• icon-facebook
  • icon-twitter
  • icon-google

ชาดำ สรรพคุณและประโยชน์ของชาดำ 14 ข้อ ! (Black Tea)

POSTED: เวลา 10:48 น. 09 สิงหาคม 2014, UPDATED: 01 มีนาคม 2016
ชาดํา

advertisement M10

ชาดำ

ชาดำ (Black tea) คือ ชาที่ผ่านการแปรรูป ซึ่งได้มาจากการเก็บใบชาอ่อน (ใบชาสายพันธุ์ Camellia sinensis) นำมาทำให้แห้งเพื่อลดปริมาณของน้ำลงบางส่วน แล้วนำใบชากึ่งแห้งนั้นไปทำการคลึงหรือบดด้วยลูกกลิ้ง เพื่อให้ใบชาช้ำ ซึ่งเซลล์ในใบชาจะแตกช้ำโดยใบไม่ขาด และเอนไซม์ในเซลล์จะย่อยสลายสารเกิดเป็นกระบวนการหมัก ทำให้เกิดกลิ่นและรส จนใบชาเริ่มเปลี่ยนสีเป็นสีทองแดง เมื่อทิ้งไว้ระยะหนึ่งก่อนใช้ความร้อนเป่าไปที่ใบชา (หรืออาจนำใบชาไปอังไฟ หรือรมด้วยไอน้ำ) เอนไซม์จะหมดฤทธิ์ ใบชาเริ่มเปลี่ยนเป็นสี เมื่อนำไปตากหรืออบให้แห้ง จากนั้นก็บดหรือหั่นตามแต่ชนิดของชา ซึ่งชาที่ได้มานี้จะเรียกว่า “ชาดํา

จากการแปรรูปจะเห็นได้ว่าชาดำเป็นชาที่ผ่านการหมักอย่างสมบูรณ์ ซึ่งจะแตกต่างจากชาอู่หลงตรงที่ชาอู่หลงนั้นใช้กระบวนการหมักแบบออกซิเดชั่น แต่ชาดำจะใช้กระบวนการหมักโดยแบคทีเรียเหมือนการเพาะบ่มไวน์ ซึ่งกระบวนการหมักนี้จะทำให้สามารถหมักชาได้อย่างเต็มที่ ยิ่งบ่มนานก็ยิ่งได้รสชาติที่ดี ซึ่งชาดำที่เป็นที่รู้จักมากและเป็นที่นิยมสูงก็คือ “ชาผู่เอ๋อร์” (Pu-erh) จากจีน และ “ชาอัสสัม” (Assam) จากอินเดีย

ในกระบวนการผลิตชาดำนั้นจะทำให้สารเคมีที่มีประโยชน์ลดลง (คาเทชิน) เมื่อเปรียบเทียบกับชาเขียวที่ไม่ผ่านกระบวนการหมัก โดยชาเขียว 100 กรัม จะมีสารคาเทชินเหลืออยู่ประมาณ 14.2 กรัม ในขณะที่ชาดำจะมีสารคาเทชินหลงเหลืออยู่เพียง 4 กรัม แต่อย่างไรก็ตาม และยังพบว่าชาดำกับชาเขียวก็มีปริมาณของสารโพลีฟีนอลที่ใกล้เคียงกัน คือในใบชา 100 กรัม จะมีโพลีฟีนอลอยู่ประมาณ 15-16 กรัม ด้วยเหตุนี้นักวิทยาศาสตร์จึงยืนยันว่าชาดำก็ให้ประโยชน์ต่อสุขภาพได้เช่นกัน แต่นักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่ก็ยังเชื่อว่าชาเขียวนั้นมีประโยชน์มากกว่า เนื่องจากมีสารคาเทชินที่มากกว่านั่นเอง

ชาดำจะมีรสชาติขมเล็กน้อย ให้รสชาติละมุนกลมกล่อม ชุ่มคอ และมีปริมาณของคาเฟอีนมากที่สุดในบรรดาชาด้วยกัน หรือประมาณ 40 มิลลิกรัมต่อถ้วย (แต่ก็ยังน้อยกว่าในกาแฟที่มีคาเฟอีนอยู่ 100 มิลลิกรัมขึ้นไป) ในเรื่องของรสชาติถ้าเปรียบเทียบชาดำกับชาเขียวแล้ว จะพบว่าชาดำจะมี monoterpene alcohols ซึ่งเป็นสารให้กลิ่นมากกว่าชาเขียว ด้วยเหตุนี้จึงทำให้มีผู้นิยมกลิ่นของชาดำมากกว่า ส่วนสี่ของชาดำนั้นจะตั้งแต่สีน้ำตาลแดงไปจนถึงสีน้ำตาลเข้มจนเกือบดำ

ชาดำ

สรรพคุณของชาดำ

  1. ช่วยบำรุงหัวใจ
  2. ช่วยบำรุงกระเพาะ
  3. ช่วยในการย่อยอาหาร บรรเทาอาการอาหารไม่ย่อย
  4. ช่วยบำรุงโลหิตสำหรับสตรีที่มีประจำเดือน
  5. ในใบชามีสารฟลูออไรด์ที่ช่วยยับยั้งแบคทีเรียในช่องปาก จึงช่วยป้องกันฟันผุ และช่วยลดอาการสึกหรอของฟันได้เป็นอย่างดี
advertisement M11

ประโยชน์ของชาดำ

  1. ชาดำนั้นอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ เช่นเดียว ชาเขียว ชาขาว ชาวอู่หลง จึงช่วยในการล้างสารพิษในร่างกาย ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคต่าง ๆ และช่วยในการชะลอวัย
  2. ช่วยทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า แก้อาการง่วงนอน เพราะในชาดำจะมีสารคาเฟอีนที่ทำให้รู้สึกสดชื่น ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตและช่วยกระตุ้นระบบกล้ามเนื้อหัวใจ
  3. จากรายงานของยูนิเวอร์ซิตี้ คอลเลจ ลอนดอน ได้ระบุว่าชาดำมีผลต่อระดับฮอร์โมนความเครียดในร่างกายที่มีชื่อว่า “คอร์ติซอล” การดื่มชาดำเป็นประจำสม่ำเสมออาจจะช่วยทำให้ความจำดีนิ่งขึ้น เพราะชาดำมีผลต่อการยับยั้งการทำงานของเอนไซม์บางชนิด คือ เอนไซม์ Butyrylcholinesterase ที่มีส่วนร่วมก่อโปรตีน Amyloid Beta ในสมอง ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของโรคอัลไซเมอร์
  4. มีงานวิจัยของศาสตราจารญ์แอนดริว เตรบโต ที่ได้ตีพิมพ์ลงในสาร Psychopharmacology โดยระบุว่า จากการทดลองพบว่าคนที่ดื่มชาดำสามารถลดความเครียดได้ง่ายและฟื้นตัวจากความเครียดได้เร็วกว่าคนที่ไม่กินชาหรือได้รับชาดำหลอก อย่างไรก็ตาม ยังไม่แน่ชัดว่าสารเคมีอะไรที่มีผลต่อการฟื้นตัวจากสภาพความเครียดดังกล่าว เพราะสารเคมีที่พบในใบชานั้นมีความซับซ้อน และมีสารเคมีหลายตัวที่มีผลต่อการส่งกระแสประสาทในสมอง เช่น amino acids, catechins, flavonoids และ polyphenols เป็นต้น
  5. ชาดำมีส่วนในการช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ได้เป็นอย่างดี ช่วยเพิ่มกระบวนการเผาผลาญ ช่วยละลายไขมัน ทำให้ไขมันแตกตัว และช่วยในการลดน้ำหนัก (ควรเป็นชาร้อน เพราะจะช่วยลดลายไขมัน ถ้าเป็นชาเย็นจะทำให้ไขมันเกิดการจับตัว) และจากงานวิจัยของสหรัฐ (US. Department of Agriculture) ได้พบว่ากลุ่มชายหญิงที่ดื่มชาดำวันละ 5 แก้ว จะมีระดับคอเลสเตอรอลเลว (LDL) ลดลงประมาณ 6-10% หลังการดื่มชาดำได้เพียง 3 สัปดาห์
  6. ช่วยลดการซึมของน้ำตาลและไขมันเข้าสู่กระแสเลือด จากงานวิจัยพบว่าชาดำสามารถช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดให้กับผู้ป่วยได้เป็นอย่างดี และจากงานวิจัยร่วมของมหาวิทยาลัย Dundee University และมหาวิทยาลัย The Scottish Crop Research Institute ได้รายงานว่าสาร theaflavins และ therubigins ที่พบได้ในชาดำ ทำหน้าที่เลียนแบบอินซูลินตามธรรมชาติ ซึ่งมีประโยชน์ต่อผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ร่างกายไม่สามารถผลิตอินซูลินได้เพียงพอ
  7. นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยบอสตัน สหรัฐอเมริกา ได้ระบุว่า การดื่มชาดำสามารถช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจได้ เนื่องจากชาดำมีสรรพคุณปรับปรุงสภาพเส้นเลือดที่ไปหล่อเลี้ยงหัวใจ และยังมีงานวิจัยล่าสุดที่ช่วยยืนยันผลการศึกษาก่อนหน้านี้ว่าชาประกอบไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่เรียกกันว่า ฟลาโวนอยด์ สารชนิดนี้จะช่วยป้องกันคอเลสเตอรอลไม่ให้ทำลายเส้นเลือดที่ไปหล่อเลี้ยงหัวใจ ทั้งนี้ก็เพราะโรคหัวใจที่เกิดจากการขาดเลือดไปหล่อเลี้ยง มีสาเหตุสำคัญอยู่ที่ชั้นบาง ๆ ของเซลล์ที่อยู่บริเวณผนังของเส้นเลือดถูกทำลาย ซึ่งทำหน้าที่ทำให้เส้นเลือดมีความยืดหยุ่น ขยายตัวหรือหดตัวได้ตามที่หัวใจต้องการเลือด และยังช่วยป้องกันเลือดจับตัวเป็นก้อนและผนังเลือดอักเสบอีกด้วย การดื่มชาดำจึงส่งผลในระยะยาวต่อหลอดเลือด ซึ่งจากการทดลองกับอาสาสมัครจำนวน 50 ราย ที่ป่วยเป็นโรคหัวใจ โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกให้ดื่มชาดำ ส่วนกลุ่มที่สองให้ดื่มน้ำเปล่า ผลการทดลองพบว่ากลุ่มที่ดื่มชาดำวันละ 4 ถ้วย จะมีชั้นบาง ๆ ที่หลอดเลือดไปเลี้ยงหัวใจดีขึ้น แต่ในกลุ่มที่ดื่มน้ำเปล่าไม่มีผลใด ๆ
  8. มีการศึกษาที่พบว่าคนที่ดื่มชาดำประมาณ 3 ถ้วยต่อวัน จะมีโอกาสเกิดภาวะหัวใจวายเฉียบพลันลดลงถึง 21%
  9. ช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็ง ยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง จากงานวิจัยพบว่าชาดำสามารถขจัดสารที่ทำให้เกิดเนื้องอกหรือมะเร็งออกไปได้ โดยเฉพาะมะเร็งปอด ปาก หน้าอก ท้อง ลำไส้ใหญ่ หลอดอาหาร และผิวหนัง

การชงชาดำ

ชาดำกับความงาม

  1. เส้นผมเงางามและสวยเป็นประกาย : ให้แช่ถุงชาดำ 3 ถุง ลงในน้ำร้อน 2 ถ้วน ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที หรือจนน้ำชาเย็น แล้วนำมาใช้สระผมให้สะอาด รอจนผมหมาด เทน้ำชาที่ได้ลงบนผมโดยไม่ต้องล้างออก แล้วเช็ดผมให้แห้ง
  2. ลบเลือนจุดด่างดำบนใบหน้า : ให้แช่ถุงชาดำ 1 ถุง ลงในน้ำร้อน 1 ถ้วย ทิ้งไว้ประมาณ 3-5 นาที เสร็จแล้วนำถุงชาขึ้นมาจดสะเด็ดน้ำ แล้วนำมาวางบริเวณใบหน้าตรงจุดที่มีจุดด่างดำทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที แล้วยกออกและปล่อยให้แห้ง
  3. แก้ตาบวมและรอยคล้ำรอบดวงตา : ให้แช่ถุงชาดำ 2 ถุง ลงในน้ำร้อน 2 ถ้วย ทิ้งไว้ประมาณ 3-5 นาที แล้วนำถุงชาขึ้นรอจนสะเด็ดน้ำ นำมาแช่ในตู้เย็นจนถุงชาเย็น เมื่อเย็นแล้วให้หลับตาลง แล้วนำถุงชามาวางบริเวณดวงตาทั้งสองข้าง ทิ้งไว้ประมาณ 10-20 นาที แล้วยกออก ปล่อยให้แห้งโดยไม่ต้องล้างออก
  4. ริมฝีปากนุ่มชุ่มชื้นลดความหมองคล้ำ : ให้แช่ถุงชาดำ 1 ถุง ลงในน้ำร้อน 1 ถ้วย ทิ้งไว้ประมาณ 3-5 นาที แล้วนำถุงชาขึ้นรอจนสะเด็ดน้ำ นำถุงชามาวางบนริมฝีปากที่สะอาดล้างเครื่องสำออกจนหมดแล้ว ทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที แล้วค่อยยกถุงชาออก ปล่อยให้แห้ง
  5. แก้ผิวคล้ำหลังออกแดด : ให้แช่ถุงชาดำ 4 ถุง ลงในน้ำร้อน 2 ถ้วย ทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง แล้วนำถุงชาขึ้น ใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำชาให้ชุ่ม บีบพอสะเด็ดน้ำ แล้วนำไปวางบริเวณผิวที่หมองคล้ำหรือไหม้แดด ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที แล้วให้ทิ้งระยะไว้สัก 1-2 ชั่วโมง แล้วค่อยทำซ้ำอีกให้ได้วันละ 4 ครั้ง
  6. ดับกลิ่นเท้า : ให้แช่ถุงชาดำ 3 ถุง ลงในน้ำร้อน 3 ถ้วน ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที แล้วแช่เท้าลงในน้ำชาประมาณ 20 นาที เสร็จแล้วก็เช็ดเท้าให้แห้ง วิธีนี้จะช่วยดับกลิ่นเท้าของคุณได้เป็นอย่างดี

หมายเหตุ : หากเป็นชาดำแบบตวง ให้ใช้ประมาณครึ่งช้อนชาแทนชาดำ 1 ถุง

Black Tea

References
  1. หนังสือพิมพ์ข่าวสด. “ชาดำ”.  คอลัมน์: รู้ไปโม้ด (น้าชาติ ประชาชื่น).  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: www.khaosod.co.th.  [09 ส.ค. 2014].
  2. ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร  กระทรวงศึกษาธิการ.  “ชา 6 ชนิดที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ”.  เข้าถึงได้จาก: www.moe.go.th.  [09 ส.ค. 2014].
  3. สมิทธิ โชติศรีลือชา นิสิตสาขาโภชนาการและการกำหนดอาหาร คณะสหเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.  “ชาดำ – Black Tea”.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: www.student.chula.ac.th/~53373316/.  [09 ส.ค. 2014].
  4. ชีวจิต.

เรียบเรียงข้อมูลโดยเว็บไซต์เมดไทย (MedThai)

advertisement M12

แสดงความคิดเห็น
  • ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้องกับการโฆษณาจะไม่ได้รับการเผยแพร่ในทุกกรณี
  • ติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านแฟนเพจ
Recommended for you

Disclaimer : บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ โปรดอ่านเพิ่มเติมหน้านโยบายและเงื่อนไขการใช้งานเว็บไซต์

© 2013-2016 MedThai
All Right Reserved.