• icon-facebook
  • icon-twitter
  • icon-google

กระดาด สรรพคุณและประโยชน์ต้นกระดาดเขียว 12 ข้อ !

POSTED: เวลา 9:16 น. 28 มกราคม 2014, UPDATED: 01 มีนาคม 2016
กระดาด

advertisement M10

กระดาด

กระดาด ชื่อสามัญ Elephant ear, Giant taro, Ape, Ear elephant, Giant alocasia, Pai

กระดาด ชื่อวิทยาศาสตร์ Alocasia macrorrhizos (L.) G.Don[1] จัดอยู่ในวงศ์บอน (ARACEAE)[1],[3],[4]

สมุนไพรกระดาด มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า กระดาดดำ (กาญจนบุรี), กระดาดแดง (กรุงเทพฯ), บึมบื้อ (เชียงใหม่), บอนกาวี เอาะลาย (ยะลา), โหรา (สงลา), คือ โทป๊ะ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน), เผือกกะลา มันโทป้าด (เงี้ยว-แม่ฮ่องสอน), กลาดีบูเก๊าะ (มลายู-ยะลา) เป็นต้น[1] (ส่วนข้อมูลอื่นระบุว่ามีชื่อว่า กระดาดเขียว, กระดาดขาว, บอนเขียว[3],[4])

ลักษณะของต้นกระดาด

  • ต้นกระดาด เป็นพันธุ์ไม้ที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยจัดเป็นไม้ล้มลุก มีเหง้าทอดไปตามพื้นดิน ลำต้นตั้งตรง และมีความสูงได้มากกว่า 1 เมตร จนถึง 2 เมตร ลำต้นสั้นและเป็นสีม่วงปนสีน้ำตาล มีหัวอยู่ใต้ดิน ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ด แยกหน่อและไหล มักขึ้นในที่ที่มีอากาศชื้น แสงแดดรำไร มีเขตการกระจายพันธุ์ในเขตร้อนทั่วไป ในประเทศไทยสามารถพบได้ทั่วทุกภาคของประเทศ[1],[2],[3]

ต้นกระดาด

  • ใบกระดาด ใบเป็นใบเดี่ยว ออกจาหัวใต้ดิน ลักษณะของใบเป็นรูปไข่แกมรูปหัวใจ ปลายใบเป็นติ่งแหลม โคนใบเว้าลึก ขอบใบเรียบหรือเป็นคลื่นแบบห่าง ๆ ใบมีขนาดกว้างประมาณ 25-60 เซนติเมตร และยาวประมาณ 30-90 เซนติเมตร หลังใบเรียบเป็นสีเขียวและเป็นมันลื่น ส่วนท้องใบเรียบ มีเส้นแขนงของใบอยู่ข้างละประมาณ 5-7 เส้น ส่วนก้านใบใหญ่ และเป็นสีม่วงปนสีน้ำตาล มียาวประมาณ 1.2-1.5 เมตร[1],[2]

ใบกระดาด

  • ดอกกระดาด ออกดอกเป็นช่อ ช่อมีลักษณะเป็นแท่งยาวปลายแหลม (ลักษณะคล้ายกับดอกบอน) ออกตรงกลางต้น มีความยาวประมาณ 11-23 เซนติเมตร ส่วนก้านช่อดอกเล็ก ยาวประมาณ 25-50 เซนติเมตร ดอกมีกาบสีเหลืองอมสีเขียวหุ้มอยู่ ส่วนโคนของกาบโอบรอบโคนของช่อ ช่อดอกจะประกอบไปด้วยดอกเพศผู้อยู่ที่บริเวณส่วนบนมีความยาวประมาณ 2 เซนติเมตร ส่วนดอกเพศเมียจะอยู่บริเวณโคนช่อ มีความยาวประมาณ 1.5 เซนติเมตร ซึ่งดอกจะเป็นแบบแยกเพศอยู่ในช่อในเดียวกัน ดอกเพศผู้จะมีจำนวนมากกว่าดอกเพศเมีย และระหว่างดอกเพศผู้และดอกเพศเมียคอดยาวประมาณ 5 มิลลิเมตร ส่วนปลายเป็นส่วนที่ไม่มีดอก จะยาวประมาณ 6.7-13 เซนติเมตร ปลายมน ดอกเพศเมียจะมีรังไข่ 1 ช่อง และมีออวุลอยู่ 3-5 เม็ด ยอดเกสรเพศเมียจะมีลักษณะเป็นรูปหกเหลี่ยมตัด มีความกว้างประมาณ 1 มิลลิเมตร โดยดอกเพศผู้จะสั้นกว่าและกว้างกว่าดอกเพศเมีย ค่อนข้างแบนทางด้านข้าง[1],[2]

ดอกกระดาด

ดอกกระดาดเขียว

  • ผลกระดาด ผลเป็นผลสด ลักษณะของเป็นรูปทรงกลมและมีขนาดเล็ก (บ้างว่าเป็นรูปไข่กลีบ) โดยมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของผลประมาณ 0.8-1.2 เซนติเมตร เนื้อในผลนุ่มสีแดง และมีเมล็ดแข็งอยู่ 1 เมล็ด เมล็ดมีลักษณะเป็นรูปทรงกลมและเป็นสีดำ[1],[2],[4]

ผลกระดาด

ลูกกระดาดผลกระดาดเขียว

สรรพคุณของกระดาด

  1. น้ำจากก้านใบมีรสเย็น ใช้กินแก้อาการไอ (น้ำจากก้านใบ)[1]
  2. ต้น ราก เหง้าใช้เป็นยาระบายแบบอ่อน ๆ โดยนำมาต้มกินเป็นยา (ราก,ต้น)[1],[2],[4]
  3. ใช้เป็นยาถ่ายชนิดอุจจาระเป็นพรรดึก (รากหรือเหง้า)[2]
  4. ยาต้มจากใบใช้กินแก้อาการท้องผูกชนิดพรรดึก (ใบ)[2]
  5. ไหลใช้กินเป็นยาขับพยาธิ (ไหล)[2]
  6. รากหรือเหง้ามีรสเย็นและจืด ใช้ต้มกินเป็นยาขับปัสสาวะ (ราก)[1],[2],[4]
  7. ใบใช้เป็นยาฝาดสมาน ช่วยห้ามเลือด (ใบ)[2]
  8. หัวมีรสเมาเย็น นำมาโขลกใช้พอกรักษาแผลที่เป็นหนอง (หัว)[1]
  9. ใบมีรสเย็น สรรพคุณช่วยแก้อาการอักเสบที่ข้อทำให้บวมแดง (ใบ)[1]
  10. รากใช้ทาแก้พิษของแมลงป่อง (ราก)[1]
advertisement M11

พิษของต้นกระดาด

  • ต้นกระดาดจะมีสารจำพวกเรซิน และ Protoanemonine ซึ่งเป็นพิษ และยังมีแคลเซียมออกซาเลต (Calcium Oxalate) อีกมาก ซึ่งมีฤทธิ์ทำให้ผิวหนังบวมแดง[2]

ประโยชน์ของกระดาด

  1. กระดาดเขียวนอกจากจะใช้ประโยชน์ทางด้านยาแล้ว ยังนิยมนำมาปลูกเพื่อเป็นไม้ประดับอีกในกระถางได้อีกด้วย อีกทั้งยังช่วยดูดซับความชื้นได้เป็นอย่างดี และยังเป็นพืชที่ทำให้เกิดแหล่งน้ำ เช่น น้ำตก อีกด้วย[2],[3]
  2. เหง้าต้มให้สุกสามารถใช้รับประทานได้ หรือจะใช้สำหรับใส่แกงก็ได้เช่นกัน[2]
References
  1. หนังสือสมุนไพรไทย เล่ม 1.  “กระดาด (Kra Dad)“.  (ดร.นิจศิริ เรืองรังษี, ธวัชชัย มังคละคุปต์).  หน้า 23.
  2. หนังสืออนุกรมวิธานพืช อักษร ก.  ฉบับราชบัณฑิตยสถาน.  “กระดาด“.
  3. โรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนต์.  “กระดาดเขียว“.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: www.shc.ac.th.  [28 ม.ค. 2014].
  4. ฝ่ายปฏิบัติการวิจัยและเรือนปลูกพืชทดลอง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.  “กระดาด“.  (ไพร มัทธวรัตน์).  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: clgc.rdi.ku.ac.th.  [28 ม.ค. 2014].

ภาพประกอบ : www.flickr.com (by mingiweng, Huru Lin, Olenka Ivanov, J. C. Merriman, Jellyfish57, Ahmad Fuad Morad, Sidhean)

เรียบเรียงข้อมูลโดยเว็บไซต์เมดไทย (MedThai)

advertisement M12

แสดงความคิดเห็น
  • ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้องกับการโฆษณาจะไม่ได้รับการเผยแพร่ในทุกกรณี
  • ติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านแฟนเพจ
Recommended for you

Disclaimer : บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ โปรดอ่านเพิ่มเติมหน้านโยบายและเงื่อนไขการใช้งานเว็บไซต์

© 2013-2016 MedThai
All Right Reserved.