• icon-facebook
  • icon-twitter
  • icon-google

14 ข้อดี-ข้อเสีย & วิธีใส่ฝาครอบปากมดลูก ! (Diaphragm)

POSTED: เวลา 8:10 น. 17 ตุลาคม 2015, UPDATED: 27 พฤศจิกายน 2016
ฝาครอบปากมดลูก

advertisement M34

ฝาครอบปากมดลูก

ฝาครอบปากมดลูก หรือ หมวกยางกั้นช่องคลอด หรือ ไดอะแฟรม (Diaphragm) คือ อุปกรณ์ที่ใช้สำหรับคุมกำเนิดในสตรีแบบชั่วคราวประเภทหนึ่ง ตัวฝาครอบนั้นผลิตมาจากวัสดุสังเคราะห์และจากธรรมชาติทั้งซิลิโคน (Silicone) Latex หรือยางธรรมชาติ มีลักษณะคล้ายรูปถ้วยตื้น ๆ ขนาดเล็กรูปทรงกลม มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 5-10 เซนติเมตร ด้านหนึ่งตัน ส่วนอีกด้านหนึ่งเปิด ผนังบางและนิ่ม ที่ขอบเป็นวงแข็งกว่าส่วนอื่น เพื่อช่วยให้คงรูปอยู่ได้ด้านเดียว

ฝาครอบปากมดลูกมีไว้สำหรับใส่เข้าไปในช่องคลอดสตรีในลักษณะวางขวางหรือปิดทางเข้าในมดลูกก่อนการมีเพศสัมพันธ์ เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้เชื้ออสุจิผ่านเข้าไปในโพรงมดลูกเพื่อผสมกับไข่ ส่วนมากแล้วตัวฝาครอบจะมีการใส่สารฆ่าเชื้ออสุจิเอาไว้ด้วย เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดอีกทางหนึ่ง โดยเป็นตัวช่วยทำลายเชื้ออสุจิ

หมวกยางกั้นช่องคลอด

ประสิทธิภาพของฝาครอบปากมดลูก

ตามหลักแล้วการใช้ฝาครอบปากมดลูกอย่างถูกต้องเหมาะสม (Perfect use) จะมีโอกาสล้มเหลวทำให้เกิดการตั้งครรภ์ได้ประมาณ 6% ซึ่งหมายความว่า จำนวนการตั้งครรภ์ต่อปี (first year of use) ของสตรีที่คุมกำเนิดด้วยการใช้ฝาครอบปากมดลูก จำนวน 100 คน จะมีโอกาสตั้งครรภ์ประมาณ 6 คน แต่โดยทั่วไปแล้วจากการใช้งานจริง (Typical use) กลับพบว่าอัตราการล้มเหลวทำให้เกิดการตั้งครรภ์จะเพิ่มสูงมากขึ้นเป็น 12% หรือคิดเป็น 12 ใน 100 คน จากผู้ที่คุมกำเนิดด้วยวิธีนี้ ส่วนด้านล่างนี้เป็นตารางเปรียบเทียบระหว่างการคุมกำเนิดด้วยวิธีการใช้ฝาครอบปากมดลูกกับวิธีการคุมกำเนิดแบบอื่น ๆ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจครับ

วิธีคุมกำเนิดการใช้แบบทั่วไปการใช้อย่างถูกต้องระดับความเสี่ยง
ยาฝังคุมกำเนิด0.05 (1 ใน 2,000 คน)0.05ต่ำมาก
ทำหมันชาย0.15 (1 ใน 666 คน)0.1ต่ำมาก
ห่วงอนามัยเคลือบฮอร์โมน0.2 (1 ใน 500 คน)0.2ต่ำมาก
ยาฉีดคุมกำเนิด (ฮอร์โมนรวม)0.2 (1 ใน 500 คน)0.2ต่ำมาก
ทำหมันหญิง (แบบทั่วไป)0.5 (1 ใน 200 คน)0.5ต่ำมาก
ห่วงอนามัยหุ้มทองแดง0.8 (1 ใน 125 คน)0.6ต่ำมาก
หมวกครอบปากมดลูกแบบ Lea's Shield (สตรีที่ไม่มีบุตร)5 (1 ใน 20 คน)ไม่มีข้อมูลต่ำ
ยาฉีดคุมกำเนิด (ฮอร์โมนเดี่ยว)6 (1 ใน 17 คน)0.2ปานกลาง
หมวกครอบปากมดลูกแบบ FemCap7.6 (1 ใน 13 คน)ไม่มีข้อมูลปานกลาง
หมวกครอบปากมดลูกแบบ Prentif (สตรีที่ไม่มีบุตร)9 (1 ใน 11 คน)16ปานกลาง
แผ่นแปะคุมกำเนิด9 (1 ใน 11 คน)0.3ปานกลาง
วงแหวนคุมกำเนิด (NuvaRing)9 (1 ใน 11 คน)0.3ปานกลาง
ยาเม็ดคุมกำเนิด9 (1 ใน 11 คน)0.3ปานกลาง
การนับวันปลอดภัย (Calendar rhythm method)ไม่มีข้อมูล9ไม่มีข้อมูล
ฝาครอบปากมดลูก (Diaphragm)12 (1 ใน 8 คน)6สูง
ฟองน้ำคุมกำเนิด (สตรีที่ไม่มีบุตร)12 (1 ใน 8 คน)19สูง
หมวกครอบปากมดลูกแบบ Lea's Shield (สตรีที่มีบุตร)15 (1 ใน 6 คน)ไม่มีข้อมูลสูง
ถุงยางอนามัยชาย18 (1 ใน 5 คน)2สูง
การหลั่งนอก22 (1 ใน 4 คน)4สูงมาก
ฟองน้ำคุมกำเนิด (สตรีที่มีบุตร)24 (1 ใน 4 คน)20สูงมาก
หมวกครอบปากมดลูกแบบ Prentif (สตรีที่มีบุตร)26 (1 ใน 3 คน)32สูงมาก
ยาฆ่าเชื้ออสุจิ (Spermicidal)28 (1 ใน 3 คน)18สูงมาก
การหลั่งใน (ไม่มีการป้องกัน)85 (6 ใน 7 คน)85สูงมาก

หมายเหตุ : ตัวเลขที่แสดงเป็นจำนวนการตั้งครรภ์ต่อปี (first year of use) ของสตรีที่คุมกำเนิดด้วยวิธีดังกล่าวจำนวน 100 คน โดยกำหนดให้ สีฟ้า = ความเสี่ยงต่ำมาก / สีเขียว = ความเสี่ยงต่ำ / สีเหลือง = ความเสี่ยงปานกลาง / สีส้ม = ความเสี่ยงสูง / สีแดง = ความเสี่ยงสูงมาก (ข้อมูลจาก : www.contraceptivetechnology.org, Comparison of birth control methods – Wikipedia)

ฝาครอบปากมดลูกเหมาะกับใคร ?

  • สตรีที่ต้องการคุมกำเนิดแบบชั่วคราว
  • สตรีที่มีข้อห้ามในการคุมกำเนิดโดยใช้ฮอร์โมน เช่น ยาเม็ดคุมกำเนิด ยาฉีดคุมกำเนิด แผ่นแปะคุมกำเนิด ฯลฯ

ฝาครอบคุมกำเนิด

วิธีใช้ฝาครอบปากมดลูก

การสวมใส่ฝาครอบปากมดลูก ฝ่ายหญิงสามารถสวมใส่ฝาครอบปากมดลูกเข้าไปในช่องคลอดได้ด้วยตัวเอง หรือจะให้ฝ่ายชายใส่ให้ก็ได้ แต่จะต้องมีการฝึกฝนในการใส่ให้ชำนาญ ในช่วงแรกอาจรู้สึกว่ายุ่งยากเล็กน้อย แต่ทักษะการใส่จะดีขึ้นเองเมื่อใช้ไปเรื่อย ๆ (การใส่ฝาครอบปากมดลูกสามารถใส่ไว้ล่วงหน้าก่อนจะมีเพศสัมพันธ์ได้ประมาณ 30 นาที และจะต้องใช้ร่วมกับยาฆ่าเชื้ออสุจิเสมอ หากใส่ฝาครอบปากมดลูกที่มียาฆ่าเชื้ออสุจิแล้วไม่มีเพศสัมพันธ์ เมื่อจะมีเพศสัมพันธ์จะต้องใส่ยาฆ่าเชื้ออสุจิเข้าไปในช่องคลอดอีกครั้ง) โดยมีขั้นตอนการใส่ฝาครอบปากมดลูกดังนี้

  1. ขั้นตอนแรกให้ล้างมือให้สะอาด แกะฝาครอบปากมดลูกออกจากกล่องบรรจุ พร้อมกับตรวจสอบดูความเรียบร้อยก่อนใช้งาน ว่าฝาครอบมีรูรั่ว มีรอยฉีกขาด หรือเว้าแหว่งผิดปกติหรือไม่ เพราะถ้ามีปัญหาจะส่งผลให้ประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดลดลงอย่างมาก อีกทั้งยังต้องใช้สารฆ่าเชื้ออสุจิร่วมกับฝาครอบปากมดลูกด้วยเสมอ จึงต้องตรวจดูวันหมดอายุของยาฆ่าเชื้ออสุจิและฝาครอบปากมดลูกด้วย
  2. ทายาฆ่าเชื้ออสุจิทั้งด้านในและด้านนอกของฝาครอบปากมดลูก (ห้ามใส่แป้งหรือน้ำมันทุกชนิด เพราะจะทำให้ตัวอุปกรณ์เสียหาย)
  3. เลือกใส่ในท่าที่สบายและถนัดเพื่อเปิดช่องคลอด โดยอาจจะเป็นท่านอนชันเข่า ท่านั่งยอง ๆ ท่ายืน หรือท่ายืนยกเข่า 1 ข้างบนเก้าอี้ก็ได้ หากเป็นการใส่ครั้งแรกให้ลองสอดนิ้วชี้ของมือด้านที่ถนัดเข้าไปในช่องคลอดก่อนเพื่อหาตำแหน่งของปากมดลูกและเพื่อเพิ่มความคุ้นชินกับลักษณะของช่องคลอดตัวเอง เมื่อเอานิ้วมือออกจากช่องคลอดแล้ว ให้จับขอบฝาครอบปากมดลูกบีบเข้าหากันเพื่อให้ฝาครอบมีขนาดแคบลงพอที่จะสอดเข้าไปในช่องคลอดได้ (จับฝาครอบโดยใช้มือข้างที่ถนัดและใช้มืออีกข้างหนึ่งแยกผนังทางเข้าช่องคลอดออกจากกัน) แล้วจึงค่อย ๆ สอดหรือดันฝาครอบปากมดลูกเข้าไปในช่องคลอดให้ลึกที่สุดเท่าที่จะลึกได้ ใส่นิ้วตามเข้าไปในช่องคลอดอีกครั้งเพื่อจัดฝาครอบปากมดลูกให้เข้าไปอยู่ลึกที่สุดจนชนและครอบบริเวณปากมดลูกพอดี โดยจัดให้ฝาครอบวางตัวในแนวขวางของช่องคลอดกั้นระหว่างปากมดลูกกับช่องคลอดด้านนอกที่เหลือ เมื่อใส่เสร็จแล้วก็ให้ล้างมือให้สะอาด
  4. หลังจากที่มีเพศสัมพันธ์เสร็จแล้ว ต้องใส่คาไว้ในช่องคลอดประมาณ 6-8 ชั่วโมงเพื่อให้ยาฆ่าเชื้ออสุจิทำงานก่อน (อย่าเพิ่งรีบร้อนเอาออก เพราะจะทำให้เชื้ออสุจิในช่องคลอดที่ยังไม่ตายจากยาฆ่าเชื้อวิ่งเข้าไปในโพรงมดลูกได้) เมื่อจะเอาฝาครอบปากมดลูกออก ให้ค่อย ๆ ใช้นิ้วชี้สอดเข้าไปในช่องคลอดล้วงเข้าไปด้านหลังของขอบหน้าดึงลงแล้วดึงเอาฝาครอบปากมดลูกออกมา (ระวังอย่าให้เล็บเกี่ยวฝาครอบขาด) และหากจะมีการร่วมเพศซ้ำก็ควรใส่ยาฆ่าเชื้ออสุจิเข้าไปในช่องคลอดเพิ่มเติมด้วย โดยการใส่ยาฆ่าเชื้ออสุจิเข้าไปในช่องคลอดได้เลยโดยไม่ต้องเอาฝาครอบปากมดลูกออก (ไม่ควรทิ้งฝาครอบปากมดลูกไว้ในช่องคลอดนานเกิน 24-30 ชั่วโมง เพราะอาจทำให้ช่องคลอดระคายเคืองและมีของเหลวออกมาได้ แต่หากใช้ฝาครอบนี้ในระหว่างที่มีประจำเดือน ไม่ควรจะทิ้งไว้นานเกินกว่า 6 ชั่วโมง เพราะอาจมีการเสี่ยงเล็กน้อยต่ออาการช็อกจากสารพิษ)
  5. เมื่อเอาฝาครอบปากมดลูกออกมาแล้ว ให้นำมาล้างให้สะอาดด้วยน้ำสบู่ ปล่อยให้แห้งโดยไม่จำเป็นต้องตากแดด เก็บฝาครอบเข้ากล่อง เก็บไว้ในที่เย็นและแห้งไม่ให้ถูกแสง เพื่อที่จะได้สามารถนำมาใช้ในครั้งต่อไป และก่อนใช้ทุกครั้งจะต้องทายาฆ่าเชื้ออสุจิด้วยเสมอ (ฝาครอบปากมดลูกสามารถใช้ซ้ำได้เหมือนหมวกครอบปากมดลูก แต่จะใช้ซ้ำกันกี่ครั้งก็ขึ้นอยู่กับวัสดุที่ใช้ โดยสามารถดูได้จากเอกสารกำกับผลิตภัณฑ์) และล้างมือให้สะอาด

วิธีใส่ฝาครอบปากมดลูก

จะรู้ได้อย่างไรว่าใส่ฝาครอบปากมดลูกในตำแหน่งที่เหมาะสมแล้ว ?

  • เมื่อใส่นิ้วเข้าไปในช่องคลอดจะคลำได้ปากมดลูกว่าอยู่ในฝาครอบ (เวลาคลำจะให้ความรู้สึกเหมือนคลำปลายจมูก)
  • เมื่อลุก เดิน วิ่ง ไอ จาม ปัสสาวะ อุจจาระ ฝาครอบปากมดลูกจะไม่หลุด
  • หากคลำไม่ได้ปากมดลูกหรือปากมดลูกไม่อยู่ในฝาครอบ ให้ดึงฝาครอบปากมดลูกออก แล้วใส่ยาฆ่าเชื้ออสุจิและสอดเข้าไปใหม่
advertisement M35

คำแนะนำในการใช้ฝาครอบปากมดลูก

  • หากต้องการมีเพศสัมพันธ์อีกครั้งภายหลังการมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกภายใน 6 ชั่วโมง ต้องใส่ยาฆ่าเชื้ออสุจิเข้าไปในช่องคลอดด้วยเสมอ
  • อย่าสวนล้างช่องคลอดในขณะที่ยังใส่ฝาครอบปากมดลูก
  • ห้ามใช้ฝาครอบปากมดลูกในขณะที่กำลังมีประจำเดือน
  • ควรเปลี่ยนฝาครอบปากมดลูกทุก ๆ 1-2 ปี
  • ก่อนการใช้ทุกครั้งจะต้องตรวจสอบดูรอยรั่วหรือรอยฉีกขาดทุกครั้ง
  • หากมีอาการปวดท้องน้อย ปวดเวลาปัสสาวะ มีอาการคันช่องคลอดและเป็นไข้ คุณควรไปพบแพทย์

ฝาครอบปากมดลูกหาซื้อได้ที่ใด ?

ฝาครอบปากมดลูกสามารถหาซื้อได้ตามโรงพยาบาลขนาดใหญ่บางแห่งและตามร้านขายยาขนาดใหญ่ทั่วไป โดยเฉพาะในย่านที่คนตะวันตกอาศัยอยู่ และเนื่องจากฝาครอบปากมดลูกมีอยู่ด้วยกันหลายขนาดและทำมาจากวัสดุที่แตกต่างกัน จึงทำให้แต่ละแบบมีอายุการใช้งานแตกต่างกันออกไปและมีการใช้ซ้ำได้ การเลือกซื้อมาใช้จึงควรเลือกฝาครอบปากมดลูกที่มีขนาดเหมาะสมสำหรับช่องคลอดและปากมดลูกของแต่ละคน ดังนั้น ก่อนใช้จริงจึงต้องซื้อมาทดลองใช้หลาย ๆ ขนาดก่อน เพื่อหาขนาดที่เหมาะสมและพอเหมาะจะกั้นปากมดลูกกับช่องคลอดได้พอดี ต้องไม่มีขนาดเล็กเกินไป ปิดปากมดลูกได้หมด (ขวางช่องคลอดได้โดยไม่เลื่อนหลุด) โดยผู้ใส่จะต้องสอดนิ้วเข้าไปเพื่อตรวจสอบในช่องคลอดเอาเอง แล้วสังเกตดูว่าหลังใส่เข้าไปแล้วรู้สึกเจ็บปวดหรือระคายเคืองหรือไม่

ผลข้างเคียงของฝาครอบปากมดลูก

  • ผลข้างเคียงที่เกิดจากการคุมกำเนิดด้วยวิธีนี้มีน้อยมาก แต่อาจรวมถึงทางเดินปัสสาวะอักเสบเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสตรีที่เคยมีประวัติการเป็นมาก่อนในอดีต

ข้อดีของฝาครอบปากมดลูก

  1. ไม่ต้องพึ่งพาการคุมกำเนิดจากฝ่ายชายในการใช้ถุงยางอนามัย
  2. การมีเพศสัมพันธ์ไม่มีการสะดุดเพราะต้องใส่ฝาครอบก่อนการมีเพศสัมพันธ์ ให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติ ไม่เหมือนกับการใส่ถุงยางอนามัย
  3. ง่ายต่อการพกพาและใช้คุมกำเนิดได้ทันที
  4. ฝาครอบปากมดลูกไม่มีส่วนผสมของยาฮอร์โมน จึงไม่ทำให้เกิดผลข้างเคียงจากฮอร์โมนเหมือนการคุมกำเนิดวิธีอื่นอย่างยาเม็ดคุมกำเนิด ยาฉีดคุมกำเนิด ยาฝังคุมกำเนิด แผ่นแปะคุมกำเนิด เป็นต้น
  5. ไม่มีผลต่อประจำเดือน ทำให้ประจำเดือนมาตามปกติ
  6. สามารถใช้ได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องอาศัยความร่วมมือจากบุคลากรทางการแพทย์
  7. เมื่อหยุดใช้ภาวะการเจริญพันธุ์จะกลับมาทันที
  8. สามารถใช้ได้ในช่วงที่ให้นมบุตร

ข้อเสียของฝาครอบปากมดลูก

  1. หาซื้อได้ไม่สะดวก มีขั้นตอนในการใส่และถอดเก็บค่อนข้างจะยุ่งยากเล็กน้อย
  2. ต้องใส่ก่อนที่จะมีเพศสัมพันธ์ ทำให้ขัดจังหวะในการร่วมเพศ
  3. โอกาสล้มเหลวทำให้เกิดการตั้งครรภ์จากการคุมกำเนิดด้วยวิธีนี้ยังอยู่ในระดับเสี่ยง แม้จะใช้อย่างถูกต้องก็ตาม และจะยิ่งมีโอกาสล้มเหลวมากขึ้นไปอีกหากใช้อย่างไม่ถูกต้องเหมาะสม
  4. อาจทำให้ช่องคลอดเกิดการระคายเคืองต่อยาที่ใช้ มีอาการคัน และทำให้มีตกขาวได้
  5. หากฝาครอบปากมดลูกค้างอยู่ในช่องคลอดและเอาออกเองไม่ได้ ต้องมาที่โรงพยาบาลหรือสถานีอนามัย
  6. ไม่สามารถป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ เนื่องจากช่องคลอดยังมีการสัมผัสกับอวัยวะเพศของฝ่ายชายอยู่
References
  1. Family Planning NSW.  “ฝาครอบปากมดลูก”.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก : www.fpnsw.org.au.  [17 ต.ค. 2015].
  2. หาหมอดอทคอม.  “หมวกครอบปากมดลูก (Cervical diaphragm)”.  (รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิง ประนอม บุพศิริ).  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก : haamor.com.  [17 ต.ค. 2015].
  3. Siamhealth.  “การคุมกำเนิดโดยใช้ Diaphragm”.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก : www.siamhealth.net.  [17 ต.ค. 2015].

เรียบเรียงข้อมูลโดยเว็บไซต์เมดไทย (MedThai)

advertisement M36

แสดงความคิดเห็น
  • ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้องกับการโฆษณาจะไม่ได้รับการเผยแพร่ในทุกกรณี
  • ติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านแฟนเพจ
Recommended for you

Disclaimer : บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ โปรดอ่านเพิ่มเติมหน้านโยบายและเงื่อนไขการใช้งานเว็บไซต์

© 2013-2016 MedThai
All Right Reserved.