• icon-facebook
  • icon-twitter
  • icon-google

25 วิธีกระชับรูขุมขน ! รูขุมขนกว้างทำไงดี ??

POSTED: เวลา 12:20 น. 11 กุมภาพันธ์ 2015, UPDATED: 27 พฤศจิกายน 2016
รูขุมขนกว้าง

advertisement M31

รูขุมขนกว้าง

ปัญหารูขุมขนกว้างส่วนใหญ่มักเป็นปัญหาที่เกิดมาจากพันธุกรรม โดยรูขุมขนใหญ่มักจะพบได้ในบริเวณ T-zone และเกิดขึ้นบ่อยสุดในคนผิวมัน รูขุมขนเป็นสิ่งที่ต้องมีกันทุกคน แต่ถ้าอยากให้รูขุมขนเล็กลง ก็ต้องเข้าใจก่อนว่าจะทำให้เล็กขนาดใหญ่ แบบไม่เหลือรูเลยหรือเนียนแบบท้องแขนเลยก็คงเป็นไปไม่ได้ ! เพราะยังไม่มีวิธีใด ๆ ที่สามารถทำให้เรียบได้ขนาดนั้น ยิ่งบริเวณจมูกยิ่งยากใหญ่ แต่ก็สามารถแก้ปัญหารูขุมขนกว้างให้เล็กลงได้ด้วยวิธีดังต่อไปนี้

สาเหตุรูขุมขนกว้าง

  1. การดูแลผิวที่ไม่เหมาะสม ปัญหารูขุมขนกว้างนั้นมักเกิดจากการดูแลผิวที่ผิดวิธี เช่น การไม่ล้างหน้าวันละ 2 ครั้ง ไม่ล้างเครื่องสำอางก่อนเข้านอน ไม่ขัดผิว ไม่ใช้มอยซ์เจอไรเซอร์เลย เป็นต้น
  2. สิวอุดตันและสิวหัวดำ สิวคือสาเหตุสำคัญที่ทำให้รูขุมขนกว้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ชอบบีบสิวเป็นประจำ
  3. ฮอร์โมนของวัยแรกรุ่น สำหรับวัยนี้จะเป็นวัยที่รูขุมขนจะขยายใหญ่อยู่แล้ว ซึ่งเป็นเรื่องปกติ เพราะผิวจะมีการขับความมันออกมามากขึ้น
  4. ผิวผลิตน้ำมันมากเกินไป เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดรูขุมขนกว้าง เพราะถ้าต่อมใต้ผิวผลิตน้ำมันมากเกินไป ก็จะเกิดการขยายของรูขุมขนทำให้รูขุมขนกว้างได้
  5. แสงแดด การถูกแสงแดดเป็นประจำจะทำให้ผิวของคุณหนาขึ้น และนั้นอาจเป็นสาเหตุทำให้รูขุมขนอุดตันจนทำให้รูขุมขนกว้างขึ้นได้ อีกทั้งแสงแดดยังเป็นตัวทำลายอีลาสตินและคอลาเจนใต้ผิว ส่งผลให้ผิวขาดความยืดหยุ่น คอลาเจนที่เป็นตัวรักษาความกระชับก็ถูกทำลายไป ทำให้รูขุมขนกว้างขึ้น
  6. พันธุกรรม สำหรับใครที่คุณพ่อหรือคุณแม่เป็นคนที่มีรูขุมขนกว้าง มันก็ไม่แปลกเลยที่คุณจะเป็นแบบนั้นด้วย
  7. สภาพแวดล้อม ความเครียด สิ่งสกปรกอุดตันรูขุมขน ฯลฯ

วิธีกระชับรูขุมขน

  1. รักษาความสะอาด การรักษาความสะอาดผิวหน้าเป็นวิธีพื้นฐานที่สำคัญที่สุด ไม่ว่าจะเหนื่อยหนักง่วงนอนแค่นั้น คุณก็ห้ามนอนทั้ง ๆ ที่ยังมีเครื่องสำอางอยู่บนผิวหน้าเป็นอันขาด และควรล้างหน้าให้สะอาดทุกครั้งก่อนเข้านอน ซึ่งจะเป็นการช่วยกำจัดความมันส่วนเกินและสิ่งสกปรกที่เข้าไปอุดตันรูขนขุมซึ่งเป็นสาเหตุทำให้รูขุมขนกว้างได้
  2. ล้างหน้าด้วยน้ำอุณหภูมิห้องหรือน้ำเย็นวันละ 2 ครั้ง การล้างหน้าจะเป็นการช่วยล้างครามสิ่งสกปรกที่อุดตันรูขุมขนอยู่ให้ออกไป ซึ่งจะช่วยกระชับรูขุมขนให้เล็กลงเหมือนเดิมได้ แต่การล้างที่เหมาะสมควรล้างวันละ 2 รอบเท่านั้น คือช่วงตอนเช้าตื่นนอนและตอนกลางคืนในช่วงชำระล้างร่างกาย
  3. ดูแลตัวเองด้วยวิธีธรรมชาติ เช่น การผักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอ ไม่นอนดึกมากจนเกินไป ออกกำลังกายเป็นประจำ และที่สำคัญต้องไม่เครียดด้วยนะเอ่อ ^^”
  4. เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ รูขุมขนกว้างที่เกิดจากการอุดตันของไขมัน ส่วนหนึ่งอาจมาจากอาหารที่เรารับประทานเข้าไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารที่มีไขมันสูงอย่างอาหารทอดทั้งหลาย ถ้าเป็นได้ควรหลีกเลี่ยงแล้วหันมารับประทานอาหารที่ประโยชน์แทนเช่น ผักผลไม้สด ปลา เป็นต้น
  5. ขจัดความมันบนใบหน้า พยายามทำผิวให้แห้ง เพราะการทำผิวให้แห้งจะทำให้ชั้นเคอราตินหดตัวเล็กลง จึงดูเหมือนว่ารูขุมขนมีขนาดเล็กลง โดยอาจเลือกใช้คลีนเซอร์แบบ oil-control หรือผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของซาลิไซลิค เอสิด ซึ่งจะช่วยป้องกันความมันบนหน้าก็ได้
  6. โทนเนอร์กระชับรูขุมขน คุณควรใช้โทนเนอร์ทำความสะอาดผิวอีกครั้งหลังการล้างหน้า ซึ่งโทนเนอร์นี้จะช่วยทำให้ผิวหน้าสะอาดขึ้น ช่วยลดสิ่งอุดตันต่าง ๆ ทำให้ผิวดูกระชับ
  7. ครีมกระชับรูขุมขน หรือ เซรั่มกระชับรูขุมขน ในปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์กระชับรูขุมขนจำพวกครีมหรือเซรั่มหลายยี่ห้อที่สามารถช่วยกระชับรูขุมขนได้ แต่จะต้องมาดูกันอีกทีว่าผิวหน้าของคุณเหมาะกับการใช้ครีมตัวไหน ซึ่งบางสูตรจะช่วยเคลือบผิวให้ดูเรียบเนียน บางสูตรจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นฟื้นฟูผิวหนังด้านบนให้ดูเอิบอิ่ม หรือบางสูตรจะมีสารที่ช่วยละลายสิ่งอุดตันที่มีอยู่ในรูขุมขน เมื่อรูขุมขนสะอาดจึงทำให้รูขุมขนดูเล็กลง สำหรับคนที่มีปัญหารูขุมขนกว้างมากอยู่แล้วก็มักจะเป็นคนผิวมันด้วย ฉะนั้นคุณควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีเนื้อครีมแบบเจลหรือมีเนื้อบางเบาเพื่อให้ซึมซับได้ง่ายและไม่ทิ้งส่วนเกินไว้บนใบหน้า โดยควรใช้ทุก ๆ ครั้งหลังการล้างหน้า ซึ่งจะเป็นเวลาที่รูขุมขนเปิดและผิวหนังจะซึมซับครีมบำรุงได้ดี
  8. หลีกเลี่ยงเครื่องสำอางบางชนิด เครื่องสำอางบางอย่างโดยเฉพาะบีบีครีม อาจเป็นตัวการทำให้เกิดสิวอุดตันซึ่งเป็นต้นเหตุทำให้รูขุมขนกว้างขึ้น ดังนั้นถ้าคุณอยากปกปิดรูขุมขนก็ควรหันมาใช้แป้งที่ผสมรองพื้นแทนจะดีกว่า ทั้งนี้ยังควรหลีกเลี่ยงเครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของปิโตรเลียม สารกันบูด และผลิตภัณฑ์ประเภทออยล์เบส (Oil based) ด้วย เพราะจะทำให้รูขุมขนอุดตันได้ง่าย ทำให้หน้ามันและเสี่ยงต่อการเกิดสิวมากขึ้น ส่วนผลิตภัณฑ์รักษาสิวที่หยาบกระด้าง ซึ่งมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ก็ควรหลีกเลี่ยงเช่นกัน เพราะการใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะทำให้เส้นเลือดฝอยขยาย กระตุ้นให้ต่อมไขมันผลิตความมันออกมามากกว่าปกติ ส่งผลให้ขนาดของรูขุมขนขยายใหญ่ขึ้น
  9. ใช้เครื่องสำอางสูตรปกปิดหรือพรางรูขุมขน โดยจะช่วยปกปิดหรือพรางรูขุมขนให้ดูเล็กลงด้วยส่วนประกอบบางอย่าง เช่น ซิลิโคน วิธีนี้อาจจะดูเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุไปหน่อย จึงควรระวังเรื่องส่วนประกอบบางชนิดที่อาจทำให้เกิดการอุดตันของรูขุมขนได้
  10. ปกป้องผิว คุณควรปกป้องผิวหน้าของคุณด้วยการทาครีมกันแดดทุกครั้งก่อนการออกแดด เพราะแสงแดดและความร้อนนั้นเป็นตัวการทำให้หน้าเกิดการหมองคล้ำ ผิวเสียความชุ่มชื้น และทำให้หน้ามันมากขึ้น ซึ่งเหล่านี้เองเป็นต้นเหตุทำให้รูขุมขนกว้างขึ้น
  11. แผ่นลอกสิวเสี้ยน อีกวิธีหนึ่งที่ช่วยลดรูขุมขนกว้างได้ เพราะแผ่นลอกจะเป็นตัวช่วยจับเอาสิ่งสกปรกและสิวบนใบหน้าของคุณออกไป ทำให้รูขุมขนไม่เกิดการอุดตันและเล็กลง แต่ก็ไม่ควรทำบ่อย ๆ เพราะจะเป็นการรบกวนผิวมากเกินไป ทำให้ผิวบางลง และอาจทำให้รูขุมขนกว้างขึ้นกว่าเดิมก็ได้
  12. ประคบน้ำแข็ง ให้นำก้อนน้ำแข็งสะอาดมาประคบบนใบหน้าแล้วถูวนเบา ๆ ไปตามผิวโดยเฉพาะบริเวณผิวที่มีรูขุมขนกว้าง (หรือถ้าเย็นมากจนทนไม่ไหวก็ให้ใช้ผ้าบาง ๆ ห่อน้ำแข็งเอาไว้ ก่อนจะนำมาถูก็ได้) โดยให้ทำเป็นประจำทุกเช้าหรือก่อนนอนครั้งละประมาณ 20-30 วินาที หรือทำไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะพอใจ (ถ้าทนได้นะ) ก็จะช่วยทำให้รูขุมขนกระชับและเล็กลงและช่วยเรียกความชุ่มชื้นให้กับผิวหนาได้อีกด้วย ถ้าทุกวันอย่างต่อเนื่องประมาณ 1 เดือน จะเห็นความเปลี่ยนแปลงแน่นอน (หลังทำเสร็จคุณอาจใช้น้ำมะนาวนำมาทาให้ทั่วใบหน้าทิ้งไว้อีกประมาณ 10 นาที แล้วค่อยล้างออกด้วยน้ำสะอาดด้วยก็ได้)
    ประคบน้ำแข็งลดรูขุมขน
  13. สครับผิวลดรูขุมขน การสครับผิวสามารถช่วยทำความสะอาดรูขุมขนได้เป็นอย่างดี ในหนึ่งสัปดาห์นั้นคุณควรสครับผิวให้ได้อย่างน้อย 1-2 ครั้ง ซึ่งการสครับผิวจะช่วยกำจัดสิ่งสกปรกที่อุดตันบนใบหน้าและช่วยกำจัดเซลล์ผิวที่ตายไปแล้วซึ่งมีโอกาสที่จะเข้าไปอุดตันรูขุมขนให้หลุดลอกออกไปได้
    • สครับน้ำตาลทรายผสมน้ำผึ้ง เริ่มจากให้นำน้ำตาลทรายมาผสมกับน้ำผึ้งและน้ำมันมะพอก แล้วนำมาทาให้ทั่วหน้าพร้อมกับขัดวนเป็นวงกลมเบา ๆ ทิ้งไว้ประมาณ 3-4 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น ซึ่งน้ำผึ้งนั้นจะนอกจากจะช่วยลดความมันบนใบหน้าได้แล้วยังช่วยทำให้รูขุมขนเล็กลงได้อีกด้วย
      สูตรกระชับรูขุมขน
    • สครับเกลือทะเลผสมโยเกิร์ต ให้เลือกใช้เกลือที่มีขนาดเล็กนำมาผสมกับโยเกิร์ตจนเกลือกลายเป็นเม็ดละเอียด จากนั้นให้นำมาทาให้ทั่วใบหน้าพร้อมกับใช้ปลายนิ้ววนเป็นวงกลมเบา ๆ ประมาณ 3 นาที วนเสร็จแล้วก็ทิ้งไว้ประมาณ 3-4 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น (สำหรับคนผิวแห้งไม่แนะนำให้ใช้สูตรนี้ แต่แนะนำให้ใช้เฉพาะโยเกิร์ต)
  14. พอกหน้ากระชับรูขุมขน หรือ มาร์คกระชับรูขุมขน อีกวิธีที่ช่วยลดปัญหารูขุมขนใหญ่และช่วยให้ผิวกระชับได้ ซึ่งสูตรพอกหน้ากระชับรูขุมขนก็มีอยู่ด้วยกันหลายสูตรกัน ซึ่งบางสูตรอาจจะเหมาะกับคนผิวมัน-ผิวผสม แต่บางสูตรอาจเหมาะกับคนผิวแห้ง-ผิวธรรมดา ได้แก่
    • โยเกิร์ต สูตรกระชับรูขุมขนด้วยโยเกิร์ตนั้นก็ไม่ยากเลย เพียงแค่คุณนำโยเกิร์ตรสธรรมชาติมาทาบาง ๆ ให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที แล้วค่อยล้างออกด้วยน้ำสะอาด โดยให้ทำสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ซึ่งโยเกิร์ตจะมีกรดแลคติกและโปรไบโอติกที่มีคุณสมบัติในการต่อต้านเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิวบนใบหน้า และยังช่วยลดการขยายขนาดของรูขุมขนได้ด้วย
      พอกหน้ากระชับรูขุมขน
    • น้ำผึ้ง วิธีนี้ให้นำน้ำผึ้งแบบเพียว ๆ มานวดบริเวณใบหน้า หรือจะใช้ผสมกับโยเกิร์ตก็ได้ หากทำเป็นประจำก็จะช่วยบำรุงผิวและลดรูขุมขนได้อย่างชัดเจน
    • เบคกิ้งโซดา หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าเบคกิ้งโซดานอกจากจะนำใช้กระชับรูขุมขนบนใบหน้าได้แล้วยังช่วยต่อต้านการเกิดสิวได้อีกด้วย โดยวิธีใช้ก็ไม่ยาก เพียงแค่ใช้เบคกิ้งโซดาประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ นำมาผสมกับน้ำอุ่นประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ แล้วคนส่วนผสมให้เข้ากัน จากนั้นนำมาทาลงบนผิวหน้าที่มีปัญหารูขุมขนกว้าง พร้อมกับทำการนวดเบา ๆ วนเป็นวงกลมประมาณ 30 วินาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น โดยให้ทำเป็นประจำทุกคืน แล้วจึงค่อย ๆ ลดลงเหลือเพียง 3-5 ครั้งต่อสัปดาห์ (สำหรับคนผิวบอบบาง ควรใช้อย่างระมัดระวัง เพราะอาจจะทำให้เกิดอาการระคายเคืองต่อผิวได้)
    • มะเขือเทศ ผลไม้ที่เต็มไปด้วยวิตามินเอและซี ซึ่งนอกจากจะช่วยเรื่องสิวและทำให้ผิวกระจ่างใสได้แล้ว มะเขือเทศยังมีกรดธรรมชาติที่ช่วยทำความสะอาดรูขุมขนได้อีกด้วย วิธีนี้ให้คุณนำเนื้อมะเขือเทศมาปั่นให้ละเอียดหรือคั้นเอาแต่น้ำ จากนั้นนำมาพอกให้ทั่วใบหน้าทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที (หรือจะนำมะเขือเทศมาผ่าออกเป็น 2 ซีก แล้วนำส่วนด้านในมาถูกับผิวหน้าก็ได้) แล้วค่อยล้างออกด้วยน้ำเย็นเพื่อทำให้รูขุมขนหดตัวลงและบำรุงผิวให้ชุ่มชื่น
      มาร์คกระชับรูขุมขน
    • มะเขือเทศผสมแอพริคอต ให้นำทั้งสองอย่างมาบดให้เข้ากัน จากนั้นนำมาทาให้ทั่วผิวหน้าทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด
    • มะนาว ผลไม้บำรุงผิวและช่วยลดปัญหารูขุมขนกว้างอย่างได้ผล เพียงแค่ใช้น้ำมะนาวประมาณ 1 ช้อนโต๊ะผสมลงไปกับดินสอพองหรือน้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ แล้วนำมาพอกทาให้ทั่วบริเวณใบหน้าทิ้งไว้สักครู่แล้วล้างออก หากทำเป็นประจำรับรองได้เลยว่ารูขุมขนใหญ่ ๆ จะค่อย ๆ จางหายไปอย่างแน่นอน
    • มะนาวผสมไข่ขาว ให้ใช้เฉพาะไข่ขาว 1 ฟอง ผสมกับน้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ แล้วนำมาใช้ทาให้ทั่วใบหน้าทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำอุ่นก่อนแล้วอีกทีด้วยน้ำเย็น (สำหรับคนผิวแห้งให้ใช้เฉพาะไข่ขาว)
    • มะนาวผสมน้ำน้ำสับปะรด วิธีนี้ให้คุณนำผ้าขนหนูผืนเล็ก ๆ สำหรับเช็ดหน้า นำมาแช่ในน้ำมะนาวและน้ำสับปะรด หรือจะบีบน้ำจากผลไม้ทั้งสองชนิดลงบนผ้าเช็ดหน้าให้พอชื้น ๆ เลยก็ได้ จากนั้นก็ให้นำผ้าขนหนูมาวางทาบลงไปบนใบหน้าที่มีปัญหารูขุมขน โดยทิ้งเอาไว้ประมาณ 60 วินาที แล้วค่อยล้างออกด้วยน้ำอุณหภูมิปกติ ซึ่งผลไม้ทั้งสองชนิดนี้จะมีเอนไซม์ธรรมชาติที่มีคุณสมบัติช่วยกระชับผิวให้เต่งตึงและทำให้รูขุมขนหดตัวเล็กลงได้
    • มะละกอ เป็นวิธีลดรูขุมขนแบบง่าย ๆ ด้วยการใช้เนื้อมะละกอสุกนำมาบดให้ละเอียด จากนั้นให้นำมาพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด โดยในมะละกอจะมีกรดผลไม้หรือเอเอชเอและเอนไซม์ผลไม้จากธรรมชาติ ที่สามารถช่วยขจัดสิ่งตกค้างและเซลล์ผิวที่ตายแล้ว และทำให้รูขุมขนกระชับขึ้นได้
      สูตรพอกหน้ากระชับรูขุมขน
    • กล้วยหอมหรือกล้วยน้ำว้า เป็นวิธีกระชับรูขุมขนแบบธรรมชาติที่ทำได้ง่าย เพียงแค่นำกล้วยมาหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วเติมนมสดหรือน้ำผึ้งลงไปพร้อมกับขยี้หรือบดให้ละเอียดจนได้เป็นครีมเนื้อเดียวกัน จากนั้นให้นำมาพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 25-30 นาที แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำอุ่น และซับหน้าให้แห้ง ก็จะช่วยกระชับรูขุมขนได้
    • แตงกวาผสมน้ำผึ้ง เริ่มจากให้นำแตงกวามาหั่นเป็นชิ้น แล้วนำแตงกวาประมาณ 2-3 ชิ้น มาปั่นรวมกับน้ำผึ้งจนละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นให้นำมาพอกให้ทั่วใบหน้าทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที หรือรอจนกว่าจะแห้ง เมื่อครบเวลาแล้วให้ล้างออกด้วยน้ำเย็น แล้วคุณจะรู้สึกได้ถึงความเต่งตึงและกระชับขึ้น
    • แตงกวาผสมเลมอน วิธีนี้ให้ใช้แตงกวา 1 ลูก นำมาฝานและยีจนเป็นเนื้อละเอียด จากนั้นนำมาผสมกับน้ำเลมอน 2-3 หยด แล้วนำมาพอกให้ทั่วใบหน้าทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด โดยแตงกวานั้นจะช่วยลดรูขุมขน ส่วนเลมอนจะช่วยลดจุดด่างดำหรือสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอบนใบหน้า และช่วยให้ผิวที่ตายแล้วหลุดออกไป
    • ผักกาดขาวผสมมะนาว สูตรกระชับรูขุมขนด้วยวิธีธรรมชาติสูตรนี้ให้นำผักกาดขาวประมาณ 2-3 ใบที่ล้างสะอาดแล้วมาบดให้ละเอียด จากนั้นให้นำน้ำมะนาวที่คั้นไว้ประมาณ 2-3 ช้อนโต๊ะ ผสมลงไป แล้วนำมาทาให้ทั่วบริเวณใบหน้าทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที แล้วค่อยล้างออกด้วยน้ำสะอาด
    • ขมิ้นชัน สุดยอดสมุนไพรที่มีสรรพคุณหลากหลาย โดยเฉพาะการนำมาใช้บำรุงผิวพรรณ ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ลดปัญหาผิวต่าง ๆ และช่วยลดรูขุมขนกว้างให้เรียบเนียนขึ้น เพียงแค่นำผงขมิ้นชั้นมาผสมกับน้ำเปล่าให้ได้เป็นเนื้อข้น ๆ แล้วนำมาพอกไว้บริเวณที่เป็นสิวเสี้ยน ทิ้งไว้สักครู่แล้วค่อยล้างออก โดยให้ทำสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง
    • ใบบัวบก สมุนไพรที่มีสรรพคุณบำรุงผิวสวยได้อย่างน่าทึ่ง เพียงแค่นำใบบัวบกสด ๆ มาปั่นผสมกับน้ำเย็น แล้วนำมาพอกทิ้งไว้ให้ทั่วใบหน้า แล้วค่อยล้างออก เพียงเท่านี้ก็จะช่วยลดรูขุมขนของคุณได้แล้ว
      advertisement M32
  15. รับประทานยาในกลุ่มของกรดวิตามินเอ ยาในกลุ่มกรดวิตามินเอชนิดรับประทาน ที่มีชื่อสามัญทางยาว่า ไอโซเตรติโนอิน (isotretinoin) หรือ เรติโนอิก แอซิด (retinoic acid) และมีชื่อทางการค้าว่า Acnotin® (แอคโนทิน), Roaccutane® (โรแอคคิวเทน), Isotane® (ไอโสเทน), Sotret® (โสเตรส) เป็นต้น ซึ่งเป็นยาที่ใช้รักษาสิวที่มีฤทธิ์กดการทำงานของต่อมไขมัน ทำให้ผลิตสารที่เป็นไขมันลดลง ส่งผลให้รูขุมขนมีขนาดเล็กลง แต่วิธีนี้แพทย์ผิวหนังหลายคนอาจไม่เห็นด้วย เพราะเหมือนว่าเป็นการขี่ช้างจับตั๊กแตน เนื่องจากการรับประทานยากลุ่มนี้จะมีผลข้างเคียงหลายประการ และเมื่อหยุดยาต่อมไขมันและรูขุมขนใหญ่ก็จะกลับมาเหมือนเดิม
    Accutane
  16. การทาครีมที่ผสมด้วยกรดผลไม้อ่อน ๆ (Chemical Peeling) เช่น AHA,PHA เป็นประจำ เพื่อช่วยในการผลัดเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้ให้หลุดลอกออกไปได้ง่าย ทำให้รูขุมขนไม่อุดตัน ไขมันบริเวณผิวหนังกระจายตัวได้ดี ทำให้ความมันบนใบหน้าลดลง และช่วยให้ผิวขาวเนียนใสขึ้น
    Chemical PeelingChemical Peeling
  17. การทำไอออนโตโฟเรซิส (iontophoresis) โดยใช้ยากลุ่มวิตามินเอ, Hyaluronic acid หรือ Aloe vera เพื่อลดรูขุมขนกว้าง โดยหลักการของเครื่องไอออนโต คือ กระบวนการนำยาหรือเจลให้ซึมลงสู่ผิวหนังได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยใช้กระแสไฟฟ้าปริมาณต่ำเป็นตัวผลักยาเข้าสู่ผิวหนัง ซึ่งประจุไฟฟ้าดังกล่าวจะช่วยทำให้รูขุมขนของผิวหนังเปิดกว้างมากขึ้น ทำให้ตัวยาที่จะใช้รักษารูขุมขนกว้างสามารถแทรกซึมลงไปยังผิวหนังได้ดีกว่าการทาครีมทั่วซึ่งจะแทรกซึมได้แค่บริเวณผิวหนังชั้นบนเท่านั้น
  18. การฉีดเมโสลดรูขุมขน หรือ เมโสเทอราปี (Mesotherapy) อีกวิธีแก้รูขุมขนกว้าง เป็นการรักษาโดยใช้เข็มเล็ก ๆ ฉีดตัวยาเข้าไปในชั้นผิวตื้น ๆ และฉีดยาเข้าไปในผิวในระยะห่างกันไม่เกิน 1 เซนติเมตร โดยยาที่ฉีดเข้าไปจะเป็นสารต้านอนุมูลอิสระและวิตามิน หรืออาจเป็นตัวยาอื่น ๆ ที่มีคุณสมบัติในการช่วยกระตุ้นและฟื้นฟูเซลล์ผิวจากภายใน ซึ่งจะช่วยลดจุดด่างดำและริ้วรอย ทำให้รูขุมขนเล็กลง
    Mesotherapy
  19. ฉีดฟิลเลอร์ เป็นการฉีดสารไฮยาลูโรนิกแอซิด (Hyaluronic acid) ชนิดเดียวกับที่มีอยู่ในผิว (สารที่โอบอุ่มน้ำ) ให้ดูเติมเต็ม (ต้องใช้ตัว soft เท่านั้น) ทำให้ผิวแน่นขึ้น จึงช่วยกระชับรูขุมขนได้ผลดีมาก แต่ผลที่ได้จะไม่อยู่ถาวร (อยู่ได้ประมาณ 3-4 เดือน) เนื่องจากไม่ใช่ฟิลเลอร์แบบเดียวกับที่ใช้ฉีดจมูก แม้จะเป็นสารตัวเดียวกันก็ตาม
  20. ฉีดโบท็อกซ์กระชับรูขุมขน (Botox) หรือ การฉีดเมโสโบท็อกซ์ การฉีดโบท็อกซ์ก็ช่วยกระชับรูขุมขนได้ครับ ซึ่งหลาย ๆ คนอาจจะไม่รู้ แต่ผลลัพธ์ที่ได้อาจจะไม่มากนัก เพราะคาดว่าจะไปลดการกระตุ้นต่อมเหงื่อ พอการหลั่งของต่อมเหงื่อน้อยลง ผิวจะเกิดการคั่งของเหงื่อลดลง จึงทำให้รูขุมขนเล็กลงได้ โดยจะเห็นผลในสัปดาห์หลังการฉีด แต่ผลที่ได้จะไม่อยู่ถาวร และอาจต้องฉีดซ้ำทุก ๆ 3-5 เดือน
    โบท็อกซ์กระชับรูขุมขน
  21. เดอร์มาโรลเล่อร์ (Dermaroller) เป็นวิธีการรักษาโดยการทำให้เกิดหลุมเล็ก ๆ เพื่อให้ผิวหนังเกิดการสร้างคอลาเจนและปรับผิวให้ดีขึ้น ซึ่งจะช่วยทำให้ผิวเรียบเนียนขึ้น ช่วยลดริ้ว และช่วยกระชับรูขุมขนได้ ซึ่งก่อนทำคุณหมอจะทายาชาไว้ก่อนประมาณ 45-60 นาที จากนั้นจะใช้หัวเดอร์มาโรลเล่อร์ซึ่งจะประกอบไปด้วยเข็มขนาดเล็ก (198 เข็ม) กลิ้งไปบนผิวหน้าเพื่อให้เกิดแผลตามรูขุมขนเล็ก ๆ ทั่วทั้งใบหน้า (มองไม่เห็ฯรอยแผลจากเข็ม) และระหว่างทำจะมีการทาสารละลาย ยา หรือสารบำรุงต่าง ๆ เพื่อให้ซึมลงไปตามรูขุมขนด้วย (ซึ่งก็แล้วแต่สูตรของแต่ละคลินิก) โดยอาจต้องทำซ้ำประมาณ 4-5 ครั้งเพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจน
    Dermarollerเดอร์มาโรลเล่อร์
  22. การกรอผิวด้วยเกร็ดอัญมณี หรือ ไมโครเดอร์มาเบรชั่น (Microdermabrasion – MD) เป็นการกรอผิวหนังโดยใช้หลักการพ่นเกล็ดคริสตัลที่ทำด้วยผลึกอลูมิเนียมออไซด์ที่มีขนาดเล็กหรือเกล็ดของเพชร พร้อมแสง LED โดยอาศัยเครื่องที่ทำงานด้วยระบบสุญญากาศ ซึ่งจะได้ผลการรักษาที่ดีกว่าการกรอผิวแบบอื่น ๆ เพียงแต่ต้องอาศัยการทำอย่างต่อเนื่องเท่านั้น ซึ่งจะใช้เวลาทำครั้งละประมาณ 60 นาที โดยทั่วไปหลังการรักษาผิวหนังอาจมีรอยแดงเกิดขึ้นบ้าง แต่ไม่ถึงกับทำให้เกิดแผล โดยทั่วไปแล้วควรจะทำทุก ๆ 1-2 สัปดาห์อย่างต่อเนื่องประมาณ 6-10 ครั้ง ผลที่ตามมานอกจากจะช่วยทำให้รูขุมขนที่กว้างแคบลงอย่างเห็นได้ชัดแล้ว ยังช่วยรักษารอยดำจากฝ้า กระ ริ้วรอยเหี่ยวย่น รอยดำจากแผลต่าง ๆ รวมถึงรอยแผลเป็นและรอยบุ๋มก็ตื้นขึ้นอีกด้วย
    Microdermabrasionการกรอผิวด้วยเกร็ดอัญมณี
  23. การทำ IPL (Intense Pulse Light) เป็นการรักษารอยเหี่ยวย่น (Rejuvenation) โดยใช้แสงความเข้มข้นสูงที่มีความยาวคลื่น 530-600 nm ยิงเข้าไปเพื่อส่งความร้อนที่สามารถทำให้มีการสร้างคอลลาเจนชั้นผิวหนังแท้เพิ่มขึ้น ทำให้ริ้วรอยตื้น ๆ จางหายไป ทำให้รูขุมขนมีขนาดเล็กลงและกระชับขึ้น แต่ไม่ถึงกับเรียบสนิท แต่การรักษาด้วยวิธีจะต้องทำอย่างต่อเนื่องประมาณ 3-5 ครั้ง จึงจะเห็นผลชัดเจน และผลการรักษาจะอยู่เพียงระยะหนึ่งเท่านั้น จึงต้องมาทำซ้ำทุก ๆ 3-6 เดือน เพื่อให้ผลการรักษายังคงอยู่
    ไอพีแอลกระชับรูขุมขนIPL
  24. เลเซอร์กระชับรูขุมขน / คลื่นความถี่วิทยุ (RF) เช่น Erbium yag, Fraxel, E Matrix, Fractional CO2, Foracell ฯลฯ ซึ่งกำลังเป็นที่นิยม (เป็นวิธีทําให้รูขุมขนเล็กลงได้ที่ดีที่สุดในปัจจุบัน) ซึ่งนอกจากจะช่วยทำให้รูขุมขนเล็กลงได้แล้ว ยังช่วยทำให้ผิวหน้าโดยทั่วไปเรียบเนียนขึ้นมาอีกด้วย โดยทั่วไปจะเห็นผลตั้งแต่ครั้งแรกที่เข้ารับการรักษา ผลที่ได้จะไม่ถาวร และต้องทำซ้ำทุก ๆ 3-6 เดือน แต่การทำเลเซอร์คุณควรเลือกแพทย์ที่มีความชำนาญในการใช้เครื่องมือและมีเครื่องมือที่ทันสมัย (ปัจจุบันมีเครื่องหลายรุ่นแบบหลายแบบมากครับที่ช่วยกระชับรูขุมขนได้ และขึ้นอยู่กับเทคนิคการใช้ด้วย หมอแต่ละคนอาจใช้ไม่เหมือนกัน ซึ่งไว้ผมจะกล่าวถึงในบทความหน้าครับ)
    เลเซอร์กระชับรูขุมขน
  25. โฟโต้ชอบหรือโปรแกรมแต่งรูปต่าง ๆ วิธีนี้เหมาะกับทุกสภาพผิวและไม่มีข้อจำกัด 5555 ข้อดีคือใช้ง่ายและเห็นผลทันที ไม่เสียค่าใช้จ่าย รู้สึกดีที่ได้เห็นภาพหลังทำ แต่มีข้อเสียสำคัญคือ ผลลัพธ์จะยอดเยี่ยมแค่จากในรูป -_-“

หมายเหตุ : ภาพที่นำมาใช้ประกอบเป็นไปเพื่ออธิบายการทำงานของการรักษาแต่ละวิธีเท่านั้น (เผื่อบางคนอาจมองภาพไม่ออก) ส่วนผลลัพธ์ที่ได้ก็อาจไม่เป็นอย่างในรูป เพราะขึ้นอยู่กับหลาย ๆ ปัจจัย เช่น สภาพผิว เครื่องมือที่ใช้รักษา ความชำนาญของแพทย์ จำนวนครั้งการรักษา เป็นต้น

เรียบเรียงข้อมูลโดยเว็บไซต์เมดไทย (MedThai)

advertisement M33

แสดงความคิดเห็น
  • ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้องกับการโฆษณาจะไม่ได้รับการเผยแพร่ในทุกกรณี
  • ติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านแฟนเพจ
Recommended for you

Disclaimer : บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ โปรดอ่านเพิ่มเติมหน้านโยบายและเงื่อนไขการใช้งานเว็บไซต์

© 2013-2016 MedThai
All Right Reserved.