• icon-facebook
  • icon-twitter
  • icon-google

สังกรณีดง สรรพคุณของต้นสังกรณีดง 2 ข้อ !

POSTED: เวลา 1:57 น. 12 ตุลาคม 2014, UPDATED: 01 มีนาคม 2016
สังกรณีดง

advertisement M10

สังกรณีดง

สังกรณีดง ชื่อวิทยาศาสตร์ Lepidagathis fasciculata (Retz.) Nees (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Ruellia fasciculata Retz.) จัดอยู่ในวงศ์เหงือกปลาหมอ (ACANTHACEAE)[1]

ลักษณะของสังกรณีดง

  • ต้นสังกรณีดง จัดเป็นไม้ล้มลุก ลำต้นมีลักษณะตั้งตรงและมีขน มีความสูงได้ถึง 30 เซนติเมตร[1]

ต้นสังกรณีดง

  • ใบสังกรณีดง ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงตรงข้าม ลักษณะขอบใบเป็นรูปไข่หรือรูปไข่แกมรูปใบหอก ใบมีขนาดกว้างประมาณ 2.5-5 เซนติเมตร และยาวประมาณ 5-10 เซนติเมตร แผ่นใบมีขนทั้งสองด้าน[1]

ใบสังกรณีดง

  • ดอกสังกรณีดง ดอกเป็นสีขาว มีขนนุ่ม ขนาดไม่เกิน 4 เซนติเมตร โดยจะออกตามซอกใบและที่ปลายกิ่ง มีใบประดับเป็นรูปไข่ มีขนาดกว้างประมาณ 4-6 มิลลิเมตร และยาวประมาณ 7-12 มิลลิเมตร[1]

ดอกสังกรณีดง

  • ผลสังกรณีดง ผลเป็นผลแห้ง ลักษณะของผลเป็นรูปขอบขนานแคบ แตกได้[1]

สรรพคุณของสังกรณีดง

  • ตำรายาพื้นบ้านล้านนาจะใช้รากสังกรณีดงจำนวน 3 ราก นำมาต้มกับน้ำดื่มเป็นยาแก้จุกเสียด (ราก)[1]
  • ทั้งต้นใช้ผสมกับสมุนไพรอื่น ได้แก่ ต้นหรือรากหนาดคำ หรือต้นหรือรากผักอีหลืน ตรีชวาทั้งต้น และหัวยาข้าวเย็น นำมาต้มกับน้ำดื่มเป็นยาถอนพิษแมลงสัตว์กัดต่อย (ทั้งต้น)[1]
References
  1. หนังสือสมุนไพรพื้นบ้านล้านนา.  (ภาควิชาเภสัชพฤกษศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล).  “สังกรณีดง”.  หน้า 143.

ภาพประกอบ : www.flickr.com (by Dinesh Valke)

เรียบเรียงข้อมูลโดยเว็บไซต์เมดไทย (MedThai)

advertisement M12

แสดงความคิดเห็น
  • ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้องกับการโฆษณาจะไม่ได้รับการเผยแพร่ในทุกกรณี
  • ติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านแฟนเพจ
Recommended for you

Disclaimer : บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ โปรดอ่านเพิ่มเติมหน้านโยบายและเงื่อนไขการใช้งานเว็บไซต์

© 2013-2016 MedThai
All Right Reserved.