• icon-facebook
  • icon-twitter
  • icon-google

งิ้ว สรรพคุณและประโยชน์ของต้นงิ้ว 52 ข้อ ! (งิ้วบ้าน,งิ้วแดง)

POSTED: เวลา 7:45 น. 07 มกราคม 2014, UPDATED: 02 มีนาคม 2016
งิ้วแดง

advertisement M10

งิ้วแดง

งิ้ว ชื่อสามัญ Cotton Tree, Kapok Tree, Red Cotton Tree, Silk Cotton, Shving Brush

งิ้ว ชื่อวิทยาศาสตร์ Bombax ceiba L. (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Bombax malabaricum DC., Gossampinus malabarica Merr.)[12] จัดอยู่ในวงศ์ชบา (MALVACEAE) และอยู่ในวงศ์ย่อย BOMBACOIDEAE

สมุนไพรงิ้ว มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า งิ้วบ้าน (ทั่วไป), งิ้วแดง (กาญจนบุรี), งิ้วปง งิ้วปกแดง สะเน้มระกา (ชอง-จันทบุรี), งิ้วป่า, งิ้วปงแดง, งิ้วหนาม, นุ่นนาง, ตอเหมาะ (กะเหรี่ยงแดง), ปั้งพัวะ (ม้ง), บักมี้ (จีน) เป็นต้น[1],[2],[3],[7],[10],[12]

ชนิดของต้นงิ้ว

ต้นงิ้ว หรือ งิ้วป่า จัดเป็นพืชในสกุล Bombax ในประเทศมีรายงานว่ามีอยู่ด้วยกัน 3 ชนิด[14] ได้แก่

  • ชนิดที่ 1 “งิ้ว” มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Bombax ceiba L. (กล่าวในบทความนี้)[14]
  • ชนิดที่ 2 “งิ้วป่าดอกแดง” มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Bombax insigne Wall.[14]
  • ชนิดที่ 3 เป็นชนิดที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Bombax anceps Pierre และยังสามารถแยกออกได้อีก 2 ชนิดย่อย ได้แก่[14]
    • งิ้วป่า” (งิ้วป่าดอกขาว) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Bombax anceps Pierre var. anceps* (ชื่อวิทยาศาสตร์ไม่แน่ชัด)[14]
    • ง้าว” มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Bombax anceps var. cambodiense (Pierre) Robyns[14]

ต้นงิ้วแดง

ลักษณะของต้นงิ้ว

  • ต้นงิ้ว จัดเป็นไม้ยืนต้นขนาดกว้างถึงขนาดใหญ่ ลักษณะของต้นเป็นรูปทรงพุ่มเป็นรูปไข่ มีความสูงของลำต้นประมาณ 15-25 เมตร (บ้างว่าสูงประมาณ 25-30 เมตร) และความกว้างของทรงพุ่มประมาณ 15 เมตร ลำต้นมีลักษณะเปลาตรงและมีหนามอยู่ทั่วลำต้นและกิ่ง เห็นข้อปล้องไม่ชัดเจน ต้นอ่อนจะเป็นสีเขียวอ่อน เมื่อแก่จะเป็นสีเขียวเข้ม ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการใช้เมล็ด โดยจะพบขึ้นในที่ราบและตามป่าเบญจพรรณ ตามเชิงเขาและไหล่เขา ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 100-600 เมตร ซึ่งในปัจจุบันต้นงิ้วจะหาดูได้ยากมาก จะมีปลูกเฉพาะถิ่นทางภาคเหนือไม่กี่ที่เท่านั้น[1],[2],[3],[12]

งิ้วบ้านงิ้ว 

ต้นงิ้ว

  • ใบงิ้ว ใบเป็นใบประกอบแบบนิ้วมือมีใบย่อยประมาณ 3-7 ใบ เรียงสลับกัน ลักษณะของใบเป็นรูปรีถึงรูปไข่ ปลายใบเรียวแหลม โคนใบสอบเรียว ส่วนขอบใบเรียบ ใบมีขนาดกว้างประมาณ 1.5-2.5 นิ้ว และยาวประมาณ 6-10 นิ้ว ใบสีเขียวไม่มีขน แผ่นใบค่อนข้างหนาและเกลี้ยง ก้านช่อใบยาว โคนก้านบวมเล็กน้อย[1],[2],[12]

ใบงิ้ว

  • ดอกงิ้ว ดอกเป็นดอกเดี่ยว ออกตามปลายกิ่งหรือตามปลายยอด ดอกมีขนาดใหญ่สีชมพูแกมเลือดหมู สีแดง สีแสด และมีที่เป็นสีทองแต่หาได้ยาก ดอกมีกลิ่นหอมเอียน ออกดอกเป็นกระจุกหรือเป็นกลุ่ม กลุ่มละประมาณ 3-5 ดอก ฐานรองดอกเป็นรูปถ้วยแข็ง ๆ หรือเป็นกลีบเลี้ยงติดกัน ปลายแยกออกเป็น 5 กลีบขนาดเล็ก สีเขียวอ่อน ส่วนกลีบดอกมีขนาดใหญ่และหนามี 5 กลีบ เป็นรูปขอบขนาน เมื่อดอกบานเต็มที่จะมีขนาดกว้างประมาณ 8-10 เซนติเมตร ปลายกลีบจะแผ่ออกและม้วนกลับมาทางขั้วของดอก หลุดร่วงได้ง่าย ดอกมีเกสรตัวผู้ เป็นเส้นยาวจำนวนมาก เรียงกระจายเป็นวงรอบ สีขาวปนสีชมพู ส่วนเกสรตัวเมียมี 1 อัน สีชมพู บริเวณปลายเป็นจุดสีเข้มมีความเหนียว ส่วนรังไข่จะอยู่เหนือวงกลีบ[1],[2] โดยจะออกดอกในช่วงระหว่างเดือนมกราคมต่อเนื่องเป็นระยะเวลาสั้น ๆ ถึงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี และจะทิ้งใบก่อนมีดอก[3]

ต้นงิ้วบ้าน

ดอกงิ้ว

  • ผลงิ้ว หรือ ฝักงิ้ว ผลมีลักษณะยาวรีคล้ายฝักรูปทรงกระบอก ที่ปลายทั้งสองข้างของผลจะแหลม ผลเมื่ออ่อนเป็นสีเขียว เมื่อแก่จะเป็นสีน้ำตาล เปลือกของผลแข็ง มีความยาวประมาณ 6-8 นิ้ว และเมื่อแก่จัดจะแตกอ้าออกตามรอยประสาน ในผลมีเส้นหรือปุยสีขาวและมีเมล็ดขนาดเล็กจำนวนมาก ลักษณะเป็นรูปทรงกลมสีดำ และถูกห่อหุ้มด้วยปุยฝ้ายสีขาว ๆ สามารถปลิวไปตามลมได้ไกล[1],[2],[12]

ฝักงิ้ว

ผลงิ้ว

เมล็ดงิ้ว

สารเคมีที่พบ : เปลือกต้นมีสารที่สกัดด้วยน้ำอยู่ 9.92%, ในใบมี condensed tannins, ส่วนรากมีโปรตีน, แป้ง, ไขมัน, arabinose, galactose, gum, และ tannins ส่วนเปลือก ราก จะมีพวกเกลือแร่ ไขมัน โปรตีน แป้ง และความชื้นอยู่ 7.5%, ในเมล็ดมีน้ำมันประมาณ 24-25%, และในยางมีเกลือแร่ 8.9%[12]

สรรพคุณต้นงิ้ว

  1. รากใช้เป็นยาบำรุงกำลัง (ราก)[4],[6],[11],[13]
  2. ยางใช้เป็นยาบำรุงโลหิต (ยาง)[13]
  3. ช่วยแก้โรคมะเร็ง (เมล็ด)[13]
  4. ต้นงิ้ว สรรพคุณของเปลือกต้นช่วยบำรุงระบบการไหลเวียนของโลหิต (เปลือกต้น)[4],[12]
  5. ช่วยรักษาโรคความดันโลหิตสูง ด้วยการใช้เปลือกต้นงิ้วแดง 1 กิโลกรัม นำมาล้างให้สะอาดและหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วนำไปใส่ในหม้อต้มยาสมุนไพร เติมน้ำสะอาดลงไป 5 ลิตรและต้มจนเดือด แล้วให้รินเอาแต่น้ำมาดื่มครั้งละ 1 แก้ว (250 มิลลิเมตร) วันละ 2 ครั้งทุกเช้าและเย็น (น้ำงิ้วที่ได้จะมีสีแดงเหมือนน้ำกระเจี๊ยบ) (เปลือกต้น)[4]
  6. สรรพคุณดอกงิ้ว ดอกแห้งใช้ทำเป็นยาแก้พิษไข้ได้ดีมาก (ดอก)[3],[6] ส่วนหนามมีสรรพคุณแก้ไข้ ลดความร้อน ดับพิษร้อน (หนาม)[11],[13] ช่วยแก้ไข้พิษ ไข้กาฬ (หนาม)[13]
  7. ช่วยระงับประสาท (ดอก)[11],[13]
  8. ช่วยแก้อาการกระหายน้ำ (ดอก)[6]
  9. รากนำมาต้มกับน้ำดื่มเป็นยาทำให้อาเจียนถอนพิษ (ราก[3],[4],[13], เปลือกต้น[11],[13])
  10. ช่วยรักษาต่อมทอนซิลอักเสบ ต่อมในคออักเสบ (ใบ)[11],[13]
  11. ช่วยแก้ต่อมน้ำลายอักเสบ (ใบ)[13]
  12. ช่วยรักษากระเพาะอาหารอักเสบเรื้อรัง (เปลือกต้น[4],[6],[12], ราก[12])
  13. ช่วยแก้อาการท้องเสีย ลงท้อง (เปลือกต้น[11],[13], ราก[13], ดอก[13], ผล[13]) บรรเทาอาการท้องเดิน (เปลือกต้น,ดอก)[4]
  14. เปลือกต้นช่วยแก้บิด (เปลือกต้น[4],[12],[13], ดอก[6], ยาง[13]) แก้บิดมูกเลือด (ดอก)[4] ส่วนอีกข้อมูลระบุว่าดอกแดงจะใช้แก้บิดเลือด (บิดถ่ายเป็นเลือด) ให้นำดอกมาต้มเป็นน้ำชาผสมกับน้ำตาลทรายแดงใช้กินตอนท้องว่างวันละ 3 ครั้ง ส่วนดอกเหลืองจะใช้แก้บิดมูก ให้ใช้ดอกเหลืองหรือส้มที่เป็นดอกแห้ง เข้าใจว่ามาต้มเป็นน้ำชาดื่ม[12]
  15. งิ้ว สรรพคุณช่วยแก้อาการท้องร่วง โดยใช้ดอกตากแห้ง นำมาต้มกับน้ำดื่ม (ยางจากต้น[3],[13], เปลือกต้น[6], ดอก[6],[7],[12])
  16. ช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหาร (ราก,เปลือกราก)[4],[6],[7],[12]
  17. ช่วยแก้ตัวพยาธิ (ราก,เปลือกต้น,ดอก,ผล)[13]
  18. ช่วยขับปัสสาวะ (ดอก[4], ราก[11],[13])
  19. เมล็ดใช้เป็นยาร่วมกับพิมเสน ใช้รักษาโรคหนองในเรื้อรัง (เมล็ด)[4]
  20. ช่วยแก้ระดูตกหนักหรือออกมากเกินไป (ยาง)[13]
  21. ช่วยแก้อาการตกโลหิต (เปลือกต้น[11], ราก[13], ดอก[13], ผล[13])
  22. ช่วยแก้ไตพิการ ไตชำรุด ไตอักเสบ ด้วยการใช้เปลือกต้นงิ้วแดงนำมาหั่นเป็นชิ้นเล็ก ตากแดดให้แห้ง นำมาต้มกินต่างน้ำทุกวัน (หรือจะเอาน้ำต้มจากเปลือก ไปหมักเพื่อทำเอนไซม์ก็ได้) (เปลือกต้น)[8],[12]
  23. ผลอ่อนใช้บำบัดรักษาแผลเรื้อรังในไต (ผลอ่อน)[4]
  24. ช่วยขับน้ำเหลืองเสีย (ยาง)[13]
  25. ดอกและรากมีสรรพคุณช่วยห้ามเลือด (ดอก,ราก,เปลือกราก,ยาง)[4],[6],[7],[12] ส่วนเมล็ดมีสรรพคุณช่วยห้ามเลือดภายใน (ยาง)[13]
  26. รากของต้นอ่อนใช้พอกสมานแผล (เปลือกต้น,ราก,เปลือกราก)[4],[6],[7],[12] ช่วยฝากสมาน (ยาง)[13]
  27. ใบและยอดอ่อนใช้ตำพอกรักษาฝี (ใบ)[7] ส่วนรากช่วยแก้ฝีเปื่อยพัง (ราก,เปลือกต้น,ดอก,ผล)[13] หนามช่วยแก้ฝีประคำร้อย (หนาม)[13] และยังช่วยดับพิษฝี แก้พิษฝีต่าง ๆ (หนาม,ใบ)[13]
  28. ช่วยรักษาแผล ฝีหนอง (ดอก)[4],[6],[12] หากเป็นแผลที่มีหนอง ให้ใช้เปลือกต้นนำมาต้มกับน้ำแล้วนำมาใช้ชะล้างทำความสะอาดแผล (เปลือกต้น)[12]
  29. ช่วยรักษาโรคผิวหนัง (เมล็ด)[13]
  30. ช่วยแก้อาการคัน (ดอก)[6],[13]
  31. ช่วยแก้หัวลำมะลอก (เม็ดที่ขึ้นตามตัวเป็นหนองพุพองมีพิษ), หัวดาวหัวเดือน (เม็ดตุ่มที่ผุดขึ้นตามตัว มีพิษมาก มักขึ้นที่ฝ่ามือฝ่าเท้าและนิ้วมือนิ้วเท้า) (ใบ)[13]
  32. ช่วยแก้พิษงูทุกชนิด (ราก,ใบ,ผล)[13]
  33. ดอกแห้งใช้ทำเป็นยาระงับอาการปวด (ดอก)[3],[11],[13]
  34. ใบแห้งหรือใบสดนำมาตำใช้ทาแก้อาการฟกช้ำ แก้บวม มีอาการอักเสบ (ใบ,ราก,ดอก,ผล)[3],[7],[11],[13] บรรเทาอาการฟกช้ำบวมจากการกระแทก ด้วยการใช้รากสดนำมาแช่เหล้า ใช้ถูทาหรือตำพอก (ดอก,เปลือกต้น,ราก,เปลือกราก)[4],[6],[11],[12]
  35. ใช้ทาแก้น้ำร้อนลวก (ดอก)[11],[13]
  36. ช่วยแก้อัมพาต เอ็นอักเสบ (เปลือกต้น)[4] ใช้แก้คนที่เป็นอัมพาตครึ่งตัว (เปลือกต้น)[12]
  37. ชาวโอรังอัสลี ในรัฐเประ ของประเทศมาเลเซีย ใช้ใบสดนำมาแช่กับน้ำต้มอาบเพื่อใช้รักษาอาการปวดเมื่อย (ใบ)[5]
  38. เมล็ดใช้เป็นยากระตุ้นความต้องการทางเพศ (ยาง)[13]
  39. ข้อมูลทางเภสัชวิทยาของงิ้วแดง มีฤทธิ์ในการต้านไทอะมีน และมีผลต่อลำไส้ของหนูตะเภา และช่วยยับยั้งเอดส์[13]
advertisement M11

ประโยชน์ของงิ้ว

  1. เกสรตัวผู้จากดอกนำไปตากแห้ง ใช้โรยในขนมจีนน้ำเงี้ยวรับประทาน หรือจะใช้ปรุงเป็นแกงแคทางภาคเหนือก็อร่อยเช่นกัน[2],[3],[4],[10],[13] อีกทั้งยังมีคุณค่าทางอาหารสูงมาก โดยมีธาตุแคลเซียมสูงถึง 429 มิลลิกรัม ต่อ 100 กรัม ซึ่งสูงกว่านมที่มีแคลเซียมอยู่ประมาณ 123 มิลลิกรัม ต่อ 100 กรัม[7]
  2. เกสรตัวผู้แห้ง ยังสามารถนำมาใช้แต่งสีของแกงส้ม หรือแกงกะหรี่เพื่อช่วยเพิ่มสีสันให้น่ารับประทานมากขึ้นได้อีกด้วย[7]
  3. ประโยชน์ของดอกงิ้ว ดอกสดใช้ลวกจิ้มกินกับน้ำพริกและแกงส้ม[13]
  4. ดอกใช้ผสมกับข้าวโพกทำเป็นขนมแผ่นรับประทานได้[12]
  5. ใบและยอดอ่อนใช้เป็นอาหารสำหรับสัตว์เลี้ยงได้เป็นอย่างดี[12]
  6. รากอ่อนใช้เป็นยาและใช้เป็นอาหารเมื่อยามขาดแคลน ดอกและและยางใช้ทำเป็นยารักษาโรค[12]
  7. ใช้ปลูกไม้ประดับในสนามกว้าง ๆ ทั่วไป ต้นงิ้วมีรูปทรงของลำต้นที่สวยงาม สูงเด่นดูสง่า เรือดยอดแผ่กว้างให้ร่มเงาได้เป็นอย่างดี สามารถเพาะปลูกได้ง่าย เป็นไม้ผลัดใบทั้งต้นให้ดอกสีแดงหรือสีเหลืองทั้งต้น ดอกมีขนาดใหญ่ สีสันสดใสสวยงาม[13]
  8. ต้นงิ้วเป็นไม้เนื้ออ่อน สีขาวหรือเหลืองอ่อน เสี้ยนหยาบ ไม่ทนทานมากนัก ผุและเปื่อยได้ง่าย นิยมนำมาใช้ทำหีบและลังสำหรับใส่ของ ใช้ทำไม้อัด ไม้จิ้มฟัน ก้านไม้ขีด กล่องไม้ขีด ทำของเล่นเด็ก ใช้ทำเยื่อกระดาษก็ได้ ส่วนชาวกระเหรี่ยงแดงจะใช้เนื้อไม้สำหรับสร้างบ้าน หรือนำมาแปรรูปทำไม้แบบหรือไม้ต่อโลงศพ ประสาทเผาศพ[1],[3],[10],[13]
  9. เปลือกต้นให้เส้นใย สามารถนำมาใช้ทำเชือกได้ โดยจะมีความเหนียวมากแต่จะแข็งและหยาบ จึงเหมาะที่จะใช้มัดของใหญ่ ๆ[1],[3],[12]
  10. ปุยนุ่นของฝักหรือผลแก่สามารถนำมาใช้ทำเครื่องนุ่งห่ม ด้วยการนำมาใช้ยัดเบาะ ฟูก หมอน ฯลฯ[2],[12]
  11. ใช้ทำชนวนตู้เย็น เข้าใจว่าคือเส้นใยหรือยุ่ยจากฝัก[12]
  12. น้ำมันจากเมล็ดสามารถนำมาใช้ปรุงอาหาร ใช้ทำสบู่ได้[1]
  13. ชาวเหนือและชาวภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะนำเปลือกงิ้วแดงมาทำสี โดยจะให้สีน้ำเงิน ใช้สำหรับย้อมสีจำพวกผ้าฝ้ายได้[13]

ดอกงิ้วแดง

References
  1. ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์.  “งิ้ว“.  อ้างอิงใน: หนังสือพรรณไม้สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ เล่ม 1.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: www.qsbg.org.  [7 ม.ค. 2014].
  2. การดำเนินงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน โรงเรียนดาราพิทยาคม.  “งิ้ว, งิ้วบ้าน, งิ้วหนาม“.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: www.drpk.ac.th.  [7 ม.ค. 2014].
  3. ไทยรัฐออนไลน์.  “งิ้ว เป็นอาหารมีสรรพคุณและประโยชน์“.  (นายเกษตร).  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: www.thairath.co.th.  [7 ม.ค. 2014].
  4. ศูนย์ข้อมูลกลางทางวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม.  “ต้นงิ้ว วัดห้วยหลาด อำเภอรัตภูมิ“.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: www.m-culture.in.th.  [7 ม.ค. 2014].
  5. Samuel, A.J.S.J., Kalusalingam, A., Chellappan, D.K., Gopinath, R., Radhamani, S., Husain, H. A., Muruganandham, V., Promwichit, P. 2010. Ethnomedical survey of plants used by the orang asli in kampong bawong, Perak, West Malaysia. Joutnal of Ethnobiology and Ethnomedicine. 6:5
  6. ลานธรรมจักร.  “ต้นงิ้ว วิมานฉิมพลีของนางกากี“.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: www.dhammajak.net.  [7 ม.ค. 2014].
  7. องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้.  “ดอกงิ้ว สมุนไพรไทย แคลเซียมสูง รักษาสารพัดโรค“.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: www.fio.co.th/p/magazine_fio/files/5503.pdf‎.  [7 ม.ค. 2014].
  8. ภูมิปัญญาอภิวัฒน์.  “สมุนไพรเปลือกงิ้วต้มกินแก้ไตพิการ“.  (สมหวัง วิทยาปัญญานนท์).  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: www.budmgt.com.  [7 ม.ค. 2014].
  9. รักบ้านเกิด.  “การใช้งิ้วแดงรักษาโรคความดันโลหิตสูง“.  (บรรทม จิตรชม).  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: www.rakbankerd.com.  [7 ม.ค. 2014].
  10. โครงการเผยแพร่ข้อมูลทรัพยากรชีวภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่นบนพื้นที่สูง สถาบันวิจัยและพัฒนาที่สูง (องค์กรมหาชน).  “Kapok tree“.  อ้างอิงใน: หนังสือชื่อพรรณไม้แห่งประเทศไทย (เต็ม สมิตินันทน์).  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก:eherb.hrdi.or.th.  [7 ม.ค. 2014].
  11. ระบบฐานข้อมูลทรัพยากรชีวภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่นของชุมชน สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน).  “งิ้วแดง“.  (ฉันท์ฐิตา ธีระวรรณ).  อ้างอิงใน: thrai.sci.ku.ac.th/node/1694.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: www.bedo.or.th.  [7 ม.ค. 2014].
  12. หนังสือพจนานุกรมสมุนไพรไทย  (วิทย์ เที่ยงบูรณธรรม).
  13. สมุนไพรดอทคอม.  “งิ้วแดง“.  (manji).  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: www.samunpri.com.  [7 ม.ค. 2014].
  14. คณะนิติวิทยาศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ.  “มารู้จัก… ต้นงิ้ว กันเถอะ“.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: forensic.rpca.ac.th/pdf/bombax.pdf.  [7 ม.ค. 2014].

ภาพประกอบ : www.flickr.com (by andreas lambrianides, Carine.C, SierraSunrise, claying, Ali Tse, Michael J. Barritt,  ViC8518, flickr_10g, photocat001, dinesh_valke, Viejito, mingiweng)

หมายเหตุ : บทความนี้เกิดจากการรวบรวมข้อมูลมากจากหลาย ๆ แห่ง ซึ่งดูได้จากแหล่งอ้างอิงของข้อมูลที่มีตัวเลขกำกับอยู่ประกอบไปด้วย ท่านสามารถเชื่อหรือไม่เชื่อได้ตามวิจารณญาณของท่านเอง

เรียบเรียงข้อมูลโดยเว็บไซต์เมดไทย (MedThai)

advertisement M12

แสดงความคิดเห็น
  • ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้องกับการโฆษณาจะไม่ได้รับการเผยแพร่ในทุกกรณี
  • ติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านแฟนเพจ
Recommended for you

Disclaimer : บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ โปรดอ่านเพิ่มเติมหน้านโยบายและเงื่อนไขการใช้งานเว็บไซต์

© 2013-2016 MedThai
All Right Reserved.