• icon-facebook
  • icon-twitter
  • icon-google

พวงไข่มุก สรรพคุณและประโยชน์ของต้นพวงไข่มุก 9 ข้อ !

POSTED: เวลา 5:03 น. 09 พฤศจิกายน 2014, UPDATED: 02 มีนาคม 2016
พวงไข่มุก

advertisement M10

พวงไข่มุก

พวงไข่มุก ชื่อสามัญ American elder[2],[3]

พวงไข่มุก ชื่อวิทยาศาสตร์ Sambucus canadensis L. (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Sambucus simpsonii Rehder)[1] จัดอยู่ในวงศ์ ADOXACEAE

สมุนไพรพวงไข่มุก มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า อุน อุนฝรั่ง (แพร่), ระป่า (ปราจีนบุรี), ซิตาโหระ (กะเหรี่ยงเชียงใหม่), พอตะบุ (กะเหรี่ยงแม่ฮ่องสอน), อูนบ้าน (คนเมือง), หมากอูนบ้าน ไม้ขี้ป้าน (ไทใหญ่), อูนน้ำ เป็นต้น[1],[3],[4]

ลักษณะของพวงไข่มุก

  • ต้นพวงไข่มุก มีถิ่นกำเนิดทางทวีปอเมริกาเหนือ จัดเป็นไม่พุ่มเตี้ย ลำต้นมีลักษณะตั้งตรง สูงได้ประมาณ 2-4 เมตร แตกกิ่งก้านจำนวนมาก พุ่มโปร่ง กิ่งแก่กลวง ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ดและวิธีการตอนกิ่ง ต้องการน้ำในการเจริญเติบโตในระดับปานกลาง ควรปลูกในบริเวณที่มีแสงแดดตลอดวันเพราะจะทำให้ต้นมีความแข็งแรง มักขึ้นตามชายป่าทั่วไปที่มีความชุ่มชื้น ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พบได้ที่ระดับความสูงประมาณ 200-1,300 เมตร[1],[2],[3],[4]

ต้นพวงไข่มุก

  • ใบพวงไข่มุก ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก ออกเรียงตรงข้าม ใบย่อยมีประมาณ 2-6 คู่ ลักษณะของใบเป็นรูปขอบขนานแกมรูปใบหอกหรือรูปไข่แกมใบหอก ปลายใบแหลมเป็นติ่ง โคนใบมน ส่วนขอบใบหยักเป็นฟันเลื่อย ใบมีขนาดกว้างประมาณ 2-5 เซนติเมตร และยาวประมาณ 6-15 เซนติเมตร[1],[4]

ใบพวงไข่มุก

  • ดอกพวงไข่มุก ออกดอกเป็นช่อขนาดใหญ่บริเวณปลายกิ่ง ขนาดประมาณ 20-45 เซนติเมตร ดอกย่อยมีจำนวนมาก ขนาดเล็ก กลีบรองดอกเป็นหลอดยาว 1 มิลลิเมตร ส่วนกลีบดอกเป็นสีขาว ที่โคนกลีบดอกเชื่อมติดกัน ปลายแยกออกเป็น 5 แฉก ขนาดดอกประมาณ 4-4.5 มิลลิเมตร ดอกมีเกสรเพศผู้สีเหลือง 5 อัน ยอดเกสรเพศเมียแยกออกเป็น 5 แฉก ออกดอกและติดผลในช่วงประมาณเดือนมิถุนายนถึงเดือนสิงหาคม[1],[2],[4]

ดอกพวงไข่มุก

  • ผลพวงไข่มุก ผลเป็นผลสด ลักษณะของผลเป็นรูปกลม ผิวมัน ผลอ่อนเป็นสีเขียว เมื่อแก่แล้วจะเปลี่ยนสีม่วงเข้มเกือบดำ ขนาดประมาณ 4-5 มิลลิเมตร ภายในมีเมล็ดประมาณ 4-5 เมล็ด ลักษณะของเมล็ดเป็นรูปรีแกมขอบขนาน ขนาดประมาณ 2.5 มิลลิเมตร[1],[4]

ผลพวงไข่มุก

รูปพวงไข่มุก

สรรพคุณของพวงไข่มุก

  1. ดอกแห้งใช้เป็นยาชงช่วยขับเหงื่อ (ดอกแห้ง)[5]
  2. ชาวกะเหรี่ยงเชียงใหม่จะใช้รากนำมาต้มกับน้ำดื่มเป็นยาแก้อาการท้องร่วง (ราก)[3]
  3. ชาวไทใหญ่จะใช้ทั้งต้นนำมาต้มกับน้ำอาบแก้อาการตัวบวม (ทั้งต้น)[3]
  4. ตำรายาพื้นบ้านล้านนาจะใช้ใบพวงไข่มุก นำมาต้มใส่ไข่กิน หรือใช้ผสมกับสมุนไพรอื่น หมกประคบ บรรเทาอาการมือเท้าเคล็ด (ใบ)[1] บ้างว่าใช้ดอกที่มีน้ำมันหอมระเหยและสารที่มีรสขม ผสมกับสมุนไพรอื่นหมกประคบแก้มือเท้าเคล็ด (ดอก)[2],[5]
advertisement M11

ประโยชน์ของพวงไข่มุก

  1. ยอดอ่อนใช้รับประทานเป็นอาหาร)[5]
  2. ผลสุกใช้รับประทานได้ หรือนำมาใช้ทำแยมและขนมพาย[5]
  3. ในบางประเทศจะนำดอกมาใช้ปรุงอาหาร หรือชงน้ำดื่มทำไวน์
  4. ช่อดอกใช้ไปวัดเพื่อบูชาพระ หรือใช้ในพิธีกรรมต่าง ๆ[3]
  5. ใช้ปลูกเป็นไม้ประดับทั่วไป ปลูกเป็นแนวรั้ว ปลูกตามริมน้ำ ริมบ่อน้ำ หรือปลูกตกแต่งสวนให้ใกล้น้ำตกภายในบ้าน ต้นมีรูปทรงสวยงาม ดอกจะมีกลิ่นหอมมากในช่วงเช้า สามารถปลูกได้ทั้งในที่มีแสงแดดจัดตลอดวันและที่ร่มรำไร ขยายพันธุ์ได้ง่าย[2],[3],[4]
References
  1. หนังสือสมุนไพรพื้นบ้านล้านนา.  (ภาควิชาเภสัชพฤกษศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล).  “พวงไข่มุก”.  หน้า 189.
  2. ฝ่ายปฏิบัติการวิจัยและเรือนปลูกพืชทดลอง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.  (นพพล เกตุประสาท).  “พวงไข่มุก”.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: clgc.rdi.ku.ac.th.  [09 พ.ย. 2014].
  3. โครงการเผยแพร่ข้อมูลทรัพยากรชีวภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่นบนพื้นที่สูง, สถาบันวิจัยและพัฒนาที่สูง (องค์กรมหาชน).  “พวงไข่มุก, อูนบ้าน”.  อ้างอิงใน: หนังสือชื่อพรรณไม้แห่งประเทศไทย (เต็ม สมิตินันทน์).  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: eherb.hrdi.or.th.  [09 พ.ย. 2014].
  4. ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม.  “อูนน้ำ”.  อ้างอิงใน: หนังสือพรรณไม้สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ เล่ม 5.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: www.qsbg.org.  [09 พ.ย. 2014].
  5. ทะเบียนพรรณไม้สวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ.  “ดอกอูน พวงไข่มุก”.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: www.wattano.ac.th.  [09 พ.ย. 2014].

ภาพประกอบ : www.flickr.com (by Wasana Thespol, SierraSunrise, Phuong Tran, Jim Thompson)

เรียบเรียงข้อมูลโดยเว็บไซต์เมดไทย (MedThai)

advertisement M12

แสดงความคิดเห็น
  • ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้องกับการโฆษณาจะไม่ได้รับการเผยแพร่ในทุกกรณี
  • ติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านแฟนเพจ
Recommended for you

Disclaimer : บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ โปรดอ่านเพิ่มเติมหน้านโยบายและเงื่อนไขการใช้งานเว็บไซต์

© 2013-2016 MedThai
All Right Reserved.