• icon-facebook
  • icon-twitter
  • icon-google

ปุดใหญ่ สรรพคุณและประโยชน์ของต้นปุดใหญ่ 8 ข้อ !

POSTED: เวลา 12:03 น. 25 พฤศจิกายน 2014, UPDATED: 02 มีนาคม 2016
ปุดใหญ่

advertisement M10

ปุดใหญ่

ปุดใหญ่ ชื่อวิทยาศาสตร์ Etlingera coccinea (Blume) S.Sakai & Nagam. (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Achasma macrocheilos Griff.)[1] จัดอยู่ในวงศ์ขิง (ZINGIBERACEAE)[1]

สมุนไพรปุดใหญ่ มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า ปุด (ไทย), จะปูบะซา ตะบุ๊บะซา(มลายู-ปัตตานี) เป็นต้น[4]

ลักษณะของปุดใหญ่

  • ต้นปุดใหญ่ มีถิ่นกำเนิดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จัดเป็นไม้ล้มลุกขนาดใหญ่ มีอายุได้หลายปี ลำต้นมีลักษณะตั้งตรง สูงได้ประมาณ 1.5-3 เมตร มีเหง้าอยู่ใต้ดิน ลักษณะของเหง้าเป็นแท่งรูปทรงกระบอกยาว มีกลิ่นหอม ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการแยกหน่อ พบขึ้นตามป่าดิบชื้น[1],[2],[3],[4]

ต้นปุดใหญ่

  • ใบปุดใหญ่ ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ ลักษณะของใบเป็นรูปขอบขนาน รูปขอบขนานแกมใบหอก หรือรูปวงรีแกมขอบขนาน ปลายใบแคบเป็นติ่งแหลม โคนใบมน ใบมีขนาดกว้างประมาณ 15-20 เซนติเมตร และยาวประมาณ 40-60 เซนติเมตร ผิวใบเรียบเป็นมัน ก้านใบยาว โคนก้านใบแผ่ออกเป็นกาบหุ้ม[1],[3]

ใบปุดใหญ่

  • ดอกปุดใหญ่ ออกดอกเป็นช่อสั้น ๆ ใกล้กับโคนต้น ซึ่งจะแทงขึ้นมาจากเหง้าเหนือพื้นดิน ดอกย่อยมีหลายดอก (ช่อหนึ่งมีดอกย่อยประมาณ 4-10 ดอกย่อย) ออกเรียงตัวอัดกันแน่น มีใบประดับ กลีบดอกเป็นสีแดงสด ส่วนขอบกลีบเป็นสีเหลืองอ่อน ออกดอกได้ตลอดทั้งปี[1],[2]

ดอกปุดใหญ่

  • ผลปุดใหญ่ ผลแห้งและแตกได้ ลักษณะของผลเป็นรูปทรงกลม[1]

สรรพคุณของปุดใหญ่

  1. เหง้ามีสรรพคุณช่วยให้เจริญอาหาร (เหง้า)[4]
  2. ชาวเขาเผ่าเย้าจะใช้รากปุดใหญ่ นำมาต้มกับน้ำดื่มเป็นยาขับลม (ราก,เหง้า)[1],[4]
  3. รากใช้ต้มกับน้ำดื่มเป็นยาแก้ปวดท้อง แก้โรคกระเพาะอาหาร อาหารไม่ย่อย อาหารเป็นพิษ (ราก)[1]
  4. ยอดอ่อนและใบอ่อนใช้ปิดแผลเป็นยาห้ามเลือดได้ (ใบ)[4]
  5. เหง้านำมาตำให้แหลกใช้ปิดแผลสดและแผลไฟไหม้ (เหง้า)[4]

ประโยชน์ของปุดใหญ่

  1. ต้นปุดอ่อนนำมาลอกกาบนอกออก เหลือไว้เฉพาะไส้ใน นำมารับประทานเป็นผักสดหรือลวกจิ้มกับน้ำพริก[2],[4] ส่วนดอกอ่อนก็สามารถนำมาต้มรับประทานเป็นผักได้เช่นกัน[3]
  2. เหง้า หน่ออ่อน และไส้ของปุด จะมีกลิ่นหอม รสเผ็ดร้อน สามารถนำมาใช้ในการปรุงรสอาหารเพื่อดับกลิ่นคาวเป็นเครื่องเทศใส่ในแกงชนิดต่าง ๆ ได้[2],[4]
  3. กาบหุ้มลำต้นนำมาใช้สานเป็นภาชนะใส่ของชั่วครัว[3]
References
  1. หนังสือสมุนไพรพื้นบ้านล้านนา.  (ภาควิชาเภสัชพฤกษศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล).  “ปุดใหญ่”.  หน้า 107.
  2. โครงการเผยแพร่ข้อมูลทรัพยากรชีวภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่นบนพื้นที่สูง, สถาบันวิจัยและพัฒนาที่สูง (องค์กรมหาชน).  “ปุดใหญ่”.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: eherb.hrdi.or.th.  [25 พ.ย. 2014].
  3. ไทยเกษตรศาสตร์.  “ปุดใหญ่”.  อ้างอิงใน: หนังสือวัลลิ์รุกขบุปผชาติ ตามรอยพระบาทบรมราชกุมารี โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชฯ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: www.thaikasetsart.com.  [25 พ.ย. 2014].
  4. วิทยาลัยอาชีวศึกษาสุราษฎร์ธานีน้อมรับพระราชดำริ, โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี.  “ปุด”.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: rspg.svc.ac.th.  [25 พ.ย. 2014].

ภาพประกอบ : www.flickr.com (by algodong), www.bansuanporpeang.com (by แจ้ว)

เรียบเรียงข้อมูลโดยเว็บไซต์เมดไทย (MedThai)

advertisement M12

แสดงความคิดเห็น
  • ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้องกับการโฆษณาจะไม่ได้รับการเผยแพร่ในทุกกรณี
  • ติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านแฟนเพจ
Recommended for you

Disclaimer : บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ โปรดอ่านเพิ่มเติมหน้านโยบายและเงื่อนไขการใช้งานเว็บไซต์

© 2013-2016 MedThai
All Right Reserved.