Sections 
Font size

 

 

การตรวจอัลตราซาวด์ช่องท้องส่วนบน / ส่วนล่าง (Ultrasound – Abdomen)

อัลตราซาวด์ช่องท้อง
IMAGE SOURCE : iStock
Font size

 

 

Sections 

การตรวจอัลตราซาวด์ช่องท้อง

การตรวจอัลตราซาวด์ช่องท้อง, การตรวจช่องท้องด้วยอัลตราซาวด์ หรือการตรวจอัลตราซาวด์อวัยวะช่องท้อง (Ultrasound – Abdomen) คือ การสร้างภาพอวัยวะภายในช่องท้องด้วยการใช้คลื่นเสียงความถี่สูง* เพื่อหาความผิดปกติของอวัยวะภายในช่องท้อง เพื่อช่วยในการวินิจฉัยโรค (เช่น สาเหตุของอาการปวดหรือแน่นท้อง) และประเมินภาวะของตับ ตับอ่อน ม้าม ถุงน้ำดี ไต ฯลฯ

หมายเหตุ : การสร้างภาพของเครื่องอัลตราซาวด์เป็นการใช้หลักการเดียวกับเครื่องโซนา (Sonar) ของระบบหาวัตถุใต้น้ำด้วยคลื่นเสียง เมื่อคลื่นเสียงกระทบกับวัตถุ (ในที่นี้คือเนื้อเยื่อหรืออวัยวะ) ก็จะสะท้อนกลับ ซึ่งเวลาของคลื่นสะท้อนจะทำให้ทราบได้ว่าวัตถุนั้นอยู่ใกล้ไกลเพียงใด มีรูปร่าง ขนาด และความหนาแน่นมากน้อยเพียงใด โดยคลื่นเสียงที่สะท้อนกลับมานี้จะถูกวัดและแสดงผลทันทีด้วยคอมพิวเตอร์ซึ่งจะสร้างภาพแบบเรียลไทม์บนจอภาพให้เห็นเป็นภาพเคลื่อนไหว

ข้อดีของการตรวจอัลตราซาวด์

  • เป็นการตรวจที่มีความปลอดภัยสูง เพราะปราศจากรังสี ไม่ต้องเข้าไปนอนอยู่ในอุโมงค์ แม้จะมีโลหะในตัวก็ไม่เป็นไร
  • การตรวจไม่ทำให้เจ็บ เพราะเป็นการตรวจแบบไม่เปิดผิวหนัง ไม่ใช่เข็มหรือต้องทำการฉีดยา
  • การตรวจทำได้ง่าย สะดวก รวดเร็ว การเตรียมตัวไม่ยุ่งยาก ใช้เวลาการตรวจในเวลาสั้น ๆ
  • การตรวจมีราคาถูก เพราะเป็นเครื่องตรวจที่มีใช้กันอย่างแพร่หลายและมีราคาถูกกว่าการตรวจชนิดอื่น ๆ
  • ช่วยให้เห็นภาพแม้ในขณะที่อวัยวะกำลังทำงานแบบเรียลไทม์ เช่น หัวใจกำลังเต้น พร้อมทั้งได้ยินเสียงการปั๊มเลือดของหัวใจไปด้วยพร้อมกัน
  • สามารถตรวจได้เกือบทุกอวัยวะในร่างกายที่เป็นเนื้อเยื่อ
  • สามารถใช้สนับสนุนการเจาะตัดชิ้นเนื้อหรือดูดของเหลวภายในร่างกายเพื่อนำไปตรวจ เช่น กรณี Needle Biopsy ต่อต่อมลูกหมาก

ข้อจำกัดของการตรวจอัลตราซาวด์

การใช้อัลตราซาวด์จะมีจุดอ่อนบางประการ กล่าวคือ คลื่นเสียงจะวิ่งผ่านทะลุตัวกลางที่เหมาะสมบางอย่างได้ดี เช่น น้ำ ของเหลว หรืออวัยวะที่อ่อนนุ่ม แต่คลื่นเสียงและคลื่นสะท้อนจะผ่านช่องว่างซึ่งเป็นโพรงที่มีอากาศหรือก๊าซหรือผ่านกระดูกได้ค่อนข้างยาก หรือผ่านสารตัวกลางเพื่อการตรวจด้วยวิธีอื่น เช่น สารแบเรียมมักไม่ได้ผล ด้วยเหตุนี้ ในวงการแพทย์จึงมีเครื่องตรวจชนิดอื่นที่สามารถช่วยชดเชยจุดอ่อนซึ่งกันและกันได้ เช่น การตรวจเอกซเรย์ ซีทีสแกน เอ็มอาร์ไอ

  • ให้ภาพซึ่งเห็นได้แต่เพียงรูปร่างและขนาดของอวัยวะสำคัญ โดยไม่อาจเห็นจุด ซึ่งเป็นถุงไขมันขนาดเล็กหรือจุดเริ่มต้นมะเร็งจุดเล็ก ๆ ได้
  • ไม่สามารถใช้ตรวจอวัยวะที่เป็นกระดูกหรือถูกกระดูกบังได้ เพราะกระดูกจะสะท้อนคลื่นกลับหมด จึงไม่สามารถทะลุทะลวงลงไปยังอวัยวะต่าง ๆ ได้
  • ไม่สามารถใช้ตรวจอวัยวะส่วนที่มีลมได้ เช่น ปอด กระเพาะอาหาร ลำไส้ เพราะอากาศจะไม่สะท้อนคลื่นสัญญาณกลับ จึงทำให้ไม่สามารถรับสัญญาณมาสร้างภาพได้
  • การตรวจในคนตัวใหญ่หรืออ้วนจะทำได้ยาก เนื่องจากเนื้อเยื่อที่มีปริมาณมากจะทำให้คลื่นอ่อนแรงและเป็นสาเหตุทำให้คลื่นที่สะท้อนกลับมายังหัวตรวจมีความแรงลดลงด้วย จึงทำให้เห็นภาพไม่ชัดเจน
ตรวจอัลตราซาวด์ช่องท้อง
IMAGE SOURCE : www.cancer.gov

การตรวจอัลตราซาวด์ช่องท้องส่วนบน

การตรวจอัลตราซาวด์ช่องท้องส่วนบน (Ultrasound Upper Abdomen หรือ Upper Adomen Ultrasonography) คือ การตรวจดูอวัยวะช่องท้องส่วนบน ได้แก่ ตับ, ตับอ่อน, ม้าม, ถุงน้ำดี, ท่อน้ำดี, ไต และช่องท้องทั่วไป ตลอดจนเส้นเลือดต่าง ๆ ว่ามีความผิดปกติหรือไม่ เช่น มีก้อนที่ผิดปกติ นิ่วที่ไต นิ่วที่ถุงน้ำดี ฯลฯ

การตรวจอัลตราซาวด์ช่องท้องส่วนล่าง

การตรวจอัลตราซาวด์ช่องท้องส่วนล่าง (Ultrasound Lower Abdomen) คือ การตรวจดูอวัยวะของช่องท้องส่วนล่าง ได้แก่ มดลูก, รังไข่ (หญิง), ต่อมลูกหมาก (ชาย), กระเพาะปัสสาวะ, ไส้ติ่ง และบริเวณช่องท้องส่วนล่างอื่นๆ ว่ามีความผิดปกติหรือไม่ เช่น ถุงน้ำในรังไข่, ก้อนเนื้อในมดลูก, ไส้ติ่งอักเสบ ฯลฯ ซึ่งการตรวจสามารถทำได้ 2 วิธี ดังนี้

  1. การตรวจโดยใช้หัวตรวจตรวจบริเวณผิวหน้าท้อง การตรวจด้วยวิธีนี้จะต้องตรวจในขณะที่ปวดปัสสาวะมากพอสมควร (ผู้เข้ารับการตรวจจึงสามารถดื่มน้ำเปล่าได้และต้องกลั้นปัสสาวะ) ทั้งนี้เป็นเพราะลมในลำไส้จะบังมดลูกและรังไข่ในผู้หญิงหรือบังต่อมลูกหมากในผู้ชาย ทำให้มองเห็นภาพอวัยวะได้ไม่ชัดเจน แต่เมื่อในกระเพาะปัสสาวะมีน้ำเต็ม น้ำปัสสาวะก็จะช่วยดันลำไส้ออกไป จึงทำให้เห็นมดลูก รังไข่ ต่อมลูกหมาก หรือนิ่วในกระเพาะปัสสาวะได้ เป็นต้น
  2. การตรวจโดยใส่หัวตรวจผ่านทางช่องคลอด การตรวจด้วยวิธีนี้ไม่ต้องรอให้ผู้รับการตรวจปวดปัสสาวะ และภาพที่ได้ก็มีความชัดเจนกว่า โดยเฉพาะการตรวจดูขนาดและปริมาณไข่สุกในรังไข่ แต่แพทย์จะทำการตรวจแบบนี้ให้ในเฉพาะสตรีที่แต่งงานแล้วเท่านั้น

การตรวจอัลตราซาวด์ช่องท้องส่วนบนและส่วนล่าง

การตรวจอัลตราซาวด์ช่องท้องส่วนบนและส่วนล่าง หรือการตรวจอัลตราซาวด์ช่องท้องทั้งหมด (Ultrasound Whole Abdomen) คือ การตรวจดูอวัยวะในช่องท้องทั้งหมด เช่น ตับ ตับอ่อน ม้าม ถุงน้ำดี ไต มดลูก รังไข่ ต่อมลูกหมาก กระเพาะปัสสาวะ ไส้ติ่ง ฯลฯ

ข้อบ่งชี้ของการตรวจอัลตราซาวด์ช่องท้อง

ข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ทีร่อาจใช้อัลตราซาวด์ในการตรวจภาพ ได้แก่

  • ใช้เพื่อตรวจสุขภาพโดยทั่วไปต่ออวัยวะภายในช่องท้องตามช่วงระยะเวลาหรือตามโปรแกรมที่โรงพยาบาลกำหนดว่าอยู่ในสภาพปกติดีหรือไม่
  • ใช้ตรวจเพื่อหาความผิดปกติใด ๆ ในขณะที่ผู้รับการตรวจยังมิได้มีอาการที่หากมิได้ตรวจพบและละเลยไว้อาจเกิดโรคร้ายแรงขึ้นได้ในภายหลัง เช่น นิ่วในไต นิ่วในถุงน้ำดี ก้อนเนื้อในตับ
  • ใช้ตรวจเพื่อยืนยันกับการตรวจอื่น ๆ ว่าพบก้อนเนื้อ และช่วยบอกได้ว่าก้อนเนื้อที่พบเป็นก้อนเนื้อประเภทใด เป็นส่วนของอวัยวะใด หรืออยู่ติดกับอวัยวะใด
  • ใช้ตรวจเมื่อผู้ป่วยมีอาการปวด ตึง หรือแน่นท้อง, มีการเพิ่มขนาดของอวัยวะในช่องท้อง, มีก้อนนิ่วในถุงน้ำดีหรือไต, หลอดเลือดแดงเอออร์ตาในช่องท้องโป่งพอง หรือผลเลือดตับผิดปกติ
  • ใช้ตรวจอย่างเจาะจงต่ออวัยวะใดอวัยวะหนึ่งที่สงสัย เพื่อการวินิจฉัยและการรักษา เช่น อาการปวดท้อง อาการเกิดโรคบางโรค ฯลฯ
  • ใช้เพื่อนำทางในการตัดเนื้อเยื่อที่อยู่ลึกในร่างกายไปตรวจได้แม่นยำมากขึ้น
  • ใช้ตรวจซ้ำเพื่อติดตามผล เนื่องจากความผิดปกติบางอย่างอาจต้องใช้เทคนิคพิเศษ หรือรูปจากมุมอื่น ๆ เพิ่มเติม หรือเพื่อเฝ้าดูการเปลี่ยนแปลงของความผิดปกตินั้น ๆ นอกจากนี้ยังเป็นวิธีที่ดีที่ช่วยประเมินประสิทธิภาพของการรักษาได้ด้วย ซึ่งแพทย์ผู้ดูแลจะเป็นผู้อธิบายเหตุผลในการตรวจอัลตราซาวด์ซ้ำเอง

การเตรียมตัวก่อนตรวจอัลตราซาวด์ช่องท้อง

เพื่อให้ผลการตรวจสมตามความมุ่งหมาย ในการได้ภาพที่ไร้ข้อบกพร่อง ในการนี้ ผู้รับการตรวจอาจได้รับคำแนะนำให้ปฏิบัติหรืองดเว้นการปฏิบัติดังนี้

  • ในมื้ออาหารเย็นก่อนวันตรวจในวันรุ่งขึ้น ควรรับประทานอาหารที่ไม่มีไขมัน (งดอาหารที่มีไขมัน)
  • ผู้เข้ารับการตรวจต้องงดอาหารและเครื่องดื่มทุกชนิดก่อนถึงเวลาตรวจประมาณ 8-12 ชั่วโมง (สามารถดื่มน้ำเปล่าได้) เพื่อหลีกเลี่ยงการสะสมก๊าซในลำไส้และทำให้ถุงน้ำดีหดตัว (การรับประทานอาหารจะทำให้ถุงน้ำดีหดตัว ซึ่งจะมีผลทำให้มองเห็นถุงน้ำดีได้ไม่ชัดเจน)
  • ผู้เข้ารับการตรวจไม่ควรนำของมีค่าใด ๆ (เช่น เครื่องประดับ) ติดตัวมาด้วย และควรสวมเสื้อผ้าหลวม ๆ สบายตัวเพื่อความสะดวกในการตรวจ (ควรแต่งกายด้วยชุดคนละท่อน และไม่สวมเสื้อชั้นในแบบเต็มตัวมาตรวจ)
  • ผู้เข้ารับการตรวจไม่ควรทาครีมและโลชั่นในส่วนที่ต้องมีการตรวจ เพราะอาจมีผลต่อภาพได้
  • การตรวจในบางจุดอาจต้องมีการดื่มน้ำมาก ๆ และกลั้นปัสสาวะเอาไว้จนปวดมาก ๆ จึงจะเข้าตรวจได้ ทั้งนี้ก็เพื่อให้รังสีแพทย์มองเห็นอวัยวะในช่องท้องได้อย่างชัดเจน สามารถตรวจและวินิจฉัยโรคได้อย่างละเอียด ถูกต้อง และรวดเร็ว
  • สำหรับการตรวจอัลตราซาวด์ส่วนล่าง ในกรณีที่แพทย์สงสัยว่าเป็นไส้ติ่งอักเสบ ห้ามผู้ป่วยดื่มน้ำและรับประทานอาหารทุกชนิด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์

ขั้นตอนการตรวจอัลตราซาวด์ช่องท้อง

การเข้ารับการตรวจอัลตราซาวด์ช่องท้องส่วนบนจะมีขั้นตอนง่าย ๆ ดังนี้

  • ผู้เข้ารับการตรวจจำเป็นต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดที่โรงพยาบาลเตรียมไว้ให้
  • ผู้เข้ารับการตรวจส่วนใหญ่จะถูกจัดให้อยู่ในท่านอนหงายบนเตียงที่จัดไว้ โดยเตียงอาจสามารถปรับเอียงหรือเคลื่อนไหวได้ และอาจถูกขอให้เอียงลำตัวไปด้านใดด้านหนึ่งเพื่อเพิ่มคุณภาพและความชัดเจนของภาพ
  • เมื่อนอนลงบนเตียงในท่าที่ถูกต้องแล้ว แพทย์หรือผู้ช่วยแพทย์จะทาเจลลงบนหน้าท้องส่วนบนหรือบริเวณที่ต้องการตรวจ (อาจทำให้รู้สึกเปียกและเย็นจากเจลที่ทา แต่ไม่ทำให้เจ็บปวดใด ๆ) ซึ่งเจลนี้จะช่วยให้หัวตรวจสัมผัสกับพื้นผิวของร่างกายได้อย่างเต็มที่และไม่มีอากาศมาแทรกระหว่างหัวตรวจกับผิวหนังได้
  • ต่อจากนั้นแพทย์จะใช้หัวตรวจซึ่งเป็นอุปกรณ์ปล่อยและรับคลื่นเสียง (Transducer) กดเคลื่อนไปมาตามผิวหนังในบริเวณที่แพทย์ต้องการจะจับภาพ ซึ่งภาพจะปรากฏที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ (โดยปกติแล้วการกดหัวตรวจลงไปบนร่างกายจะไม่ทำให้เกิดความเจ็บปวดหรือไม่สบายตัว แต่ถ้าเป็นบริเวณที่มีอาการเจ็บปวดอยู่แล้ว อาจทำให้รู้สึกแน่นหรือปวดเล็กน้อย ซึ่งท่านควรแจ้งแพทย์ให้ทราบว่าเจ็บบริเวณใด)
  • การตรวจมักจะเสร็จสิ้นภายในเวลา 30 นาที ซึ่งหลังจากการตรวจเสร็จสิ้นแล้ว ผู้ช่วยแพทย์จะทำการเช็ดเจลออกจากผิวหนัง (ถ้าเช็ดออกไม่หมดก็ไม่เป็นไร เพราะเจลมักแห้งเร็ว ไม่ทำให้เกิดรอยด่างบนเสื้อผ้า และไม่ทำให้สีของเสื้อผ้าผิดเพี้ยน) ขอให้สวมเสื้อผ้า และรอให้รังสีแพทย์ตรวจสอบภาพและออกผล
  • ผู้เข้ารับการตรวจสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติหลังการตรวจ รวมทั้งสามารถรับประทานอาหารได้ทันที
การตรวจอัลตราซาวด์ช่องท้องส่วนบน
IMAGE SOURCE : www.newhealthadvisor.com

การแปลผลตรวจอัลตราซาวด์ช่องท้อง

รังสีแพทย์จะเป็นผู้วิเคราะห์ภาพและส่งผลอ่านให้กับแพทย์ผู้ดูแลหลักที่ส่งตรวจ แล้วแพทย์ผู้ดูแลจะรวบรวมข้อมูลทุกอย่างและอธิบายผลตรวจให้ผู้รับการตรวจทราบ (ในบางกรณีรังสีแพทย์อาจให้ผู้รับการตรวจซักถามเกี่ยวกับผลตรวจเมื่อเสร็จสิ้นแล้วได้บ้างหากได้รับข้อมูลไม่เพียงพอ)

โดยการตรวจอัลตราซาวด์ช่องท้องส่วนบนและส่วนล่าง อาจช่วยให้พบความผิดปกติของบางอวัยวะได้ ไม่ว่าจะเป็นความผิดปกติของรูปร่างอวัยวะ ของเนื้อเยื่อ ของหลอดเลือด รวมทั้งการปรากฏตัวแปลก ๆ ของก้อนเนื้อ ติ่งเนื้อ (ซึ่งอาจจะเป็นก้อนมะเร็ง) ซึ่งหากมิได้ตรวจพบก่อนก็ย่อมก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพร้ายแรงในอนาคตขึ้นจากอวัยวะนั้น ๆ เช่น

อวัยวะที่เจาะจงตรวจในช่องท้องส่วนบนและล่าง สภาพปกติที่ควรตรวจพบ สภาพผิดปกติที่อาจเห็นได้จากการตรวจอัลตราซาวด์
ตับ รูปร่างและขนาดปกติ ตับอาจบวม อักเสบ
ตับอ่อน รูปร่างและขนาดปกติ ตับอ่อนอาจโตผิดปกติ หรืออาจมีปุ่มเนื้องอกที่น่าสงสัย
ม้าม รูปร่างและขนาดปกติ ม้ามอาจปริแตก (Ruptured)
ผนังถุงน้ำดี มีความหนาปกติ ผนังมีความหนาผิดปกติ หรือพบของเหลวอื่นในถุงน้ำดี (แสดงว่าถุงน้ำดีอาจอักเสบ)
ท่อน้ำดี มีขนาดปกติ อาจโตผิดปกติ (แสดงว่าน้ำดีไหลไม่สะดวก อาจมีเนื้องอกหรือนิ่วมาปิดกั้น)
นิ่วในถุงน้ำดี ไม่มี อาจพบมากหรือน้อย
ไต มีรูปร่างกายคล้ายถั่วและมีขนาดปกติ ไตอาจบวมผิดปกติ (แสดงว่าอาจมีการคั่งของปัสสาวะ), ท่อปัสสาวะจากไตอาจบวม ขยายใหญ่ขึ้น (แสดงว่ามีสิ่งอุดกั้นการไหลผ่านของปัสสาวะ), ตรวจพบนิ่วในไต (แต่นิ่วบางชนิดอาจไม่แสดงภาพให้เห็นได้จากอัลตราซาวด์)
หลอดเลือดเอออร์ตา (Aorta) เริ่มต้นออกมาจากหัวใจ ผนังหลอดเลือดปกติจะกลม ราบเรียบ มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน บางส่วนอาจพบว่ามีอาการบวมโป่งพอง (Aneurysm)
ถุง (Cyst) ในเนื้อเยื่อของทุกอวัยวะ ไม่มีถุง ปุ่ม หรือก้อนเนื้อแปลกปลอมใด ๆ ปรากฏให้เห็น ถุง (Cyst) ภายในอาจมีลม น้ำ ของเหลว หรือไขมัน, ปุ่มเนื้อ (Lump) เป็นก้อนแข็ง อาจเกิดมีทั้งภายในหรือภายนอกอวัยวะ, ผื่นหนาขึ้น (Abscess) แสดงถึงภาวะอักเสบของอวัยวะ โดยหากตรวจพบลักษณะผิดปกติทั้ง 3 อย่างนี้ แพทย์ผู้ตรวจจะแจ้งให้ทราบและหารือในเรื่องการรักษาต่อไป
การแปลผลตรวจอัลตราซาวด์ช่องท้อง
IMAGE SOURCE : lluultrasound.org
เอกสารอ้างอิง
  1. หนังสือฉลาดตรวจสุขภาพ ฉบับรู้ทันโรคถอย เล่ม 2. “การตรวจอัลตราซาวด์ช่องท้องส่วนบน (Ultrasound Upper Abdomen)”. (พอ.ประสาร เปรมะสกุล). หน้า 131-137.
  2. หนังสือฉลาดตรวจสุขภาพ ฉบับรู้ทันโรคถอย เล่ม 2. “การตรวจอัลตราซาวด์ช่องท้องส่วนบนและส่วนล่าง (Ultrasound Whole Abdomen)”. (พอ.ประสาร เปรมะสกุล). หน้า 139-141.
  3. Radiological Society of North America (RSNA).  “Ultrasound – Abdomen”.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก : www.radiologyinfo.org.  [04 พ.ค. 2018].

เรียบเรียงข้อมูลโดยเว็บไซต์เมดไทย (Medthai)

แสดงความคิดเห็น
เรื่องที่น่าสนใจ