• icon-facebook
  • icon-twitter
  • icon-google

ตานฟัก สรรพคุณของต้นตานฟัก ! (พวนดอย)

POSTED: เวลา 5:55 น. 19 ธันวาคม 2014, UPDATED: 02 มีนาคม 2016
ตานฟัก

advertisement M10

ตานฟัก

ตานฟัก ชื่อวิทยาศาสตร์ Crotalaria ferruginea Benth. จัดอยู่ในวงศ์ถั่ว (FABACEAE หรือ LEGUMINOSAE) และอยู่ในวงศ์ย่อยถั่ว FABOIDEAE (PAPILIONOIDEAE หรือ PAPILIONACEAE)[1],[2]

สมุนไพรตานฟัก มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า หมากขิ่งหนู (แม่ฮ่องสอน), พวนดอย (ภาคเหนือ) ส่วนที่เชียงใหม่เรียก “ตานฟัก” เป็นต้น[2]

ลักษณะของตานฟัก

  • ต้นตานฟัก จัดเป็นพรรณไม้ล้มลุก อายุหลายปี มีความสูงของต้นประมาณ 20-100 เซนติเมตร ลำต้นมีลักษณะตั้งตรง แตกกิ่งก้านมีขนขึ้นปกคลุมอย่างหนาแน่น มีเขตการกระจายพันธุ์ในอินเดีย ศรีลังกา ไปจนถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และนิวกีนี ส่วนในประเทศไทยพบได้เกือบทุกภาค โดยมักขึ้นบริเวณทุ่งหญ้าที่เปิดโล่งในป่าผลัดใบหรือป่าดงดิบ หรือตามพื้นที่ชุ่มชื้นริมทาง ที่ระดับความสูงประมาณ 350-1,800 เมตร[1],[2],[3]

ต้นตานฟัก

  • ใบตานฟัก ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ ลักษณะของใบเป็นรูปวงรีแกมขอบขนาน รูปไข่แกมขอบขนาน รูปขอบขนานแกมรูปไข่กลับ รูปใบหอก หรือรูปใบหอกแคบ ใบมีขนาดกว้างประมาณ 1.5-4 เซนติเมตร และยาวประมาณ 3-7 เซนติเมตร ผิวใบมีขนทั้งสองด้าน ผิวใบด้านล่างเป็นสีขาวนวล มีหูใบติดคงทน[1],[2],[3]

พวนดอย

ใบตานฟัก

  • ดอกตานฟัก ออกดอกเป็นช่อตามซอกใบหรือปลายกิ่ง ยาวประมาณ 3-15 เซนติเมตร มีดอกย่อยประมาณ 2-8 ดอก กลีบดอกเป็นสีเหลือง ลักษณะเป็นรูปดอกถั่ว ดอกมีกลีบรองดอก ปลายแยกเป็น 2 ปากเว้าลึก มีขนสีออกแดงขึ้นหนาแน่น ส่วนกลีบดอกมี 5 กลีบ กลีบบนแผ่เป็นรูปรี กลีบด้านข้างเป็นรูปขอบขนาน ส่วนกลีบด้านล่างเชื่อมเป็นรูปท้องเรือ ปลายกลีบเป็นจะงอย ดอกมีเกสรเพศผู้ 10 อัน รังไข่เป็นรูปขอบขนาน ผิวเกลี้ยง ออกดอกในช่วงประมาณเดือนสิงหาคมถึงเดือนตุลาคม[1],[2],[3]

ดอกตานฟัก

  • ผลตานฟัก ผลมีลักษณะเป็นฝักยาว ลักษณะของฝักเป็นรูปขอบขนาน ฝักมีขนาดกว้างประมาณ 0.8 เซนติเมตร และยาวประมาณ 2.5-3 เซนติเมตร ภายในฝักมีเมล็ดประมาณ 20-30 เมล็ด เมล็ดมีลักษณะเป็นรูปหัวใจเบี้ยวขนาดเล็ก[1],[2],[3]

ผลตานฟัก

สรรพคุณของตานฟัก

  • ตำรายาพื้นบ้านล้านนาจะใช้ตานฟักทั้งต้นนำมาต้มกับน้ำอาบเป็นยาแก้ฟกบวม (ทั้งต้น)[1],[3]
References
  1. หนังสือสมุนไพรพื้นบ้านล้านนา.  (ภาควิชาเภสัชพฤกษศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล).  “ตานฟัก”.  หน้า 83.
  2. ระบบจัดการฐานความรู้ด้านความหลากหลายทางชีวภาพ สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้.  “ตานฟัก”.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: biodiversity.forest.go.th.  [19 ธ.ค. 2014].
  3. หนังสือพรรณไม้สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ เล่ม 7.  “ตานฟัก”.

ภาพประกอบ : www.cfh.ac.cn, www.cvh.org.cn

เรียบเรียงข้อมูลโดยเว็บไซต์เมดไทย (MedThai)

advertisement M12

แสดงความคิดเห็น
  • ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้องกับการโฆษณาจะไม่ได้รับการเผยแพร่ในทุกกรณี
  • ติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านแฟนเพจ
Recommended for you

Disclaimer : บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ โปรดอ่านเพิ่มเติมหน้านโยบายและเงื่อนไขการใช้งานเว็บไซต์

© 2013-2016 MedThai
All Right Reserved.