• icon-facebook
  • icon-twitter
  • icon-google

6 สรรพคุณและประโยชน์ของต้นกะหนานปลิง !

POSTED: เวลา 12:47 น. 21 มิถุนายน 2015, UPDATED: 23 พฤศจิกายน 2016
กะหนานปลิง

advertisement M10

กะหนานปลิง

กะหนานปลิง ชื่อวิทยาศาสตร์ Pterospermum acerifolium (L.) Willd.[1],[3] ปัจจุบันจัดอยู่ในวงศ์ชบา (MALVACEAE)

สมุนไพรกะหนานปลิง มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า เต้าแมว (เชียงใหม่), ปอหูช้าง สนานดง สากกะเท้า (อุตรดิตถ์), สลักกะพาด (สระบุรี), กะหนานปลิง หูควาย (ประจวบคีรีขันธ์), ตองเต๊า ปอเต๊า (ภาคเหนือ), ปอช้างแหก สลักกะพาด ปอหูช้าง หนานปิง (ภาคกลาง), ชะต่อละ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน), ตะมุ่ย (เมี่ยน) เป็นต้น[1],[2],[3]

ลักษณะของกะหนานปลิง

  • ต้นกะหนานปลิง จัดเป็นพรรณไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ มีความสูงได้ประมาณ 18-25 เมตร ทรงต้นเปลาตรง เปลือกต้นเป็นสีเทาหรือสีน้ำตาลอ่อน เปลือกต้นค่อนข้างเรียบ มีช่องอากาศตามยาวอยู่ทั่วไป ส่วนเปลือกด้านในเป็นสีแดงแทรกลายเส้นสีขาว เนื้อไม้สดมีสีชมพูเรื่อ ๆ แล้วจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล ต้นที่มีอายุมากจะมีพูพอนสั้น ๆ ลักษณะเป็นหลืบ ตามยอดและกิ่งอ่อนมีขนสีน้ำตาลอมเหลืองขึ้นหนาแน่น มีเขตการกระจายพันธุ์ในอินเดีย พม่า และมาเลเซีย ส่วนในประเทศไทยพบกระจายพันธุ์อยู่ทั่วทุกภาค โดยพบขึ้นในป่าดิบแล้ง ป่าดิบเขา บนพื้นที่ระดับต่ำจนถึงพื้นที่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 900 เมตร[1],[2],[4]

ต้นกะหนานปลิง

  • ใบกะหนานปลิง ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ ลักษณะของใบมีรูปทรงไม่แน่นอน ส่วนใหญ่มักเป็นรูปไข่หรือรูปรี แผ่นใบแผ่ค่อนข้างกว้างจนเกือบเป็นแผ่นกลม ปลายใบแหลม โคนใบเว้าลึกคล้ายรูปหัวใจ ส่วนขอบใบมักเว้าห่าง ๆ ไม่เป็นระเบียบ ใบมีขนาดกว้างประมาณ 8-20 เซนติเมตร และยาวประมาณ 15-30 เซนติเมตร ก้านใบติดกับแผ่นใบล้ำจากโคนใบประมาณ 0.5-5 เซนติเมตร ใบของต้นกล้าจะมีขนาดใหญ่มาก โดยจะมีขนาดกว้างและยาวประมาณ 50 เซนติเมตร แผ่นใบเว้าเข้าเป็นแฉกลึกประมาณ 3-6 แฉก มีเส้นใบออกจากโคนใบ 6-11 เส้น แผ่นใบด้านบนค่อนข้างเกลี้ยงเป็นสีเขียวเข้มเป็นมัน ส่วนด้านล่างนุ่มมือเพราะมีขนสีเทาหรือสีขาวเป็นกระจุกขึ้นหนาแน่น และมีเส้นร่างแหปรากฏชัดเจน ก้านใบยาวประมาณ 2-5 เซนติเมตร มีสีน้ำตาลอมเหลือง ใบที่อยู่ช่วงล่างของลำต้นมักมีก้านใบยาวมาก มีขนาดยาวเท่ากับหรือยาวกว่าแผ่นใบ หูใบมีความยาวประมาณ 1.6 เซนติเมตร ขอบรุ่ยเป็นแฉกแคบ ๆ หลายแฉกไม่เป็นระเบียบ ร่วงได้ง่าย[1],[2]

ใบกะหนานปลิง

รูปต้นกะหนานปลิง

  • ดอกกะหนานปลิง ออกเป็นดอกเดี่ยว ตั้งขึ้น ตามง่ามใบ ดอกตูมรูปทรงกระบอกห้าเหลี่ยม ยาวประมาณ 5-9 เซนติเมตร มีขนสีน้ำตาลอมเหลืองขึ้นหนาแน่น กลีบเลี้ยงดอกมี 5 กลีบ ลักษณะเป็นรูปขอบขนานแคบ ๆ ประกบกันเป็นรูปทรงกระบอก ยาวประมาณ 5-8 เซนติเมตร เมื่อดอกบานกลีบจะแยกออกจากกันและตลบลงด้านล่าง ด้านนอกกลีบมีขนสีน้ำตาลอมเหลือง ส่วนด้านในมีขนอ่อนนุ่มสีขาวหนาแน่น ส่วนกลีบดอกมี 5 กลีบ มีสีขาวอมเหลือง ลักษณะเป็นรูปขอบขนานแคบ ๆ มีขนาดเล็กกว่ากลีบเลี้ยงดอกเล็กน้อย ดอกมีเกสรเพศผู้สมบูรณ์ 15 อัน แยกออกเป็น 5 มัด มัดละ 3 อัน และมีเกสรเพศผู้ไม่สมบูรณ์อีก 5 อัน เรียงสลับกับมัดเกสรเพศผู้ที่สมบูรณ์ ส่วนรังไข่สั้น เป็นรูปทรงกระบอกห้าเหลี่ยม มีขนขึ้นหนาแน่น มี 5 ช่อง ในแต่ละช่องจะมีออวุลจำนวนมาก[1],[2] ออกดอกในช่วงประมาณเดือนมีนาคมถึงเดือนมิถุนายน[4]

รูปกะหนานปลิง

รูปกะหนานปลิง

  • ผลกะหนานปลิง ผลมีลักษณะเป็นรูปทรงกระบอกเป็นสัน 5 เหลี่ยม ผลมีขนาดกว้างประมาณ 5-7 เซนติเมตร และยาวประมาณ 14-20 เซนติเมตร ปลายผลแหลมมน ส่วนโคนผลคอดเรียวเป็นก้านทรงกระบอกแคบ ๆ ยาวประมาณ 3-4 เซนติเมตร ผลแก่จะแตกออกเป็น 5 เสี่ยง เปลือกผลหนาและแข็ง ผิวผลด้านนอกมีขนแข็งสั้น ๆ สีน้ำตาลอมเหลืองขึ้นหนาแน่น ภายในผลมีเมล็ดจำนวนมาก เมล็ดมีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาดกว้างประมาณ 9 มิลลิเมตร และยาวประมาณ 13 มิลลิเมตร มีความหนาเล็กน้อย ด้านบนเป็นปีกบางยาว มีสีชา ขนาดกว้างประมาณ 1.5 เซนติเมตร และยาวประมาณ 4 เซนติเมตร[1],[2] ผลจะแก่ในช่วงประมาณเดือนตุลาคมถึงเดือนธันวาคม[4]

ผลกะหนานปลิง

รูปผลกะหนานปลิง

สรรพคุณของกะหนานปลิง

  • เนื้อไม้มีรสฝาด ใช้เป็นยาบำรุงโลหิต (เนื้อไม้)[1]

ประโยชน์ของกะหนานปลิง

  • ในอินเดียทางภาคเหนือจะใช้ดอกเป็นยาแมลง[2]
  • ในบางครั้งก็ใช้ดอกเป็นอาหาร[2]
  • เนื้อไม้ใช้ในงานก่อสร้างทั่วไป[4]
  • ชาวเมี่ยนจะใช้เนื้อไม้ในการใช้สร้างบ้าน และใช้ทำสะพานในพิธีตานขัว[3]
  • ใช้ปลูกเป็นไม้ให้ร่มเงาและปลูกเป็นไม้ประดับทั่วไป[4]
References
  1. หนังสือสมุนไพรในอุทยานแห่งชาติภาคกลาง.  (พญ.เพ็ญนภา ทรัพย์เจริญ, ดร.นิจศิริ เรืองรังษี, กัญจนา ดีวิเศษ).  “กะหนานปลิง”.  หน้า 70.
  2. ข้อมูลพรรณไม้, สำนักงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี.  “กะหนานปลิง”.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก : www.rspg.or.th/plants_data/.  [21 มิ.ย. 2015].
  3. โครงการเผยแพร่ข้อมูลทรัพยากรชีวภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่นบนพื้นที่สูง, สถาบันวิจัยและพัฒนาที่สูง (องค์กรมหาชน).  “กะหนานปลิง”.  อ้างอิงใน : หนังสือชื่อพรรณไม้แห่งประเทศไทย (เต็ม สมิตินันทน์).  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก : eherb.hrdi.or.th.  [21 มิ.ย. 2015].
  4. ระบบจัดการฐานความรู้ด้านความหลากหลายทางชีวภาพ สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้.  “กะหนานปลิง”.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก : biodiversity.forest.go.th.  [21 มิ.ย. 2015].

ภาพประกอบ : www.flickr.com (by 翁明毅, Ventilago, Dinesh Valke, Russell Cumming)

เรียบเรียงข้อมูลโดยเว็บไซต์เมดไทย (MedThai)

advertisement M12

แสดงความคิดเห็น
  • ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้องกับการโฆษณาจะไม่ได้รับการเผยแพร่ในทุกกรณี
  • ติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านแฟนเพจ
Recommended for you

Disclaimer : บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ โปรดอ่านเพิ่มเติมหน้านโยบายและเงื่อนไขการใช้งานเว็บไซต์

© 2013-2016 MedThai
All Right Reserved.