• icon-facebook
  • icon-twitter
  • icon-google

กระชายแดง สรรพคุณและประโยชน์ของกระชายแดง 26 ข้อ !

POSTED: เวลา 10:31 น. 20 พฤศจิกายน 2013, UPDATED: 12 กรกฎาคม 2016
กระชายแดง

advertisement M10

กระชายแดง

กระชายแดง ชื่อวิทยาศาสตร์ Boesenbergia pandurata (Roxb.) Schltr., Gastrochilus pandurata (Roxb.) Ridl., Kaempferia pandurata Roxb.[4] จัดอยู่ในวงศ์ขิง (ZINGIBERACEAE)[1]

สมุนไพรกระชายแดง มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า กระชายป่า[1], ขิงแคลง[2], ขิงแดง[4], ขิงทราย (ภาคอีสาน)[4], ขิงละแอน (ภาคเหนือ)[4] เป็นต้น

ลักษณะของกระชายแดง

    • ต้นกระชายแดง จัดเป็นไม้ล้มลุกมีอายุหลายปี มีเหง้าอยู่ใต้ดิน หรืออาจเรียกว่า “หัวกระชาย” หรือ “นมกระชาย” หรือ “กระโปก” ลักษณะทั่วไปเหมือนกันกับกระชายเหลือง แต่จะแตกต่างกันตรงเหง้าและเนื้อด้านในของเหง้า โดยเนื้อจะมีสีเหลืองแกมส้ม ส่วนขนาดของลำต้น ขนาดใบ เหง้าหรือรากจะเล็กกว่ากระชายเหลือง มีความสูงของทรงพุ่มประมาณ 30-80 เซนติเมตร เหง้าเรียวยาว ออกเป็นกระจุก ลักษณะของรากหรือเหง้าสะสมอาหารจะมีลักษณะเป็นแท่งกลมเรียวยาว พองตรงกลางและฉ่ำน้ำ เหง้ามีสีน้ำตาลอ่อนและมีกลิ่นหอมอ่อนไม่แรงเหมือนกระชายเหลือง ชอบดินร่วนที่ระบายน้ำดี เป็นที่ร่ม และในช่วงฤดูฝนจะแตกยอดขึ้นเหนือพื้นดิน หรืออาจเกิดได้ตลอดทั้งปีหากดินมีความชื้นสูง ส่วนกาบใบมีลักษณะซ้อนกันหลายชั้นมีสีน้ำตาลแดง ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการแยกหน่อ[1],[2],[3],[4]

สามารถพบได้ทั่วไปของทุกภาคในประเทศ[2]

รูปกระชายแดง

ต้นกระชายแดง

  • ใบกระชายแดง มีใบเป็นใบเดี่ยว ลักษณะของใบเป็นรูปไข่ค่อนข้างยาวหรือเป็นรูปแกมใบหอก โคนใบสอบ ขอบใบขนาน ใบมีความกว้างประมาณ 4-8 เซนติเมตร และยาวประมาณ 15-30 เซนติเมตร แผ่นใบมีสีเขียวเรียบและเป็นมัน ก้านใบเป็นร่อง มีลิ้นใบบางใสที่ส่วนบนของกาบใบ โคนกาบใบและหลังใบมีสีแดงเรื่อ ๆ ส่วนที่กาบใบที่ทำหน้าที่ช่วยห่อหุ้มลำต้นและหลังใบด้านล่าง[1],[2],[3]

สมุนไพรกระชายแดง

  • ดอกกระชายแดง ใบกระชายแดงดอกออกเป็นช่อ โดยช่อดอกจะยื่นยาวโผล่ขึ้นมาจากกลางยอดระหว่างใบ โดยจะโผล่เฉพาะส่วนที่เป็นกลีบดอกและส่วนของใบประดับ ดอกมีใบประดับหุ้มช่อดอก กลีบเลี้ยงที่โคนเชื่อมติดกันเป็นหลอด ส่วนปลายแยกเป็น 3 หยัก สั้น ๆ บางใส ส่วนกลีบดอกโคนเชื่อมติดกันเป็นหลอดยาว กลีบดอกมีสีชมพูอ่อนมี 3 กลีบ กลีบด้านบนมี 1 กลีบ ลักษณะเป็นรูปใบหอกแกมรูปขอบขนาน ปลายแหลม มีสีชมพูอ่อนถึงสีชมพู ส่วนกลีบด้านล่างมี 2 กลีบ จะอยู่บริเวณใต้กลีบปาก ลักษณะเป็นรูปขอบขนานแกมใบหอก มีปลายแหลม มีสีชมพูอ่อน ๆ ส่วนเกสรตัวผู้ ส่วนทีเป็นกลีบอยู่บนปลายยอดกลีบดอก จะมี 3 หยักแยกจากกัน โดยหยักบนจะมี 2 หยัก มีขนาดเท่ากัน ลักษณะเป็นรูปไข่กลีบ ปลายกลม มีสีชมพูอ่อน ส่วนหยักล่างมี 1 หยัก มีขนาดใหญ่กว่าและเป็นรูปไข่กลับ กลางกลีบโค้งคล้ายท้องเรือ ส่วนปลายแผ่ขยายกว้าง ที่ขอบเป็นลอน พื้นมีสีชมพูมีสีแดงแต้มด้วยสีชมพูเข้ม ส่วนริมขอบปากเป็นลอนเล็กน้อย ก้านเกสรสั้น ลักษณะโค้งเล็กน้อย ส่วนเกสรตัวเมีย จะมีลักษณะคล้ายกับรูปสามเหลี่ยมหัวกลับ มีสีขาวแกมชมพูอ่อน ที่โคนก้านเกสรจะมีต่อม 2 ต่อม ลักษณะเป็นรูปเรียวยาว และดอกย่อยของกระชายแดงจะทยอยบานทีละดอก[2],[3]
  • ผลกระชายแดง ผลแก่มีพู 3 พู และมีเมล็ดอยู่ภายในผล[2]

สรรพคุณกระชายแดง

  1. ว่านกระชายแดงใช้เป็นยาอายุวัฒนะ ช่วยแก้โรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ ทำให้ร่างกายแข็งแรง ด้วยการใช้หัวตากแห้งนำมาบดละเอียดละลายผสมกับน้ำผึ้งแล้วปั้นเป็นยาลูกกลอนกินเป็นประจำก่อนอาหารเช้าและเย็น (หัว)[3]
  2. สรรพคุณของกระชายแดง ช่วยบำรุงกำลัง ทำให้กระชุ่มกระชวย (หัว)[4]
  3. ช่วยบำรุงระบบประสาทให้ทำงานได้ดีขึ้น (หัว)[5]
  4. ช่วยบำรุงกำหนด แก้กามตายด้าน ทำให้ร่างกายกระชุ่มกระชวย ด้วยการใช้หัวแห้งนำมาบดผสมกับน้ำผึ้งเป็นยาลูกกลอนกิน (หัว)[3],[4]
  5. ช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดแข็งตัว (หัว)[5]
  6. ช่วยป้องกันโรคเบาหวาน (หัว)[5]
  7. ช่วยรักษาโรคในช่องปากต่าง ๆ แก้ปากเปื่อย ปากแตก มีแผลในช่องปาก (หัว)[4]
  8. ช่วยรักษามะเร็งเม็ดเลือด จาการวิจัยใหม่พบว่ากระชายแดงเป็นส่วนประกอบในการรักษามะเร็งเม็ดเลือด (BVHJ) ซึ่งมีผสมดังนี้ กระชายแดงทั้งต้น 50 กรัม, แพงพวยดอกขาวทั้งต้น 50 กรัม, หญ้างวงช้างทั้งต้น 50 กรัม, และสบู่แดงทั้งต้น 50 กรัม นำมาบดรวมกันให้เป็นผง ใช้ชงกับน้ำร้อนดื่มหลังอาหารครั้งละ 2 ช้อนชา วันละ 3 เวลา (ทั้งต้น)[5]
  9. ช่วยรักษามะเร็งกระดูก (BOE) โดยใช้กระชายแดงนำมาบดให้เป็นผงใช้กินก่อนอาหารครั้งละ 2 ช้อนชา (ไม่ระบุว่ากินอย่างไร แต่คาดว่าน่าจะใช้ชงกับน้ำร้อนดื่ม) วันละ 3 เวลา อาการจะดีขึ้น (ไม่ระว่าเป็นส่วนไหน)[5]
  10. ช่วยแก้ลมอันเกิดแก่กองหทัยวาตะ หรือลมในหัวใจ ที่ทำให้จิตใจระส่ำระส่าย แก้อาการใจสั่น (หัว)[4]
  11. ช่วยแก้อาการปวดมวนในท้อง (หัว)[4]
  12. ช่วยแก้อาการท้องอืดท้องเฟ้อ แก้ลมจุกเสียดได้ดี มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย E.coli ซึ่งอาจเป็นสาเหตุของอาการจุกเสียดแน่น (หัว)[5]
  13. สาร Cineole ในกระชายแดงมีฤทธิ์ช่วยลดการบีบตัวของลำไส้ได้ จึงช่วยลดอาการปวดเกร็งได้[5]
  14. ช่วยแก้อาการปวดเบ่ง (หัว)[4]
  15. กระชายแดง สรรพคุณช่วยแก้อาการบิดมูกเลือด (หัว)[4]
  16. ช่วยรักษาโรคลำไส้ใหญ่อักเสบ (หัว)[4]
  17. ช่วยแก้โรคพยาธิ ด้วยการใช้หัวนำมาปั้นเป็นยาลูกกลอนรับประทานก่อนเข้านอนทุกวัน (หัว)[4]
  18. ช่วยขับระดูขาว แก้มุตกิดระดูขาวของสตรี (หัว)[4]
  19. น้ำมันหอมระเหยมีฤทธิ์ช่วยบรรเทาอาการหดตัวของกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะกล้ามเนื้อในระบบทางเดินอาหาร[5]
  20. ป้องกันมะเร็งและช่วยทำให้ตับทำงานกำจัดสารพิษได้ (หัว)[5]
  21. จากงานวิจัยของมหาวิทยาลัยมหิดลระบุว่า สาร Pinostrobin ในกระชายมีฤทธิ์ช่วยต้านการเจริญเติบโตของเชื้อราซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคกลาก 3 ชนิด และช่วยต้านการเจริญของเชื้อ Candida albican ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการตกขาวในสตรี[5]
  22. ช่วยป้องกันโรคข้อเข่าเสื่อม (หัว)[5]
  23. กระชายแดงมีสรรพคุณที่เหมือนกับกระชายเหลือง[1] โปรดอ่านเพิ่มเติมที่ สรรพคุณและประโยชน์ของกระชาย 49 ข้อ ! (กระชายเหลือง)
  24. ตามตำราว่านระบุว่าสรรพคุณของกระชายแดงนั้นเหมือนสรรพคุณของกระชายดำทุกอย่าง เพียงแต่ว่าจะมีความพิเศษกว่าก็ตรงที่การนำมาใช้รักษาผู้ที่ถูกคุณไสย[5] โปรดอ่านเพิ่มเติมที่ สรรพคุณและประโยชน์ของกระชายดำ 45 ข้อ !
advertisement M11

ประโยชน์ของกระชายแดง

  1. ประโยชน์กระชายแดงหัวกระชายแดง หน่ออ่อนสามารถนำมาใช้ปรุงรสในน้ำยาขนมจีน และใช้บริโภคเป็นผัดสดร่วมกับน้ำพริกได้[2]
  2. มีการนำกระชายแดงมาใช้เพื่อแก้การถูกกระจากคุณไสย ด้วยการใช้หัวนำมาโขลกให้ละเอียดผสมกับน้ำผึ้งปั้นเป็นยาลูกกลอน แล้วเสกด้วยคาถาบทสวดสรรเสริญพระพุทธคุณ “อิติปิโสภะคะวา จนถึง ภะคะวาติ” ให้ครบ 16 จบ ก่อนนำให้ผู้ถูกคุณไสยรับประทาน หรือนำมาใช้ในทางอยู่ยงคงกระพันชาตรี[3],[4]
References
  1. สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.).  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: www.tistr.or.th.  [20 พ.ย. 2013].
  2. ผักพื้นบ้านในประเทศไทย กรมส่งเสริมการเกษตร.  “ผักพื้นบ้าน กระชายแดง“.  อ้างอิงใน: หนังสือผักพื้นบ้านภาคอีสาน (สถาบันการแพทย์แผนไทย กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข).,  หนังสือชื่อพรรณไม้แห่งประเทศไทย (เต็ม สมิตินันทน์).  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: 203.172.205.25.  [20 พ.ย. 2013].
  3. ๑๐๘ พรรณไม้ไทย.  “ว่านกระชายแดง“.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: www.panmai.com.  [20 พ.ย. 2013].
  4. ว่านและพรรณไม้สมุนไพรไทย คณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสกลนคร.  “กระชายแดง“.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: natres.skc.rmuti.ac.th.  [20 พ.ย. 2013].
  5. ไทยรัฐออนไลน์.  “กระชายแดงกับงานวิจัยใหม่“.  โดยนายแพทย์นพรัตน์ บุณยเลิศ.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: www.thairath.co.th.  [20 พ.ย. 2013].

ภาพประกอบ : www.biogang.net (by khawmao_satchamat), www.panmai.com, www.kasetporpeang.com by perasak_ed), www.natres.skc.rmuti.ac.th

เรียบเรียงข้อมูลโดยเว็บไซต์เมดไทย (MedThai)

advertisement M12

แสดงความคิดเห็น
  • ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้องกับการโฆษณาจะไม่ได้รับการเผยแพร่ในทุกกรณี
  • ติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านแฟนเพจ
Recommended for you

Disclaimer : บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ โปรดอ่านเพิ่มเติมหน้านโยบายและเงื่อนไขการใช้งานเว็บไซต์

© 2013-2016 MedThai
All Right Reserved.