• icon-facebook
  • icon-twitter
  • icon-google

15 วิธีแก้ขอบตาดำคล้ำ ! ขอบตาดําทําไงดี ??

POSTED: เวลา 7:26 น. 30 เมษายน 2015, UPDATED: 27 พฤศจิกายน 2016
ขอบตาดำ

advertisement M28

รอยดำคล้ำใต้ตา

รอยดำคล้ำใต้ตา (Dark circles) เป็นภาวะที่พบได้บ่อยกับคนทุกเพศทุกวัย และมักจะเป็นมากขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น ถึงแม้ว่ารอยดำใต้ตาจะไม่ใช่โรคที่จำเป็นต้องรักษา หรือเป็นปัญหาสำคัญต่อสุขภาพ แต่ก็ทำให้เกิดปัญหาด้านความงามได้ เพราะการมีรอยคล้ำใต้ตาอาจทำให้ผู้ที่เป็นดูเศร้าหมอง เหนื่อย หน้าตาดูไม่สดใส และดูมีอายุมากขึ้นกว่าความเป็นจริง

ปัญหาขอบตาดำคล้ำเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น การอดนอน พักผ่อนน้อย ถูกกระทบกระแทกมา หรือมีโรคร้ายซ่อนอยู่ ปัญหาขอบตาคล้ำ หรือ รอยดำคล้ำใต้ตา ที่เป็นผลมาจากหลอดเลือดดำบริเวณตาขยายใหญ่หรือทำให้เม็ดสีเมลานินมากขึ้นจึงทำให้ใต้ตาดำคล้ำ ทำให้ใบหน้าดูหมอง ไม่สดใส ความสวยงามก็ดูลดลง ซึ่งสาเหตุของขอบตาดำคล้ำก็มีอยู่ด้วยกันหลายสาเหตุ บางคนอาจเกิดจากสาเหตุเดียว แต่บางคนก็อาจเกิดหลาย ๆ สาเหตุร่วมกัน ได้แก่

สาเหตุขอบตาดำคล้ำ

  1. กรรมพันธุ์ ไม่ว่าจะจากคุณพ่อคุณแม่ ญาติพี่น้อง ถ้าคุณมีญาติขอบตาดำก็แสงว่าอาจเป็นพันธุกรรมที่ถูกถ่ายทอดมา ซึ่งไม่จำเป็นว่ารุ่นลูกจะขอบตาดำกันทุกคน ยิ่งคนที่มีผิวกายสีขาว ก็จะยิ่งทำให้เห็นความดำคล้ำได้ชัดคนผิวเหลือง น้ำตาล หรือดำ ซึ่งสาเหตุนี้การรักษาและป้องกันจะค่อนข้างยากกว่าสาเหตุอื่น ๆ
  2. ขอบตาคล้ำจากภาวะเสียสมดุล เช่น การนอนหลับไม่เพียงพอ อดนอน พักผ่อนน้อย สาเหตุนี้เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยในสภาพสังคมปัจจุบัน เพราะทำให้การไหลเวียนโลหิตไม่ดี สารอาหารในเลือดลดลง เส้นเลือดตีบ ทำให้เกิดรอยคล้ำชัดขึ้น, การอ่อนล้าของระบบประสาทจากความเครียด อารมณ์แปรปรวน, การกินของเย็นในขณะมีประจำเดือน, การกินอาหารจำพวกแป้งและของหวานมากเกินไป จนทำให้เกิดกระบวนการเผาผลาญ มีคาร์บอนไดออกไซด์มาก ทำให้เลือดดำคล้ำ, การมีเพศสัมพันธ์ที่มากจนเกินไป จะทำให้สูญเสียพลังและสารจำเป็น, การเจ็บป่วยเรื้อรังหรือสูญเสียเสียพลังเรื้อรัง, ภาวะความเป็นกรดมากขึ้น ซึ่งมีหลายปัจจัย เช่น อาหาร ยา สารพิษ โรคตับ ฯลฯ, ภาวะสารแคลเซียมในร่างกายน้อย, ภาวะของตับและไตพร่อง (จะมีอาการหน้าขาวซีด กลัวหนาว แขนขาเย็น มีตกขาวใส ปวดเมื่อยเอว มีอาการร้อนตามฝ่ามือฝ่าเท้า มีไข้ต่ำ ๆ ฝันบ่อย นอนไม่หลับ ฯลฯ) เป็นต้น
  3. อายุที่มากขึ้น หนังชั้นกำพร้าจะค่อย ๆ บางลงตามอายุ หลอดเลือดจึงโผล่ออกมาให้เห็นเป็นผิวคล้ำ ๆ หรือทำให้เป็นรอยคล้ำใต้ตาทีเกิดจากผิวหนังใต้ตาหย่อนคล้อย จนทำให้เกิดเป็นเงาดำใต้ตา รอยดำจากสาเหตุนี้มักพบการมีรอยย่นรอบดวงตาโดยรอบ ในรายที่เป็นมาก ๆ อาจมีถุงใต้ตาร่วมด้วยก็ได้ ซึ่งแพทย์มักจะรักษาโดยใช้เครื่องมือต่าง ๆ เช่น เลเซอร์ คลื่นความถี่วิทยุที่มีผลทำให้ผิวหนังใต้ตากระชับขึ้น การฉีดสารเติมเต็มเพื่อให้ริ้วรอยดูตื้นขึ้น หรือในรายเป็นที่มาก ๆ มีถุงใต้ตาขนาดใหญ่ ก็อาจจะต้องรักษาด้วยวิธีการผ่าตัด
  4. ผิวใต้ตาบาง รอยคล้ำที่เกิดจากการมีผิวหนังใต้ตาบางหรือมีชั้นไขมันใต้ผิวหนังบริเวณนั้นบางลงร่วมด้วย ซึ่งมักเกิดจากเส้นเลือดใต้ผิวหนัง รอยคล้ำใต้ตาจากสาเหตุนี้มักจะมีสีออกม่วงและเห็นชัดมากบริเวณด้านหัวตา โดยเฉพาะในช่วงที่มีประจำเดือน ซึ่งจะต้องรักษาด้วยการใช้เลเซอร์กำจัดเส้นเลือด หรือฉีดสารเติมเต็มเพื่อให้ผิวหนังบริเวณนั้นดูหนาขึ้น
  5. การสร้างเม็ดสีบริเวณผิวหนังใต้ตาเพิ่มขึ้น เช่น เป็นภูมิแพ้จนทำให้เส้นเลือดดำที่อยู่รอบตาขยายใหญ่มากกว่าคนทั่ว ๆ ไป ยิ่งคันตาบ่อย อดไม่ได้ต้องขยี้ตาจะยิ่งทำให้ตาคล้ำง่าย การขยี้ตาจะเป็นการกระตุ้นเซลล์ให้เซลล์สร้างเม็ดสีให้เพิ่มจำนวนมากขึ้นด้วย หรือในกรณีที่รอยคล้ำใต้ตาเกิดจากการสร้างเม็ดสีบริเวณผิวหนังใต้ตาเพิ่มขึ้น โดยมักพบในภาวะรอยดำที่เกิดตามหลังจากการอักเสบในผู้ป่วยที่เป็นโรคภูมิแพ้ที่ผิวหนังเรื้อรัง (atopic dermatitis) หรือเกิดจากการแพ้จากการสัมผัสสารต่าง ๆ (allergic contact dermatitis) ซึ่งรอยคล้ำใต้ตาจากสาเหตุนี้มักมีสีออกเทา ๆ เมื่อเอามือรีดผิวหนังบริเวณนั้น รอยคล้ำก็จะไม่จางลง สามารถรักษาด้วยการใช้ครีมที่มีฤทธิ์ยับยั้งการสร้างเม็ดสีต่าง ๆ หรือใช้เลเซอร์กำจัดเม็ดสีทำให้รอยคล้ำใต้ตาดูจางลง
  6. เกิดจากการระคายเคืองรอบดวงตา เช่น การแพ้สารบางอย่าในครีมทารอบดวงตา แพ้มาสคาร่า เป็นต้น แล้วทำให้เกิดอาการคัน พอคันก็จะถูขยี้ตา ดังนั้นคนที่มีผิวแพ้ง่ายก่อนจะใช้เครื่องสำอางอะไรก็ควรจะทดสอบการแพ้เครื่องสำอางก่อนที่ท้องแขน
  7. อาการตาแห้ง ขาดน้ำตามาหล่อเลี้ยง หลายคนแก้ไขผิดวิธี ด้วยการขยี้ตาเพื่อให้มีน้ำตาจึงทำให้ขอบตาดำคล้ำ ที่ถูกคือคุณควรดื่มน้ำให้มากขึ้นเรื่อย ๆ คลอดทั้งวัน ส่วนอาการตาแห้งควรหยอดน้ำตาเทียมวันละ 4-5 ครั้ง
  8. ปานโอตะ บางคนอาจเป็นส่วนน้อยที่มีปานโอตะอยู่ที่ขอบตา ซึ่งปานโอตะก็คือ เซลล์เม็ดสีที่อยู่ในชั้นหนังแท้ ซึ่งมักจะเป็นรอบตาข้างเดียว แต่บางคนอาจเป็นได้ทั้ง 2 ข้าง จึงทำให้ขอบตาดูเขียวคล้ำ
advertisement M29

วิธีแก้ขอบตาดํา

  1. หาสาเหตุและหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง การรักษาผิวใต้ตาหมองคล้ำทำให้กลับมาสดใสดั่งเดิม ก็ควรเริ่มจากหาสาเหตุและหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง เนื่องจากรอยคล้ำใต้ตาเกิดได้จากหลายสาเหตุ และแต่ละสาเหตุจะมีวิธีการรักษาที่แตกต่างกันออกไป ผู้ที่มีปัญหารอยคล้ำใต้ตาจึงควรปรึกษาแพทย์เพื่อให้ทราบถึงสาเหตุรอยคล้ำใต้ตาก่อน เพื่อจะได้เลือกวิธีการรักษาได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม เช่น หากขอบตาดำเป็นเพราะการขยี้ตาบ่อย ๆ ก็ให้เลิกขยี้ตาซะ หรือเป็นเพราะแพ้เครื่องสำอาง ก็ให้ทดสอบการแพ้เครื่องสำอางก่อนการใช้ หรือถ้าเป็นเพราะพักผ่อนน้อย อดหลับอดนอน ก็พักผ่อนนอนหลับให้มาก ๆ ฯลฯ
  2. ดูแลตัวเอง โดยเริ่มจากการลดบริโภคอาหารไม่มีประโยชน์ แล้วหันมารับประทานอาหารที่มีประโยชน์แทน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผักผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามิน เกลือแร่ สารต้านอนุมูลอิสระ เช่น ดื่มน้ำมะเขือเทศที่ผสมกับน้ำมะนาวและเกลือ (อาจใส่ใบมิ้นต์ลงไปด้วยเล็กน้อย) เน้นเพิ่มอาหารที่มีวิตามินซีในทุกมื้ออาหาร หรือนำแครอทไปวางไว้ในน้ำร้อนสักพัก แล้วดื่มน้ำนั้นก่อนอาหาร 3 ครั้งต่อวันก็ได้ เป็นต้น ซึ่งเหล่านี้จะช่วยแก้ปัญหารอบตาดำคล้ำได้, รวมไปถึงการดื่มน้ำให้มาก ๆ ในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อช่วยเพิ่มการไหลเวียนของโลหิตให้ดีขึ้น, หมั่นออกกำลังกายเป็นประจำ, เลิกสูบบุหรี่ เพราะบุหรี่มีอนุมูลอิสระ ทำให้ผิวหนังเหี่ยวย่น ดูแก่ก่อนวัย และทำให้เกิดคล้ำใต้ตา, หลีกเลี่ยงแสงแดด เพราะผิวใต้ตาจะอ่อนบางกว่าบริเวณอื่น ๆ หากถูกแสงแดดมาก ๆ ผิวส่วนนั้นก็จะบางลงจนมองเห็นเส้นเลือดดำใต้ผิวได้, หาวิธีกำจัดความเครียดพร้อมทั้งนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพราะช่วงเวลาเราหลับกลางคืนจะเป็นช่วงเวลาแห่งการซ่อมแซมร่างกาย ดวงตาเองก็จะได้รับการซ่อมแซมเช่นกัน โดยคุณควรนอนหลับ 6-8 ชั่วโมงทุกคืนจะดีที่สุด อ้อ..เพิ่มเติมอีกนิด การหนุนหมอนมีคำแนะนำว่าให้คุณหนุนหมอนในขนาดพอเหมาะที่สามารถยกให้ศีรษะสูงขึ้นเหนือระดับของหัวใจเล็กน้อย และให้นอนในท่าหงาย เพื่อช่วยป้องกันของเหลวที่ไหลมารวมกันอยู่บริเวณศีรษะ
  3. รอยคล้ำจางหายด้วยนิ้วมือ เป็นวิธีที่ง่ายสุดในการช่วยขจัดปัญหารอยคล้ำรอบดวงตาที่มีสาเหตุมาจากการที่เลือดไหลเวียนไม่ดี วิธีนี้ให้คุณใช้นิ้วชี้กดเบา ๆ ที่ใต้ตาด้านล่างช้า ๆ จากซ้ายไปขวา โดยให้ทำซ้ำไปมาประมาณ 10 ครั้ง และควรทำหลังจากตื่นนอนตอนเช้า ซึ่งวิธีนี้จะช่วยไล่ความคล้ำที่เกาะอยู่รอบดวงตาให้จางหายไปได้ ส่วนอีกวิธีให้ใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่น นำมาประคบบนเปลือกตาประมาณ 5 นาที แล้วให้ล้างด้วยน้ำเย็นจัด จากนั้นให้หลับตาลงพร้อมกับใช้นิ้วกลางกดที่หางคิ้วทั้งสองข้าง แล้วใช้นิ้วโป้งกดเบ้าตาช่วงหัวตาค้างไว้ประมาณ 5 วินาที ค่อย ๆ ปล่อยแล้วกดลงไปใหม่ทำซ้ำกันประมาณ 5-10 ครั้ง ต่อมาให้ใช้นิ้วกลางกดที่สันจมูก ช่วงหัวตาค้างไว้ประมาณ 5 วินาที แล้วค่อย ๆ ปล่อยแล้วกดลงไปใหม่ทำซ้ำกันประมาณ 5-10 ครั้ง
  4. สูตรบำรุงรอบตาให้สวยได้ในข้ามคืน วิธีแรกให้ใช้วุ้นว่านหางจระเข้สด ๆ นำมาทาใต้ตา แล้วนวดเป็นวงกลม ทิ้งไว้แบบนั้นแล้วเข้านอน จะช่วยแก้ปัญหารอบตาคล้ำได้ หรืออีกวิธีให้ใช้น้ำสะระแหน่นำมาทารอบดวงตาก่อนเข้านอน ซึ่งจะช่วยทำให้รอยดวงตาที่ดำคล้ำค่อย ๆ จางหายไป ส่วนวิธีสุดท้ายให้ใช้ผงจันทน์เทศนำมาผสมกับนมสด แล้วนำมาทาใต้ตาพอกทิ้งไว้ข้ามคืน พอตื่นเช้ามาก็จะพบกับรอบดวงตาอันสดใสและไม่ดำคล้ำ
  5. ทรีทเม้นท์เบา ๆ แต่ได้ผล มีอยู่หลายวิธีด้วยกัน วิธีแรกให้คุณนำสำลีกลม ๆ จุ่มลงในน้ำเย็นหรือน้ำกุหลาบ วางทิ้งไว้บนเปลือกตาประมาณ 10 นาที แล้วล้างออก, ส่วนวิธีที่สองให้คุณใช้เกลือ 1 ช้อนชา นำมาผสมกับน้ำร้อนครึ่งถ้วย แล้วใช้ผ้านุ่ม ๆ หรือสำลีชุบน้ำเกลือและบีบน้ำออกเล็กน้อย แล้วนพมาปิดเปลือกตาทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที, วิธีที่สามให้นำช้อนที่แช่เย็นจัดมาวางไว้บนเปลือกตาสักพัก เพื่อช่วยคลายอาการรอบดวงตาที่ดำคล้ำ, วิธีที่สามให้ใช้ช้อนเหล็กปาดวาสลีนออกมาแล้วนำไปแช่แข็งให้เย็นจัด แล้วจึงนำวาสลีนนั้นมาทารอบดวงตา ส่วนอีกวิธีให้นำผักชีฝรั่งไปวางไว้บนถาดทำน้ำแข็งที่มากับตู้เย็น พร้อมกับเติมน้ำลงไปเพื่อทำเป็นน้ำแข็งก้อน แล้วนำก้อนน้ำแข็งที่มีผักชีฝรั่งอยู่ในน้ำแข็งนั้นมาลูบ ๆ วน ๆ รอบดวงตาที่ดำคล้ำ สารคลอโรฟิลล์ที่อยู่ในผักชีฝรั่งจะช่วยขจัดรอบคล้ำใต้ตาได้ รวมทั้งน้ำแข็งยังช่วยลดอาการตาบวมได้อีกด้วย
    ขอบตาดําทําไงดี
  6. สูตรมะขามเปียก+นม+น้ำผึ้ง สูตรแรกให้คุณใช้มะขามเปียก 1 กำมือ เอารกออกแล้วล้างน้ำให้สะอาด นำมาผสมกับนมสด 2 ช้อนโต๊ะ ขยำให้เข้ากัน ถ้าข้นมากให้เติมน้ำลงไปหน่อย จากนั้นให้นำมากรองด้วยผ้าขาวบาง หลังจากนั้นเติมน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ คนให้เข้ากัน แล้วนำครีมมะขามที่ได้มาทาให้ทั่วใบหน้า โดยเฉพาะบริเวณใต้ตาและหางตาให้ทานานหน่อย ทิ้งไว้อย่างน้อย 15 นาที จึงล้างออก ซึ่งกรด AHA ในมะขามและกรดแลคติกในนมจะช่วยทำให้ผิวบริเวณใต้ตาดูขาวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
  7. สูตรด้วยมาส์กตา 20 นาที มีอยู่มากมายหลายสูตร เช่น การนำแตงกวาและน้ำที่สกัดจากมันฝรั่งมาผสมกัน จากนั้นใช้สำลีชุบส่วนผสมมาวางทิ้งไว้บนเปลือกตา แล้วออกด้วยน้ำเย็น, ฝานมันฝรั่งหรือแตงกวาให้เป็นแผ่นนำมาวางไว้บนเปลือกตา, ฝานลูกแพร์บาง ๆ แล้วนำมาวางใต้ดวงตา (ให้ทำสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง) สารต้านอนุมูลอิสระและวิตามินซีในลูกแพร์จะช่วยฟื้นฟูผิวรอบดวงตาได้อย่างน่าอัศจรรย์, นำเปลือกกล้วยบดมาพอกบริเวณใต้ตาที่ดำคล้ำ, นำมะเขือเทศมาฝานเป็นแผ่นแล้วแบ่งครึ่ง ผสมกับน้ำมะนาว ใช้พอกใต้ตาที่มีปัญหาดำคล้ำ, ใช้น้ำผึ้ง 1 ช้อนชาผสมกับน้ำแร่อุ่น ๆ ในปริมาณเท่ากัน แล้วใช้สำลีชุบให้พอชุ่ม แล้วนำมาวางรอบดวงตา (ทำสัปดาห์ละ 3 ครั้ง), นำผงขมิ้นและน้ำสับปะรดมาผสมกันแล้วนำมาพอกใต้ตา, ใช้สำลีชุบน้ำแตงกวาผสมกับน้ำมะนาว แล้วนำมาวางไว้บนเปลือกตา, นำสำลีก้อนกลม ๆ ไปจุ่มกับนมสดแช่เย็น แล้วนำมาวางรอบดวงตาเพื่อช่วยทำให้รอยคล้ำจางไป โดยสูตรเหล่านี้ให้วางทิ้งไว้บนเปลือกตาประมาณ 20 นาที แล้วจึงล้างออก
    ใต้ตาคล้ํา
  8. สูตรถุงชาแก้ปัญหาตาดำคล้ำ มีหลายสูตรย่อยด้วยกัน วิธีแรกให้คุณใช้ถุงชาฝรั่งที่ชงแล้วและยังอุ่น ๆ หมาด ๆ อยู่เล็กน้อย นำมาวางทับไว้บนเปลือกตาทั้งสองข้าง ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที แล้วจึงค่อยนำถุงชาออก วิธีนี้จะเหมาะกับผู้ที่มีผิวรอบดวงตาแพ้ง่ายหรือบวมง่าย หรืออีกวิธีให้ใช้ถุงชาที่แช่เย็นมาวางไว้บนเปลือกตาทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที (ลอกเลือกดูนะว่าแบบอุ่นหรือแบบเย็นจะเหมาะกับคุณมากกว่า) ส่วนอีกวิธีให้ใช้ถุงชาคาโมมายล์นำมาจุ่มลงไปในน้ำร้อน แล้วล้างด้วยน้ำเย็น จากนั้นก็ให้นำมาวางไว้บนเปลือกตาทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที แล้วรอยหมองคล้ำต่าง ๆ ใต้ตาจะค่อย ๆ หายไปเอง
    ขอบตาคล้ํา
  9. สูตรน้ำมันขจัดปัญหารอบดวงตาคล้ำ คุณสามารถนวดไล่ความคล้ำที่มาเกาะรอบดวงตาได้ง่าย ๆ ด้วยการใช้น้ำมันละหุ่ง น้ำมันอัลมอนด์ น้ำมันมะพร้าว น้ำมันมะกอก น้ำมันงา น้ำมันอโวคาโด น้ำมันจากแคปซูลวิตามินอี น้ำมันจากแคปซูลวิตามินเค น้ำผึ้ง หรือกลีเซอรีน (ใครที่ตื่นมาแล้วมักตาบวมฉึ่ง ก็แนะนำให้นวดด้วยน้ำมันอัลมอนด์หรือน้ำมันละหุ่ง) นำมานวดรอบ ๆ ดวงตาทิ้งไว้ข้ามคืน ซึ่งน้ำมันเหล่านี้นอกจากจะช่วยให้รอบตาที่ดำคล้ำหายไปแล้ว ยังถือเป็นการทำสปาแบบผ่อนคลายไปได้ในตัวอีกด้วย
  10. สูตรแผ่นเจล ให้คุณใช้แผ่นเจลที่มีขายสำเร็จรูปเป็นรูปครอบดวงตา โดยเอาไปแช่แข็งให้เย็นแล้วนำมาปิดรอบดวงตาเว้นตรงบริเวณดวงตาเอาไว้ ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที สูตรนี้จะช่วยคลายเครียดกล้ามเนื้อดวงตา ถนอมดวงตาและถนอมหลอดเลือดรอบตา จึงช่วยลดอาการคล้ำจากหลอดเลือดขยายไว้ได้
  11. ใช้ครีมทารอบดวงตาที่มีฤทธิ์ยับยั้งการสร้างเม็ดสี ถ้าคุณไม่ใจร้อนและอยากรักษาแบบค่อยเป็นค่อยไป ๆ ก็ให้ใช้ยาทาใต้ตาหรือครีมบำรุงรอบดวงตาที่มีส่วนผสมของ Whitening เช่น มีส่วนผสมของวิตามินซี, เรตินอล, กรดโคจิก, ลิโคไลซ์, อาร์บูติน, ไฮโดรควิโนดน หรือครีมที่มีส่วนผสมของกรดผลไม้ ฯลฯ ซึ่งจะช่วยรอยดำคล้ำใต้ตาจางลงได้ภายใน 3-4 สัปดาห์
    แก้ขอบตาดํา
  12. การฉีดฟิลเลอร์ ถ้ารอยคล้ำใต้ตานั้นเกิดมาจากเงา เนื่องจากมีร่องใต้ตาที่ลึกจนเกินไป แพทย์อาจใช้วิธีการฉีดสารเติมเต็มเพื่อเพิ่มปริมาตร ซึ่งสารที่ใช้ก็มีทั้งไฮยาลูรอนิกและคอลลาเจน วิธีนี้จะช่วยลบร่องใต้ตาที่ดูลึกได้ แต่อย่าลืมว่าต้องเลือกใช้สารที่ปลอดภัยและฉีดโดยแพทย์ผู้ที่มีความชำนาญเท่านั้น
    วิธีลดขอบตาดํา
  13. การรักษาด้วยเครื่องมือทางการแพทย์ เช่น การรักษาด้วย IPL หรือแสงเข้มข้น เป็นเครื่องมือที่ใช้ได้ผลดี ไม่มีแผล แต่ต้องทำหลาย ๆ ครั้ง, การใช้เลเซอร์เพื่อเข้าไปทำลายเม็ดสีให้แตกตัวเป็นเม็ดเล็ก ๆ (ภายหลังจะถูกร่างกายกำจัดไปในที่สุด) มีทั้งแบบมีแผลและไม่มีแผล อย่างเช่น Q-switched Nd: YAG และต้องทำหลายครั้งเช่นกัน ให้ผลลัพธ์ที่ดีไม่แพ้ไอพีแอล, การใช้แสงเลเซอร์ Fractional Laser (แบบกึ่งมีแผล) แบบนี้แผลจะหายเร็ว สามารถช่วยลดทั้งรอยดำและริ้วรอยตื้น ๆ ได้ และต้องทำหลายครั้งเช่นกัน, การใช้แสงเลเซอร์ในการปรับสภาพผิวแบบเปลี่ยนผิวใหม่ที่เรียกว่า Laser Resurfacing ตัวนี้นอกจากรอยคล้ำใต้ตาจะหายแล้ว ริ้วรอยต่าง ๆ ยังดูดีขึ้นอีกด้วย แต่การใช้วิธีนี้คุณจะต้องเข้าสู่ช่วงเก็บตัวก่อนสวย เพราะจะต้องรักษาแผลให้หายอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ และต้องหลีกเลี่ยงแสงแดดอย่างน้อย 3-6 เดือน ซึ่งวิธีเหล่านี้เป็นวิธีที่ได้ผลดีในการรักษารอยคล้ำใต้ตา เพียงแต่เสียค่าใช้จ่ายสูง และบางวิธีอาจต้องใช้ระยะเวลาในการพักฟื้นนาน ส่วนจะเลือกใช้เครื่องมือชนิดไหนนั้นคงต้องขึ้นอยู่กับแพทย์เป็นผู้วินิจฉัย
  14. ใช้คอนซีลเลอร์ช่วยปดปิกรอยคล้ำ โดยให้เลือกใช้คอนซีลเลอร์เนื้อบางเกลี่ยง่ายและมีโทนสีใกล้เคียงกับสีผิวของเรามากที่สุด อย่างสีเหลืองหรือสีเหลืองปนส้มอ่อน ๆ เพื่อที่จะไดแก้สีเทาปนน้ำเงินปนม่วงของเงาใต้ตาได้ ซึ่งในปัจจุบันก็มีให้เลือกใช้กันหลายยี่ห้อเลยล่ะ
    วิธีแก้ขอบตาดํา
  15. รักษาด้วยแพทย์แผนจีน ในศาสตร์เกี่ยวกับตา เปลือกตาจะมีม้ามควบคุมอยู่ ถ้าเปลือกตาดำคล้ำ อาจสะท้อนถึงการทำงานของม้ามที่ผิดปกติก็เป็นได้ ซึ่งการรักษาด้วยแผนจีนจะมีอยู่ 2 อย่าง คือ การฝังเข็มและกินยาจีน เพื่อเพิ่มเลือด แก้อาการเลือดไหลเวียนไม่ดี มีของเสียคั่งอยู่ ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับอวัยวะต่าง ๆ และปรับร่างกายให้สมดุล

ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจะมีสูตรแก้ปัญหารอบดวงตาดำคล้ำเยอะแยะขนาดนี้ เรียกได้ว่าหากทำตามสูตรหรือวิธีรักษาเหล่านี้แล้ว ปัญหารอยคล้ำใต้ตาก็จะไม่มากวนใจคุณอีกอย่างแน่นอน !!

เรียบเรียงข้อมูลโดยเว็บไซต์เมดไทย (MedThai)

advertisement M30

แสดงความคิดเห็น
  • ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้องกับการโฆษณาจะไม่ได้รับการเผยแพร่ในทุกกรณี
  • ติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านแฟนเพจ
Recommended for you

Disclaimer : บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ โปรดอ่านเพิ่มเติมหน้านโยบายและเงื่อนไขการใช้งานเว็บไซต์

© 2013-2016 MedThai
All Right Reserved.