• icon-facebook
  • icon-twitter
  • icon-google

ทุเรียนเทศ สรรพคุณและประโยชน์ของทุเรียนเทศ 21 ข้อ ! (ทุเรียนน้ำ)

POSTED: เวลา 2:36 น. 06 กรกฎาคม 2013, UPDATED: 27 ตุลาคม 2016
ทุเรียนน้ำ

advertisement M10

ทุเรียนเทศ

ทุเรียนเทศ ชื่อสามัญ Soursop, Prickly custard apple)

ทุเรียนเทศ ชื่อวิทยาศาสตร์ Annona muricata L. จัดอยู่ในวงศ์กระดังงา (ANNONACEAE)

สมุนไพรทุเรียนเทศ มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า มะทุเรียน (ภาคเหนือ), หมากเขียบหลด (ภาคอีสาน), ทุเรียนแขก (ภาคกลาง), ทุเรียนน้ำ เป็นต้น

ทุเรียนเทศ เป็นพืชชนิดหนึ่งที่จัดอยู่ในตระกูลเดียวกันกับน้อยหน่า กระดังงา นมแมว และจำปี โดยลักษณะของผลนั้นจะมีรูปร่างคล้ายทุเรียน และมีหนาม เปลือกมีสีเขียว ในส่วนของเนื้อจะมีสีขาว ฉ่ำน้ำ รสหวานอมเปรี้ยว ซึ่งพืชชนิดนี้จะปลูกมากในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และในแถบอเมริกากลาง โดยเป็นพืชที่ชอบอากาศที่มีความชื้นสูง

ทุเรียนเทศ เป็นผลไม้ที่ขาดการให้ความสำคัญทางเศรษฐกิจในไทย โดยปกติแล้วจะพบว่ามีการเพาะปลูกมากในภาคใต้ของประเทศไทย รวมไปถึงมาเลเซียและสิงคโปร์พบว่าทุเรียนเทศนี้ได้หายไปจากตลาดท้องถิ่น แต่กลับได้ในรูปของการแปรรูป เช่น น้ำทุเรียนเทศเข้มข้น น้ำทุเรียนเทศบรรจุกล่องพร้อมดื่มในร้านแถวรัฐปีนังของมาเลเซีย

ประโยชน์ของทุเรียนน้ำทุเรียนเทศ ในทางโภชนาการแล้วถือว่ามีคาร์โบไฮเดรตสูง โดยเฉพาะน้ำตาลฟรุกโทส และยังมีวิตามินบีและวิตามินซี ส่วนที่นำมาใช้เป็นยาคือส่วนของใบ ผล และเมล็ด

การรับประทานทุเรียนเทศติดต่อกันทุกวันเป็นระยะเวลานาน อาจจะทำให้เกิดโรคพาร์กินสัน (Parkinson’s disease) เนื่องจากในผลทุเรียนเทศจะมีสาร “แอนโนนาซิน” (Annonacin) ซึ่งมีคุณสมบัติในการทำลายเซลล์สมอง และในส่วนของเมล็ดและเปลือกก็จะมีสารอัลคาลอยด์อยู่หลายชนิดที่เป็นพิษต่อร่างกาย แต่ถ้ารับประทานอย่างมีสติ ไม่ได้รับประทานติดต่อกันเป็นระยะเวลานานก็ไม่น่าจะเป็นโทษต่อร่างกาย

ประโยชน์ของทุเรียนเทศ

  1. ทุเรียนน้ําสรรพคุณใช้รับประทานเป็นผลไม้สดหรือนำไปทำเป็นน้ำผลไม้ปั่น
  2. ทุเรียนเทศรักษามะเร็ง ผลไม้ชนิดนี้ถูกนำมาวิจัยอย่างจริงจังในสหรัฐอเมริกา ซึ่งสถาบันมะเร็งแห่งชาติพบว่ามันมีคุณสมบัติการฆ่าเซลล์มะเร็งได้ทุกชนิด และในมหาวิทยาลัยคาทอลิกในเกาหลีใต้ ได้มีการทดลองนำสารสกัดจากทุเรียนเทศมาเทียบกับยาเคมีบำบัด (ยาฆ่ามะเร็ง) ผลปรากฏว่ามันฤทธิ์มากกว่า 10,000 เท่า ! ในการช่วยลดการเติบโตของเซลล์มะเร็ง (แหล่งข้อมูลที่ได้มายังไม่แน่ชัด และยังขาดความน่าเชื่อถือ โปรดใช้วิจารณญาณในการวิเคราะห์)
  3. สารสกัดจากส่วนของใบ เมล็ด และลำต้นของทุเรียนเทศมีฤทธิ์ในการต่อต้านไวรัสและเซลล์มะเร็ง (งานวิจัยในอเมริกา)
  4. การรับประทานผลไม้ชนิดนี้จะช่วยเพิ่มน้ำนมกับหญิงให้นมบุตร
  5. ใบนำมาใช้ชงดื่มช่วยทำให้นอนหลับสบาย
  6. นำใบมาใส่ไว้ในหมอนหนุน จะช่วยทำให้หลับสบายยิ่งขึ้น (เนเธอร์แลนด์)
  7. ใบของทุเรียนเทศมีการนำมาใช้เป็นยาระงับประสาท
  8. รากและเปลือกนำมาทำเป็นชาชงดื่มแก้อาการเครียด ช่วยลดอาการเจ็บปวดและลดการเกร็ง
  9. ช่วยแก้อาการเมา ด้วยการใช้ใบขยี้ลงในน้ำผสมกับน้ำมะนาว 2 ลูก แล้วนำมาจิบเล็กน้อยและเอาน้ำที่่เหลือลูบหัว (ตำรา Materia medica)
  10. ผลสุกช่วยรักษาโรคเลือดออกตามไรฟัน
  11. ผลดิบใช้รับประทานเพื่อรักษาโรคบิด
  12. เมล็ดนำมาใช้ในการช่วยสมานแผลและห้ามเลือด
  13. ทุเรียนเทศ สรรพคุณของผลดิบนำมาตำแล้วพอกเป็นยาฝาดสมาน
  14. เมล็ดของทุเรียนเทศนี้จะมีพิษ จึงนำมาใช้ทำยาเบื่อและทำเป็นยาฆ่าแมลงศัตรูพืช
  15. ใบทุเรียนเทศนำมาใช้ปูให้ผู้ป่วยที่เป็นไข้นอน ซึ่งจะช่วยลดอาการไข้ลงได้ทันทีเมื่อตื่นนอน (แถบคาริบเบียน)
  16. ใบของทุเรียนเทศมีสรรพคุณเป็นยาแก้อาการท้องอืด ด้วยการนำมาขยี้ผสมกับปูนแล้วนำมาทาบริเวณท้อง
  17. ใบใช้รักษาโรคผิวหนัง แก้อาการไอ อาการปวดตามข้อ ด้วยการนำมาขยี้ผสมกับปูนแล้วนำมาทา
  18. เปลือก ราก และดอกมีการนำมาใช้เกี่ยวกับข้ออักเสบและผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับตับ
  19. น้ำสกัดจากเนื้อยังช่วยในการขับพยาธิได้
  20. สามารถนำไปแปรรูปเป็นผลไม้กวนต่าง ๆ ไอศกรีม เยลลี่ ซอส รวมไปถึงผลไม้กระป๋องด้วย
  21. ทุเรียนเทศนิยมนำมาใช้ประกอบอาหาร อย่างเช่น แกงส้มและเชื่อม (ภาคใต้)
advertisement M11

ข้อมูลทางโภชนาการของผลทุเรียนเทศดิบต่อ 100 กรัม

  • ทุเรียนเทศพลังงาน 66 กิโลแคลอรี
  • คาร์โบไฮเดรต 16.84 กรัม
  • น้ำตาล 13.54 กรัม
  • เส้นใย 3.3 กรัม
  • ไขมัน 0.30 กรัม
  • โปรตีน 1.00 กรัม
  • วิตามินบี 1 0.070 มิลลิกรัม 6%
  • วิตามินบี 2 0.050 มิลลิกรัม 4%
  • วิตามินบี 3 0.900 มิลลิกรัม 6%
  • วิตามินบี 6 0.059 มิลลิกรัม 5%
  • วิตามินบี 9 14 ไมโครกรัม 4%
  • วิตามินซี 20.6 มิลลิกรัม 25%
  • ธาตุแคลเซียม 14 มิลลิกรัม 1%
  • ธาตุเหล็ก 0.6 มิลลิกรัม 5%
  • ธาตุแมกนีเซียม 21 มิลลิกรัม 6%
  • ธาตุฟอสฟอรัส 27 มิลลิกรัม 4%
  • ธาตุโพแทสเซียม 278 มิลลิกรัม 6%
  • ธาตุสังกะสี 0.1 มิลลิกรัม 1%

% ร้อยละของปริมาณแนะนำที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันสำหรับผู้ใหญ่ (ข้อมูลจาก : USDA Nutrient database)

แหล่งอ้างอิง : วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี, อุไร จิรมงคลการ (ผักพื้นบ้าน), วิวัฒน์ พันธวุฒิยานนท์ (ผลไม้พื้นเมืองภาคใต้ ความสุขที่คุณเด็ดได้)

เรียบเรียงข้อมูลโดยเว็บไซต์เมดไทย (MedThai)

advertisement M12

แสดงความคิดเห็น
  • ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้องกับการโฆษณาจะไม่ได้รับการเผยแพร่ในทุกกรณี
  • ติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านแฟนเพจ
Recommended for you

Disclaimer : บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ โปรดอ่านเพิ่มเติมหน้านโยบายและเงื่อนไขการใช้งานเว็บไซต์

© 2013-2016 MedThai
All Right Reserved.