• icon-facebook
  • icon-twitter
  • icon-google

18 สรรพคุณและประโยชน์ของต้นธูปฤาษี ! (กกช้าง)

POSTED: เวลา 10:40 น. 06 มกราคม 2014, UPDATED: 01 มีนาคม 2016
ธูปฤาษี

advertisement M10

ธูปฤาษี

ธูปฤาษี ชื่อสามัญ Bulrush, Cattail, Cat-tail, Elephant grass, Flag, Narrow-leaved Cat-tail, Narrowleaf cattail, Lesser reedmace, Reedmace tule

ธูปฤาษี ชื่อวิทยาศาสตร์ Typha angustifolia L. จัดอยู่ในวงศ์ธูปฤๅษี (TYPHACEAE)

สมุนไพรธูปฤาษี มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า กกช้าง กกธูป เฟื้อ เฟื้อง หญ้าเฟื้อง หญ้ากกช้าง หญ้าปรือ (ภาคกลาง), หญ้าสลาบหลวง หญ้าสะลาบหลวง (ภาคเหนือ), ปรือ (ภาคใต้) เป็นต้น[1],[2],[3]

ลักษณะของธูปฤาษี

  • ต้นธูปฤาษี มีถิ่นกำเนิดในทวีปยุโรปและอเมริกา จัดเป็นไม้ล้มลุกมีอายุหลายปี เหง้ากลม แทงหน่อขึ้นเป็นระยะสั้น ๆ ลำต้นตั้งตรง มีความสูงประมาณ 1.5-3 เมตร เจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่ชุ่มน้ำ ขยายพันธุ์ด้วยผลหรือเมล็ด พบขึ้นตามหนองน้ำ ลุ่มน้ำทั้งน้ำจืดและน้ำเค็ม ตามทะเลสาบหรือริมครอง รวมไปถึงตามที่โล่งทั่ว ๆ ไป มีเขตการกระจายพันธุ์ทั่วโลกในเขตร้อนและในเขตอบอุ่น สำหรับในประเทศไทยสามารถพบได้ทั่วทุกภูมิภาค[1],[2],[3]

ต้นธูปฤาษี

ลำต้นธูปฤาษี

  • ใบธูปฤาษี ใบเป็นใบเดี่ยว มีกาบใบเรียงสลับในระนาบเดียวกัน ลักษณะใบเป็นรูปแถบ มีความกว้างประมาณ 1.2-1.8 เซนติเมตร และยาวประมาณ 50-120 เซนติเมตร (บ้างว่า 2 เมตร) แผ่นใบด้านบนมีลักษณะโค้งเล็กน้อยเพราะมีเซลล์หยุ่นตัวคล้ายฟองน้ำหมุนอยู่กลางใบ ส่วนด้านล่างของใบแบน[1],[3]

ใบธูปฤาษี

  • ดอกธูปฤาษี ออกดอกเป็นช่อแบบเชิงลดลักษณะเป็นรูปทรงกระบอก ช่วงดอกเพศผู้มีความยาวประมาณ 8-40 เซนติเมตร มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางช่อประมาณ 0.2-0.7 เซนติเมตร และมีใบประดับประมาณ 1-3 ใบ หลุดร่วงได้ ส่วนช่วงดอกเพศเมียจะมีความยาวประมาณ 5-30 เซนติเมตร มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของช่อประมาณ 0.6-2 เซนติเมตร มักแยกออกจากส่วนดอกเพศผู้ด้วยส่วนของก้านช่อดอกที่เป็นหมันที่มีความยาวประมาณ 2.5-7 เซนติเมตร ดอกมีขนาดเล็ก ไม่มีกลีบเลี้ยงและกลีบดอก เกสรเพศผู้ส่วนมากแล้วจะมี 3 อัน มีขนขึ้นล้อมรอบ ก้านเกสรเพศผู้จะสั้น มีอับเรณูยาวประมาณ 1.5-2 มิลลิเมตร ส่วนดอกเพศเมียจะมีใบประดับย่อยเป็นรูปเส้นด้าย มีรังไข่เป็นรูปกระสวย ก้านของรังไข่เรียวและยาวประมาณ 5 มิลลิเมตร มีขนยาว ส่วนก้านเกสรเพศเมียจะยาวประมาณ 1-1.5 มิลลิเมตร มีขนสั้นกว่าก้านของรังไข่ ยอดเกสรมีลักษณะเป็นรูปแถบหรือรูปใบหอก และยังสามารถออกดอกได้ตลอดทั้งปี[1],[2]

รูปธูปฤาษี

ดอกธูปฤาษีรูปดอกธูปฤาษี

  • ผลธูปฤาษี ผลมีขนาดเล็กมาก เมื่อแก่จะแตกตามยาว ลักษณะเป็นรูปรี[1],[3]

ผลธูปฤาษี

สรรพคุณของธูปฤาษี

  1. อับเรณูและลำต้นใช้เป็นยารักษาโรคทางเดินปัสสาวะ (ลำต้น,อับเรณู)[1] บ้างก็ว่าลำต้นใต้ดินและราก สามารถนำมาใช้เป็นยาบำบัดโรคบางชนิดได้ เช่น การช่วยขับปัสสาวะ (ลำต้น,ราก)[2],[3]
  2. ลำต้นธูปฤาษี มีสรรพคุณช่วยเพิ่มน้ำนมของสตรีหลังการคลอดบุตร (ลำต้น)[1]
advertisement M11

ประโยชน์ของธูปฤาษี

  1. ยอดอ่อนใช้รับประทานได้ทั้งสดและทำให้สุก[2]
  2. แป้งที่ได้จากลำต้นใต้ดินและรากสามารถใช้บริโภคได้เช่นกัน[3]
  3. ต้นธูปฤาษีที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ อาจนำมาใช้เป็นอาหารสำหรับสัตว์เลี้ยง หรือสัตว์เคี้ยวเอื้องได้[3]
  4. ใบธูปฤาษีมีความยาวและเหนียวจึงนิยมนำมาใช้มุงหลังคา และสามารถนำมาใช้สานตะกร้า ทำเสื่อ ทำเชือกได้อีกด้วย[1],[2],[3]
  5. ช่อดอกแห้งสามารถนำมาใช้เป็นไม้ประดับ ส่วนในประเทศอินเดียจะใช้ก้านของช่อดอกมาทำปากกา[1],[3]
  6. เยื่อของต้นธูปฤาษี สามารถนำมาใช้ทำกระดาษและทำใยเทียมได้ โดยมีเส้นใยมากถึงร้อยละ 40 มีความชื้นของเส้นใย 8.9%, ลิกนิก 9.6%, ไข 1.4%, เถ้า 2%, เซลลูโลส 63%, และมีเฮมิ
  7. เซลลูโลส 8.7% โดยเส้นใยที่ได้จะมีสีขาวหรือสีน้ำตาลอ่อน สามารถนำมาใช้ทอเป็นผ้าเพื่อใช้สำหรับแทนฝ้ายหรือขนสัตว์ได้[2],[3]
  8. ดอกของต้นธูปฤาษีสามารถใช้กำจัดคราบน้ำมันได้เป็นอย่างดี โดยน้ำหนักของดอกต้นธูปฤาษี 100 กรัม สามารถช่วยกำจัดคราบน้ำมันได้มากกว่า 1 ลิตร[4]
  9. ต้นธูปฤาษีสามารถช่วยบำบัดน้ำเสียตามแหล่งต่าง ๆ และสามารถเจริญเติบโตได้ดี แม้จะอาศัยอยู่ในแหล่งน้ำเสียตามชุมชนหรือตามแหล่งน้ำจากโรงงานต่าง ๆ และยังทำให้น้ำเสียในบริเวณนั้นมีคุณภาพดีที่ขึ้น มีศักยภาพในการลดค่าความเป็นกรดด่างของน้ำ ช่วยปรับเปลี่ยนสีของน้ำที่ไม่พึงประสงค์ให้ตางลง และช่วยลดความเป็นพิษในน้ำได้[5]
  10. ต้นธูปฤาษีมีระบบรากที่ดี จึงช่วยป้องกันการพังทลายของดินตามชายน้ำได้[2],[3]
  11. ซากของธูปฤาษีสามารถนำมาใช้เป็นวัสดุคลุมดินสำหรับไม้ยืนต้นตามสวนผลไม้ต่าง ๆ เพื่อช่วยลดการสูญเสียความชื้นออกจากผิวดิน และช่วยลดการชะล้างหน้าดินจากน้ำฝนได้[2],[3]
  12. ต้นธูปฤาษีสามารถช่วยกำจัดไนโตรเจนจากน้ำเสียในที่ลุ่มต่อไร่ได้สูงถึง 400 กิโลกรัมต่อปี และยังช่วยดูดเก็บกักธาตุโพแทสเซียมต่อไร่ได้สูงถึง 690 กิโลกรัมต่อปี จึงจัดเป็นพืชอีกชนิดหนึ่งที่อาจมีบทบาทเป็นพืชเศรษฐกิจได้ในอนาคต[2],[3]
  13. ธูปฤาษีอาจช่วยทำให้วัฏจักรของแร่ธาตุอาหารในดินสมบูรณ์ขึ้น เพราะมีแร่ธาตุอาหารหลายชนิดต่าง ๆ เมื่อต้นธูปฤาษีตายลงหรือถูกกำจัด ก็จะเกิดการย่อยสลายทำให้แร่ธาตุอาหารกลับสู่ดิน ทำให้ดินมีความสมบูรณ์ สามารถทำการเพาะปลูกได้[3]
  14. ธูปฤาษีสามารถช่วยเพิ่มอินทรียวัตถุในดินได้ เพราะมีแร่ธาตุอาหารหลากหลายชนิด การไถกลบเศษซากของต้นธูปฤาษีก็เท่ากับเป็นการเพิ่มอินทรียวัตถุลงในดิน และจะเป็นประโยชน์แก่พืชที่ปลูกโดยตรง จึงเหมือนกับการทำปุ๋ยพืชสดโดยการไถกลบดิน[3]
  15. ใช้เป็นปุ๋ยพืชสตู หรือใช้ทำปุ๋ยหมักบำรุงดินได้[3]
  16. ใช้สำหรับเป็นเชื้อเพลิง โดยต้นธูปฤาษีมีปริมาณของโปรตีนและคาร์โบไฮเดรตค่อนข้างสูง กากที่เหลือจากการสกัดเอาโปรตีนและคาร์โบไฮเดรตออกแล้วใช้แบคทีเรียที่ไม่ใช้ออกซิเจนย่อย จะให้แก๊สมีเทนซึ่งใช้สำหรับเป็นเชื้อเพลิงได้[3]

วิธีกำจัดต้นธูปฤาษี : วิธีการป้องกันควรทำก่อนที่ต้นธูปฤาษีจะออกดอก เพราะเมล็ดสามารถแพร่ระบาดได้เป็นอย่างดีโดยอาศัยลมและน้ำ ส่วนวิธีการกำจัดก็ทำได้โดยการตัดต้นขนาดใหญ่ โดยต้องตัดให้ต่ำกว่าระดับของผิวน้ำ[2]

กกช้าง

References
  1. สำนักงานหอพรรณไม้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช.  สารานุกรมพืช,  “ธูปฤาษี“.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: web3.dnp.go.th.  [6 ม.ค. 2014].
  2. ฝ่ายปฏิบัติการวิจัยและเรือนปลูกพืชทดลอง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.  “ธูปฤาษี“.  (นพพล เกตุประสาท หน่วยอนุรักษ์และใช้ประโยชน์พืชพรรณ).  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: clgc.rdi.ku.ac.th.  [6 ม.ค. 2014].
  3. ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ.  “การผลิตกระดาษจากธูปฤาษีและผักตบชวา“.  (นพพล เกตุประสาท หน่วยอนุรักษ์และใช้ประโยชน์พืชพรรณ).  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: www.nectec.or.th.  [6 ม.ค. 2014].
  4. วิทยาลัยนาโนเทคโนโลยีพระตอมเกล้าลาดกระบัง.  “ดอกต้นธูปฤาษีวัชพืชกำจัดคราบน้ำมัน“.  (ศาสตราจารย์จิติ หนูแก้ว).  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: www.nano.kmitl.ac.th.  [6 ม.ค. 2014].
  5. ระบบฐานข้อมูลองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ดาราศาสตร์และสิ่งแวดล้อม ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา.  ” ต้นธูปฤาษี“.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: www.nano.kmitl.ac.th.  [6 ม.ค. 2014].

ภาพประกอบ : www.flickr.com (by SierraSunrise, mingiweng, Photos by Beth K, Jim Mayes, Superior National Forest, Plantas Brazal, Vietnam Plants & The USA. plants, Jardín Botánico Nacional, Viña del Mar, Chile)

เรียบเรียงข้อมูลโดยเว็บไซต์เมดไทย (MedThai)

advertisement M12

แสดงความคิดเห็น
  • ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้องกับการโฆษณาจะไม่ได้รับการเผยแพร่ในทุกกรณี
  • ติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านแฟนเพจ
Recommended for you

Disclaimer : บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ โปรดอ่านเพิ่มเติมหน้านโยบายและเงื่อนไขการใช้งานเว็บไซต์

© 2013-2016 MedThai
All Right Reserved.