• icon-facebook
  • icon-twitter
  • icon-google

มะระ สรรพคุณและประโยชน์ของมะระจีน 33 ข้อ !

POSTED: เวลา 4:49 น. 05 กรกฎาคม 2013, UPDATED: 22 ตุลาคม 2016
มะระ

advertisement M10

มะระ

มะระ หรือ มะระจีน ชื่อสามัญ Bitter melon, Balsam pear, Bitter cucumber, Bitter gourd

มะระ ชื่อวิทยาศาสตร์ Momordica charantia L. จัดอยู่ในวงศ์แตง (CUCURBITACEAE)

ต้นมะระจัดเป็นพันธุ์ไม้เลื้อยเขตร้อน เป็นพืชผักอาหารที่อยู่คู่กับคนเอเชียมาช้านาน โดยมะระแบ่งออกเป็น 2 สายพันธุ์ที่เรารู้จักคุ้นเคยกันดี นั่นก็คือ มะระขี้นก (ซึ่งเราได้กล่าวไปแล้วในบทความก่อน ๆ) และ มะระจีน (ซึ่งจะกล่าวในบทความนี้) ซึ่งเป็นที่นิยมนำมารับประทานมากกว่ามะระขี้นก

ประโยชน์ของมะระ

  1. ชมะระจีนช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคและช่วยปกป้องเซลล์จากการทำลายของสารก่อมะเร็งต่าง ๆ (เบตาแคโรทีนในผลมะระ)
  2. ช่วยทำให้เจริญอาหารมากยิ่งขึ้น เนื่องจากมีสาร Momodicine ที่ช่วยทำให้น้ำย่อยหลั่งออกมามาก
  3. ช่วยทำให้ดวงตาสดใส
  4. ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง (แคลเซียม)
  5. ช่วยแก้กระหายน้ำ ด้วยการใช้ใบนำมาต้มกับน้ำดื่ม (ใบ)
  6. ช่วยบำบัดและรักษาโรคเบาหวาน ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด
  7. ผลมะระมีสรรพคุณในการช่วยฟอกเลือดได้
  8. สามารถต้านเชื้อไวรัสและมะเร็งได้
  9. มีงานวิจัยในสหรัฐฯ ที่เชื่อว่าสารสกัดจากมะระจะช่วยขัดขวางการเจริญเติบโตของมะเร็งเต้านมได้ แต่ก็ยังอยู่ในระหว่างการทดสอบ
  10. สรรพคุณของมะระช่วยดับพิษร้อนภายในร่างกาย (เถา)
  11. ช่วยปรับธาตุในร่างกายให้เกิดความสมดุล (เมล็ด)
  12. รากมะระนำมาต้มกับน้ำดื่มแก้อาการไข้ได้ (ราก)
  13. ช่วยบรรเทาอาการหวัด ด้วยการใช้ใบนำมาต้มกับน้ำดื่ม (ใบ)
  14. ช่วยขับพิษเสมหะ ขับเสมหะ (ใช้ร่วมกับกะเม็งตัวเมีย)
  15. น้ำคั้นจากมะระจีนใช้อมแก้อาการปากเปื่อยได้
  16. ช่วยแก้อาการบิด (ราก, เถา)
  17. ผลมีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อน
  18. ช่วยในการย่อยอาหาร
  19. ช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหาร ด้วยการใช้ใบนำมาต้มกับน้ำดื่ม (ใบ)
  20. ช่วยรักษาโรคริดสีดวงทวารหนักได้ (ราก)
  21. ช่วยขับพยาธิตัวกลม (เมล็ด)
  22. สรรพคุณ มะระช่วยแก้ตับ ม้ามพิการ บำรุงน้ำดี
  23. ช่วยกระตุ้นการทำงานของตับให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
  24. ช่วยแก้ท่อน้ำดีอักเสบ ด้วยการใช้ใบนำมาคั้นเอาแต่น้ำดื่มเพื่อแก้อาการ
  25. รากมะระมีฤทธิ์ฝาดสมาน
  26. ผลมะระใช้เป็นยาทาภายนอก ช่วยลดอาการระคายเคือง ผิวหนังแห้ง และผิวหนังอักเสบ
  27. ช่วยลดอาการฟกช้ำบวมตามร่างกาย (ใบ)
  28. ช่วยแก้อาการผดผื่นคัน (ใบ)
  29. เมนู มะระช่วยแก้ลมเข้าข้อ ลดอาการปวดบวมที่เข่า
  30. ผลสุกของมะระ คั้นเอาแต่น้ำใช้ทาหน้าเพื่อช่วยรักษาสิวอักเสบ (ผลสุก)
  31. เมนูมะระจีน ได้แก่ แกงจืดมะระยัดไส้ มะระต้มจืด มะระผัด ยำมะระสด ลวกจิ้มน้ำพริก
  32. แม้ว่ามะระจะมีรสขมมาก แต่ก็ได้รับความนิยมจากคนรักสุขภาพด้วยการนำผลสด ๆ มาคั้นเป็นน้ำดื่ม
  33. ในปัจจุบันมีการนำมาผลิตเป็นยารักษาโรคเบาหวานที่บรรจุอยู่ในรูปของแคปซูล
advertisement M11

คุณค่าทางโภชนาการของมะระจีนต่อ 93 กรัม

โดยข้อมูลจาก www.foodsdatabase.com ได้ระบุคุณค่าทางโภชนาการไว้ว่า ผลมะระ 1 ถ้วยหรือประมาณ 93 กรัม จะประกอบไปด้วย

  • ประโยชน์ของมะระวิตามินเอ 9%
  • วิตามินบี 1 2%
  • วิตามินบี 2 2%
  • วิตามินบี 3 2%
  • วิตามินบี 5 2%
  • วิตามินบี 6 2%
  • วิตามินซี 130%
  • โฟเลต 17%
  • ธาตุแคลเซียม 2%
  • ธาตุเหล็ก 2%
  • ธาตุแมกนีเซียม 4%
  • ธาตุฟอสฟอรัส 3%
  • ธาตุทองแดง 2%
  • ธาตุสังกะสี 5%

% ร้อยละของปริมาณแนะนำที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันสำหรับผู้ใหญ่

การเลือกซื้อมะระ ถ้าไม่อยากได้มะระแก่ ๆ มาทำเป็นอาหาร เราควรสังเกตที่หนามของมะระให้ดี ถ้าหนามมีลักษณะแข็ง แสดงว่ามะระนั้นแก่เต็มที่แล้ว ไม่ควรซื้อมารับประทานเพราะจะมีรสขมมาก ๆ ให้เลือกซื้อที่หนามมีลักษณะอ่อนนิ่ม เพราะจะเป็นมะระที่มีอายุน้อยและไม่ขมมากจนเกินไป สามารถนำมาประกอบอาหารได้

วิธีลดความขมของมะระ ง่าย ๆ ก็คือก่อนที่เราจะนำไปประกอบอาหารให้นำมาแช่น้ำเกลือก่อน ในอัตราส่วนเกลือ 1 ช้อนชากับน้ำ 1 ลิตร และแช่ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาทีและเทน้ำทิ้ง แล้วนำมาแช่น้ำเปล่าอีกครั้งประมาณ 10 นาทีก่อนจะนำไปประกอบอาหาร ก็จะช่วยลดความขมของมะระลงได้ และที่สำคัญก็คือในขณะที่กำลังประกอบอาหารด้วยการทำต้มอย่างจืด ไม่ควรจะเปิดฝาทิ้งไว้หรือคนบ่อย ๆ เพราะจะทำให้มะระขมได้นั่นเอง

ปกติแล้วมะระมีรสขมมาก (เนื่องจากมีสาร Momodicine) จึงไม่ควรรับประทานมะระที่ผลสุก (โดยผลสุกจะมีสีแดง แตกต่างกับผลแก่ที่เรารับประทานซึ่งเป็นสีเขียว) เพราะการรับประทานผลสุกอาจจะทำให้เกิดอาการคลื่นไส้อาเจียนได้ เพราะมีสารซาโปนิน (Saponin) ซึ่งเป็นพิษต่อร่างกาย และที่สำคัญไม่ว่าจะสุกหรือไม่ก็ตาม ไม่ควรรับประทานในปริมาณมากจนเกินไป เพราะอาจจะทำให้ท้องเสียได้ เพราะผลมะระมีฤทธิ์เป็นยาระบาย

แหล่งอ้างอิง : www.bittermelon.org, www.thaihealth.or.th, วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

เรียบเรียงข้อมูลโดยเว็บไซต์เมดไทย (MedThai)

advertisement M12

แสดงความคิดเห็น
  • ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้องกับการโฆษณาจะไม่ได้รับการเผยแพร่ในทุกกรณี
  • ติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านแฟนเพจ
Recommended for you

Disclaimer : บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ โปรดอ่านเพิ่มเติมหน้านโยบายและเงื่อนไขการใช้งานเว็บไซต์

© 2013-2016 MedThai
All Right Reserved.