• icon-facebook
  • icon-twitter
  • icon-google

8 วิธีแก้รักแร้หนังไก่ ! รักแร้เป็นหนังไก่ทำไงดี ??

POSTED: เวลา 6:50 น. 20 กุมภาพันธ์ 2015, UPDATED: 27 พฤศจิกายน 2016
รักแร้หนังไก่

advertisement M28

รักแร้หนังไก่

สาว ๆ หลายคนอาจกำลังประสบกับปัญหารักแร้เป็นหนังไก่หรือเป็นตุ่มจนทำให้เสียความมั่นใจ เพราะไม่ว่าจะยกแขนหรือหยิบจับอะไรก็ต้องคอยเป็นกังวลไปทุกที สำหรับใครที่กลัวว่าคนอื่นเห็นแล้วจะช็อก ! เมื่อได้เห็นน้องไก่ใต้วงแขน และกำลังมองหาหนทางแก้ตุ่มหนังไก่ให้มันหายไป วันนี้เรามีทางออกดี ๆ มาฝากกัน ด้วยวิธีป้องกันและแก้ง่าย ๆ ดังต่อไปนี้

วิธีแก้รักแร้หนังไก่

  1. หลีกเลี่ยงการถอน การโกน การเกา และการแว๊กซ์ขนรักแร้ เพราะเมื่อยิ่งถอนยิ่งโกนก็จะยิ่งเป็นการเน้นให้ผิวเกิดเป็นขนคุดภายใน จนมีลักษณะเป็นตุ่มตอ ขรุขระไม่เรียบเนียน แต่หากมีความจำเป็นต้องกำจัดขน ขอแนะนำให้ให้ใช้วิธีการแว๊กซ์หรือโกนแบบเบามือที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดขนคุดและบาดแผลใต้วงแขน
  2. ไม่ใส่เสื้อผ้ารัดแน่นจนเกินไป ปัญหาหนังไก่รักแร้ดำนอกจากจะเกิดจากการถอนและโกนขนรักแร้เป็นประจำแล้ว ยังอาจมีสาเหตุมาจากการเสียดสีและรักแร้มีเหงื่อออกมากอีกด้วย ดังนั้นการเลือกสวมใส่เสื้อผ้าที่ไม่รัดแน่นจนเกินไปจึงช่วยลดการเสียดสีและการเกิดเหงื่อได้
  3. ใส่ใจกับผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในชีวิตประจำวันสักนิด เปลี่ยนมาเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนจากธรรมชาติหรือเลือกใช้สารส้มแทนการใช้สารเคมีรุนแรงจำพวกน้ำหอมสังเคราะห์ สารลดเหงื่อ และสารกันเสีย รวมถึงหลีกเลี่ยงการทาแป้งเย็นใต้วงแขนตอนกลางวัน เพราะแป้งอาจตกค้างจนทำให้เกิดการระคายเคืองได้
  4. ให้ใช้ครีม โลชั่น หรือโทนเนอร์ที่ช่วยผลัดเซลล์ผิว ซึ่งมีส่วนผสมของ AHA, BHA และไวท์เทนนิ่ง นำมาทาใต้วงแขนบาง ๆ เป็นประจำก่อนนอน เพื่อช่วยกระตุ้นให้เกิดการหลุดลอกของเซลล์ผิวหนังเก่า บำรุงผิวให้กระชับรูขุมขนให้ดีขึ้นในเร็ววัน
  5. เรตินเอ (Retin A 0.05% หรือ 0.025%) หรือยาทารักษาสิวนี่แหละ ให้นำมาทารักแร้บาง ๆ ก่อนนอนทุกคืน ช่วงแรก ๆ ผิวจะเริ่มดำคล้ำก่อนเพราะรอการผลัดเซลล์ แต่พอผ่านไปประมาณ 1 สัปดาห์ รักแร้จะเริ่มลอก ช่วงนี้ก็ให้ทาครีมบาง ๆ วันเว้นวัน ประมาณ 2 สัปดาห์ รักแร้ที่เป็นหนังไก่ก็จะหลุดลอกออกไป ผิวเรียบเนียนขึ้น แถมรอยคล้ำยังจางลงอีกด้วย (แต่บางคนก็ใช้วิธีนี้ไม่ได้ผลนะครับ) ราคาหลอดละประมาณร้อยกว่าบาท ถ้ารักษาจนหายแล้วก็ควรเลิกใช้ ไม่ควรใช้ติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน เพราะจัดว่าเป็นยาอันตราย และสตรีมีครรภ์ห้ามใช้
    วิธีรักษารักแร้หนังไก่
  6. สครับรักแร้ หากมีเวลาว่างก็ให้นำน้ำมะนาวหรือมะขามเปียกผสมเพียงกับน้ำเล็กน้อย แล้วนำมาทารักแร้แล้วใช้ฟองน้ำขัดเบา ๆ ทิ้งไว้ประมาณ 3-5 นาที โดยให้ทำเป็นประจำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ก็จะช่วยให้ผิวใต้วงแขนของคุณดูเรียบเนียน ลดการเกิดขนคุดใต้วงแขนได้
    advertisement M29
  7. เลเซอร์กำจัดขนต้นตอของปัญหา อีกหนึ่งวิธีที่นอกจะจะช่วยกำจัดขนรักแร้ได้อย่างถาวรแล้ว ยังช่วยลดรอดำและลดปัญหาหนังไก่ที่มาคอยกวนใจคุณได้อีกด้วย โดยเป็นการใช้เลเซอร์ในกลุ่ม YAG (แย๊ก) ที่มีคลื่นความยาวเหมาะกับการกำจัดขนในระดับ 1064 นาโนเมตร (Long pulse nd yag) ภายหลังทำเลเซอร์ขนที่ขึ้นจะเริ่มบางและมีลดน้อยลง จึงช่วยลดปัญหาตุ่มตอให้หายขาดได้ในที่สุด แต่เพื่อผลลัพธ์ที่ดีการยิงเลเซอร์กำจัดขนจะต้องทำซ้ำประมาณ 4-8 ครั้ง ราคาทำต่อครั้งก็ประมาณ 1,000-2,000 บาท ซึ่งส่วนมากจะขายเป็นคอร์ส คอร์สละประมาณ 8,000-20,000 บาท (ภาพจาก : jeban.com by Molly_Nanny)
    แก้รักแร้หนังไก่
  8. IPL – Intense pulsed light (ไอพีแอล) เป็นวิธีกำจัดขนรักแร้ถาวรที่ช่วยแก้ต้นตอของปัญหาหนังไก่ โดยใช้คลื่นแสงที่มีความยาวคลื่น 500-1,200 nm (นาโนเมตร) และปรับความยาวของคลื่นเพื่อยิงกำจัดขน ซึ่งจะช่วยทำลายรากขนได้เหมือนการยิงเลเซอร์ แต่ต้องทำซ้ำประมาณ 3-6 ครั้ง ทุก ๆ 3 อาทิตย์ ผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นจากการรักษาคือจะมีอาการบวมเล็กน้อย และจะหายบวมภายใน 24 ชั่วโมง แต่เครื่อง IPL จะไม่เหมาะกับคนผิวคล้ำ เพราะมีโอกาสเบิร์นได้ง่าย ทำให้ยิงแรง ๆ ไม่ได้ และต้องทำโดยผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น ราคาต่อครั้งก็ประมาณ 1,000-2,000 บาท

สรุปสั้น ๆ ห้ามถอน โกน หรือแว๊กซ์ ถ้าขนรักแร้ยาวก็ให้ใช้วิธีแว๊กซ์แบบเบามือ หรือเลือกใช้ครีมกำจัดขนรักแร้ไปเลยก็ได้ ส่วนปัญหาหนังไก่ที่เป็นอยู่ถ้าคุณหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเหล่านี้ได้ ปัญหาหนังไก่มันก็จะค่อย ๆ หายไปเอง ถ้ากลุ้มใจเรื่องขนรักแร้ก็เก็บเงินทำเลเซอร์ครับ คุ้มค่ากับการลงทุนแน่นอน ยิงปืนนัดเดียวได้นกหลายตัว สามารถดูรายละเอียดได้ที่นี้ 10 วิธีกำจัดขนรักแร้ ให้สิ้นซากอย่างถาวร !!

เรียบเรียงข้อมูลโดยเว็บไซต์เมดไทย (MedThai)

advertisement M30

แสดงความคิดเห็น
  • ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้องกับการโฆษณาจะไม่ได้รับการเผยแพร่ในทุกกรณี
  • ติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านแฟนเพจ
Recommended for you

Disclaimer : บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ โปรดอ่านเพิ่มเติมหน้านโยบายและเงื่อนไขการใช้งานเว็บไซต์

© 2013-2016 MedThai
All Right Reserved.