• icon-facebook
  • icon-twitter
  • icon-google

การแต่งตัวของคนท้อง…คนท้องแต่งตัวยังไงให้ดูดี ??

POSTED: เวลา 1:48 น. 06 กุมภาพันธ์ 2016, UPDATED: 27 พฤศจิกายน 2016
การแต่งตัวของคนท้อง

advertisement M34

การแต่งตัวของคนท้อง

รูปร่างที่เปลี่ยนไปในขณะตั้งครรภ์ ขนาดของท้องที่โตขึ้นทุกวัน ทำให้รู้สึกอึดอัด คุณแม่คนใดที่มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นมากจะรู้สึกร้อน เหงื่อออกได้ง่าย การเลือกสวมชุดที่สบาย ๆ ทั้งเนื้อผ้า รูปแบบการตัดเย็บ และขนาดที่เหมาะสมกับขนาดตัว จะทำให้คุณแม่สบายเนื้อสบายตัวมากขึ้น อีกทั้งรองเท้าที่สวมใส่ก็ควรเป็นรองเท้าที่สวมแล้วนุ่มเท้า เดินไปไหนมาไหนได้อย่างมั่นคงปลอดภัย

  1. เสื้อผ้า ในระยะ 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์คุณแม่ยังพอสามารถหยิบเสื้อผ้าเก่า ๆ มาสวมได้ แต่ในเดือนต่อ ๆ มา ชุดเก่าตัวเดิมคงสวมใส่ไม่ได้อีกแล้ว สำหรับคุณแม่ที่เพิ่งตั้งครรภ์เป็นครั้งแรกอาจจะยังเขินอยู่บ้างกับการสวมชุดคลุมท้องในระยะแรก ๆ
    • ชุดคลุมท้องที่ดีนั้นควรทำจากผ้าฝ้ายธรรมชาติ เพราะเนื้อผ้าที่ทำจากใยธรรมชาติเมื่อใส่แล้วจะทำให้คุณแม่รู้สึกสบายตัว ไม่อับลม เพราะคนท้องมักจะขี้ร้อนกว่าปกติหลายเท่านัก
    • คุณแม่ตั้งครรภ์ควรสวมชุดที่ใส่แล้วรู้สึกสบาย อาจหลวมเล็กน้อย ไม่ควรสวมชุดที่คิดว่าสวยแต่รัดเอวแน่นจนเกินไป เพราะจะทำให้เลือดไหลเวียนกลับจากขาได้ช้าหรือน้อยลง จนเป็นสาเหตุทำให้เกิดเส้นเลือดขอดได้มากขึ้น
    • เสื้อผ้าที่คุณแม่จะเลือกมาใช้ในขณะตั้งครรภ์นั้นไม่จำเป็นต้องมีราคาแพง อาจเป็นกางเกงทรงหลวมกับเสื้อยืดตัวโคร่ง หรือชุดทรงหลวม ๆ ที่มีอยู่แล้วก็ได้
    • คุณแม่อย่าลืมนึกเผื่อด้วยว่าจะต้องสวมชุดนี้ไปอีกหลายเดือน เพราะท้องยังต้องกลมและโตขึ้นอีกมาก สำหรับคุณแม่ส่วนใหญ่ที่ต้องเสียเงินตัดเสื้อผ้าใหม่อยู่แล้ว ควรตัดแบบและขนาดที่ขยายใหญ่ ซึ่งใส่ได้ตั้งแต่ตอนท้อง 3-4 เดือนไปจนถึงตอนคลอด คุณแม่บางท่านอาจไม่ทราบ เมื่อตัดครั้งแรกวัดขนาดท้องเมื่อ 4-5 เดือน พอท้องได้ 6-7 เดือนก็สวมใส่ไม่สบายหรือไม่ได้แล้ว และต้องเสียเงินตัดใหม่ กลายเป็นการสิ้นเปลืองเงินเข้าไปอีก
      คนท้องแต่งตัวน่ารัก
  2. ชุดลำลอง ชุดลำลองของคุณแม่จะเป็นชุดใดก็ได้ที่สวมใส่แล้วรู้สึกสบาย พึงพอใจ และดูสวยงาม แต่ชุดที่ใส่ไม่ควรเป็นชุดที่มีตะเข็บหรือขอบมากดทับรัดบริเวณหน้าท้อง เพราะจะทำให้คุณแม่รู้สึกอึดอัดได้ โดยอาจเป็นกางเกงผ้าฝ้ายกับเสื้อยืดน่ารักตัวหลวม รองเท้าส้นเตี้ย เพียงแค่นี้ก็จะกลายเป็นชุดตัวเก่งสำหรับคุณแม่ไปในพริบตา
  3. ชุดทำงาน สำหรับคุณแม่ที่ยังต้องทำงาน คงจะไม่มีที่ทำงานที่ใดห้ามไม่ให้คุณแม่สวมชุดคลุมท้องไปทำงาน เพียงแต่ว่าชุดที่คุณแม่สวมใส่มาทำงานนั้นควรเป็นชุดที่สุภาพเรียบร้อยสักหน่อย อาจจะเป็นชุดหลวมสักตัวแล้วมีเสื้อคลุมทับ หรือเลือกเป็นชุดกระโปรงที่สามารถปรับขนาดรอบเอวได้ อาจมีเชือกผูกด้านหลังเมื่อท้องยังเล็กจะได้ผูกไม่ให้ดูรุ่มร่ามจนเกินไป เมื่อท้องขยายขึ้นก็สามารถปรับขนาดได้ หากทำงานในห้องแอร์ก็ควรจะเลือกเสื้อผ้าที่หนาขึ้นมาหน่อย ชุดทำงานของคุณแม่ทุกชุดควรเป็นชุดที่ทำให้คล่องตัว สามารถสวมใส่ไปได้ตลอดการตั้งครรภ์ตั้งแต่ไตรมาสที่ 2 ไปจนถึงตอนคลอดและหลังคลอด เมื่อน้ำหนักกลับเข้าที่แล้ว คุณแม่ก็สามารถเปลี่ยนไปใส่เสื้อตัวเดิมได้ (ในช่วงไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์ ยังอาจไม่จำเป็นต้องใช้)
  4. รองเท้า รองเท้าที่สวมใส่ควรใส่แล้วรู้สึกสบาย ไม่รัดแน่นจนเกินไป ส้นเตี้ยแบนนุ่มเท้า เพราะสามารถรองรับน้ำหนักและช่วยในการทรงตัวได้ดี (รองเท้าที่มีส้นสูงจะทำให้กระดูกสันหลังแอ่น เป็นสาเหตุของการปวดหลัง อีกทั้งยังอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุหกล้มได้ง่ายอีกด้วย) พื้นรองเท้าควรยึดเกาะพื้นได้ดี แต่ไม่ใช่ดูดพื้นจนคุณแม่ยกขาไม่ไหว ถ้าเลือกรองเท้าที่มีสายรัดส้นเท้าด้วยยางยืดก็จะช่วยให้คุณแม่สวมใส่ได้สะดวกสบายยิ่งขึ้น
  5. ยกทรง เพราะหากเต้านมของคุณแม่ไม่ได้รับการโอบอุ้มหรือรับน้ำหนักจากยกทรงที่เหมาะสม เนื้อเยื่อโครงสร้างต่าง ๆ จะถูกน้ำหนักของเต้านมถ่วงลงมาตามแรงดึงดูดของโลก ทำให้เต้านมเสียทรงและหย่อนในภายหลัง
    • คุณแม่ควรสวมใส่ยกทรงที่มีขนาดพอเหมาะกับเต้านมที่ขยายเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ อาจจะต้องเปลี่ยนบ่อยตามขนาดของหน้าอกที่เพิ่มขึ้น หรือประมาณ 3 ขนาดตลอดระยะการตั้งครรภ์ ซึ่งคงต้องยอมเปลืองเงินหน่อย และควรใช้ชนิดเสริมด้านล่างอีกเล็กน้อย เพราะเต้านมมักจะใหญ่และถ่วงน้ำหนักลง
    • ยกทรงที่คุณแม่เลือกใช้ควรทำจากผ้าฝ้ายล้วนที่ไม่มีใยสังเคราะห์ เพราะจะช่วยให้คุณแม่ไม่รู้สึกร้อนอบอ้าว
    • คุณแม่ควรเลือกยกทรงที่มีปลายของทรงแหลม เพราะจะมีที่ว่างมากพอสำหรับหัวนมไม่ให้ถูกกดทับ เพราะถ้าหัวนมถูกกดมาก ๆ อาจทำให้หัวนมบอดได้ สำหรับคุณแม่ที่มีหัวนมบอดอยู่แล้วและใช้เสื้อในทรงป้าน ๆ อาจจะแก้ไขหัวนมบอดได้ยากขึ้น
    • ยกทรงควรมีสายบ่ากว้างกว่าปกติเพื่อจะได้ช่วยกระจายน้ำหนักลงบนไหล่ได้
    • ควรเลือกยกทรงที่ใส่แล้วไม่รู้สึกกดเจ็บหรืออึดอัด ตัดเย็บด้วยผ้านุ่ม และควรมีตะขอปรับได้มากที่สุดสัก 4 ระดับ เพื่อที่จะได้ปรับให้พอดีกับขนาดของลำตัวที่ใหญ่ขึ้น
    • คุณแม่ที่มีเต้านมค่อนข้างใหญ่ ควรใส่ยกทรงเวลานอนตลอดทั้งคืน
    • หลังจากคลอดแล้ว สำหรับคุณแม่ที่ให้นมลูก ควรเลือกซื้อยกทรงแบบที่มีฝาเปิดปิดด้านหน้า เพราะจะสะดวกในการให้นมลูกน้อย นอกจากนี้ยังมีแผ่นซับน้ำนม เพื่อป้องกันการไหลเปื้อนเสื้อผ้าและป้องกันหัวนมแตก เสื้อผ้าที่ใส่ควรเป็นแบบมีกระดุมผ่าด้านหน้า และสเตย์หลังคลอดก็ยังจำเป็นสำหรับปรับรูปร่างให้กลับเข้าที่เข้าทางได้เร็วขึ้น
  6. กางเกงชั้นใน คุณแม่ควรเลือกกางเกงชั้นในที่ทำจากผ้าฝ้ายเนื้อบางเบา (อาจเลือกแบบครึ่งตัวหรือบิกินี่ก็ได้ แต่ควรหลีกเลี่ยงการรัดบริเวณเอว) เพราะจะสามารถช่วยซับเหงื่อและระดูขาวให้ระเหยไปได้ ส่วนกางเกงชั้นในที่ทำจากใยสังเคราะห์นั้นไม่ควรใช้ เพราะจะไม่ซับเหงื่อและระดูขาวให้ระเหยไปได้ ทำให้บริเวณขาหนีบและอวัยวะเพศเปียกชื้นตลอดเวลา จึงอาจเกิดการอักเสบจากเชื้อราได้ง่าย เมื่อใช้แล้วควรรีบซักทันที อย่าถอดทิ้งไว้ นอกจากนี้ยังต้องเปลี่ยนให้ขนาดพอดีกับรูปร่างที่โตขึ้นด้วย อย่าทนใส่กางเกงในที่คับจนทำให้อึดอัดโดยเฉพาะบริเวณท้อง
  7. กางเกงในพยุงครรภ์ สำหรับคุณแม่ที่มีอายุครรภ์มากขึ้น อาจต้องสวมใส่กางในพยุงครรภ์ เพื่อช่วยรับน้ำหนักท้องไม่ให้ถูกถ่วงมากจนเกินไป และช่วยให้เคลื่อนไหวได้คล่องตัวยิ่งขึ้น เพราะเมื่อท้องโตขึ้นในช่วงเดือนหลัง ๆ ของการตั้งครรภ์ น้ำหนักของลูกในท้องบวกกับแรงดึงดูดของโลกทำให้ท้องถูกดึงต่ำลงมา ผิวหนังหน้าท้องถูกดึงยืดออกมากขึ้น กางเกงชั้นในที่ออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับช่วยประคองครรภ์จะช่วยพยุงท้องได้ดี เมื่อใส่แล้วคุณแม่จะรู้สึกสบายไม่ถ่วงมากจนเกินไปและยังช่วยลดอาการปวดหลังได้อีกด้วย
    คุณแม่ตั้งครรภ์แต่งตัว
  8. ถุงน่อง ในขณะตั้งครรภ์ถ้าคุณแม่เดินมาก ๆ ก็จะรู้สึกว่าตัวเองปวดเมื่อยขาได้ง่าย ยืนมาก ๆ ก็เมื่อยขัดไปหมด ถ้าคุณแม่มีอาการเส้นเลือดขอดหรือขาบวมด้วยแล้ว คงอดที่จะรำคาญไม่ได้ ซึ่งการสวมถุงน่องจะช่วยพยุงขาของคุณแม่ได้และทำให้รู้สึกดีขึ้น
  9. ผ้ายืดรัดขา ใช้เพื่อป้องกันการปวดเมื่อยและปัญหาเส้นเลือดขอดบนท่อขา ในขณะอุ้มท้องคุณแม่ควรสังเกตตัวเองอยู่เสมอ ถ้าเห็นว่าเริ่มมีเส้นเลือดขอดให้คุณแม่ใช้ผ้าพันแผลชนิดยืด (Elastic Bandage) พันรอบจากเท้าขึ้นมาใต้หัวเข่า ในเวลาที่ต้องยืนนาน ๆ หรืออาจสวมถุงเท้ายืด (Elastic Socking) ซึ่งมีลักษณะเหมือนถุงเท้ารัดที่ขาท่อนล่างไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้เส้นเลือดขอดเป็นเพิ่มมากขึ้น
  10. เสื้อผ้าหลังคลอด หลังจากคลอดแล้วคุณแม่ที่ต้องให้นมลูกน้อย ควรสวมเสื้อผ้าตัวหลวม ๆ มีกระดุมผ่าหน้า โดยอาจจะขอยืมเสื้อเชิ้ตของคุณพ่อมาใส่บ้างก็ได้ ส่วนชุดชั้นในนั้นควรเป็นชนิดที่มีฝาเปิดปิด เพราะจะช่วยให้คุณแม่ให้นมลูกได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น สำหรับคุณแม่ที่ต้องการให้รูปร่างกระชับเร็วขึ้น การใส่สเตย์หลังคลอดก็ช่วยได้ครับ แต่ต้องควบคู่ไปกับการออกกำลังกายและควบคุมน้ำหนักด้วย
advertisement M35

คนท้องแต่งตัวอย่างไรให้ดูดี

ยอมรับเถอะว่าต่อให้คุณแม่เคยมีหุ่นระดับนางงามมากแค่ไหน เวลาท้องก็ทำให้ดูอ้วนแถมยังโทรมขึ้นจนผิดไปจากเดิมทั้งนั้นแหละ แต่ถึงอย่างนั้นไม่ว่าอย่างไรผู้หญิงทุกคนก็อยากให้ตัวเองดูสวยอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นตอนท้องหรือไม่ก็ตาม และเพื่อเป็นการเสริมความมั่นใจให้กับตัวเอง ถ้าคุณแม่นำเทคนิคการแต่งตัวดี ๆ เหล่านี้ไปใช้ ต่อให้เป็นช่วงตั้งท้องคุณแม่ก็ยังดูสวยได้อยู่ดี

  1. แต่งตัวง่าย ๆ ในวันสบาย ๆ ในวันธรรมดาที่คุณแม่อยากออกไปซื้อของนอกบ้านเล็ก ๆ น้อย ๆ การเลือกใส่เสื้อกล้ามตัวยาวกับกางเกงยีนส์ก็น่าจะพอแล้ว เพราะชุดพวกนี้จะช่วยให้ช่วงตัวของคุณแม่ดูยาวขึ้นจนรู้สึกผอมลง แต่ต้องมั่นใจว่ากางเกงที่ใส่นั้นจะไม่รัดแน่นจนเกินไป และเพื่อให้หุ่นดูเพรียวขึ้นไปอีก คุณแม่ควรเลือกใส่สีเข้ม ๆ เช่น สีดำ เพราะจะช่วยพรางหุ่นได้ดี
  2. ใช้เดรสสั้น ในช่วงตั้งครรภ์คุณแม่สามารถเอาชุดเดรสมาใส่ได้เหมือนกัน โดยแค่เอาเดรสพวกนี้มาจับคู่กับกางเกงผ้ายืดขายาวแบบเข้ารูปก็ใช้ได้แล้ว หรือจะจับคู่กับกระโปรงทรงดินสอก็ดูดีไปอีกแบบได้เหมือนกัน
  3. สวยหวานด้วยเดรสทรงเอ็มไพร์ เดรสทรงเอ็มไพร์ถือเป็นชุดที่คุณแม่ทุกคนควรมีไว้ติดตู้เสื้อผ้าเลยทีเดียว เพราะจะเหมาะกับคนท้องมาก จากการที่เดรสมีลักษณะเข้ารูปและทิ้งชายให้บานออกตั้งแต่ช่วงอกลงไปแบบนี้จึงช่วยพรางหุ่นคุณแม่ให้ดูผอมลงได้ เพราะทำให้ไม่เห็นสัดส่วนของหน้าท้องและสะโพกได้ชัดมากนัก แถมชุดยังไม่รัดจนอึดอัดเหมือนชุดแบบอื่น ๆ ด้วย
  4. จับคู่เสื้อผ้าให้ถูก เพราะการเลือกจับคู่เสื้อผ้าจะช่วยทำให้รูปร่างของคุณแม่ดูมีสัดส่วนขึ้นมาเยอะ คุณแม่จึงควรรู้เทคนิคการจับคู่เสื้อผ้าเพื่อให้รูปร่างดูดีเอาไว้บ้าง เช่น หลีกเลี่ยงการใส่เสื้อกับกระโปรงบาน ๆ นอกจากนี้เสื้อแขนตุ๊กตาก็ไม่ควรเอามาใส่คู่กับกระโปรงบาน เพราะจะทำให้หุ่นคุณแม่ดูตันขึ้น
  5. เข็มขัดช่วยได้ เข็มขัดสามารถเอามาใช้แต่งตัวได้หลายแบบ โดยอาจจะเอามาคาดใต้ช่วงอกเพื่อดัดแปลงชุดของคุณแม่ให้เป็นเดรสทรงเอ็มไพร์ หรือจะใช้คาดใต้เอวเพื่อเน้นให้ช่วงอกดูเด่นขึ้นแทนก็ได้ ซึ่งการใส่แบบนี้จะช่วยดึงความสนใจให้อยู่ที่เข็มขัดจนทำให้หน้าท้องของคุณแม่ดูเล็กลง รูปร่างดูเพรียวขึ้นจนคุณแม่รู้สึกมั่นใจมากขึ้น
  6. เครื่องประดับก็สำคัญ เป็นเรื่องปกติที่หน้าของคุณแม่จะดูโทรมขึ้นทันตาในขณะที่ตั้งครรภ์ เพราะคุณแม่จะรู้สึกเพลียอยู่ตลอดเวลา แถมบางครั้งก็ยังอาจแพ้ท้องหนักจนร่างกายดูทรุดโทรม แต่การใส่เครื่องประดับเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างแหวน ต่างหู หรือกำไลน่ารัก ๆ ก็ช่วยให้คุณแม่ดูสดใสขึ้นได้เหมือนกัน
  7. ส้นสูงช่วยได้ การสวมส้นสูงจะช่วยให้บุคลิกภาพของคุณแม่ดูดีขึ้น จากการที่คุณแม่ได้เดินตัวตรง ๆ ขาที่ดูเรียวขึ้น พร้อมกับทำให้คุณแม่ดูตัวสูงขึ้นด้วย อย่างไรก็ตาม คุณแม่ก็ควรเลือกแต่แบบที่มีส้นเล็กน้อยพอสมควรเท่านั้น อย่าเลือกที่ส้นสูงมากจนเกินไป เพราะอาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุจากการหกล้มได้ง่าย

คนท้องแต่งตัว

คนท้องแต่งตัวยังไงให้น่ารัก

คนท้องแต่งตัวแนวๆ

คนท้องแต่งตัวยังไงให้ดูดี

References
  1. หนังสือคู่มือตั้งครรภ์และเตรียมคลอด.  “เครื่องแต่งกายของคุณแม่ขณะตั้งครรภ์”.  (ศ. (คลินิก) นพ.สุวชัย อินทรประเสริฐ)”.  หน้า 94-95.
  2. หนังสือ 40 สัปดาห์ พัฒนาครรภ์คุณภาพ.  “เครื่องแต่งกายคุณแม่”.  (รศ.พญ.สายฝน – นพ.วิชัย ชวาลไพบูลย์)”.  หน้า 100-101.

ภาพประกอบ : www.popsugar.com, www.pinkblushmaternity.com, www.livingly.com, www.thebaloneybug.com

เรียบเรียงข้อมูลโดยเว็บไซต์เมดไทย (MedThai)

advertisement M36

แสดงความคิดเห็น
  • ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้องกับการโฆษณาจะไม่ได้รับการเผยแพร่ในทุกกรณี
  • ติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านแฟนเพจ
Recommended for you

Disclaimer : บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ โปรดอ่านเพิ่มเติมหน้านโยบายและเงื่อนไขการใช้งานเว็บไซต์

© 2013-2016 MedThai
All Right Reserved.