• icon-facebook
  • icon-twitter
  • icon-google

ชิงช้าชาลี สรรพคุณและประโยชน์ของต้นชิงช้าชาลี 28 ข้อ !

POSTED: เวลา 8:42 น. 05 มกราคม 2015, UPDATED: 02 มีนาคม 2016
ชิงช้าชาลี

advertisement M10

ชิงช้าชาลี

ชิงช้าชาลี ชื่อสามัญ Heart-leaved Moonseed[3], Gulancha Tinospora[5]

ชิงช้าชาลี ชื่อวิทยาศาสตร์ Tinospora baenzigeri Forman[1],[2],[3] ส่วนอีกข้อมูลใช้ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Tinospora cordifolia (Willd.) Miers[5] จัดอยู่ในวงศ์บอระเพ็ด (MENISPERMACEAE)[1]

สมุนไพรชิงช้าชาลี มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า จุ่งจะลิงตัวแม่ (ภาคเหนือ)[1],[2], จุ่งจะริงตัวพ่อ (ภาคเหนือ), บรเพ็ชร บรเพ็ชร์ ชิงชาลี (ภาคกลาง), ตะซีคี, ตะคี[4], ตะซีคิ (กะเหรี่ยง ภาคเหนือ)[5] เป็นต้น

ลักษณะของชิงช้าชาลี

  • ต้นชิงช้าชาลี จัดเป็นพรรณไม้เถาเลื้อยพาดพันต้นไม้อื่น ตามเถามีรูอากาศสีขาว เถามีลักษณะกลมและเหนียว ตามเถามีปุ่มปมเล็กน้อย เถาอ่อนเป็นสีเขียว ทุกส่วนมีรสขม โดยเฉพาะเถาแก่[1],[2],[3] ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ดและการปักชำ มักพบขึ้นตามที่รกร้างทั่วไป[4]

ต้นชิงช้าชาลี

  • ใบชิงช้าชาลี ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ ลักษณะของใบเป็นรูปหัวใจ ปลายใบแหลม โคนใบมนเว้า ส่วนขอบใบเรียบ ใบมีขนาดกว้างและยาวประมาณ 6-10 เซนติเมตร เนื้อใบบาง หลังใบและท้องใบเรียบ ด้านหลังใบใกล้กับโคนใบมีปุ่มเล็ก ๆ 2 ปุ่มอยู่บนเส้นใบ ก้านใบยาวประมาณ 3-5 เซนติเมตร[1],[2],[3]

ใบชิงช้าชาลี

  • ดอกชิงช้าชาลี ออกดอกเป็นช่อ โดยช่อดอกจะออกตามเถาและตามซอกใบ ดอกย่อยเป็นสีครีมมีขนาดเล็ก ไม่มีกลีบดอก ดอกมีเกสรเพศผู้ยาวพ้นออกจากดอก[1]

ดอกชิงช้าชาลี

  • ผลชิงช้าชาลี ลักษณะของผลเป็นรูปทรงกลมขนดาประมาณ 1-1.5 เซนติเมตร ผิวผลเรียบเป็นมีน ผลสดเป็นสีเขียวเข้ม เมื่อสุกแล้วจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองใส เนื้อผลฉ่ำน้ำเป็นสีขาวใส เมล็ดเดี่ยวสีดำหรือสีเทาค่อนข้างดำ ผิวเมล็ดขรุขระ[1],[2]

ผลชิงช้าชาลี

เมล็ดชิงช้าชาลี

สรรพคุณของชิงช้าชาลี

  1. เถามีรสขมเย็น มีสรรพคุณเป็นยาบำรุงกำลัง แก้อ่อนเพลีย (เถา)[1],[2],[4],[5]
  2. ใช้เป็นยาบำรุงธาตุ แก้ธาตุไม่ปกติ ช่วยเจริญอาหาร (เถา)[1],[2],[3],[4],[5] ส่วนอีกข้อมูลระบุว่าให้ใช้รากและดอกเป็นยาแก้ธาตุพิการ (รากและดอก)[5]
  3. ใช้เป็นยาแก้มะเร็ง (เถา,ใบ)[1],[2],[4]
  4. น้ำต้มจากทั้งต้นมีสรรพคุณเป็นยาลดเบาหวานได้ (ทั้งต้น)[5]
  5. เถาใช้เป็นยาแก้ไข้ ไข้กาฬ ไข้เหนือ ไข้มาลาเรีย ไข้มาลาเรียที่จับเว้นระยะ (antiperiodic) ทำให้เลือดเย็น (สามารถนำมาใช้แทนเถาบอระเพ็ดได้) (เถา)[1],[2],[3],[4],[5],[6]
  6. เถาใช้เป็นยาแก้โลหิตอันเป็นพิษ แก้ร้อนใน ช่วยบรรเทาอาการกระหายน้ำ (เถา)[4],[6]
  7. รากอากาศมีรสเข็น ใช้เป็นยาแก้ไข้พิษร้อน (รากอากาศ)[1]
  8. รากอากาศมีสรรพคุณทำให้อาเจียนอย่างแรง (รากอากาศ)[1],[5]
  9. ดอกมีรสขมเมาใช้เป็นยาแก้แมลงเข้าหู (ดอก)[2]
  10. ใช้แก้อาการปวดฟัน แก้รำมะนาด (ดอก)[2]
  11. ดอกใช้เป็นยาขับพยาธิในท้อง ในหู ในฟัน (ดอก)[2],[4]
  12. รากและดอกใช้ปรุงเป็นยาขับลม แก้ท้องเฟ้อ (รากและดอก)[5]
  13. เถาใช้เป็นยาแก้โรคทางเดินปัสสาวะ (เถา)[1],[2],[5]
  14. ใบมีรสขมเมา มีสรรพคุเป็นยาบำรุงน้ำดี แก้ดีพิการ (ใบ)[1],[2],[4]
  15. ใช้เป็นยาแก้ดีซ่าน (ไม่ระบุส่วนที่ใช้)[6]
  16. ใบใช้เป็นยาถอนพิษ ดับพิษทั้งปวง (ใบ)[1],[2],[4]
  17. ใบนำมาบดผสมกับน้ำผึ้งใช้ทารักษาแผล (ใบ)[1],[2],[5]
  18. ใบอ่อนใช้ผสมกับน้ำนมทาแก้ไฟลามทุ่ง (erysipelas) (ใบ)[1],[2]
  19. ใบใช้เป็นยาฆ่าพยาธิ พยาธิผิวหนัง (ใบ)[1],[2],[4]
  20. ใบสดใช้ตำพอกรักษาฝีทำให้เย็น (ใบ)[4]
  21. เถาใช้เป็นยาแก้พิษฝีดาษ แก้ฝีกาฬ อันบังเกิดเพื่อฝีดาษ (เถา)[1],[2],[4]
  22. ใช้เป็นยาแก้อักเสบ แก้พิษอักเสบ (เถา)[1],[2],[5]
  23. ใบสดใช้ตำพอกรักษาอาการปวด (ใบ)[1],[2],[4]
  24. ใช้แก้อาการเกร็ง (เถา)[1],[2],[5]
  25. รากและดอกใช้เป็นยาแก้อาการปวดเมื่อย (รากและดอก)[5]

ขนาดและวิธีใช้ : การใช้ตาม [5] ให้นำต้น ใบ เถา 1 กำมือ มาต้มกับน้ำ 3 แก้ว เคี่ยวนานประมาณ 10-15 นาที แล้วนำมาแบ่งดื่มเช้าและเย็น หรือใช้รากประมาณ 90-120 กรัม นำมาทุบให้แหลก ใช้ต้มกับน้ำดื่มเช้าและเย็น[5]

advertisement M11

ข้อมูลทางเภสัชวิทยาของชิงช้าชาลี

  • เถาชิงช้าชาลีมี Glucoside รสขมชื่อ giloin glucosides ที่ไม่ขม giloinin และ golo-sterol นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าพบแอลคาลอยด์อีก 3 ชนิด essential oil และ fatty acids ในพืชนี้ เมื่อไม่นานมานี้ผู้พบสารรสขม columbin chasmanthin และ palmarin นักวิจัยอีกกลุ่มหนึ่งพบสารรสขมอีก 3 ชนิด คือ tinosporan, tinosporic acid และ tinosporol ส่วนใบชิงช้าชาลีมีปริมาณของโปรตีนสูง มีแคลเซียมและฟอสฟอรัสในปริมาณปานกลาง[5]
  • จากการทดลองในสัตว์โดยใช้เถาชิงช้าชาลี พบว่าไม่มีฤทธิ์ลดไข้ แต่มีฤทธิ์แก้ปวดและลดการอักเสบ[3]
  • ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาที่พบ ได้แก่ ฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในเลือด ลดความดันโลหิต ต้านไวรัส ขับปัสสาวะ แก้ปวด ลดการอักเสบ[5]
  • สารรสขมที่มีอยู่ในเถาชิงช้าชาลี ใช้เป็นยาแก้ไข้มาลาเรียที่จับเว้นระยะ แก้อาการเกร็ง แก้อาการอักเสบ แก้ไข้ และมีรายงานว่าเถาออกฤทธิ์เป็นยาระงับความเจ็บปวดได้ประมาณ 1/5 ของ Sodium salicylate ส่วนสิ่งสกัดด้วยน้ำของชิงช้าชาลีมี Phagocytic index สูง มีฤทธิ์ระงับการเจริญของ Mycobacterium tuberculosis นอกร่างกาย และสิ่งสกัดด้วยแอลกอฮอล์ของเถามีฤทธิ์ฆ่าเชื้อ Escherichia coli[5]
  • จากการทดสอบความเป็นพิษโดยการฉีดสารสกัดทั้งต้นของพืชชนิดนี้ด้วยเอทานอลกับน้ำ ในอัตราส่วน 1:1 เข้าช่องท้องของหนูถีบจักร พบว่าในขนาดสูงสุดที่สัตว์ทดลองทนได้คือ 250 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม[5]
  • เมื่อปี ค.ศ.1985 ประเทศอินเดีย ได้ทำการทดลองใช้สารสกัดจากต้นชิงช้าชาลีในสัตว์ทดลอง ผลการทดลองพบว่าสารสกัดดังกล่าวสามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดของสัตว์ทดลองได้[5]
  • เมื่อปี ค.ศ.1992 ประเทศอินเดีย ได้ทำการทดลองใช้สารสกัดชิงช้าชาลีในกระต่าย ผลการทดลองพบว่าสารสกัดดังกล่าวสามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดได้[5]
  • เมื่อปี ค.ศ.2002 ที่นิวเดลฮี ประเทศอินเดีย ได้ทำการลองในหนู และได้พบว่าสารสกัดชนิดหนึ่งที่อยู่ในชิงช้าชาลีสามารลดระดับน้ำตาลในเลือดของหนูได้ แต่ในคนยังไม่เคยพบรายงานการทดลอง ระยะเวลาทดลองนาน 1 เดือน สามารถลดน้ำตาลในเลือดได้ 38.01%[5]
  • เมื่อปี ค.ศ.2003 ประเทศอินเดีย ใน Annamalai University ได้ทำการลองกับหนูที่เป็นเบาหวาน โดยใช้สารสกัดจากรากชิงช้าชาลีด้วยแอลกอฮอล์ ใช้ระยะเวลาในการทดลองนาน 6 อาทิตย์ ผลการทดลองพบว่าสามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดของหนูและลดน้ำหนักของหนูทดลองได้[5]

ประโยชน์ของชิงช้าชาลี

  1. ใบใช้เป็นอาหารสัตว์[5]
  2. ใช้ปลูกเป็นไม้เลื้อยประดับทั่วไป เจริญเติบโตเร็ว ไม่ต้องการดูแลรักษามาก
  3. เถาที่โตเต็มที่แล้วนำมาจัดโยงให้แน่นระหว่างเสาหรือต้นไม้ใหญ่ ทำเป็นชิงช้าสำหรับเด็ก ๆ ใช้แกว่งไกวเล่น

เถาชิงช้าชาลี

References
  1. หนังสือสมุนไพรไทย เล่ม 1.  (ดร.นิจศิริ เรืองรังษี, ธวัชชัย มังคละคุปต์).  “ชิงช้าชาลี (Chingcha Chali)”.  หน้า 106.
  2. หนังสือสมุนไพรในอุทยานแห่งชาติภาคเหนือ.  (พญ.เพ็ญนภา ทรัพย์เจริญ).  “ชิงช้าชาลี”.  หน้า 110.
  3. หนังสือสมุนไพรสวนสิรีรุกขชาติ.  (คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล).  “ชิงช้าชาลี Heart-leaved Moonseed”.  หน้า 203.
  4. หนังสือพจนานุกรมสมุนไพรไทย, ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 5.  (ดร.วิทย์ เที่ยงบูรณธรรม).  “ชิงช้าชาลี”.  หน้า 269-270.
  5. หนังสือสมุนไพรบำบัดเบาหวาน 150 ชนิด.  (เภสัชกรหญิง จุไรรัตน์ เกิดดอนแฝก).  “ชิงช้าชาลี”.  หน้า 81-82.
  6. หน่วยบริการฐานข้อมูลสมุนไพร สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล.  “ชิงช้าชาลี”.  เข้าถึงได้จาก: www.medplant.mahidol.ac.th/pubhealth/.  [05 ม.ค. 2015].

ภาพประกอบ : www.flickr.com (by Somjit2012, AnitaWPANewDelhi, Dinesh Valke, Sanjay Tiwari / Melissa Selby)

เรียบเรียงข้อมูลโดยเว็บไซต์เมดไทย (MedThai)

advertisement M12

แสดงความคิดเห็น
  • ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้องกับการโฆษณาจะไม่ได้รับการเผยแพร่ในทุกกรณี
  • ติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านแฟนเพจ
Recommended for you

Disclaimer : บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ โปรดอ่านเพิ่มเติมหน้านโยบายและเงื่อนไขการใช้งานเว็บไซต์

© 2013-2016 MedThai
All Right Reserved.