Sections 
Font size

 

 

หูปากกา สรรพคุณและประโยชน์ของต้นหูปากกา (จิงจ้อ)

หูปากกา
หูปากกา
Font size

 

 

Sections 

หูปากกา

หูปากกา ชื่อสามัญ Sweet clock vine[2]

หูปากกา ชื่อวิทยาศาสตร์ Thunbergia fragrans Roxb. var. fragrans จัดอยู่ในวงศ์เหงือกปลาหมอ (ACANTHACEAE)[1],[2]

สมุนไพรหูปากกา มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า จิงจ้อ จิงจ้อเขาตาแป้น (สระบุรี) เป็นต้น[1],[2]

หมายเหตุ : ต้นหูปากกาที่กล่าวถึงในบทความนี้เป็นพืชคนละชนิดกันกับต้นหูปากกา ที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Thunbergia fragrans Roxb. var. vestita Nees หรือที่ทางภาคกลางเรียกว่า “หนามแน่ขาว

ลักษณะของหูปากกา

  • ต้นหูปากกา จัดเป็นไม้เถาเลื้อยพาดพันกับต้นไม้อื่น มีความยาวได้ประมาณ 1-3 เมตร เถามีลักษณะกลมเป็นสีเขียวอมน้ำตาล พบได้ตามพื้นป่าผลัดใบ[1]

ต้นหูปากกา

รูปหูปากกา

  • ใบหูปากกา ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงตรงข้ามกัน ลักษณะของใบเป็นรูปไข่แกมรูปใบหอก ขอบใบหยักตื้น ๆ ใบมีขนาดกว้างประมาณ 2-3 เซนติเมตร และยาวประมาณ 4-8 เซนติเมตร แผ่นใบบาง มีขนตามเส้นใบ ผิวใบด้านบนเรียบ ส่วนด้านล่างเรียบหรือมีขน[1],[2]

ใบหูปากกา

  • ดอกหูปากกา ออกดอกเดี่ยวตามซอกใบ ดอกเป็นสีขาว กลางดอกเป็นสีเหลือง ดอกมีกลิ่นหอม มีกลีบดอก 5 กลีบ ปลายกลีบดอกเว้าโคนเชื่อมติดกันเป็นรูปปากแตร ดอกมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2-3 เซนติเมตร ออกดอกในช่วงเดือนกรกฎาคม[1],[2]

รูปดอกหูปากกา

ดอกหูปากกา

  • ผลหูปากกา ผลมีลักษณะกลม ปลายผลเป็นจะงอยแหลมแข็ง ผลแห้งแตกออกได้[1]

ผลหูปากกา

สรรพคุณของหูปากกา

  • ทั้งต้นใช้ผสมกับต้นจันตาปะขาว นำมาต้มกับน้ำดื่มเป็นยาแก้อัมพฤกษ์ อัมพาต (ทั้งต้น)[1],[2]

ข้อมูลทางเภสัชวิทยาของหูปากกา

  • สารสกัดจากส่วนที่อยู่เหนือดินของต้นหูปากกาด้วยแอลกอฮอล์ไม่มีฤทธิ์แก้ปวด ลดอาการชัก หรือลดการบีบตัวของลำไส้[2]
เอกสารอ้างอิง
  1. หนังสือสมุนไพรในอุทยานแห่งชาติภาคเหนือ.  (พญ.เพ็ญนภา ทรัพย์เจริญ).  “หูปากกา”.  หน้า 193.
  2. หนังสือสมุนไพรพื้นบ้านล้านนา.  (ภาควิชาเภสัชพฤกษศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล).  “หูปากกา”.  หน้า 210.

ภาพประกอบ : www.flickr.com (by Mauricio Mercadante, Russell Cumming, Dr. Arup Kumar Banerjee, Tony Rodd, Dinesh Valke)

เรียบเรียงข้อมูลโดยเว็บไซต์เมดไทย (MedThai)

แสดงความคิดเห็น
เรื่องที่น่าสนใจ