• icon-facebook
  • icon-twitter
  • icon-google

กำจัดหน่วย สรรพคุณและประโยชน์ของต้นกำจัดหน่วย 15 ข้อ !

POSTED: เวลา 4:05 น. 16 มิถุนายน 2015, UPDATED: 25 พฤศจิกายน 2016
กำจัดหน่วย

advertisement M10

กำจัดหน่วย

กำจัดหน่วย ชื่อสามัญ Shiny-Leaf Prickly Ash

กำจัดหน่วย ชื่อวิทยาศาสตร์ Zanthoxylum nitidum (Roxb.) DC. จัดอยู่ในวงศ์ส้ม (RUTACEAE)[1],[3]

สมุนไพรกำจัดหน่วย มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า กำจัดเถา, กำจัดเครือ, สรรพลังวน, งูเห่า (อุดรธานี), กำจัดหน่วย (ภาคใต้เรียก), ยิบตี่กิมงู้ เหลี่ยงหมิ่งจำ (จีนแต้จิ๋ว), ลู่ตี้จินหนิว เหย่เชียนหนิว เหลี่ยงเมี่ยนเจิน (จีนกลาง) เป็นต้น[1],[3]

ลักษณะของกำจัดหน่วย

  • ต้นกำจัดหน่วย จัดเป็นพรรณไม้เถาหรือไม้พุ่มรอเลื้อยอายุหลายปี (มีลักษณะเหมือนเป็นไม้พุ่ม แต่ถ้าไปขึ้นใกล้กับต้นไม้อื่นก็จะเลื้อยพาดพันไปยังต้นไม้ที่อยู่ใกล้เคียง) มีความสูงได้ประมาณ 2-3 เมตร ลำต้นและกิ่งมีหนามแหลมขึ้นกระจายแบบห่าง ๆ ในประเทศไทยพบขึ้นได้ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ ส่วนในต่างประเทศพบได้ในจีน อินเดีย ภูมิภาคอินโดจีน ภูมิภาคมาเลเซีย และในญี่ปุ่น โดยมักขึ้นบนพื้นที่ระดับต่ำจนถึงสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 500 เมตร[1],[2],[3]

ต้นกำจัดหน่วย

  • ใบกำจัดหน่วย ใบเป็นใบประกอบแบบขนนกปลายคี่ ออกเรียงสลับ ยาวได้ถึง 40 เซนติเมตร ก้านใบและแกนใบมีหนามแหลม มีใบย่อยประมาณ 2-4 คู่ ลักษณะของใบย่อยเป็นรูปรีหรือรูปไข่ ปลายใบและโคนใบแหลมหรือมน ส่วนขอบใบหยักห่าง ๆ บริเวณรอยหยักมักมีต่อมกลม ๆ อยู่ใกล้ ๆ ขอบใบ ใบมีขนาดกว้างประมาณ 2.5-6 เซนติเมตร และยาวประมาณ 5-12 เซนติเมตร มีเส้นแขนงใบข้างละ 5-12 เส้น และมีหนามเล็ก ๆ อยู่ตามเส้นกลางใบด้านล่าง[1]

กําจัดหน่วย

ใบกำจัดหน่วย

  • ดอกกำจัดหน่วย ออกดอกเป็นช่อที่ง่ามใบและปลายยอด ยาวได้ถึง 15 เซนติเมตร ก้านช่อดอกอาจมีขนละเอียด ดอกมีขนาดเล็ก เป็นแบบแยกเพศ มีทั้งดอกเพศผู้และดอกเพศเมีย โดยดอกเพศผู้จะยาวประมาณ 4-5 มิลลิเมตร ก้านดอกสั้น มีกลีบดอก 4 กลีบ กลีบดอกเป็นสีเหลืองอมเขียว ลักษณะเป็นรูปรีหรือรูปไข่ ยาวประมาณ 2-3 มิลลิเมตร กลีบเลี้ยงดอกมีขนาดเล็ก มี 4 กลีบ ลักษณะเป็นรูปสามเหลี่ยม โคนกลีบเชื่อมติดกันเล็กน้อย มีเกสรเพศผู้ 4 อัน ก้านชูอับเรณูยาวประมาณ 4-6 มิลลิเมตร ชูอับเรณูโผล่พ้นกลีบดอก อับเรณูมีขนาดเล็กมาก มี 2 ช่อง รังไข่ไม่สมบูรณ์และมีขนาดเล็กมาก ส่วนดอกเพศเมียจะมีลักษณะคล้ายดอกเพศผู้ แต่จะต่างกันตรงที่ดอกเพศเมียจะมีขนาดเล็กกว่าดอกเพศผู้ และมีรังไข่ใหญ่เห็นได้ชัด โดยจะมีรังไข่ 4 ช่อง ก้านเกสรเพศเมียจะสั้น ยอดเกสรเพศเมียเล็ก[1]

ดอกกำจัดหน่วย

  • ผลกำจัดหน่วย ผลมี 4 พู ที่ค่อนข้างอิสระ จะติดกันเฉพาะที่โคน พูมีลักษณะค่อนข้างกลม มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 3-7 มิลลิเมตร ผลเมื่อแก่จะแตกออกตามยาวกลางพู ในแต่ละพูจะมีเมล็ดอยู่ 1 เมล็ด เมล็ดมีลักษณะค่อนข้างกลม มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2-5 มิลลิเมตร ผิวเมล็ดเกลี้ยงและเป็นมัน[1] ออกดอกในช่วงประมาณเดือนมีนาคมถึงเดือนเมษายน ส่วนเมล็ดจะออกในช่วงประมาณเดือนกันยายนถึงเดือนตุลาคม[3]

ผลกำจัดหน่วย

สรรพคุณของกำจัดหน่วย

  1. ทั้งต้นมีรสเผ็ดขม เป็นยาสุขุม มีพิษเล็กน้อย ออกฤทธิ์ต่อกระเพาะและตับ ใช้เป็นยาช่วยไล่ลม ขับลมชื้นในร่างกาย ทำให้ลมปราณโปร่งโล่ง (ทั้งต้น)[3]
  2. ทางตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดียจะใช้เป็นยาลดไข้ (ไม่ระบุส่วนที่ใช้)[2]
  3. ใช้เป็นยาแก้หวัดแดด (ทั้งต้น)[3]
  4. ใช้เป็นยาแก้คอตีบอักเสบ (ทั้งต้น)[3]
  5. ใช้เป็นยาแก้ปวดฟัน ปวดกระเพาะ (ทั้งต้น)[3]
  6. ในภูมิภาคอินโดนจีนจะใช้ผลกำจัดหน่วยปรุงเป็นยาขับลม ขับพยาธิ (ผล)[1]
  7. ใช้เป็นยาแก้ปวดท้อง (ไม่ระบุส่วนที่ใช้)[2]
  8. ผลมีสรรพคุณเป็นยาฝาดสมาน (ผล)[1]
  9. ใช้เป็นยาแก้ฝีหนอง แก้ไขข้ออักเสบ (ไม่ระบุส่วนที่ใช้)[2]
  10. ใช้รักษาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก พิษจากงูกัด และใช้แก้พิษต่าง ๆ ถอนพิษผิดสำแดง ด้วยการใช้เปลือกต้น ต้มกับน้ำนำมาล้างแผล เช็ดให้แห้ง แล้วจึงใช้เปลือกกำจัดหน่วยที่บดเป็นผงนำมาโรยบริเวณแผล (เปลือกต้น)[3]
  11. ใช้เป็นยาแก้ปวดเมื่อยตามข้อ ฟกช้ำ ปวดบวม ตำรับยาแก้ปวดเมื่อยตามร่างกาย แก้ฟกช้ำ จะใช้เปลือกต้นกำจัดหน่วย 30 กรัม นำมาต้มกับน้ำรับประทาน หรือใช้ร่วมกับตัวยาอื่น ๆ ในตำรับยา (เปลือกต้น)[3]
  12. ใช้กำจัดหน่วยนำมาต้มกับน้ำ แล้วใช้ไอร้อนมาอบผิวหนังบริเวณที่บวมช้ำหรือปวดเมื่อยได้ (ไม่ระบุส่วนที่ใช้)[3]

ขนาดและวิธีใช้ : ในกรณีต้มหรือใช้ร่วมกับตัวยาอื่น ๆ ในตำรับยา ให้ใช้ครั้งละประมาณ 6-12 กรัม ส่วนการใช้ภายนอก (ล้างแผล, แก้พิษงู, พิษต่าง ๆ) สามารถใช้ได้ตามความต้องการ โดยนำมาฝนแล้วผสมกับเหล้า ใช้ทาแก้พิษหรือไหม้น้ำร้อนลวกได้[3]

ข้อควรระวัง : ห้ามรับประทานสมุนไพรชนิดนี้พร้อมกับของเปรี้ยวหรือของจำพวกที่มีกรด ส่วนสตรีมีครรภ์ห้ามรับประทาน สำหรับวิธีแก้พิษนั้น ให้ชงน้ำตาลรับประทานหรือให้ฉีดน้ำเกลือเข้าในร่างกาย[3]

advertisement M11

ข้อมูลทางเภสัชวิทยาของกำจัดหน่วย

  • สารที่พบ คือสารจำพวก อัลคาลอยด์ ,Nitidne, Oxynitidine, Diosmin และในเมล็ดพบน้ำมันระเหย[3]
  • กำจัดหน่วยที่สกัดด้วยแอลกอฮอล์ 2 ซีซี หรือใช้กำจัดหน่วยแห้งประมาณ 3 กรัม ต้มกับน้ำแล้วนำมาฉีดเข้ากล้ามเนื้อของคนวันละ 1-2 ครั้ง พบว่าสามารถรักษาอาการปวดศีรษะ และแก้ปวดมวนกระเพาะลำไส้ได้ โดยปกติใช้ยาประมาณ 5-10 นาที ก็สามารถช่วยบรรเทาอาการปวดได้แล้ว[3]
  • กำจัดหน่วย 2 กรัม และหนุมานประสานกาย 4 กรัม (ในปริมาณนี้เมื่อนำมาสกัดแล้วจะได้กำจัดเถา 1 กรัม และหนุมานประสานกาย 2 กรัม) เมื่อสกัดเป็นน้ำยาแล้ว ได้นำมาฉีดเข้ากล้ามเนื้อคน โดยฉีดครั้งละ 2 ซีซี พบว่ามีประสิทธิภาพในการบรรเทาปวดได้ถึง 95% ใช้ยาประมาณ 3-10 นาที และจะเห็นผลฤทธิ์ยาแก้ปวดนี้อยู่ได้นานประมาณ 3-8 ชั่วโมง[3]
  • กำจัดหน่วยที่สกัดด้วยแอลกอฮอล์หรือคลอโรฟอร์ม เมื่อนำน้ำยาที่สกัดได้มาพ่นใส่เหงือกฟัน พบว่าจะทำให้เหงือกชา จึงใช้ในการถอนฟันได้[3]
  • สารสกัดหยาบที่สกัดโดยคลอโรฟอร์มมีฤทธิ์ในการต้านเชื้อวัณโรค (Mycobacterium tuberculosis) และเชื้อมาลาเรียชนิดขึ้นสมอง (Plasmodium falciparum)[2]

ประโยชน์ของกำจัดหน่วย

  1. เปลือกผลใช้เป็นเครื่องปรุงรสในแกง ยำ ลาบ มีรสเผ็ด กลิ่นหอมจัด ช่วยดับความคาว และทำให้อยากอาหารได้เป็นอย่างดีเช่นเดียวกับมะแขว่น[2]
  2. ทางตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดียจะใช้ทำยาสีฟัน[2]
  3. นำมาใช้เป็นยาฆ่าแมลงและยากำจัดศัตรูพืช[2]
References
  1. ข้อมูลพรรณไม้, สำนักงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี.  “กำจัดหน่วย”.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก : www.rspg.or.th/plants_data/.  [16 มิ.ย. 2015].
  2. มูลนิธิสุขภาพไทย.  “มะแข่วน”.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก : www.thaihof.org.  [16 มิ.ย. 2015].
  3. หนังสือสารานุกรมสมุนไพรไทย-จีน ที่ใช้บ่อยในประเทศไทย.  (วิทยา บุญวรพัฒน์).  “กำจัดเถา”.  หน้า 76.

ภาพประกอบ : www.flickr.com (by Bryan To, jennyhsu47, 石川 Shihchuan, Foggy Forest, judymonkey17)

เรียบเรียงข้อมูลโดยเว็บไซต์เมดไทย (MedThai)

advertisement M12

แสดงความคิดเห็น
  • ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้องกับการโฆษณาจะไม่ได้รับการเผยแพร่ในทุกกรณี
  • ติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านแฟนเพจ
Recommended for you

Disclaimer : บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ โปรดอ่านเพิ่มเติมหน้านโยบายและเงื่อนไขการใช้งานเว็บไซต์

© 2013-2016 MedThai
All Right Reserved.