้คือหมวกครอบปากมดลูกแต่ละแบบครับ

หมวกยางครอบปากมดลูก

Lea's shield

ประสิทธิภาพของหมวกครอบปากมดลูก

ตามหลักแล้วการใช้หมวกครอบปากมดลูกอย่างถูกต้องเหมาะสม (Perfect use) จะมีโอกาสล้มเหลวทำให้เกิดการตั้งครรภ์ได้ประมาณ 7.6% (FemCap), 9% (Prentif ในสตรีที่ไม่มีบุตร), 26% (Prentif ในสตรีที่มีบุตร), 5% (Lea’s Shield ในสตรีที่ไม่มีบุตร), 15% (Lea’s Shield ในสตรีที่มีบุตร) ซึ่งหมายความว่า จำนวนการตั้งครรภ์ต่อปี (first year of use) ของสตรีที่คุมกำเนิดด้วยการใช้หมวกครอบปากมดลูก จำนวน 100 คน จะมีโอกาสตั้งครรภ์ประมาณ 7.6, 9, 26, 5 และ 15 คน ตามลำดับ แต่โดยทั่วไปแล้วจากการใช้งานจริง (Typical use) กลับพบว่า อัตราการล้มเหลวทำเกิดการให้ตั้งครรภ์จะเพิ่มสูงมากขึ้นเป็น 16% และ 32% สำหรับหมวกครอบปากมดลูกชนิด Prentif ในสตรีที่มีบุตรและไม่มีบุตร ตามลำดับ หรือคิดเป็น 16 หรือ 32 ใน 100 คน (ส่วนหมวกครอบปากมดลูกชนิดอื่น ๆ ไม่มีข้อมูลการใช้ทั่วไปเป็นตัวเลขที่แน่ชัดครับ) จากผู้ที่คุมกำเนิดด้วยวิธีนี้ ส่วนด้านล่างนี้เป็นตารางเปรียบเทียบระหว่างการคุมกำเนิดด้วยวิธีการใช้หมวกครอบปากมดลูกกับวิธีการคุมกำเนิดแบบอื่น ๆ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจครับ

วิธีคุมกำเนิดการใช้แบบทั่วไปการใช้อย่างถูกต้องระดับความเสี่ยง
ยาฝังคุมกำเนิด0.05 (1 ใน 2,000 คน)0.05ต่ำมาก
ทำหมันชาย0.15 (1 ใน 666 คน)0.1ต่ำมาก
ห่วงอนามัยเคลือบฮอร์โมน0.2 (1 ใน 500 คน)0.2ต่ำมาก
ยาฉีดคุมกำเนิด (ฮอร์โมนรวม)0.2 (1 ใน 500 คน)0.2ต่ำมาก
ทำหมันหญิงแบบทั่วไป0.5 (1 ใน 200 คน)0.5ต่ำมาก
ห่วงอนามัยหุ้มทองแดง0.8 (1 ใน 125 คน)0.6ต่ำมาก
หมวกครอบปากมดลูกแบบ Lea's Shield (สตรีที่ไม่มีบุตร)5 (1 ใน 20 คน)ไม่มีข้อมูลต่ำ
ยาฉีดคุมกำเนิด (ฮอร์โมนเดี่ยว)6 (1 ใน 17 คน)0.2ปานกลาง
หมวกครอบปากมดลูกแบบ FemCap7.6 (1 ใน 13 คน)ไม่มีข้อมูลปานกลาง
หมวกครอบปากมดลูกแบบ Prentif (สตรีที่ไม่มีบุตร)9 (1 ใน 11 คน)16ปานกลาง
แผ่นแปะคุมกำเนิด9 (1 ใน 11 คน)0.3ปานกลาง
วงแหวนคุมกำเนิด (NuvaRing)9 (1 ใน 11 คน)0.3ปานกลาง
ยาเม็ดคุมกำเนิด9 (1 ใน 11 คน)0.3ปานกลาง
การนับวันปลอดภัย (Calendar rhythm method)ไม่มีข้อมูล9ไม่มีข้อมูล
ฝาครอบปากมดลูก (Diaphragm)12 (1 ใน 8 คน)6สูง
ฟองน้ำคุมกำเนิด (สตรีที่ไม่มีบุตร)12 (1 ใน 8 คน)19สูง
หมวกครอบปากมดลูกแบบ Lea's Shield (สตรีที่มีบุตร)15 (1 ใน 6 คน)ไม่มีข้อมูลสูง
ถุงยางอนามัยชาย18 (1 ใน 5 คน)2สูง
ถุงยางอนามัยสตรี21 (1 ใน 5 คน)5สูงมาก
การหลั่งนอก22 (1 ใน 4 คน)4สูงมาก
การกำหนดระยะเวลาเจริญพันธุ์ (Standard days method)24 (1 ใน 4 คน)5สูงมาก
ฟองน้ำคุมกำเนิด (สตรีที่มีบุตร)24 (1 ใน 4 คน)20สูงมาก
หมวกครอบปากมดลูกแบบ Prentif (สตรีที่มีบุตร)26 (1 ใน 3 คน)32สูงมาก
ยาฆ่าเชื้ออสุจิ (Spermicidal)28 (1 ใน 3 คน)18สูงมาก
การหลั่งใน (ไม่มีการป้องกัน)85 (6 ใน 7 คน)85สูงมาก

หมายเหตุ : ตัวเลขที่แสดงเป็นจำนวนการตั้งครรภ์ต่อปี (first year of use) ของสตรีที่คุมกำเนิดด้วยวิธีดังกล่าวจำนวน 100 คน โดยกำหนดให้ สีฟ้า = ความเสี่ยงต่ำมาก / สีเขียว = ความเสี่ยงต่ำ / สีเหลือง = ความเสี่ยงปานกลาง / สีส้ม = ความเสี่ยงสูง / สีแดง = ความเสี่ยงสูงมาก (ข้อมูลจาก : www.contraceptivetechnology.org, Comparison of birth control methods – Wikipedia)

หมวกครอบปากมดลูกเหมาะกับใคร ?

  • สตรีที่ต้องการคุมกำเนิดแบบชั่วคราว
  • สตรีที่มีข้อห้ามในการใช้วิธีการคุมกำเนิดที่มีฮอร์โมน เช่น ยาเม็ดคุมกำเนิด ยาฉีดคุมกำเนิด แผ่นแปะคุมกำเนิด ฯลฯ

ข้อห้ามในการใช้หมวกครอบปากมดลูก

  • ห้ามใช้หมวกครอบปากมดลูกในขณะที่กำลังมีประจำเดือน
  • หากมีการติดเชื้อในช่องคลอดหรือติดเชื้อที่ปากมดลูก ยิ่งไม่ควรใช้หมวกครอบปากมดลูก เพราะจะทำให้เกิดอาการเจ็บแสบเวลาใส่และถอด อีกทั้งยังอาจทำให้เกิดบาดแผลเพิ่มเติม ทำให้ตกขาวคั่งค้างในช่องคลอดมากขึ้น นอกจากนี้การรักษาภาวะการอักเสบก็จะไม่ได้ผลดีตามไปด้วย ดังนั้น จึงควรรักษาการอักเสบติดเชื้อให้หายดีเสียก่อน แล้วจึงใช้หมวกครอบปากมดลูก
  • ไม่แนะนำให้ใช้หมวกครอบปากมดลูกในรายที่เป็นเด็กสาว เพราะใส่ยากและหลุดง่ายหากใส่ไม่ดี
  • ห้ามใส่ในกรณีที่ตรวจปากมดลูกพบเซลล์ผิดปกติ
advertisement M35

วิธีใช้หมวกครอบปากมดลูก

การสวมใส่หมวกครอบปากมดลูก ฝ่ายหญิงสามารถสวมใส่หมวกครอบปากมดลูกเข้าไปในช่องคลอดได้ด้วยตัวเอง หรือจะให้ฝ่ายชายใส่ให้ก็ได้ โดยมีขั้นตอนดังนี้

  1. ล้างมือให้สะอาด และตรวจสอบความสมบูรณ์ของหมวกครอบปากมดลูกก่อนใช้ทุกครั้ง โดยให้ดูว่าตัวอุปกรณ์มีรูรั่ว รอยฉีกขาด หรือเว้าแหว่งผิดปกติหรือไม่ หากมีปัญหาจะส่งผลให้ประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดลดลง อีกทั้งยังต้องใช้สารฆ่าเชื้ออสุจิร่วมกับหมวกครอบปากมดลูกด้วยเสมอ จึงต้องตรวจดูวันหมดอายุของยาฆ่าเชื้ออสุจิและหมวกครอบปากมดลูกด้วย
    วิธีใส่หมวกครอบปากมดลูก
  2. ให้แกะหมวกครอบปากมดลูกออกจากกล่องบรรจุและทาหรือใส่ยาฆ่าเชื้ออสุจิทั้งด้านในและด้านนอกของหมวกครอบปากมดลูก (ห้ามใส่แป้งหรือน้ำมันทุกชนิด เพราะจะทำให้ตัวอุปกรณ์เสียหาย)
    วิธีใช้หมวกครอบปากมดลูก
  3. เลือกใส่ในท่าที่สบาย โดยอาจจะเป็นท่านอนชันเข่า ท่านั่งยอง ๆ ท่ายืน หรือท่ายืนยกเข่า 1 ข้างบนเก้าอี้ก็ได้ แล้วจึงใช้นิ้วมือข้างที่ถนัดจับขอบหมวกครอบปากมดลูก บีบเข้าหากันเพื่อให้หมวกแคบลง แล้วจึงสอดเข้าไปในช่องคลอด ใส่นิ้วเข้าไปในช่องคลอดเพื่อจัดให้หมวกครอบปากมดลูกเข้าไปในครอบปากมดลูกพอดี
    วิธีใส่หมวกยางครอบปากมดลูกวิธีใช้หมวกยางครอบปากมดลูก
  4. หลังจากมีเพศสัมพันธ์เสร็จแล้ว ต้องใส่คาไว้ในช่องคลอดประมาณ 6-8 ชั่วโมงเพื่อให้ยาฆ่าเชื้ออสุจิทำงานก่อน (อย่าเพิ่งรีบร้อนเอาออก เพราะจะทำให้เชื้ออสุจิในช่องคลอดที่ยังไม่ตายจากยาฆ่าเชื้อวิ่งเข้าไปในโพรงมดลูกได้) เมื่อจะเอาหมวกครอบปากมดลูกออก ให้ค่อย ๆ ใช้นิ้วสอดเข้าไปล้วงเอาหมวกครอบปากมดลูกออกมา และหากจะมีการร่วมเพศซ้ำก็ควรใส่ยาฆ่าเชื้ออสุจิเข้าไปในช่องคลอดเพิ่มเติมด้วย (ไม่ควรทิ้งหมวกครอบปากมดลูกไว้ในช่องคลอดนานเกิน 24 ชั่วโมง)
  5. เมื่อนำหมวกครอบปากมดลูกออกมา ให้นำไปล้างให้สะอาด ตากและเก็บไว้ในที่แห้ง เพื่อจะได้นำกลับมาใช้ได้ใหม่ แล้วล้างมือให้สะอาดก็เป็นอันเสร็จวิธีการ ส่วนการจะนำมาใช้ซ้ำได้กี่รอบก็ต้องอ่านจากเอกสารกำกับที่ข้างกล่อง เพราะหมวกครอบปากมดลูกในแต่ละรุ่นจะมีความแตกต่างกันที่ตัววัสดุที่นำมาใช้ แต่โดยทั่วไปแล้วหมวกครอบปากมดลูกจะทำมาจากวัสดุที่ทนทาน ไม่ฉีกขาดได้ง่าย และมีราคาพอประมาณ จึงสามารถนำมาใช้งานซ้ำได้หลายครั้งจนกว่าตัวหมวกจะฉีกขาดหรือหมดอายุจึงค่อยเปลี่ยนไปใช้ชิ้นใหม่ ถ้าจะถามว่าสามารถใช้งานได้ซ้ำกี่ครั้ง ก็คงไม่สามารถตอบได้ชัดเจน เพราะขึ้นอยู่กับวัสดุที่ใช้และวิธีการดูแลรักษา
    วิธีถอดหมวกยางครอบปากมดลูกวิธีถอดหมวกครอบปากมดลูก

ส่วนด้านล่างนี้คือภาพการใส่หมวกครอบปากมดลูกชนิด Lea’s Shield

Lea's Shield

หมวกครอบปากมดลูกมีผลต่อเพศสัมพันธ์หรือไม่ ?

การสวมใส่หมวกครอบปากมดลูกให้พอดีกับปากมดลูก จะไม่ทำให้เกิดปัญหาหรือมีผลต่อการมีเพศสัมพันธ์ของฝ่ายชาย ส่วนฝ่ายหญิงนั้น ในการใช้หมวกครอบปากมดลูกช่วงแรกอาจจะรู้สึกว่ามีสิ่งแปลกปลอมอยู่ในช่องคลอด แต่ถ้าหากใช้จนชินแล้วก็น่าจะไม่มีปัญหาทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิง คือ ไม่มีผลต่อการมีเพศสัมพันธ์ แต่อย่างไรก็ตามหากมีปัญหาเกิดขึ้นทั้ง 2 ฝ่ายก็ควรจะพูดคุยปรึกษาเพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น

หมวกครอบปากมดลูกหาซื้อได้ที่ใด ?

คุณสามารถหาซื้อหมวกครอบปากมดลูกได้ในโรงพยาบาลขนาดใหญ่บางแห่งหรือตามร้านขายยาขนาดใหญ่ทั่วไป (เนื่องจากว่าอุปกรณ์ชนิดนี้จะมีอยู่ด้วยกันหลายขนาดและทำมาจากวัสดุที่แตกต่างกัน อายุการใช้งานก็แตกต่างกันไปและมีการใช้ซ้ำกันได้ ในการเลือกซื้อผู้ซื้อควรเลือกขนาดที่พอเหมาะสำหรับตัวเองก่อนจะตัดสินใจใช้งานจริง โดยจะมีทั้งขนาดเล็ก กลาง และขนาดใหญ่ จึงอาจต้องซื้อมาลองใส่ดูก่อนเพื่อหาขนาดที่เหมาะสมกับสรีระ)

ข้อดีของหมวกครอบปากมดลูก

  1. ใช้เป็นวิธีการคุมกำเนิดแบบชั่วคราว เหมาะสำหรับคู่สมรสที่ไม่ได้พบกันบ่อย เพราะจะใช้เฉพาะเวลามีเพศสัมพันธ์เท่านั้น
  2. สามารถใช้ได้ด้วยตนเอง โดยไม่ต้องอาศัยความร่วมมือจากบุคลากรทางการแพทย์
  3. ตัวอุปกรณ์ไม่มีส่วนผสมของฮอร์โมน จึงทำให้ไม่เกิดผลข้างเคียงจากการคุมกำเนิดโดยใช้ฮอร์โมนเหมือนการคุมกำเนิดวิธีอื่น เช่น ยาเม็ดคุมกำเนิด ยาฉีดคุมกำเนิด ยาฝังคุมกำเนิด แผ่นแปะคุมกำเนิด เป็นต้น
  4. ผลข้างเคียงของหมวกครอบปากมดลูกมีโอกาสเกิดได้น้อยมาก (ในบางรายอาจพบว่าแพ้ยาง มีอาการระคายเคืองอักเสบ บางรายพบว่ามีอาการทางเดินปัสสาวะอักเสบได้บ่อยขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเคยเป็นมาก่อนในอดีต)
  5. หากเลือกใส่หมวกครอบปากมดลูกได้ถูกขนาดและอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องในช่องคลอด จะไม่มีปัญหาในขณะมีเพศสัมพันธ์
  6. ทำให้มีประจำเดือนมาเป็นปกติ เพราะการคุมกำเนิดด้วยวิธีนี้ไม่มีฮอร์โมนเป็นส่วนผสม
  7. เมื่อหยุดใช้งาน ก็สามารถมีลูกได้ทันที

ข้อเสียของหมวกครอบปากมดลูก

  1. หาซื้อได้ไม่สะดวก ขั้นตอนในการใส่หมวกครอบปากมดลูกจะค่อนข้างยุ่งยาก คือ ต้องใส่ก่อนการมีเพศสัมพันธ์และต้องมีการดึงอุปกรณ์ออกมาทำความสะอาดอีกเมื่อเสร็จภารกิจ
  2. มีโอกาสล้มเหลวจากการคุมกำเนิดได้ง่าย แม้จะใช้อย่างถูกต้องก็ตาม แต่จะยิ่งมีโอกาสล้มเหลวมากขึ้นไปอีกหากใช้อย่างไม่ถูกต้องเหมาะสม
  3. ในบางรายที่ใช้หมวกครอบปากมดลูกอาจระคายเคืองต่อสารที่ใช้ มีอาการคัน และทำให้มีตกขาวได้
  4. หมวกครอบปากมดลูกที่ค้างอยู่ในช่องคลอดหลังการใช้ อาจเอาออกมาไม่ได้
  5. ไม่สามารถป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ เนื่องจากช่องคลอดยังมีการสัมผัสกับอวัยวะเพศของฝ่ายชายอยู่
References
  1. หาหมอดอทคอม.  “ฝาครอบปากมดลูก (Cervical cap)”.  (รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิง ประนอม บุพศิริ).  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก : haamor.com.  [16 ต.ค. 2015].

ภาพประกอบ : www.cervicalbarriers.org, www.wikihow.com

เรียบเรียงข้อมูลโดยเว็บไซต์เมดไทย (MedThai)

advertisement M36

แสดงความคิดเห็น
  • ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้องกับการโฆษณาจะไม่ได้รับการเผยแพร่ในทุกกรณี
  • ติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านแฟนเพจ
Recommended for you

Disclaimer : บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ โปรดอ่านเพิ่มเติมหน้านโยบายและเงื่อนไขการใช้งานเว็บไซต์

© 2013-2016 MedThai
All Right Reserved.