• icon-facebook
  • icon-twitter
  • icon-google

ดีหมี สรรพคุณและประโยชน์ของต้นดีหมี 12 ข้อ !

POSTED: เวลา 2:26 น. 08 มีนาคม 2014, UPDATED: 01 มีนาคม 2016
ดีหมี

advertisement M10

ดีหมี

ดีหมี ชื่อวิทยาศาสตร์ Acalypha spiciflora Burm.f. (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Cleidion spiciflorum (Burm.f.) Merr.)[1] ส่วนอีกข้อมูลระบุว่าเป็นชนิด Cleidion javanicum Blume[4] โดยจัดอยู่ในวงศ์ยางพารา (EUPHORBIACEAE)[1]

สมุนไพรดีหมี มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า ดินหมี (ลำปาง), คัดไล (ระนอง), กาดาวกระจาย (ประจวบคีรีขันธ์), กาไล กำไล (สุราษฎร์ธานี), มะดีหมี จ๊ามะไฟ (ภาคเหนือ), เซยกะชู้ (กะเหรี่ยง-แม่ฮองสอน), โต๊ะกาไล เป็นต้น[1],[6],[7]

ลักษณะของต้นดีหมี

  • ต้นดีหมี จัดเป็นไม้ยืนต้นไม่ผลัดใบ ใบออกดกหนา มีความสูงของต้นประมาณ 10-20 เมตร เปลือกต้นเกลี้ยงและเป็นสีเทาดำ ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ด ชอบอากาศค่อนข้างชื้นและมีแสงแดด่องรำไร สามารถพบได้ในป่าดิบแล้ง ป่าดิบชื้น และป่าดงดิบริมน้ำ ที่ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 400-800 เมตร ในประเทศไทยพบได้มากทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และทางภาคใต้[1],[2],[3],[6]

ต้นดีหมี

  • ใบดีหมี ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ ลักษณะของใบเป็นรูปวงรี รูปวงรีแกมใบหอก หรือเป็นรูปใบหอก ปลายใบเรียวแหลม โคนใบแหลม ขอบใบเป็นหยักฟันเลื่อมแกมซี่ฟัน ใบมีขนาดกว้างประมาณ 3.5-8 เซนติเมตร และยาวประมาณ 10-22 เซนติเมตร แผ่นใบหนาเรียบเป็นมันและเป็นสีเขียวเข้ม หลังใบเป็นสีอ่อน ที่ซอกของเส้นใบด้านท้องบจะมีต่อมกระจัดกระจาย ก้านใบยาวประมาณ 3-7 เซนติเมตร[1],[2]

ใบดีหมี

  • ดอกดีหมี ดอกเป็นแบบแยกเพศอยู่ต่างต้นกัน โดยจะออกดอกตามซอกใบ ดอกเพศผู้ออกดอกเป็นช่อกระจะเชิงลด ช่อดอกยาวประมาณ 8-21 เซนติเมตร มีกลีบเลี้ยง 3 กลีบ ดอกมีเกสรเพศผู้จำนวนมาก ส่วนดอกเพศเมียออกดอกเป็นดอกเดี่ยว ๆ ไม่มีกลีบดอก มีแต่กลีบเลี้ยงดอก 5 กลีบ ยอดเกสรเพศเมียแยกเป็นแฉก 2-3 แฉก[1],[6]

ดอกดีหมี

  • ผลดีหมี ผลมีลักษณะค่อนข้างกลม มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2-3.5 เซนติเมตร ลักษณะของผลเป็นพู 2 พู ภายในผลมีเมล็ดประมาณ 2-3 เมล็ด เมล็ดเป็นสีขาวมีลักษณะกลม ผลเมื่อแก่จะแห้งและแตกได้[1],[2],[3],[6]

ผลดีหมี

สรรพคุณของดีหมี

  1. เปลือกต้นนำมาต้มกับน้ำดื่มเป็นยารักษามะเร็ง (เปลือกต้น)[2]
  2. ตำรายาไทยใช้แก่นต้มกับน้ำดื่มเป็นยาแก้ไข้ (แก่น)[1],[3] หรือจะใช้ทั้งส่วน (ราก,ต้น,ใบ,ดอก,ผล) นำมาต้มกับดื่มเป็นยาแก้ไข้ตัวร้อน ช่วยดับพิษไข้ก็ได้ (ทั้งต้น)[2] ส่วนชาวเขาเผ่ากระเหรี่ยงจะใช้ราก ต้น หรือใบ นำมาต้มกับน้ำดื่มและอาบเป็นยาแก้ไข้ รักษาไข้มาลาเรีย (ต้น,ราก,ใบ)[1]
  3. แก่นนำมาต้มกับน้ำดื่มช่วยแก้อาการร้อนในกระหายน้ำ (แก่น)[3]
  4. แก่นนำมาต้มกับน้ำดื่มช่วยขับเหงื่อ (แก่น)[1],[3] หรือจะใช้ทั้งห้าส่วนนำมาต้มกับดื่มก็สามารถช่วยขับเหงื่อได้เช่นกัน (ทั้งต้น)[2]
  5. ช่วยแก้อาการปวดศีรษะ (แก่น)[1] หรือจะใช้ทั้งห้าส่วนนำมาต้มกับดื่มก็ได้เช่นกัน (ทั้งต้น)[2]
  6. เปลือกต้นนำไปต้มกับน้ำเป็นยาแก้อาการปวดท้อง (เปลือกต้น)[7]
  7. เมล็ดใช้กินเป็นยาระบาย (เมล็ด)[7]
  8. เปลือกต้นนำมาต้มกับน้ำดื่มเป็นยาแก้ตับพิการ (เปลือกต้น)[2] บ้างว่าใช้ส่วนของเปลือกต้น ลำต้น กิ่ง และใบ ใช้แก้ตับอักเสบ ตับพิการ ใบไม้ตับ (ต้น,เปลือกต้น,กิ่ง,ใบ)[8]
  9. ช่วยรักษาโรคผิวหนัง (เปลือกต้นต้มน้ำดื่ม)[2]
  10. ใบใช้ต้มกับน้ำอาบแก้ผื่นคัน (ใบ)[5]
  11. รากใช้ต้มกับน้ำดื่มแก้ลมพิษในกระดูก (ราก)[2]
advertisement M11

ประโยชน์ของดีหมี

  • ใบสด ๆ นำไปลวกกินเป็นเมี่ยงได้[8]

ข้อควรระวัง ! : ใบดีหมีมีพิษ น้ำต้มจากใบอาจทำให้สตรีมีครรภ์แท้งบุตรได้[7]

References
  1. หนังสือสมุนไพรพื้นบ้านล้านนา. (ภาควิชาเภสัชพฤกษศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล).  “ดีหมี“.  หน้า 72.[1]
  2. โครงการเผยแพร่ข้อมูลทรัพยากรชีวภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่นบนพื้นที่สูง, สถาบันวิจัยและพัฒนาที่สูง (องค์กรมหาชน).  “ดีหมี“.  อ้างอิงใน: หนังสือพืชอาหารและสมุนไพรท้องถิ่นบนพื้นที่สูง (อัปสร และคณะ).  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: eherb.hrdi.or.th.  [8 มี.ค. 2014].
  3. คมชัดลึกออนไลน์.  “ดีหมี แก่น-ราก-ใบ เป็นยา“.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: www.komchadluek.net.  [8 มี.ค. 2014].
  4. อุทยานธรรมชาติวิทยาสิรีรุกขชาติ, คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล.  “ดีหมี“.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: www.pharmacy.mahidol.ac.th/siri/.  [8 มี.ค. 2014].
  5. ศูนย์วิจัยสมุนไพรภาคเหนือ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.  “สมุนไพรที่ใช้แก้อาการแพ้และระคายเคือง“.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: www.pharmacy.cmu.ac.th/web2553/index.php.  [8 มี.ค. 2014].
  6. การสำรวจทรัพยากรป่าไม้เพื่อประเมินสถานภาพและศักยภาพ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 (อุบลราชธานี).  “ดันหมี“.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: inven.dnp9.com/inven/.  [8 มี.ค. 2014].
  7. ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม.  “ดีหมี : Cleidion speciflorum Merr.“.  อ้างอิงใน: หนังสือไม้ต้นในสวน Tree in the Garden.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: www.qsbg.org.  [8 มี.ค. 2014].
  8. งานการแพทย์แผนไทย จังหวัดอุดรธานี.  “สมุนไพรนายูง“.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: sites.google.com/site/ttmudon/.  [8 มี.ค. 2014].

ภาพประกอบ : www.flickr.com (by Black Diamond Images), www.stuartxchange.com, www.biotik.org

เรียบเรียงข้อมูลโดยเว็บไซต์เมดไทย (MedThai)

advertisement M12

แสดงความคิดเห็น
  • ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้องกับการโฆษณาจะไม่ได้รับการเผยแพร่ในทุกกรณี
  • ติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านแฟนเพจ
Recommended for you

Disclaimer : บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ โปรดอ่านเพิ่มเติมหน้านโยบายและเงื่อนไขการใช้งานเว็บไซต์

© 2013-2016 MedThai
All Right Reserved.