• icon-facebook
  • icon-twitter
  • icon-google

มะขามเทศ สรรพคุณและประโยชน์ของมะขามเทศ 30 ข้อ !

POSTED: เวลา 8:20 น. 05 กรกฎาคม 2013, UPDATED: 23 ตุลาคม 2016
มะขามเทศ

advertisement M10

มะขามเทศ

มะขามเทศ ชื่อสามัญ Manila tamarind

มะขามเทศ ชื่อวิทยาศาสตร์ Pithecellobium dulce (Roxb.) Benth. จัดอยู่ในวงศ์ถั่ว (FABACEAE หรือ LEGUMINOSAE) และอยู่ในวงศ์ย่อยสีเสียด (MIMOSOIDEAE หรือ MIMOSACEAE)

ผลไม้ท้องถิ่นในบ้านเราที่เห็นปลูกกันอยู่ทั่วไปตามต่างจังหวัดมีความทนทานต่อสภาพแวดล้อมอย่างมาก และไม่ค่อยมีปัญหาเกี่ยวกับโรคหรือแมลงศัตรูแต่อย่างใด แหล่งเพาะปลูกที่สำคัญนั้นจะอยู่ที่อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี โดยเป็นผลไม้ที่มีรูปทรงฝักโค้งเป็นวงกลม ให้รสชาติออกหวานมัน ผสมรสฝาดนิด ๆ ขายกันอยู่ประมาณกิโลกรัมละ 30-40 บาท ถ้าขึ้นห้างฝักใหญ่ ๆ ก็กิโลกรัมละเป็นร้อยเลยทีเดียว

สำหรับประโยชน์ของมะขามเทศนั้นมีมากมาย เพราะประกอบไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่มีประโยชน์หลายชนิด เช่น วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอี วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 ธาตุแคลเซียม ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก โปรตีน เส้นใย เป็นต้น และยังถือว่ามะขามเทศนั้นเป็นสมุนไพรไทยอีกชนิดหนึ่งด้วย เพราะคนโบราณนิยมนำมาใช้รักษาโรคปากนกกระจอกเทศนั่นเอง และยังช่วยบรรเทาอาการปวดฟันได้อีกด้วย

ประโยชน์ของมะขามเทศ

  1. มะขามเทศ ประโยชน์ของมะขามเทศมีวิตามินเอ ซึ่งมีส่วนช่วยในเรื่องการมองเห็น
  2. มะขามเทศมีวิตามินซีสูง ซึ่งมีส่วนช่วยในเรื่องการบำรุงผิวและเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระ
  3. มะขามเทศมีวิตามินอีสูง ซึ่งมีส่วนช่วยในการชะลอวัย
  4. มะขามเทศมีวิตามินบี 1 ซึ่งช่วยในการบำรุงประสาทและสมอง
  5. มะขามเทศมีวิตามินบี 2 ซึ่งมีส่วนช่วยในการบำรุงผิวพรรณ เล็บ และเส้นผม
  6. มะขามเทศมีวิตามินบี 3 (ไนอะซิน) ซึ่งมีส่วนช่วยในการลดระดับคอเลสเตอรอล
  7. มะขามเทศเป็นผลไม้ที่มีแคลเซียมสูง ซึ่งมีส่วนช่วยในการเสริมสร้างกระดูกและฟัน
  8. มะขามเทศมีฟอสฟอรัส ซึ่งมีส่วนช่วยในการเจริญเติบโตและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอในร่างกาย
  9. มะขามเทศมีธาตุเหล็ก ซึ่งมีส่วนช่วยในการป้องกันอาการอ่อนเพลียของร่างกาย
  10. สามารถนำมาทำเป็นสมุนไพรพอกหน้าได้อีกด้วย ด้วยการใช้ฝักมะขามเทศที่แก่จัดแล้ว นำมาโขลกเอาแต่น้ำมะขามเทศแล้วนำมาผสมกับน้ำมะนาวและไข่ขาว คนให้เข้ากันจนเป็นครีมเหนียวได้ที่ แล้วนำมาพอกหน้า
  11. มะขามเทศสามารถนำมาประกอบเป็นอาหารได้ เช่น แกงส้ม เป็นต้น
  12. ดอกและใบอ่อนของมะขามเทศสามารถนำมารับประทานเป็นอาหารได้
  13. มะขามเทศสามารถนำมาใช้ทำยาย้อมผมหรือยาสระผมได้
  14. ใช้นำมาทำเป็นยาย้อมผ้า แห อวน จากน้ำฝาดสีดำของมะขามเทศ
  15. เนื้อไม้ของต้นมะขามเทศสามารถนำมาใช้ทำเป็นเขียงที่มีคุณภาพสูงได้ เพราะเนื้อไม้จะค่อนข้างเหนียวทนทาน
  16. เนื้อไม้ที่นำมาต้มกับน้ำนำมาใช้กับสตรีหลังคลอด
  17. น้ำที่ต้มแล้วนำมาใช้อาบหรืออบไอน้ำได้
  18. ในประเทศอินเดียนิยมนำเมล็ดมาป่นให้ละเอียดแล้วต้มกับผ้า จะทำให้ผ้าแข็งเหมือนกับการลงแป้ง
  19. สรรพคุณมะขามเทศในการใช้เป็นยาสมุนไพรก็คือ มีส่วนช่วยในการรักษาโรคโลหิตจาง
  20. ใช้นำมาปรุงเป็นยาแก้ไอได้
  21. เนื้อไม้เมื่อนำมาต้มผสมกับหัวหอมใช้โกรกศีรษะเด็กในยามเช้ามืด จะช่วยแก้หวัดจมูกได้
  22. ช่วยในการขับเสมหะในลำไส้
  23. ช่วยในการสมานแผล ห้ามเลือด ด้วยการนำเปลือกมาต้มกับน้ำ เอาน้ำฝาดมาใช้กับบาดแผล
  24. ช่วยรักษาโรคปากเปื่อยหรือโรคปากนกกระจอกเทศ ด้วยการนำเปลือกต้นมะขามเทศโดยเอาเปลือกชั้นนอกออก เหลือแต่เปลือกชั้นในประมาณ 15 กรัม เกลือป่นอีก 1 ช้อนชา แล้วนำมาต้มกับน้ำ กะปริมาณพอท่วมยาเล็กน้อยจนน้ำเดือด รอจนน้ำอุ่นแล้วนำมาอมหลังจากแปรงฟันทุกครั้งจะทำให้แผลในปากค่อย ๆ บรรเทาทุเลาลงได้
  25. ช่วยบรรเทาอาการปวดฟัน โดยใช้เปลือกต้มกับน้ำรวมกับเปลือกข่อยและเกลือแกง แล้วนำมาอมแก้ปวดฟัน
  26. เปลือกต้นมะขามเทศก็ช่วยป้องกันโรคฟันผุได้
  27. มะขามเทศช่วยในการขับถ่ายและช่วยลดปัญหาของอาการท้องผูกอีกด้วย เพราะมีเส้นใยในปริมาณมาก
  28. เมล็ดแก่ของมะขามเทศ เมื่อนำมาคั่วแล้วกะเทาะเปลือก (ประมาณ 30 เม็ด) นำไปแช่น้ำเกลืออ่อน แล้วนำมารับประทานเป็นยาถ่ายพยาธิไส้เดือนในท้องเด็กได้ด้วย ส่วนเปลือกนอกนั้นก็นำมากินแก้ท้องร่วงและแก้อาเจียนได้อีกเช่นกัน
  29. ช่วยรักษาโรคบิด
  30. ประโยชน์มะขามเทศข้อสุดท้ายก็คือ เปลือกของต้นที่นำมาต้มกับน้ำสามารถนำมาปรุงเป็นยาแก้ท้องร่วงได้

แหล่งอ้างอิง : วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

เรียบเรียงข้อมูลโดยเว็บไซต์เมดไทย (MedThai)

advertisement M12

แสดงความคิดเห็น
  • ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้องกับการโฆษณาจะไม่ได้รับการเผยแพร่ในทุกกรณี
  • ติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านแฟนเพจ
Recommended for you

Disclaimer : บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ โปรดอ่านเพิ่มเติมหน้านโยบายและเงื่อนไขการใช้งานเว็บไซต์

© 2013-2016 MedThai
All Right Reserved.