• icon-facebook
  • icon-twitter
  • icon-google

ปอทะเล สรรพคุณและประโยช์ของต้นปอทะเล 15 ข้อ !

POSTED: เวลา 7:08 น. 21 เมษายน 2014, UPDATED: 01 มีนาคม 2016
ปอทะเล

advertisement M10

ปอทะเล

ปอทะเล ชื่อสามัญ Coast Cotton Tree, Yellow Mallow Tree[5]

ปอทะเล ชื่อวิทยาศาสตร์ Hibiscus tilliaceus L. จัดอยู่ในวงศ์ชบา (MALVACEAE)[1] และอยู่ในวงศ์ย่อย MALVOIDEAE

สมุนไพรปอทะเล มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า ขมิ้นนางมัทรี ผีหยิก (เลย), บา (จันทบุรี), โพธิ์ทะเล (นนทบุรี), โพทะเล (กรุงเทพฯ), ปอฝ้าย (ภาคกลาง), ปอนา ปอนาน ปอมุก ปอฝ้าย (ภาคใต้), ปอโฮ่งบารู (มลายู-นราธิวาส) เป็นต้น[1],[2],[5]

ลักษณะของปอทะเล

  • ต้นปอทะเล จัดเป็นไม้พุ่มกึ่งไม้ยืนต้นผลัดใบขนาดเล็ก มีความสูงของต้นประมาณ 3-5 เมตร เรือนยอดเป็นพุ่มแผ่กว้าง แตงกิ่งต่ำ ลำต้นมักคดงอและแตกกิ่งก้านมาก เปลือกลำต้นเป็นสีเทาอมสีน้ำตาล เปลือกต้นด้านนอกเรียบเกลี้ยงหรือแตกเป็นร่องตื้น ๆ มีช่องระบายอากาศเป็นแนวตามยาวของลำต้น ส่วนเปลือกด้านในเป็นสีชมพูประขาว มีความเหนียว สามารถลอกออกจากลำต้นได้ง่าย โดยพันธุ์ไม้ชนิดนี้จะมีเขตการกระจายพันธุ์ตั้งแต่ประเทศอินเดีย จีน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไปจนถึงทางตอนเหนือของประเทศไทยออสเตรเลีย ส่วนในประเทศสามารถพบได้ทุกภาค โดยมักพบขึ้นตามชายฝั่งทะเล ป่าชายเลน ตามแม่น้ำลำคลองภายใต้อิทธิพลของน้ำกร่อย หรือตามป่าดิบชื้นใกล้ชายฝั่ง ป่าดิบแล้ง และป่าดิบเขา ไปจนถึงระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,400 เมตร[1],[2],[3],[4]

ต้นปอทะเล

ลำต้นปอทะเล

  • ใบปอทะเล ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ แผ่นใบมีลักษณะเป็นรูปหัวใจ โคนใบกว้าง ใบมีขนาดกว้างประมาณ 7-15 เซนติเมตร และยาวประมาณ 8-15 เซนติเมตร ปลายใบเรียวแหลมเป็นหาวยาว โคนใบเว้า ส่วนขอบใบเรียบ บ้างว่าหยักแบบถี่ ๆ เนื้อใบมีลักษณะค่อนข้างหนา ผิวใบด้านบนมีขนบาง ๆ ถึงเกลี้ยง ส่วนท้องใบเกลี้ยงหรือมีขนละเอียดรูปดาวสีขาว มีเส้นแขนงใบออกจากโคนใบประมาณ 7-9 เส้น และที่เส้นกลางใบอีก 4-6 เส้น ก้านใบเป็นสีแดงยาวประมาณ 2-7 เซนติเมตร และมีหูใบขนาดใหญ่ที่โคนก้านใบ ยาวประมาณ 3 เซนติเมตร และร่วงได้ง่าย[1],[2],[3]

ใบปอทะเล

รูปใบปอทะเล

  • ดอกปอทะเล ออกเป็นช่อกระจุกสั้นหรือเป็นช่อแขนง โดยจะออกตามซอกใบหรือตามปลายกิ่ง อาจมีหนึ่งดอกหรือหลายดอก ช่อดอกยาวประมาณ 8-12 เซนติเมตร ส่วนก้านดอกยาวประมาณ 1 เซนติเมตร มีใบประดับคล้ายหูใบ 1 คู่ จะติดอยู่ที่โคนก้านดอก มีริ้วประดับประมาณ 7-10 กลีบ เชื่อมติดกันประมาณกึ่งหนึ่งของความยาว ส่วนปลายแยกเป็นแฉก มีลักษณะเป็นรูปสามเหลี่ยม ส่วนกลีบเลี้ยงดอกมี 5 กลีบ อยู่ติดทนทาน กลีบเลี้ยงเป็นสีน้ำตาล ลักษณะเป็นรูปใบหอก ปลายกลีบแหลมและมีขนทั้งสอง ส่วนกลีบดอกมี 5 กลีบ ลักษณะเป็นรูปไข่กว้างหรือไข่กลับ กลีบดอกบางเป็นสีเหลืองเรียงซ้อนเกยทับกัน บริเวณโคนกลีบด้านด้านในเป็นสีม่วงหรือสีแดงเข้ม มีเกสรเป็นแกนยื่นออกมา เมื่อดอกเริ่มบานจะเป็นสีเหลือง และเมื่อดอกบานเต็มที่จะมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 5-10 เซนติเมตร พอดอกโรยแล้วก็จะเปลี่ยนเป็นสีส้มหรือแดง และสามารถออกดอกได้เกือบตลอดทั้งปี หรือออกในช่วงประมาณเดือนมิถุนายนถึงเดือนสิงหาคม[1],[2],[3],[4]

ดอกปอทะเล

รูปดอกปอทะเล

ภาพปอทะเล

  • ผลปอทะเล ลักษณะของผลเป็นรูปทรงกลมหรือเป็นรูปไข่เกือบกลม มีขนาดกว้างประมาณ 1.5-2 เซนติเมตร เปลือกผลแข็งและมีขนสั้นละเอียดคล้ายขนกำมะหยี่ ผลเมื่อแก่จะแตกเป็น 5 พู อ้าออกและติดอยู่กับต้น ภายในผลมีเมล็ดขนาดเล็กสีดำอยู่เป็นจำนวนมาก ลักษณะของเมล็ดเป็นรูปไต เกลี้ยง สามารถออกผลได้เกือบตลอดทั้งปี[1],[2],[3],[4]

ผลปอทะเล

เมล็ดปอทะเล

สรรพคุณของปอทะล

  1. ใบสดนำมาคั้นเอาแต่น้ำใช้เป็นยาหยอดหู แก้หูอักเสบและหูเป็นฝี (ใบ)[1]
  2. ใช้ดอกนำมาต้มกับน้ำนม ทิ้งไว้ให้เย็น แล้วนำมาหยอดหูเพื่อรักษาอาการเจ็บในหู (ดอก)[5],[6]
  3. รากใช้เป็นยาแก้ไข้ รักษาอาการไข้ (ราก)[3],[5]
  4. ใบอ่อนนำมาตากแห้งใช้ชงกับน้ำดื่มเป็นยาแก้ไอ แก้หลอดลมอักเสบ (ใบอ่อน)[6]
  5. เปลือกมีสรรพคุณทำให้อาเจียน (เปลือก)[3],[5]
  6. เมือกที่ได้จากการนำเปลือกสดมาแช่กับน้ำ ใช้ดื่มเป็นยาแก้โรคเกี่ยวกับทางเดินอาหาร (เปลือก)[3],[5]
  7. รากมีสรรพคุณเป็นยาระบายท้อง (ราก)[3],[5] ส่วนใบใช้เป็นยาระบายอ่อน ๆ (ใบ)[5],[6]
  8. รากนำมาต้มกับน้ำดื่มเป็นยาขับปัสสาวะ (ราก)[3],[5],[6]
  9. ชาวโอรังอัสลีในรัฐเประ ที่ประเทศมาเลเซียจะใช้เปลือกปอทะเลทำเป็นยาผงเพื่อใช้เป็นยารักษาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์[7]
  10. ใบนำมาบดให้เป็นผงใช้เป็นยาใส่แผลสด แผลเรื้อรัง (ใบ)[3],[5],[6]
advertisement M11

ข้อมูลทางเภสัชวิทยาของปอทะเล

  • ใบปอทะเลมีสารต้านอนุมูลอิสระ และมีกิจกรรมต่อต้านเอนไซม์ไทโรซีเนส (Tyrosinase)[7]
  • Cyanidin-3-glucoside เป็นแอนโทไซยานิน (Anthocyanin) ชนิดหลักที่พบได้ในดอกปอทะเล[7]

ประโยชน์ของปอทะเล

  1. ใบอ่อนใช้รับประทานเป็นผักได้[7]
  2. ใบใช้เป็นอาหารสัตว์ เช่น วัวควาย[3]
  3. ใยจากเปลือกต้นจะมีความเหนียวและคงทนกว่าปอ สามารถนำมาใช้ทำเชือก ทำกระดาษห่อของ เส้นใยสั้น เมื่อทำแล้วจะได้กระดาษที่มีคุณภาพต่ำ และยังใช้ทำหมันยาเรือได้ด้วย[1],[5],[6]
  4. เนื้อไม้ของต้นปอทะเลมีความถ่วงเพาะ 0.6 สามารถนำไปใช้ในการไม้ได้ เช่น การทำเรือ (ชาวพื้นเมืองในฮาวายจะใช้เนื้อไม้มาทำเรือแคนู)[7]
  5. ใช้ปลูกเป็นไม้ประดับทั่วไป[2],[4] ในแถบเอเชียจะนิยมนำต้นปอทะเลมาทำบอนไซ[7]

รูปปอทะเล

References
  1. หนังสือสมุนไพรไทย เล่ม 1.  (ดร.นิจศิริ เรืองรังษี, ธวัชชัย มังคละคุปต์).  “ปอทะเล (Po Thale)”.  หน้า 171.
  2. พันธุ์ไม้ในป่าชายเลน.  “ปอทะเล”.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: www.nectec.or.th/schoolnet/library/webcontest2003/100team/dlss020/A2/A2.htm. [21 เม.ย. 2014].
  3. สวนพฤกษศาสตร์คลองไผ่, สำนักงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี.  “ปอทะเล”.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: www.rspg.or.th/plants_data/kp_bot_garden/kpb.htm. [21 เม.ย. 2014].
  4. หนังสือพรรณไม้ในป่าชายเลน.  (สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี).
  5. หนังสือพจนานุกรมสมุนไพรไทย, ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 5.  (ดร.วิทย์ เที่ยงบูรณธรรม).  “โพธิ์ทะเล”.  หน้า 576-577.
  6. หนังสือพิมพ์มติชนบทเทคโนโลยีชาวบ้าน ฉบับที่ 468, วันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2552.  “ปอทะเล สมุนไพรป่าชายเลน”.  (ชำนาญ ทองเกียรติกุล).
  7. วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี.  “ปอทะเล”.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: th.wikipedia.org/wiki/ปอทะเล.  [20 เม.ย. 2014].

ภาพประกอบ : www.flickr.com (by Russell Cumming, J. B. Friday, 翁明毅, Wendy Cutler, KNT GROUP 2, Ahmad Fuad Morad, Carol Tseng, Forest and Kim Starr, CANTIQ UNIQUE, Bhaskar Rao, Jupiter Nielsen)

เรียบเรียงข้อมูลโดยเว็บไซต์เมดไทย (MedThai)

advertisement M12

แสดงความคิดเห็น
  • ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้องกับการโฆษณาจะไม่ได้รับการเผยแพร่ในทุกกรณี
  • ติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านแฟนเพจ
Recommended for you

Disclaimer : บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ โปรดอ่านเพิ่มเติมหน้านโยบายและเงื่อนไขการใช้งานเว็บไซต์

© 2013-2016 MedThai
All Right Reserved.