• icon-facebook
  • icon-twitter
  • icon-google

บร็อคโคลี่ สรรพคุณและประโยชน์ของบร็อคโคลี่ 25 ข้อ !

POSTED: เวลา 5:02 น. 18 กรกฎาคม 2013, UPDATED: 07 พฤศจิกายน 2016
บร็อคโคลี่

advertisement M10

บร็อคโคลี่

บร็อคโคลี่ (บรอกโคลี) ภาษาอังกฤษ Broccoli

บร็อคโคลี่ ชื่อวิทยาศาสตร์ Brassica oleracea var. italica จัดอยู่ในตระกูล Cruciferae

ลักษณะของบร็อคโคลี่

  • ต้นบร็อคโคลี่ มีถิ่นกำเนิดเดิมอยู่ในทางตอนใต้ของยุโรป แถว ๆ ประเทศอิตาลี และภายหลังได้มีการนำเข้ามาปลูกในประเทศไทย โดยแหล่งที่ปลูกบร็อคโคลี่มากที่สุดในบ้านเราก็คือ จังหวัดเพชรบูรณ์ กาญจนบุรี และกรุงเทพฯ โดยต้นบร็อคโคลี่นั้นจะมีลักษณะเป็นทรงพุ่มใหญ่เก้งก้าง ลำต้นใหญ่และอวบ ลักษณะของดอกมีขนาดใหญ่ เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 16 เซนติเมตร จะอยู่รวมกันเป็นกลุ่มช่อหนาแน่น มีสีเขียวเข้ม ส่วนลักษณะของใบจะกว้าง มีสีเขียวเข้มออกเทา ริมขอบใบหยัก ตามปกติแล้วเราจะนิยมบริโภคในส่วนที่เป็นดอกและในส่วนของลำต้นจะนิยมรองลงมา แต่คุณค่าทางอาหารกลับมีอยู่มากในส่วนของลำต้น ดังนั้นการรับประทานทั้งสองส่วน ร่างกายก็จะได้รับประโยชน์อย่างสูงสุดนั่นเอง จากการศึกษาวิจัยของมหาลัยอิลลินอยส์พบว่า การรับประทานบร็อคโคลี่ โดยเฉพาะหน่อหรือต้นอ่อนของบร็อคโคลี่นั้น เมื่อรับประทานร่วมกับ

บร็อคโคลี่บรอกโคลีบล็อกโคลี่

ต้นอ่อนของบร็อคโคลี่จะช่วยต่อต้านโรคมะเร็งได้อย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่า ! เนื่องจากในหน่อหรือต้นอ่อนบร็อคโคลี่นั้นมีเอนไซม์ไมโรซิเนส (Myrosinase) จะมีปริมาณมากกว่าต้นบร็อคโคลี่ที่โตแล้ว ซึ่งการรับประทานบร็อคโคลี่เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดจะต้องไม่ผ่านกรรมวิธีการปรุงอาหารที่มีระยะเวลานานจนเกินไป เพราะจะไปทำลายเอนไซม์ไมโรซิเนสและซัลโฟราเฟนได้

พันธุ์บร็อคโคลี่ ที่นิยมปลูกมากที่สุดในประเทศไทย ได้แก่ สายพันธุ์เดซิกโก (De Cicco), พันธุ์ซากาต้า (Green Duke), พันธุ์กรีนโคเมท (Green Comet) และสายพันธุ์เจียไต๋

บร็อคโคลี่เป็นผักที่รสชาติหวานกรอบ สามารถรับประทานสดได้ หรือจะนำมาประกอบอาหารก็ได้หลากหลายเมนู อีกทั้งบร็อคโคลี่ยังมีคุณค่าทางสารอาหารที่สูงด้วย เพราะอุดมไปด้วยเส้นใยอาหาร เบตาแคโรทีน วิตามิน C และสารอาหารอื่น ๆ อีกมากมาย รวมไปถึงสารเคมีทางธรรมชาติที่มีชื่อว่า ซัลโฟราเฟน (Sulforaphane) และสารอินดอล (indole) ซึ่งเป็นสารที่มีคุณสมบัติช่วยต่อต้านมะเร็ง และการรับประทานบร็อคโคลี่อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1/2 ถ้วย ก็จะเป็นผลดีต่อสุขภาพอย่างมาก

Tip : การเลือกซื้อบร็อคโคลี่ที่มีดอกแน่น กระชับ มีสีเขียวเข้ม ก้านต้องแข็งแรงเหนียวนุ่ม ไม่ควรเลือกซื้อบร็อคโคลี่ที่มีดอกสีเหลือง มีใบเหี่ยวเฉา และมีก้านใบแข็งหรือหนาจนเกินไป

ประโยชน์ของบร็อคโคลี่

  1. ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย
  2. ช่วยบำรุงผิวพรรณ เพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิวหนัง ช่วยชะลอผิวพรรณไม่ให้เหี่ยวย่น ทำให้ดูอ่อนเยาว์ตลอดเวลา (ซีลีเนียม)
  3. ช่วยบำรุงและรักษาสายตา ป้องกันการเกิดต้อกระจก
  4. ช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง ป้องกันโรคกระดูกพรุน เนื่องจากบร็อคโคลี่เป็นผักที่มีแคลเซียมสูง
  5. ช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งต่าง ๆ เช่น มะเร็งเต้านม มะเร็งปอด มะเร็งผิวหนัง มะเร็งกระเพาะอาหาร และมะเร็งต่อมลูกหมาก
  6. ช่วยป้องกันอนุมูลอิสระที่จะเข้าไปทำลายเซลล์และทำลาย DNA ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็ง
  7. ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเนื้องอก
  8. ช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจ
  9. ผักในตระกูลกะหล่ำ มีความสัมพันธ์กับการช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดภาวะหัวใจวายและโรคหลอดเลือดสมองได้ (Strokes)
  10. ช่วยป้องกันโรคความดันโลหิตสูง
  11. ช่วยทำให้หลอดเลือดแข็งแรงยิ่งขึ้น
  12. ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดโรคปอดร้ายแรง จากงานวิจัยของ ดร.ชีแอม บิสวัล (วิทยาลัยแพทยศาสตร์จอนส์ ฮอฟกินส์ USA) พบว่าสารในบร็อคโคลี่อาจช่วยยับยั้งการทำลายที่นำไปสู่การเป็นโรคปอดร้ายแรง หรือที่เรียกว่าโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังได้ (Chronic Obsructive Pulmonary Disease หรือ COPD) โดยโรค COPD มักมีสาเหตุมาจากการสูบบุหรี่ โดยสารซัลโฟราเฟนในบร็อคโคลี่จะช่วยส่งเสริมให้ยีน NRF2 ในเซลล์ปอดเกิดกิจกรรมเพิ่มขึ้น จึงช่วยป้องกันเซลล์ดังกล่าวไม่ให้ถูกทำลายจากสารพิษต่าง ๆ ในกลุ่มผู้สูบบุหรี่ได้ และผู้ป่วย COPD ระยะก้าวหน้าจะมีการทำกิจกรรมกับยีน NRF2 ในระดับต่ำกว่ากลุ่มอื่น โดยยีนดังกล่าวจะทำหน้าที่เปิดให้กลไกหลายอย่างเพื่อขับพิษและสารก่อพิษต่าง ๆ ทำงาน เพื่อไม่ให้สารพิษทำลายเซลล์ปอด
  13. ช่วยป้องกันการเกิดโรคเบาหวาน
  14. สารซัลโฟราเฟนสามารถช่วยป้องกันการทำลายของหลอดเลือดที่เกิดจากโรคเบาหวานได้มีส่วนช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล
  15. ช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์ จากงานวิจัยของมหาวิทยาลัยคิง คอลเลจ ลอนดอน ระบุว่ามีเพียงผักผลไม้ 5 ชนิดเท่านั้นที่มีารประกอบที่ทำหน้าที่คล้ายยาที่ใช้รักษาโรคอัลไซเมอร์ ซึ่งได้แก่ บร็อคโคลี่ ส้ม แอปเปิล หัวไชเท้า และมันฝรั่ง โดยบร็อคโคลี่นั้นเป็นผักที่มีสารดังกล่าวมากที่สุด
  16. ช่วยป้องกันความผิดปกติของเด็กแรกเกิด
  17. ช่วยป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน เนื่องจากบร็อคโคลี่มีวิตามินซีที่สูงมาก
  18. บร็อคโคลี่มีส่วนช่วยลดความถี่ของอาการไมเกรนลง เนื่องจากเป็นผักที่มีแมกนีเซียมสูง
  19. สารซัลโฟราเฟนในบร็อคโคลี่ เป็นตัวช่วยทำให้ตับขับสารพิษในร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งบร็อคโคลี่ต้นอ่อนที่มีอายุเพียง 3 วัน
  20. ช่วยในการขับถ่าย ป้องกันโรคท้องผูก
  21. บร็อคโคลี่มีสารเคอร์เซทิน (Quercetin) ซึ่งเป็นตัวช่วยเพิ่มความอึด แรงดี ออกกำลังได้นานขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันโรคหอบหืด ภูมิแพ้ มะเร็ง โรคหัวใจได้อีกด้วย
  22. การรับประทานบร็อคโคลี่จะช่วยป้องกันและลดการลุกลามของโรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ ซึ่งเป็นเซลล์ที่มีแนวโน้มการแข่งตัวอย่างรวดเร็ว (งานวิจัยของคุณหมอ Steven Schwartz มหาวิทยาลัย Ohio State University เมือง Columbus)
  23. ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคไขข้อ
  24. บร็อกโคลี่มีโฟเลตสูง ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับหญิงตั้งครรภ์ในระยะเริ่มแรก เพราะช่วยลดความเสี่ยงจากการพิการทางสมองของเด็กรารก
  25. ผักบร็อคโคลี่สามารถนำมาประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู เช่น บร็อคโคลี่ผัดกุ้ง ผัดหมี่ ซุป พิซซา พาสตา สเต็ก สลัด ยำ ฯลฯ หรือจะนำมาใส่กับข้าวผัด ผัดซีอิ๊ว ราดหน้า ผัดมักกะโรนีก็ได้เช่นกัน
advertisement M11

คุณค่าทางโภชนาการของบร็อกโคลี่ ต่อ 100 กรัม

  • พลังงาน 34 กิโลแคลอรี
  • คาร์โบไฮเดรต 6.64 กรัม
  • บล๊อคโคลี่น้ำตาล 1.7 กรัม
  • เส้นใย 2.6 กรัม
  • ไขมัน 0.37 กรัม
  • โปรตีน 2.82 กรัม
  • น้ำ 89.3 กรัม
  • วิตามินเอ 31 ไมโครกรัม 4%
  • เบตาแคโรทีน 361 ไมโครกรัม 3%
  • ลูทีนและซีแซนทีน 1,403 ไมโครกรัม
  • วิตามินบี 1 0.071 มิลลิกรัม 6%
  • วิตามินบี 2 0.117 มิลลิกรัม 10%
  • วิตามินบี 3 0.639 มิลลิกรัม 4%
  • วิตามินบี 5 0.573 มิลลิกรัม 11%
  • วิตามินบี 6 0.175 มิลลิกรัม 13%
  • วิตามินบี 9 63 ไมโครกรัม 16%
  • วิตามินซี 89.2 มิลลิกรัม 107%Broccoli
  • วิตามินอี 0.78 มิลลิกรัม 5%
  • วิตามินเค 101.6 ไมโครกรัม 97%
  • ธาตุแคลเซียม 47 มิลลิกรัม 5%
  • ธาตุเหล็ก 0.73 มิลลิกรัม 6%
  • ธาตุแมกนีเซียม 21 มิลลิกรัม 6%
  • ธาตุแมงกานีส 0.21 มิลลิกรัม 10%
  • ธาตุซีลีเนียม 2.5 ไมโครกรัม
  • ธาตุฟอสฟอรัส 66 มิลลิกรัม 9%
  • ธาตุโพแทสเซียม 316 มิลลิกรัม 7%
  • ธาตุสังกะสี 0.41 มิลลิกรัม 4%

% ร้อยละของปริมาณแนะนำที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันสำหรับผู้ใหญ่ (ข้อมูลจาก : USDA Nutrient database)

วิธีทำน้ำบร็อคโคลี่

  1. ให้เตรียมวัตถุดิบดังนี้ ก้านบร็อคโคลี่ปอกเปลือกหั่นเป็นชิ้น 10 ชิ้น และแอปเปิล 1/2 ผล
  2. นำบร็อคโคลี่และแอปเปิลมาล้างน้ำให้สะอาด (ให้ล้างน้ำไหลผ่านเป็นเวลา 10-15 นาที)
  3. จากนั้นนำบร็อคโคลี่มาหั่น ปอกเปลือกออกเอาแต่เนื้อขาวใสด้านในแล้วหั่นเป็นชิ้น และหั่นแอปเปิลเป็นชิ้น ๆ
  4. หลังจากนั้นนำส่วนผสมที่หั่นไว้ใส่เครื่องคั้นแยกกากก็จะได้น้ําบร็อคโคลี่สด ๆ มาดื่มแล้ว

แหล่งอ้างอิง : นิตยสารชาวเกษตร, วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี (EN), สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

เรียบเรียงข้อมูลโดยเว็บไซต์เมดไทย (MedThai)

advertisement M12

แสดงความคิดเห็น
  • ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้องกับการโฆษณาจะไม่ได้รับการเผยแพร่ในทุกกรณี
  • ติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านแฟนเพจ
Recommended for you

Disclaimer : บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ โปรดอ่านเพิ่มเติมหน้านโยบายและเงื่อนไขการใช้งานเว็บไซต์

© 2013-2016 MedThai
All Right Reserved.