• icon-facebook
  • icon-twitter
  • icon-google

กระถิน สรรพคุณประโยชน์ของกระถินไทย 26 ข้อ ! (กระถินบ้าน)

POSTED: เวลา 12:58 น. 24 พฤศจิกายน 2013, UPDATED: 02 มีนาคม 2016
กระถิน

advertisement M10

กระถินไทย

กระถิน ชื่อสามัญ White Popinac[1], Lead Tree[1], Horse tamarind[2], Leucaena[2], lpil-lpil[6]

กระถิน ชื่อวิทยาศาสตร์ Leucaena leucocephala (Lam.) de Wit จัดอยู่ในวงศ์ถั่ว (FABACEAE หรือ LEGUMINOSAE) และอยู่ในวงศ์ย่อยสีเสียด (MIMOSOIDEAE หรือ MIMOSACEAE)[1],[2]

กระถิน มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า กะเส็ดโคก กะเส็ดบก (ราชบุรี), กะตง กระถิน กระถินน้อย กระถินบ้าน ผักก้านถิน (สมุทรสงคราม), ผักก้านถิน (เชียงใหม่), ผักหนองบก (ภาคเหนือ), กระถินไทย กระถินบ้าน กระถินดอกขาว กระถินหัวหงอก (ภาคกลาง), ตอเบา สะตอเทศ สะตอบ้าน (ภาคใต้), กระถินยักษ์ เป็นต้น[1],[2]

ลักษณะของกระถิน

  • ต้นกระถิน และมีถิ่นกำเนิดในอเมริกาเขตร้อนและในหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิค มีการนำเข้ามาปลูกในประเทศไทยตั้งแต่สมัยสุโขทัย เนื่องจากต้นกระถินเป็นพืชที่ขยายพันธุ์ได้ง่ายจึงพบได้ทั่วไป[3],[8] จัดเป็นไม้พุ่มหรือไม้ต้นขนาดเล็ก มีขนาดความสูงประมาณ 3-10 เมตร ไม่ผลัดใบ ลักษณะทรงต้นเป็นเรือนยอดรูปไข่หรือกลม เปลือกต้นมีสีเทา และมีปุ่มนูนของรอยกิ่งก้านที่หลุดร่วงไป และขยายพันธุ์ด้วยวิธีการใช้เมล็ด เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนซุยหรือในดินเหนียวอุ้มน้ำได้ดี[1],[2],[3],[6]

ต้นกระถิน

เปลือกต้นกระถิน

  • ใบกระถิน ใบเป็นใบประกอบแบบขนนกสองชั้น เรียงสลับกัน ยาวประมาณ 12.5-25 เซนติเมตร แกนกลางใบประกอบมีขน ใบแยกแขนงประมาณ 3-19 คู่ เรียงตรงข้ามกัน มีความยาวประมาณ 5-10 เซนติเมตร ส่วนใบย่อยมีประมาณ 5-20 คู่ เรียงตรงข้ามกัน ลักษณะของใบย่อยเป็นรูปขอบขนาน มีความกว้างประมาณ 2-5 มิลลิเมตร และยาวประมาณ 0.6-2.1 เซนติเมตร โคนใบเบี้ยว ปลายใบแหลม ขอบใบมีขน แต่ละใบมีเส้นแขนงอยู่ประมาณข้างละ 5-6 เส้น ส่วนก้านใบย่อยมีความยาวประมาณ 1 มิลลิเมตร[1],[2]

ใบกระถิน

ยอดกระถิน

  • ดอกกระถิน ดอกมีสีขาว ออกดอกเป็นช่อแบบกระจุดแน่นตามง่ามใบและปลายกิ่ง ประมาณ 1-3 ช่อ กลีบเลี้ยงโคนติดกันลักษณะเป็นรูประฆัง ส่วนปลายแยกเป็นสามเหลี่ยมเล็ก 5 แฉก มีขน ส่วนกลีบดอกมี 5 กลีบ มีเกสรตัวผู้ 10 อัน เมื่อดอกบานเต็มที่จะกว้างประมาณ 2-2.5 เซนติเมตร โดยจะออกดอกในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงเดือนมิถุนายน[1],[2]

ดอกกระถิน

  • ฝักกระถิน ฝักมีลักษณะแบน ปลายฝักแหลม โคนสอบ ฝักเมื่อแก่จะแตกตามยาว ฝักยาวประมาณ 10-20 เซนติเมตร และกว้างประมาณ 1.5-2 เซนติเมตร ในฝักมีเมล็ดเรียงตามขวางอยู่ประมาณ 15-30 เมล็ด และจะออกผลในช่วงเดือนกรกฎาคมจนถึงเดือนมกราคม[1],[2]

ฝักกระถิน

  • เมล็ดกระถิน เมล็ดมีลักษณะเป็นรูปไข่แบนกว้าง มีสีน้ำตาลและเป็นมัน[1],[2]

เมล็ดกระถินเมล็ดกระถินแก่

สรรพคุณของกระถิน

  1. ใช้เป็นยาอายุวัฒนะ (ราก[4],[5], เมล็ดแก่[6])
  2. กระถินมีฟอสฟอรัสสูง จึงช่วยเสริมสร้างและบำรุงกระดูก (ยอดอ่อน,ฝักอ่อน,เมล็ด)[3]
  3. ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด (ยอดอ่อน)[5]
  4. ช่วยรักษาโรคความดันโลหิตสูง (ยอดอ่อน)[5]
  5. กระถินอุดมไปด้วยวิตามินเอ จึงช่วยบำรุงและรักษาสายตาได้ (ยอดอ่อน)[5]
  6. ช่วยบำรุงหัวใจ (ฝักอ่อน,ยอดอ่อน)[6]
  7. ช่วยแก้อาการนอนไม่หลับ (เมล็ดแก่)[6]
  8. ช่วยทำให้เจริญอาหาร (ฝักอ่อน,ยอดอ่อน)[6]
  9. ช่วยแก้อาอาการร้อนในกระหายน้ำ (ฝักอ่อน,ยอดอ่อน)[6]
  10. ช่วยแก้เกล็ดกระดี่ขึ้นตา (ดอก)[4]
  11. ช่วยแก้อาการท้องร่วง (ฝัก)[5],[6]
  12. เมล็ดกระถิน สรรพคุณใช้เป็นยาถ่ายพยาธิตัวกลม (Ascariasis) สำหรับผู้ใหญ่ให้ใช้ครั้งละ 25-50 กรัม ส่วนเด็กให้ใช้ 5-20 กรัม ต่อวัน โดยใช้รับประทานในช่วงตอนท้องว่างในตอนเช้าประมาณ 3-5 วัน (เมล็ด)[4],[5],[6]
  13. สรรพคุณกระถิน ช่วยขับลมในลำไส้ (ราก[2],[4],[5], เมล็ดแก่[6])
  14. ช่วยขับระดูขาวของสตรี (ราก[2],[4],[5], เมล็ดแก่[6])
  15. ช่วยลดการเกิดนิ่วในกระเพาะอาหาร (ยอดอ่อน,ฝักอ่อน,เมล็ด)[3]
  16. ดอกกระถิน สรรพคุณช่วยบำรุงตับ (ดอก)[2],[4],[6] ช่วยบำรุงไตและตับ (เมล็ดแก่)[6]
  17. ฝักกระถินเป็นยาฝาดสมาน ใช้ห้ามเลือด (ฝัก,เปลือก)[5],[6]

หมายเหตุ : ใบอ่อน ยอดอ่อน และดอกมีรสมัน เมล็ดอ่อนมีรสมันอมหวานเล็กน้อย รากมีรสจืดเฝื่อน ส่วนเปลือกมีรสฝาด[6]

advertisement M11

ข้อมูลทางเภสัชวิทยาของกระถิน

  • ผลเมล็ดมีฤทธิ์ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด และช่วยลดไขมันในเลือดของหนูขาว แต่เมล็ดมีสารสารลิวซีนีน (Leucenine) ซึ่งจะทำให้สัตว์เป็นหมันได้[4]
  • สารสกัดจากใบกระถินเมื่อฉีดเข้าหลอดเลือดของสุนัข จะทำให้มีระดับความดันโลหิตลดลง มีอัตราการเต้นของหัวใจช้าลง ช่วยกระตุ้นการหายใจ มีฤทธิ์ลดความดันโลหิต แต่ฤทธิ์ดังกล่าวนี้สามารถต้านได้ด้วย Atropine และยาต้านฮิสตามีน และเมื่อนำน้ำยาสกัดกระถินมาใช้กับหัวใจของกบและเต่าที่แยกออกมา พบว่ามีอัตราการบีบของหัวใจลดลง และในระบบทางเดินอาหารทั้งการทดลองแบบ in vitro ก็พบว่าน้ำสกัดนี้ทำให้เกิดแรงตึงตัวและเกิดแรงบีบตัวเพิ่มขึ้น เมื่อเมื่อทดลองใน in vivo จะพบว่าการบีบตัวของกระเพาะลำไส้ตามปกติลดลง[4]

ประโยชน์ของกระถิน

  1. ยอดอ่อนกระถิน ฝักอ่อน และเมล็ดใช้รับประทานเป็นผักได้[1],[2],[3] โดยยอดใบจะใช้รับประทานร่วมกับน้ำพริก ส้มตำ หรือยำหอยนางรม[5] ส่วนเมล็ดอ่อนชาวอีสานใช้ผสมในส้มตำมะละกอหรือรับประทานกับส้มตำ ส่วนชาวใต้ใช้เมล็ดอ่อน และใบอ่อนรับประทานร่วมกับหอยนางรม[6]
  2. ใบ ยอด ฝัก และเมล็ดอ่อนสามารถนำมาใช้เป็นอาหารสัตว์ เช่น วัว ควาย ไก่ แพะ แกะ ฯลฯ[1],[2],[3],[4]
  3. ใบกระถินอุดมไปด้วยธาตุไรโตเจนและเกลือโพแทสเซียม สามารถนำมาใช้ทำเป็นปุ๋ยหมักได้[1],[3],[4]
  4. เมล็ดสามารถนำมาใช้เป็นเครื่องประดับได้หลายชนิด เช่น เข็มกลัด สายสร้อย เข็มขัด ฯลฯ[1],[2],[4]
  5. ลำต้นหรือเนื้อไม้กระถินสามารถนำมาใช้ทำด้ามอุปกรณ์เครื่องมือทางการเกษตร ทำฟืน เผาทำถ่าน และได้น้ำส้มควันไม้[1],[3],[5]
  6. เปลือกต้นกระถินให้เส้นใยที่สามารถนำไปใช้ทำเป็นกระดาษได้ แต่มีคุณภาพไม่ดีนึก[1],[2],[4]
  7. ประโยชน์กระถิน เปลือกต้นกระถินสามารถนำมาใช้ย้อมสีเส้นไหมได้ โดยเปลือกต้นแห้ง 3 กิโลกรัม จะสามารถย้อมเส้นไหมได้ 1 กิโลกรัม โดยจะให้สีน้ำตาล[8]
  8. สายพันธุ์กระถินที่ทำการปรับใหม่จะมีขนาดลำต้นสูงกว่าสายพันธุ์ หรือที่เรียกว่า “กระถินยักษ์” ใช้ปลูกเพื่อเป็นแนวรั้วบ้าน แนวกันลม และช่วงบังแสงแดดให้แก่พืชที่ปลูกได้ เหมาะในพื้นที่ที่มีการดูแลรักษาต่ำ และต้นกระถินยังมีความแข็งแรงเจริญเติบโตได้เร็ว[1],[2],[4]
  9. ตามคติความเชื่อในตำราพรหมชาติฉบับหลวงกล่าวว่า กระถินเป็นไม้มงคลที่ควรปลูกไว้ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ โดยนำมาปลูกร่วมกับต้นสารภี มีความเชื่อว่าจะช่วยป้องกันเสนียดจัญไรต่าง ๆ ได้[4]

คุณค่าทางโภชนาการของยอดอ่อนกระถิน ต่อ 100 กรัม

  • พลังงาน 62 กิโลแคลอรี่
  • กระถินไทยคาร์โบไฮเดรต 5 กรัม
  • โปรตีน 8.4 กรัม
  • ไขมัน 0.9 กรัม
  • เส้นใยอาหาร 3.8 กรัม
  • น้ำ 80.7 กรัม
  • วิตามินเอ 7,883 หน่วยสากล
  • วิตามินบี1 0.33 มิลลิกรัม
  • วิตามินบี2 0.09 มิลลิกรัม
  • วิตามินบี3 1.7 มิลลิกรัม
  • วิตามินซี 8 มิลลิกรัม
  • ธาตุแคลเซียม 137 มิลลิกรัม
  • ธาตุเหล็ก 9.2 มิลลิกรัม
  • ธาตุฟอสฟอรัส 11 มิลลิกรัม

แหล่งที่มา : สถาบันการแพทย์แผนไทย[4]

การเลือกซื้อและการเก็บรักษากระถิน

ควรเลือกซื้อยอดกระถินหรือฝักอ่อนที่มีความสดใหม่และไม่เหี่ยว ส่วนวิธีการเก็บรักษานั้นให้นำกระถินที่ได้มาห่อด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ให้ดี แล้วนำมาใส่กล่องพลาสติกและปิดฝาให้สนิทเก็บเข้าแช่ตู้เย็นในช่องผัก จะสามารถเก็บไว้ได้นานขึ้น[7]

โทษของกระถิน

เนื่องจากใบของกระถินมีสารที่เป็นพิษคือสารลิวซีนีน (Leucenine) หากสัตว์กระเพาะเดียวกินใบกระถินในปริมาณสูงอาจทำให้ขนร่วงและเป็นหมันได้ แต่ยังไม่มีรายงานความเป็นพิษเนื่องจากการกินกระถินในคน และยังมีรายงานว่ากระถินเป็นพืชที่มีคุณสมบัติช่วยดูดธาตุซีลีเนียมจากดินมาสะสมไว้ได้มาก จึงอาจทำให้เกิดพิษเนื่องจากธาตุนี้ได้[1]

ผักกระถิน

References
  1. สำนักงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี.  “กระถินไทย“.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: www.rspg.or.th.  [23 พ.ย. 2013].
  2. ศูนย์ความรู้ด้านการเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.  “กระถิน“.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: agkc.lib.ku.ac.th.  [23 พ.ย. 2013].
  3. ระบบฐานข้อมูลทรัพยากรชีวภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่นของชุมชน สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน).  “กระถิน“.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: www.bedo.or.th.  [23 พ.ย. 2013].
  4. สถาบันการแพทย์แผนไทย.  “กระถิน“.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: ittm-old.dtam.moph.go.th.  [23 พ.ย. 2013].
  5. เดลินิวส์.  “กระถินกินมีประโยชน์“.  (06/12/55).  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: www.dailynews.co.th.  [23 พ.ย. 2013].
  6. GotoKnow.  “พืชผักสมุนไพรใกล้ครัว:กระถิน“.  (ครูนาย).  อ้างอิงใน: สถาบันวิจัยสมุนไพรไทย กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ (นฤมล มงคลชัยภักดิ์).  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: www.gotoknow.org.  [23 พ.ย. 2013].
  7. เว็บสำหรับคนรักอาหาร.  “กระถิน“.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: www.siammoo.com.  [23 พ.ย. 2013].
  8. พันธุ์ไม้ย้อมสีธรรมชาติ กรมหม่อนไหม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์.  “กระถินบ้าน“.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: qsds.go.th.  [23 พ.ย. 2013].

ภาพประกอบ : www.flickr.com (by mauroguanandi, Mauricio Mercadante, Russell Cumming, dinesh_valke, Teo Siyang, judymonkey17, camillenoir, — Green Light Images –, Shubhada Nikharge)

เรียบเรียงข้อมูลโดยเว็บไซต์เมดไทย (MedThai)

advertisement M12

แสดงความคิดเห็น
  • ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้องกับการโฆษณาจะไม่ได้รับการเผยแพร่ในทุกกรณี
  • ติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านแฟนเพจ
Recommended for you

Disclaimer : บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ โปรดอ่านเพิ่มเติมหน้านโยบายและเงื่อนไขการใช้งานเว็บไซต์

© 2013-2016 MedThai
All Right Reserved.