• icon-facebook
  • icon-twitter
  • icon-google

10 วิธีกําจัดขนรักแร้ ให้สิ้นซากอย่างถาวร !!

POSTED: เวลา 9:32 น. 08 กุมภาพันธ์ 2015, UPDATED: 27 พฤศจิกายน 2016
กําจัดขนรักแร้

advertisement M28

ขนรักแร้

Long weekend ช่วงปีที่ผ่านมา แอดมินได้มีโอกาสไปสัมผัสท้องทะเล ผืนทราย และไอแดดมาพอกรุ้มกริ่ม บิกินี่ที่เกือบโดนปลวกแทะก็ได้งัดออกมาใช้ซะที เฮ้ออ… ช่างเป็นวันพักผ่อนที่อยากให้มีไปทั้งปีเลยจริง ๆ เกริ่นมาซะลืมไปเลยว่าระหว่างที่เดิมชมความงามบนหาดทรายอยู่นั้น สายตาก็ได้ไปสะดุดกับขนจุ๊กกะแร้อันปลิวไสวของนักท่องเที่ยวคนหนึ่ง แฟนเราก็แอบกระซิบถามว่า ผู้หญิงชาวต่างชาติเค้าฮิตไว้ขนจั๊กแร้กันหรอ? ถ้าเป็นสาวไทยนี่คงจะดูไม่งามเป็นแน่แท้ และคงไม่มีใครอยากโชว์กันหรอกมั้ง จริงมั๊ย?

แม้ขนรักแร้จะเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายก็ตาม แต่ผู้หญิงคนไหนอยากจะมีบ้างล่ะ (นอกจากผู้ชาย) เพราะไม่อยากมีใครปล่อยให้มันงอกงามเหมือนทุ่งหญ้าสะวันนาจนทำให้เสีย Look สาวมั่นแห่งปี 2015 แน่ ๆ ก็เลยต้องหาทางกำจัดให้ไว ไม่จะถอน จะโกน จะแว๊กซ์ก็ว่ากันไปตามถนัด เฮ้อ… และผลที่ได้ตามมานี่ดิ ถึงกับต้องเอามือก่ายหน้าผากเลยทีเดียว ทั้งปัญหาแผลถลอก หนังไก่ รักแร้ดำ  ฯลฯ T-T” วันนี้เรามาดูกันดีกว่าว่านอกจากวิธีพื้น ๆ แบบนี้แล้วยังมีวิธีไหนอีกบ้างที่จะช่วยกำจัดขนรักแร้ที่มากวนใจได้อย่างถาวรและปลอดภัย เอ้า !! ไปดูกัน…

วิธีกำจัดขนรักแร้

  1. ถอนขนรักแร้ การถอนขนรักแร้เป็นวิธีกำจัดขนแบบดั้งเดิมที่จัดได้ว่าเจ็บมันส์ที่สุด อุปกรณ์ที่ใช้มีเพียงแหนบอันเดียวเท่านั้น วิธีถอนขนรักแร้นี้สามารถกำจัดขนได้อย่างสิ้นซากไปทั้งราก ทำให้ผิวเรียบเนียนได้นาน แต่วิธีนี้อาจจะไม่เหมาะกับผู้ที่มีคนรักแร้ปริมาณมาก ๆ ซึ่งแม้จะถอนเองได้ แต่ก็เมื่อยคอและปวดตาน่าดู อีกทั้งยังอาจทำให้ผิวเป็นตุ่ม ๆ เหมือนหนังไก่อีกด้วย T-T (วิธีนี้เจ็บมากที่สุด ระยะเวลาขึ้นใหม่ประมาณ 1-2 อาทิตย์)
    ถอนขนรักแร้
  2. โกนขนรักแร้ เป็นวิธีกำจัดขนยอดนิยมที่ทำได้ง่าย สะดวก และรวดเร็ว วิธีโกนขนรักแร้ก็ไม่ยาก หลังจากทาครีมโกนขนลงไปเรียบร้อยแล้วก็ให้คุณยกแขนขึ้นสูง ๆ แล้วเริ่มต้นโกนจากบนลงล่าง และจากข้างหนึ่งไปยังอีกข้างหนึ่ง แต่เพื่อจะรักษาผิวใต้วงแขนของคุณให้เรียบไร้เส้นขน คุณจะต้องโกนขนทุก ๆ 2-3 วัน เพราะขนยังสามารถงอกกลับมาได้อีก อย่างไรก็ตามการโกนขนก็อาจทำให้เสี่ยงต่อการอักเสบของผิวจากใบมีดโกน นอกจากนี้ขนที่งอกออกมาหลังการโกนยังมีลักษณะเหมือนเสี้ยน ทำให้แทงผิวและเกิดอาการคัน อีกทั้งบางคนยังประสบกับปัญหาขนขุด แถมขนที่ขึ้นมายังดูดำและหนากว่าการถอนแบบธรรมดาด้วย (วิธีนี้เจ็บน้อยมากหรือไม่เจ็บเลย ระยะเวลาขึ้นใหม่ประมาณ 2-3 วัน)
    โกนขนรักแร้
  3. แว๊กซ์ขนรักแร้ มีทั้งแว็กซ์ร้อน (แบบใช้เนื้อแว๊กซ์ป้ายแล้วดึงออก) และแว๊กซ์เย็น (แบบแผ่นแปะแล้วดึง) การแว๊กว์เป็นการกำจัดขนที่ให้ผลเป็นที่น่าพอใจ เพราะสามารถกำจัดขนได้ถึงราก ทำให้มีผิวเรียบเนียนได้นาน ซึ่งบางรายอาจอยู่ได้นาน 1-2 เดือนเลยทีเดียว แต่วิธีนี้ก็มีข้อเสียหรือผลข้างเคียงเล็ก ๆ น้อย ก็คือความเจ็บขณะถูกแว๊กซ์ (แต่ก็เจ็บเพียงครู่เดียว เพราะหลังจากนั้นมันจะชา 555) และควรปล่อยให้ขนยาวอย่างน้อยกว่า 1 เซนติเมตร จึงจะเหมาะสมต่อการกำจัดขนด้วยวิธีนี้ (วิธีนี้เจ็บมากพอทนได้ ระยะเวลาขึ้นใหม่ประมาณ 3-4 อาทิตย์)
    แว๊กขนรักแร้
  4. เจลสมุนไพรกำจัดขน (BEAUTE HERB – โบเต้เฮิร์บ) อีกวิธีทําให้ไม่มีขนรักแร้ มีลักษณะเป็นเจลที่นำมาทาโดยใช้ไม้พายแบบพลาสติกหรือช้อนพลาสติกปาดเจลให้ทั่วบริเวณที่ต้องการจะกำจัดขน จากนั้นทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที แล้วเช็ดออก ขนก็จะหลุดออกมา (ภาพ : www.good1-foryou.com)
    สมุนไพรกำจัดขนรักแร้
  5. ครีมกําจัดขนรักแร้ ครีมกำจัดขนรักแร้เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นในปัจจุบัน เนื่องจากการใช้ไม่ยุ่งยาก ไม่เจ็บ และได้ผิวที่เรียบเนียนเป็นที่น่าพอใจ วิธีการใช้ก็แค่ทาครีมลงบนผิวและทิ้งไว้ตามระยะเวลาที่ผลิตภัณฑ์แนะนำ (ไม่ควรทาทิ้งไว้นานกว่าที่กำหนด เพราะผิวอาจไหม้จากส่วนประกอบเคมีที่มีอยู่ในครีมได้) แล้วสารเคมีที่มีอยู่ในครีมจะเข้าไปกัดกร่อนเส้นขนให้อ่อนตัว เมื่อครบเวลาแล้วก็สามารถเช็ดหรือล้างออกได้โดยง่าย แต่มีข้อเสียเล็กน้อยคือครีมที่ใช้กำจัดขนส่วนใหญ่อาจมีกลิ่นที่ค่อนข้างฉุนอยู่บ้าง สำหรับวิธีการใช้ตามภาพก็ให้บีบครีม Veet ลงบนรักแร้พอประมาณ แล้วใช้ไม้พายที่มีอยู่ในกล่องปาดครีมให้ทั่ว จากนั้นทิ้งไว้ประมาณ 8 นาที (แต่ละสูตรจะมีเวลาต่างกัน) เมื่อครบเวลาแล้วก็ให้ลองใช้ไม้พายขูดเบา ๆ ตามแนวขน (อย่าย้อน) แล้วใช้ผ้าแห้งหรือทิชชู่เช็ดเนื้อครีมออกอีกที จะทำให้ขนหลุดง่ายยิ่งขึ้น (วิธีนี้อาจเจ็บหรือทำให้รู้สึกแสบ ระยะเวลาขึ้นใหม่ประมาณ 2-3 วัน) (ภาพ : www.dek-d.com by Sky after rain)
    ครีมกำจัดขนรักแร้ครีมกําจัดขนรักแร้กำจัดขนรักแร้
  6. เครื่องถอนขนรักแร้ มีทั้งแบบถูก (300-1,500 บาท) และแบบแพง (3,000-5,000 บาท) คุณภาพก็ตามราคา ยิ่งแพงตัวเครื่องยิ่งมีตัวหนีบเยอะ สามารถถอนขนได้เร็วกว่า และรุ่นใหม่ ๆ จะมีการพัฒนาเพื่อไม่ให้รู้สึกเจ็บในขณะถอน โดยวิธีการถอนขนรักแร้ด้วยเครื่องนี้จะไม่เจ็บเท่ากับการใช้แหนบถอน เพราะเครื่องถอนจะถอนขนได้ไว ทำให้ไม่ค่อยรู้สึกเจ็บมากเท่าไหร่นัก แต่อาจจะรู้สึกแสบบ้างเล็กน้อยตอนถอนเสร็จ (วิธีนี้เจ็บน้อย ระยะเวลาขึ้นใหม่ประมาณ 1-2 อาทิตย์) (ภาพ : pantip.com by App_Ban)
    เครื่องถอนขนรักแร้เครื่องโกนขนรักแร้
  7. IPL – Intense pulsed light (ไอพีแอล) เป็นวิธีกําจัดขนรักแร้ถาวรด้วยคลื่นแสงที่มีความยาวคลื่น 500-1,200 nm (นาโนเมตร) เป็นการใช้แสงความเข้มสูง เครื่องมือนี้จะเป็นการใช้ไฟแฟลชที่มีตัวกรองแสงเพื่อสร้างแสงมีความยาวคลื่นกับจังหวะการตกกระทบ และสามารถเข้าไปทำลายขนได้ โดยปกติแล้วเครื่อง IPL จะเป็นเครื่องที่ใช้รักษารอยดำรอยแดงเป็นหลัก แต่สามารถปรับความยาวของคลื่นเพื่อยิงกำจัดขน สามารถทำลายรากขนได้ และต้องทำซ้ำประมาณ 3-6 ครั้ง ทุก ๆ 3 อาทิตย์ ผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นจากการรักษาคือจะมีอาการบวมเล็กน้อย และจะหายบวมภายใน 24 ชั่วโมง จึงไม่จำเป็นต้องพักฟื้น แต่เครื่อง IPL จะไม่เหมาะกับคนผิวคล้ำนะคะ เพราะมีโอกาสเบิร์นได้ง่าย ทำให้ยิงแรง ๆ ไม่ได้ และต้องทำโดยผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น ราคาต่อครั้งประมาณ 1,000-2,000 บาท (ภาพ : limageskinspa.com)
    ไอพีแอลกำจัดขนรักแร้
  8. Diode Laser (ไดโอดเลเซอร์) เป็นเลเซอร์ขนรักแร้ที่มีความยาวคลื่น 810 nm (เครื่องรุ่นเก่ายี่ห้อ MeDioStar และยี่ห้อ Soprano XL), ความยาวคลื่น 800-950 nm (เครื่องรุ่นใหม่ยี่ห้อ MeDioStar NeXT) และความยาวคลื่น 805-1060 nm (ยี่ห้อ LightSheer) เป็นเครื่องมือที่ให้พลังงานสูงและให้ผลดีกว่า IPL เนื่องจากมีความยาวคลื่นที่เหมาะสม และสามารถทำลายลึกถึงรากขนได้ เหมาะสำหรับกำจัดขนโดยเฉพาะ มีระบบความเย็นที่หัวเลเซอร์ซึ่งจะช่วยลดอุณหภูมิที่ผิวชั้นบน ทำให้สบายและไม่รู้เจ็บเท่ากับ Long pulse nd yag และต้องทำซ้ำประมาณ 4-8 ครั้ง ราคาทำต่อครั้งก็ประมาณ 2,000-3000 บาท ส่วนถ้าเป็นคอร์สก็ราคาประมาณ 10,000-20,000 บาท (ภาพจากการรักษาด้วยเครื่องเลเซอร์ Lightsheer ระหว่างก่อนทำและหลังทำครั้งที่ 3 และครั้งที่ 5 by www.esteti-med.pl)
    ไดโอดเลเซอร์
    advertisement M29
  9. YAG (แย๊ก) เป็นเครื่องที่เหมาะกับทุกสีผิวในการกําจัดขนรักแร้ถาวร มีทั้งแบบ Q Swithed nd yag (เป็นเลเซอร์ที่มีความยาวคลื่นสั้น 532 nm และ 1064 nm) และ Long pulse nd yag (คลื่นยาว 1,064 nm มีเครื่องหลายยี่ห้อ เช่น Gental Yag, Fontona, Coolglide, VARIA ฯลฯ) ถ้าจะใช้ YAG เพื่อกำจัดขนคุณต้องใช้แบบ Long pulse nd yag เท่านั้น เพราะจะสามารถทำลายได้ถึงรากขน และยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวได้ด้วย โดยไม่เป็นอันตรายต่อผิวหนังชั้นบน แต่ถ้าเป็น Q Swithed nd yag จะไม่สามารถทำลายได้ถึงรากขน จึงไม่เหมาะกับใช้กำจัดขนค่ะ แต่จะเหมาะกับการใช้รักษาฝ้ากระมากกว่า ถ้าใช้ไม่ถูกแบบขนรักแร้ก็ไม่หายนะคะ ทางที่ดีคุณควรเลือกคลินิกหรือโรงพยาบาลที่น่าเชื่อถือได้ เพราะเครื่องมันก็มีหลายรุ่นหลายยี่ห้อ ถ้าเจอเครื่องที่ปรับได้แต่คลื่นสั้น ๆ (532 nm) หรือเครื่องที่ปรับได้ทั้งคลื่นสั้นคลื่นยาว แต่คนใช้ดันปรับเครื่องไม่เป็น (เพราะไม่รู้ความแตกต่าง) ก็เสียเงินฟรี และเพื่อผลลัพธ์ที่ดีการยิงเลเซอร์กำจัดขนจะต้องทำซ้ำประมาณ 4-8 ครั้ง ส่วนราคาทำต่อครั้งก็ประมาณ 1,000-2,000 บาท ซึ่งส่วนมากจะขายเป็นคอร์ส คอร์สละประมาณ 8,000-20,000 บาท ราคาต่อครั้งเมื่อหารแล้วก็จะถูกลงมาหน่อย ส่วนการดูแลรักแร้หลังทำก็ให้งดการกระทำที่รุนแรงอย่างเช่น ขัดรักแร้ โกนรักแร้ หรือใช้สารเคมีจำพวกโรลออน บริเวณรักแร้ที่ทำประมาณ 7 วัน ระหว่างนี้ก็ให้ใช้แป้งเต่าไปพราง ๆ ก่อนก็ได้ (ภาพ : bloggang.com by fayzereta)
    เลเซอร์ขนรักแร้เลเซอร์กำจัดขนรักแร้
  10. นอกจากนี้ยังมีเครื่องเลเซอร์ชนิดอื่น ๆ อย่างเครื่องเลเซอร์ Ruby Laser ที่ความยาวคลื่น 694 nm (เป็นเครื่องที่ใช้ได้ผลดีกับการรักษาโรคของเม็ดสีดำ เช่น ปานดำ กระลึก รอยสัก ฯลฯ) และเครื่อง Alexandrite Laser ที่มีความยาวคลื่น 755 nm (เป็นเครื่องสำหรับรักษาเม็ดสีผิดปกติ เช่น กระ ปาน รอยสัก) ซึ่งในต่างประเทศบางแห่งก็นำมาใช้ในการกำจัดขนด้วย ส่วนนี้เขียนไว้เป็นความรู้ค่ะ แต่ขอแนะนำให้เลือก IPL หรือเลเซอร์กำจัดขนโดยตรงอย่าง YAG หรือ Diode Laser จะดีกว่า

คำแนะนำ : ไม่ควรถอนขนรักแร้ก่อนทำเลเซอร์

เรียบเรียงข้อมูลโดยเว็บไซต์เมดไทย (MedThai)

advertisement M30

แสดงความคิดเห็น
  • ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้องกับการโฆษณาจะไม่ได้รับการเผยแพร่ในทุกกรณี
  • ติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านแฟนเพจ
Recommended for you

Disclaimer : บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ โปรดอ่านเพิ่มเติมหน้านโยบายและเงื่อนไขการใช้งานเว็บไซต์

© 2013-2016 MedThai
All Right Reserved.