• icon-facebook
  • icon-twitter
  • icon-google

4 สรรพคุณและประโยชน์ของต้นถั่วเสี้ยนป่า ! (ผักผีด)

POSTED: เวลา 2:34 น. 13 ธันวาคม 2014, UPDATED: 02 มีนาคม 2016
ถั่วเสี้ยนป่า

advertisement M10

ถั่วเสี้ยนป่า

ถั่วเสี้ยนป่า ชื่อวิทยาศาสตร์ Pueraria phaseoloides (Roxb.) Benth. จัดอยู่ในวงศ์ถั่ว (FABACEAE หรือ LEGUMINOSAE) และอยู่ในวงศ์ย่อยถั่ว FABOIDEAE (PAPILIONOIDEAE หรือ PAPILIONACEAE)[1],[3]

สมุนไพรถั่วเสี้ยนป่า มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า ผักผีด (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ), แพด มือแผด (ลั้วะ), กะตั้งล้วง (เมี่ยน), เปี้ยด (ขมุ), เพียด (เป็นต้น)[2],[3]

ลักษณะของถั่วเสี้ยนป่า

  • ต้นถั่วเสี้ยนป่า จัดเป็นพรรณไม้ล้มลุกอายุหลายปี ลำต้นเป็นเถาเลื้อยพัน ลำต้นมีลักษณะเรียวยาวและมีขนขึ้นหนาแน่น มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2.5-3.8 มิลลิเมตร มีลำต้นใต้ดินและรากสะสมอาหาร พบขึ้นกระจายในทวีปเอเชีย โดยมักขึ้นตามที่โล่งแจ้งที่ระดับความสูงตั้งแต่ 300-1,600 เมตร[1],[3],[4]

ต้นถั่วเสี้ยนป่า

  • ใบถั่วเสี้ยนป่า ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก มีใบย่อย 3 ใบ ออกเรียงสลับ ใบย่อยที่อยู่ส่วนปลายมีลักษณะเป็นรูปวงรี คนใบเป็นเงี่ยงยื่นออกสองข้าง มีขนาดกว้างประมาณ 3.8-6.3 เซนติเมตร และยาวประมาณ 8.5-10.4 เซนติเมตร ส่วนใบย่อยที่อยู่ด้านข้างมีลักษณะเป็นรูปไข่กว้าง โคนใบเบี้ยว มีเงี่ยงยื่นออกข้างเดียว มีขนาดกว้างประมาณ 4.7-6.5 เซนติเมตร และยาวประมาณ 6.9-8.9 เซนติเมตร มีขนขึ้นหนาแน่นทั้งสองด้าน โดยหน้าใบจะมีขนสั้น ๆ ขึ้นปกคลุมปานกลาง ส่วนหลังใบจะเป็นปุยขนสีขาวยาวกว่าหน้าใบและปกคลุมอย่างหนาแน่น ก้านใบรวมมีหูใบสีเขียวและมีขนมาก ขนาดกว้างประมาณ 4 มิลลิเมตร และยาวประมาณ 5 มิลลิเมตร ส่วนก้านใบย่อยจะมีหูใบเป็นเส้นเรียวเล็กปลายแหลม ยาวประมาณ 3 มิลลิเมตร[1],[3]

ใบถั่วเสี้ยนป่า

  • ดอกถั่วเสี้ยนป่า ออกดอกเป็นช่อกระจะตามซอกใบ ยาวประมาณ 10-40 เซนติเมตร มีขน ดอกย่อยมีจำนวนมาก มีใบประดับและใบประดับย่อย ร่วงง่าย กลีบเลี้ยงที่โคนเชื่อมติดกัน ปลายแยกออกเป็นแฉก มีขนสั้น กลีบดอกเป็นสีขาวมีแถบสีม่วงตรงกลางกลีบ หรือเป็นสีชมพู สีม่วง หรือขาวแกมม่วง ลักษณะของกลีบดอกเป็นรูปดอกถั่ว ดอกมีเกสรเพศผู้ 10 อัน เชื่อมติดกันเป็นสองกลุ่ม รังไข่มีขน ออกดอกในช่วงประมาณเดือนกันยายนถึงเดือนตุลาคม[1],[3],[4]

ดอกถั่วเสี้ยนป่า

  • ผลถั่วเสี้ยนป่า ผลมีลักษณะเป็นฝักรูปขอบขนานแคบ ปลายมีจะงอย เมื่อฝักแก่ตะแตกและบิดเป็นเกลียว ภายในมีเมล็ดลักษณะกลมสีน้ำตาล ขนาดประมาณ 2-4 มิลลิเมตร[1],[3],[4]

ฝักถั่วเสี้ยนป่า

เมล็ดถั่วเสี้ยนป่า

สรรพคุณของถั่วเสี้ยนป่า

  • ตำรายาพื้นบ้านล้านนาจะใช้ใบหรือรากแห้งของถั่วเสี้ยนป่า นำมาผสมกับใบโผงเผงแห้ง บดให้เป็นผง ทำเป็นยาลูกกลอนกินเป็นยาแก้ไข้ (ราก,ใบ)[1],[3]

ประโยชน์ของถั่วเสี้ยนป่า

  • ชาวลั้วะจะใช้เปลือกต้นถั่วเสี้ยนป่านำมาทำเป็นเชือก ส่วนชาวเมี่ยนจะนำเครือสดมาใช้มัดสิ่งของ[2]
  • เปลือกต้นนำมาฉีกเป็นเส้น ๆ แล้วนำเส้นใยที่ได้มาสานสวิง หรือนำเครือมาลอกเปลือกออกเป็นเส้น ๆ ตากแห้งแล้วนำมาฟั่นเป็นเกลียวเชือก ใช้สำหรับสานสวิง[2]
  • ใบใช้เป็นอาหารสัตว์ให้วัวกิน โดยคุณค่าทางอาหารของต้นถั่วเสี้ยนป่าอายุ 75-90 วัน จะมีโปรตีน 18.9%, แคลเซียม 0.66%, ฟอสฟอรัส 0.25%, โพแทสเซียม 1.76%, ADF 42.9%, NDF 62.0%, DMD 55.7% (โดยวิธี Nylon bag), ไนเตรท 725.6 พีพีเอ็ม, ออกซาลิคแอซิด 80.3 พีพีเอ็ม, แทนนิน 0.14%, มิโมซีน 0.29 พีพีเอ็ม ส่วนไนไตรท์ไม่พบ[2],[3]
References
  1. หนังสือสมุนไพรพื้นบ้านล้านนา.  (ภาควิชาเภสัชพฤกษศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล).  “ถั่วเสี้ยนป่า”.  หน้า 180.
  2. โครงการเผยแพร่ข้อมูลทรัพยากรชีวภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่นบนพื้นที่สูง, สถาบันวิจัยและพัฒนาที่สูง (องค์กรมหาชน).  “ถั่วเสี้ยนป่า, เพียด”.  อ้างอิงใน: หนังสือชื่อพรรณไม้แห่งประเทศไทย (เต็ม สมิตินันทน์).  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: eherb.hrdi.or.th.  [13 ธ.ค. 2014].
  3. สำนักพัฒนาอาหารสัตว์ กรมปศุสัตว์.  “ถั่วเสี้ยนป่า”.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: nutrition.dld.go.th.  [13 ธ.ค. 2014].
  4. ระบบจัดการฐานความรู้ด้านความหลากหลายทางชีวภาพ สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้.  “ถั่วเสี้ยนป่า”.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: biodiversity.forest.go.th.  [12 ธ.ค. 2014].

ภาพประกอบ : www.flickr.com (by Dinesh Valke, Phuong Tran, 阿橋, Nicolas Vereecken), luirig.altervista.org

เรียบเรียงข้อมูลโดยเว็บไซต์เมดไทย (MedThai)

advertisement M12

แสดงความคิดเห็น
  • ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้องกับการโฆษณาจะไม่ได้รับการเผยแพร่ในทุกกรณี
  • ติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านแฟนเพจ
Recommended for you

Disclaimer : บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ โปรดอ่านเพิ่มเติมหน้านโยบายและเงื่อนไขการใช้งานเว็บไซต์

© 2013-2016 MedThai
All Right Reserved.