• icon-facebook
  • icon-twitter
  • icon-google

สะบ้าลิง สรรพคุณของต้นสะบ้าลิง 4 ข้อ ! (สะบ้าลาย)

POSTED: เวลา 1:14 น. 14 กรกฎาคม 2015, UPDATED: 17 พฤศจิกายน 2016
สะบ้าลิง

advertisement M10

สะบ้าลิง

สะบ้าลิง ชื่อวิทยาศาสตร์ Entada glandulosa Gagnep. (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Entada tamarindifolia Gagnep.) จัดอยู่ในวงศ์ถั่ว (FABACEAE หรือ LEGUMINOSAE) และอยู่ในวงศ์ย่อยสีเสียด (MIMOSOIDEAE หรือ MIMOSACEAE)[1],[2]

สมุนไพรสะบ้าลิง มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า ผักตีนแลน มะบ้าลิง มะบ้าปน (เชียงใหม่), หมากนิมลาย (เงี้ยว แม่ฮ่องสอน), มะบ้าปน (ลำพูน), ทบทวน ลิ้นแลน มะขามเครือ (ชัยภูมิ), เครือลิ้นแลน (หนองคาย), หมากแทน (ยโสธร), บ้าบนใหญ่ (อุบลราชธานี), ผักตีนแลน มะบ้าลิง มะบ้าบน มะบ้าวอก (ภาคเหนือ), สะบ้าลาย สะบ้าลิง (ภาคกลาง) เป็นต้น[1],[2]

หมายเหตุ : ต้นสะบ้าลิงที่กล่าวถึงในบทความนี้ เป็นพรรณไม้คนละชนิดกันกับต้นสะบ้าลิงที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Mucuna macrocarpa Wall. (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Mucuna collettii Lace)

ลักษณะของสะบ้าลิง

  • ต้นสะบ้าลิง จัดเป็นพรรณไม้เถาเนื้อแข็ง เลื้อยพาดพันต้นไม้ใหญ่ ตามกิ่งมีขน มีเขตการกระจายพันธุ์ในพม่าและภูมิภาคอินโดจีน ส่วนในประเทศไทยพบขึ้นกระจายห่าง ๆ แทบทุกภาคของประเทศ ยกเว้นทางภาคใต้ โดยมักพบขึ้นตามป่าเบญจพรรณและป่าดิบแล้ง โดยเฉพาะบนเขาหินปูน ที่ระดับความสูงจากน้ำทะเลไม่เกิน 500 เมตร[1],[2]

ต้นสะบ้าลิง

  • ใบสะบ้าลิง ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก 2 ชั้น ปลายใบคู่ ออกเรียงสลับ แกนกลางใบประกอบยาวประมาณ 4.5-10 เซนติเมตร ก้านใบยาวประมาณ 1.8-4 เซนติเมตร ใบประกอบย่อยคู่ปลายมีมือเกาะ ใบประกอบย่อยยาวประมาณ 4-14.5 เซนติเมตร มีใบย่อย 5-8 คู่ ออกเรียงตรงข้าม ลักษณะของใบย่อยเป็นรูปรีหรือรูปขอบขนาน ปลายใบตัดหรือเว้ากลม มีติ่งแหลม ฐานใบเบี้ยวเล็กน้อย ใบมีขนาดกว้างประมาณ 0.5-1.7 เซนติเมตร และยาวประมาณ 1.2-4 เซนติเมตร ผิวใบด้านล่างเกลี้ยงไม่มีนวล[1],[2]

ใบสะบ้าลิง

  • ดอกสะบ้าลิง ออกดอกเป็นช่อกระจะเชิงลด โดยจะออกที่ซอกใบและเหนือซอกใบ ยาวประมาณ 7-12 เซนติเมตร มีขนละเอียด ก้านดอกย่อยเกือบไร้ก้าน กลีบเลี้ยงดอกมีลักษณะเป็นรูปถ้วย เชื่อมติดกันเป็นรูปถ้วย ปลายแยกออกเป็นแฉก 5 แฉก ลักษณะเป็นรูปสามเหลี่ยมตื้น ๆ ผิวด้านนอกมีขนละเอียด ผิวด้านในเกลี้ยง ยาวประมาณ 2-2.5 มิลลิเมตร ส่วนกลีบดอกนั้นเป็นสีขาวแกมเหลือง มี 5 กลีบ แยกจรดกัน ลักษณะของกลีบดอกเป็นรูปใบหอกหรือรูปขอบขนานแกมรูปใบหอก ปลายแหลม โคนเชื่อมกัน ขอบเรียบ ปลายแยก ยาวประมาณ 4.5-5.5 มิลลิเมตร ด้านนอกช่วงล่างมีแนวต่อมขนาดเล็กอยู่ 2 แนว ดอกมีเกสรเพศผู้ 10 อัน แยกจากกัน เชื่อมกันที่ฐาน แบ่งเป็นขนาดยาว 9 อัน และสั้น 1 อัน ก้านชูอับเรณูยาวได้ประมาณ 1 เซนติเมตร หรือยาวกว่าเล็กน้อย ส่วนเกสรเพศเมีย มีรังไข่อยู่เหนือวงกลีบ ผิวเรียบ รังไข่เกลี้ยง ยาวได้ประมาณ 3 มิลลิเมตร ออกดอกในช่วงประมาณมีนาคมถึงเดือนพฤษภาคม[1],[2]
  • ผลสะบ้าลิง ผลมีลักษณะเป็นฝักรูปขอบขนาน แบน โค้งงอ มีรอยคอดตามเมล็ด ฝักมีขนาดกว้างประมาณ 2.2-2.6 เซนติเมตร และยาวได้ถึง 35 เซนติเมตร ฝักเป็นสีน้ำตาล ผนังด้านนอกค่อนข้างหนา เมื่อแก่จะหักเป็นท่อนๆ แต่ละท่อนจะมีเมล็ด 1 เมล็ด เมล็ดมีลักษณะเป็นรูปเกือบกลม แบน มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1-1.8 เซนติเมตร เปลือกนอกแข็งเป็นสีน้ำตาลดำ[1],[2]

ฝักสะบ้าลิง

เมล็ดสะบ้าลิง

สรรพคุณของสะบ้าลิง

  • ตำรายาไทยจะใช้เนื้อในเมล็ดดิบ นำมาสุมไฟให้เกรียมดำแล้วผสมกับยาอื่น ๆ รับประทานเป็นยาแก้ไข้พิษเซื่องซึม (เนื้อในเมล็ดดิบ)[2]
  • เนื้อในเมล็ดดิบ มีรสเบื่อเมา ใช้เป็นยาแก้โรคผิวหนัง ผื่นคัน โรคเรื้อน คุดทะราด มะเร็ง ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย และเป็นยาเบื่อเมา (เนื้อในเมล็ดดิบ)[2]
  • ยาพื้นบ้านอีสานจะใช้เมล็ดหรือรากสะบ้าลิง นำมาฝนเหล้าทาและฝนกับน้ำกินเป็นยาแก้โรคผิวหนัง และแผลเรื้อรัง (ราก, เมล็ด)[2]
  • ทั้งต้นใช้ผสมในลูกประคบเป็นยาแก้ปวดข้อ ปวดเมื่อย (ทั้งต้น)[2]
References
  1. สำนักงานหอพรรณไม้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช, กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช. “สะบ้าลิง”.  [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : www.dnp.go.th/botany/.  [13 ก.ค. 2015].
  2. ฐานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี.  “สะบ้าลิง”.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก : www.phargarden.com.  [14 ก.ค. 2015].

ภาพประกอบ : www.flickr.com (by Hai Le), biodiversity.forest.go.th, www.biogang.net (by mario304304 ), www.phargarden.com (by Sudarat Homhual)

เรียบเรียงข้อมูลโดยเว็บไซต์เมดไทย (MedThai)

advertisement M12

แสดงความคิดเห็น
  • ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้องกับการโฆษณาจะไม่ได้รับการเผยแพร่ในทุกกรณี
  • ติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านแฟนเพจ
Recommended for you

Disclaimer : บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ โปรดอ่านเพิ่มเติมหน้านโยบายและเงื่อนไขการใช้งานเว็บไซต์

© 2013-2016 MedThai
All Right Reserved.