• icon-facebook
  • icon-twitter
  • icon-google

ทรงบาดาล สรรพคุณและประโยชน์ของต้นทรงบาดาล 7 ข้อ !

POSTED: เวลา 9:58 น. 19 มีนาคม 2014, UPDATED: 01 มีนาคม 2016
ทรงบาดาล

advertisement M10

ทรงบาดาล

ทรงบาดาล ชื่อสามัญ Scrambled eggs, Kalamona[1],[2]

ทรงบาดาล ชื่อวิทยาศาสตร์ Senna surattensis (Burm.f.) H.S.Irwin & Barneby (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Cassia surattensis Burm.f.) จัดอยู่ในวงศ์ถั่ว (FABACEAE หรือ LEGUMINOSAE) และอยู่ในวงศ์ย่อยราชพฤกษ์ (CAESALPINIOIDEAE หรือ CAESALPINIACEAE)[1],[2]

สมุนไพรทรงบาดาล มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า สะเก้ง (เชียงใหม่), ขี้เหล็กหวาน (ขอนแก่น), พรึงบาดาล ตรึงบาดาล (ระยอง), ขี้เหล็กบ้าน (ภาคเหนือ), สะเก๋ง (ภาคตะวันตกเฉียงเหนือ), สะแก้ง เป็นต้น[1],[2]

ลักษณะของทรงบาดาล

  • ต้นทรงบาดาล เป็นพรรณไม้พื้นเมืองดั้งเดิมของไทย โดยมีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนของทวีปเอเชีย ซึ่งรวมไปถึงประเทศไทยด้วย โดยจัดเป็นไม้พุ่มกึ่งไม้ยืนต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง ที่มีความสูงได้ถึง 7 เมตร ลำต้นแตกกิ่งก้านสาขามากเป็นเรือนยอด เปลือกลำต้นเป็นสีน้ำตาลปนสีเทา แตกเป็นสะเก็ดเล็ก ๆ พรรณไม้ชนิดนี้เป็นพรรณไม้กลางแจ้ง ขึ้นได้ดีในดินทุกชนิด ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ดและวิธีการตอนกิ่ง แต่วิธีที่นิยมและได้ผลดีที่สุด คือ วิธีการเพาะเมล็ด[1],[2],[4],[5]

ต้นทรงบาดาล

รูปทรงบาดาล

  • ใบทรงบาดาล ใบเป็นใบประกอบแบบขนนกชั้นเดียว ออกเรียงสลับกัน มีใบย่อยประมาณ 5-10 คู่ ลักษณะของใบเป็นรูปรี ปลายใบมน โคนใบมน ส่วนขอบใบเรียบ ใบมีขนาดกว้างประมาณ 1-2 เซนติเมตร และยาวประมาณ 2.5-4 เซนติเมตร หลังใบเรียบ ส่วนท้องใบมีขนประปราย[1]

ใบทรงบาดาล

  • ดอกทรงบาดาล ออกดอกเป็นช่อตามศอกใบใกล้กับปลายยอด ในช่อดอกมีดอกประมาณ 10-15 ดอก มีก้านดอกรวมยาวประมาณ 2.5-5 เซนติเมตร ส่วนก้านดอกย่อยยาวประมาณ 1-2 เซนติเมตร ดอกย่อยเป็นสีเหลือง มีกลีบดอก 5 กลีบ ลักษณะของกลีบดอกเป็นรูปไข่ มีขนาดประมาณ 4-5 มิลลิเมตร เมื่อดอกบานจะมีขนาดกว้างประมาณ 2-4 เซนติเมตร ดอกมีกลีบเลี้ยง 5 กลีบ สีเขียวอมเหลือง ดอกมีเกสรเพศผู้จำนวน 10 อัน เป็นหมัน 3 อัน โดยต้นทรงบาดาลมีดอกดก และสามารถออกดอกได้ตลอดทั้งปี[1],[2],[3],[4]

รูปดอกทรงบาดาล

ดอกทรงบาดาล

  • ผลทรงบาดาล ออกผลเป็นฝักแบน เรียบ มีขนาดกว้างประมาณ 1-1.5 เซนติเมตร และยาวประมาณ 7-20 เซนติเมตร เมื่อฝักแก่แล้วจะแตกออกตามตะเข็บ ภายในฝักมีเมล็ดประมาณ 15-25 เมล็ด ผิวของเมล็ดเป็นมันเงา มีขนาดกว้างประมาณ 4 มิลลิเมตร และยาวประมาณ 8 มิลลิเมตร[1],[3]

ผลทรงบาดาล

สรรพคุณของทรงบาดาล

  1. รากใช้รับประทานเป็นยาถอนพิษไข้ (ราก)[3]
  2. รากมีรสขมเบื่อ ใช้ต้มกับน้ำกินเป็นยาถอนพิษผิดสำแดง หรือไข้ซ้ำ (ราก)[1],[2]
  3. รากนำมาต้มกับน้ำกินเป็นยาแก้สะอึก หรือจะใช้รากร่วมกับเถาสะอึกและรากมะกล่ำเครือ เป็นยาแก้อาการสะอึกอันเนื่องมาจากกระเพาะอาหารขยายตัว (ราก)[1],[2],[4]
advertisement M11

ประโยชน์ของทรงบาดาล

  1. ยอดอ่อนและใบอ่อนสามารถนำมาใช้รับประทานเป็นผักได้[4]
  2. ในสมัยก่อนต้นทรงบาดาลได้รับความนิยมในการนำมาปลูกไว้ในบริเวณวัดอยู่พอสมควร เพราะนอกจากจะปลูกเพื่อความสวยงามแล้ว ดอกสีเหลืองของทรงบาดาลยังนำไปใช้ในการบูชาพระได้อย่างเหมาะสมอีกด้วย[4]
  3. ต้นทรงบาดาลเป็นไม้มงคลอีกชนิดหนึ่ง ที่แม้จะไม่มีอยู่ในรายชื่อไม้มงคลที่ปลูกในบริเวณบ้าน แต่ก็ถือเป็นไม้มงคลที่ใช้ในการประกอบพิธีก่อฤกษ์หรือวางศิลาฤกษ์ในการก่อสร้างอาคารหรือถาวรวัตถุต่าง ๆ โดยจัดเป็น 1 ใน 9 ชนิดที่ใช้เป็นเสาเข็มตอก รองรับแผ่นศิลาฤทธิ์ และเป็นไม้มงคลลำดับที่ 6 อีกทั้งยังมีเชื่อว่าด้วยว่าจะทำให้เกิดความมั่นคง มีเทวดาให้ความคุ้มครอง และยังถือว่าจะช่วยบันดาลโชคลาภด้วย เพราะคำว่า “ทรงบาดาล” นั้นมีความหมายว่า ผู้เป็นใหญ่แห่งนาคพิภพ เชื่อว่าการปลูกต้นทรงบาดาลจะช่วยดลบันดาลให้เกิดโชคลาภ ทำให้มีฐานะดีขึ้น แต่บางคนก็กล่าวว่าทรงบาดาลหรือทรงยันดาลนั้น คือ การมีพลังอำนาจอันใหญ่ เกรียงไกร และได้รับการยกย่องจากผู้อื่น โดยการปลูกไม้เพื่อเอาคุณคนโบราณนั้นให้ปลูกในวันเสาร์และปลูกทางทิศตะวันตกของบ้าน แต่ผู้ปลกต้องเป็นผู้ประกอบอาชีพสุจริตด้วย จึงจะเป็นมงคลแก่ตัวผู้ปลูกและผู้อยู่อาศัยภายในบ้าน (บ้างก็ว่าจะช่วยขับไล่สิ่งชั่วร้ายได้ด้วย)[4],[5]
  4. ต้นทรงบาดาลเป็นไม้ยืนต้นที่หาได้ง่าย ขยายพันธุ์และปลูกเลี้ยงก็ง่าย อีกทั้งยังมีความแข็งแรงทนทาน มีอายุยืนนาน สามารถตัดแต่งรูปทรงได้เป็นอย่างดี ออกใบดก ดอกมีสีเหลืองสดใสสวยงาม นอกจากจะใช้ปลูกในบริเวณวัดอย่างในอดีตแล้วยังนิยมนำมาปลูกไว้ตามสถานที่อื่น ๆ อีกด้วย เช่น อาคารบ้านเรือน สวนหย่อม สวนสาธารณะ ตามทางเท้า และตามริมถนนสายใหญ่ในชนบท เป็นต้น[4]
References
  1. หนังสือสมุนไพรไทย เล่ม 1.  (ดร.นิจศิริ เรืองรังษี, ธวัชชัย มังคละคุปต์).  “ทรงบาดาล (Song Badan)“.  หน้า 141.
  2. หนังสือพจนานุกรมสมุนไพรไทย, ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 5.  (ดร.วิทย์ เที่ยงบูรณธรรม).  “ทรงบาดาล“.  หน้า 356.
  3. หนังสือพรรณไม้สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ เล่ม 3.  “ทรงบาดาล“.
  4. มูลนิธิหมอชาวบ้าน. นิตยสารหมอชาวบ้าน เล่มที่ 299 คอลัมน์: ต้นไม้ใบหญ้า.  “ทรงบาดาล : ความมั่นคงและคุ้มครองของไม้มงคล“.  (เดชา ศิริภัทร).  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: www.doctor.or.th.  [18 มี.ค. 2014].
  5. บทความวิทยุรายการสาระความรู้ทางการเกษตร, งานศูนย์บริการวิชาการและฝึกอบรม ฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ, คณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่.  “ทรงบาดาล“.  (ดวงจันทร์ เกรียงสุวรรณ).  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: natres.psu.ac.th.  [18 มี.ค. 2014].

ภาพประกอบ : www.flickr.com (by dinesh_valke, 阿橋花譜 KHQ Flowers, 加菲老爺, Alan, Yip Wah)

เรียบเรียงข้อมูลโดยเว็บไซต์เมดไทย (MedThai)

advertisement M12

แสดงความคิดเห็น
  • ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้องกับการโฆษณาจะไม่ได้รับการเผยแพร่ในทุกกรณี
  • ติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านแฟนเพจ
Recommended for you

Disclaimer : บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ โปรดอ่านเพิ่มเติมหน้านโยบายและเงื่อนไขการใช้งานเว็บไซต์

© 2013-2016 MedThai
All Right Reserved.