Sections 
Font size

 

 

13 วิธีรักษาสิวผด ! หน้าเป็นสิวผดทําไงดี ?

สิวผด
สิวผด
Font size

 

 

Sections 

สิวผด

สิวผด (Acne estivalis) สิวประเภทนี้จะพบเห็นได้บ่อย ๆ มีลักษณะคล้ายผดผื่นเล็ก ๆ และแหลม มักจะดูเรียบหรือดีขึ้นในตอนเช้า และจะเห่อ ๆ ในช่วงตอนบ่าย

บางครั้งผื่นอาจมีลักษณะสีแดงและคันได้ หากล้างหน้าบ่อยมักจะเป็นมากขึ้น และยิ่งรักษาไม่ถูกต้องจะเป็นมากขึ้นกว่าเดิม ส่วนบริเวณที่พบได้บ่อย ๆ คือ บริเวณใบหน้า โดยเฉพาะหน้าผากและขมับ โดยมีทั้งประเภทอักเสบและไม่อักเสบ หลายคนที่มีปัญหาสิวผดซึ่งส่วนใหญ่จะขึ้นบริเวณใบหน้า หน้าผาก ช่วงอากาศร้อนสูงจะเห่อมากกว่าปกติ ส่วนช่วงเช้าจะไม่มีปรากฏหรือมีปรากฏน้อยกว่าช่วงบ่ายที่แดดแรง ๆ

สาเหตุการเกิดสิวผด

  1. สิวผดส่วนมากแล้วจะเกิดจากมลภาวะแสงแดดและความร้อน เพราะความร้อนและแสงแดดทำให้ต่อมเหงื่อไม่สามารถระบายเหงื่อออกได้หมด จนทำให้ต่อมเหงื่อตันแล้วเกิดเป็นตุ่มเล็ก ๆ เหมือนเป็นผด ด้วยเหตุนี้จึงทำให้สิวผดหายตัวไปในช่วงเช้าที่มีอากาศเย็น แต่เมื่อถึงเวลาเที่ยงที่อากาศกำลังร้อน สิวผดก็จะกลับมาเห่อบนใบหน้าอย่างร่าเริง ยิ่งสภาพอากาศในบ้านเราด้วยแล้วที่ร้อนกันทุกฤดู จึงทำให้หลีกเลี่ยงสิวชนิดนี้ได้ยาก
  2. เกิดจากยีสต์ที่มีชื่อว่า P. ovale สาเหตุการเกิดสิวผดที่มาจากยีสต์นั้นถือว่าเกี่ยวกันพันกับมลภาวะ เพราะในช่วงที่อากาศร้อน ต่อมไขมันของเราจะทำงานมากขึ้น ทำให้มีน้ำมันส่วนเกินอยู่บนใบหน้าจนกลายเป็นอาหารของยีสต์ เมื่อหนักเข้าก็จะเกิดการแบ่งตัวอย่างรวดเร็วจนทำให้เกิดสิวผดขึ้น เวลามองเผิน ๆ เรามักจะไม่เห็นสิวชนิดนี้ แต่ถ้าแสงและมุมได้ปุ๊บ ก็จะเห็นทันทีเลยว่าหน้าเรานั้นไม่ได้เรียบเนียนอย่างที่เข้าใจ จะบีบออกก็ไม่ได้ เผลอ ๆ บีบแล้วก็ไม่ค่อยมีอะไรออกมา ซ้ำยังทำให้อักเสบอีกด้วย
  3. มลพิษจากสิ่งแวดล้อม ทางน้ำ และอากาศ
  4. เกิดจากการแพ้น้ำหรือเหงื่อ
  5. ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่ฟองมากจนเกินไป หรือใช้ไม่เหมาะกับสภาพผิวของเรา
  6. การใช้น้ำอุ่นล้างหน้าเป็นประจำ
  7. การเช็ดถูหน้าบ่อย ๆ หรือการเช็ดถูหน้าแรง ๆ
  8. เครื่องสำอางบางประเภท หรืออุปกรณ์แต่งหน้าที่ไม่สะอาด
  9. นอนหลับหรือพักผ่อนน้อยจนเกินไป
  10. ภูมิคุ้มกันในร่างกายอ่อนแอหรือร่างกายไม่แข็งแรง

วิธีรักษาสิวผด

  1. ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมส่วนตัว หากต้องการป้องกันสิวทุกชนิดและยับยั้งไม่ให้มันลุกลาม ด้วยการฝึกตัวเองและยับยั้งห้ามใจไม่ไปรบกวนผิวหน้า เช่น การนวดหน้า ขัดหน้า เช็ดถูหน้า คุ้ย แคะ แกะเกาใบหน้าบ่อย ๆ เพราะบางคนเป็นสิวก็เกิดความกังวลและลูบไล้ใบหน้าอยู่บ่อย ๆ จนลืมไปว่ามือเราไม่สะอาด และอาจเป็นการไปกระตุ้นสิวที่มีอยู่แล้วให้ลุกลามมากยิ่งขึ้น
  2. ล้างหน้าอย่างถูกวิธี คุณไม่ควรล้างหน้าบ่อย ๆ เพราะธรรมชาติอย่างหนึ่งของสิวผดก็คือ เมื่อเรายิ่งล้างหน้าบ่อยก็ยิ่งเป็นการกระตุ้นการเกิดสิวผดให้รุนแรงยิ่งขึ้น ดังนั้นคุณควรล้างหน้าเฉพาะที่จำเป็น ไม่เกินวันละ 2-3 ครั้ง (ในระหว่างวันให้ล้างหน้าด้วยน้ำเปล่า) ไม่ควรใช้น้ำอุ่นในการล้างหน้า หลีกเลี่ยงการล้างหน้าด้วยสบู่ และหลังจากออกกำลังกายเสร็จก็ควรล้างหน้าทุกครั้ง เพื่อชำระล้างสิ่งสกปรก ความมันบนใบหน้า และแบคทีเรีย
  1. ดูแลตัวเองเป็นเรื่องสำคัญ ทำจิตใจให้แจ่มใส อย่าเครียดมากจนเกินไป เพราะความเครียดจะทำให้ต่อมไขมันทำงานหนัก พักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอ ไม่ควรนอนดึกมากจนเกินไป
  2. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ คุณควรหันมารับประทานผักและผลไม้ให้มากขึ้น พยายามเสริมแร่ธาตุอย่างสังกะสี (Zinc) เพื่อช่วยให้ผิวแข็งแรงขึ้น ดื่มน้ำให้มาก ๆ เพื่อช่วยปรับสมดุลของร่างกายภายในให้เย็นและชุ่มชื้น
  3. เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนต่อผิวหน้า เหมาะกับสภาพผิวของเรา ตั้งแต่ขั้นตอนการล้างหน้าจนถึงการบำรุงผิว ประเภทว่านหางจระเข้ โรสแมรี ฯลฯ หรือผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่มีสามารถขจัดแบคทีเรียอันเป็นสาเหตุของการเกิดสิว รวมไปถึงครีมกันแดดด้วย และที่สำคัญคือคุณต้องล้างออกให้สะอาดหมดจด เพราะไม่อย่างนั้นมันอาจจะก่อให้เกิดสิวอุดตันขึ้นมาได้
  4. หลีกเลี่ยงการใช้ครีมหรือยาที่ทำให้ผิวหน้าระคายเคืองมากขึ้น เช่น Retinoic acid, Benzoyel peroxide AHA, BHA เป็นต้น
  5. หลีกเลี่ยงแสงแดด และใช้ครีมกันแดดทุกครั้งเมื่อออกจากบ้าน โดยเลือกใช้ครีมกันแดดที่มีความมันน้อย ๆ เช่น กันแดดที่มีค่า SPF 15 PA+++
  6. ยาคีโตโคนาโซล (Ketoconazole) สำหรับสิวผดที่เกิดจากเชื้อยีสต์ แพทย์อาจให้ยาคีโตโคนาโซลมาทา แต่ต้องเป็นการใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์
    ยารักษาสิวผด
  7. ยาอะดาพาลีน (Adapalene) เลือกใช้กลุ่มผลิตภัณฑ์เรตินอยด์ (Retinoids) ประเภทอะดาพาลีนอย่างยา “ดิฟเฟอริน” นำมาใช้ทาก่อนนอน เพื่อให้สิวผดมันผุดขึ้นมามีหัวสิว แล้วค่อยกำจัดออกภายหลัง
    ยาอะดาพาลีน
  8. ทำเลเซอร์ สำหรับคนใจร้อน รอไม่ไหวก็อาจใช้วิธีเร่งด่วนมากอย่างการทำเลเซอร์ ซึ่งวิธีนี้อาจทิ้งรอยดำไว้บนใบหน้า ซึ่งคนที่เลือกวิธีนี้จะต้องดูแลรักษร่องรอยเหล่านั้นกันไป ในปัจจุบันจะมีคนเลือกรักษาด้วยเลเซอร์กันเยอะ เพราะมันสามารถกำจัดสิวอุดตันได้ด้วย แถมทำครั้งเดียวก็กำจัดได้ทั่วใบหน้า อีกทั้งในปัจจุบันนี้ก็มีครีมลบเลือนรอยดำต่าง ๆ ก็มีประสิทธิภาพสูงมาก มันจึงทำให้วิธีนี้ได้รับความนิยมในกลุ่มคนที่เป็นสิวผด ถ้าคุณสนใจก็ลองไปปรึกษาแพทย์เพื่อเชี่ยวชาญเพิ่มเติมดูนะครับ
  9. ปรึกษาแพทย์ผิวหนัง หากคุณต้องการป้องกันการเกิดสิวผดอย่างถาวร คงต้องปรึกษาแพทย์แล้วล่ะ เพื่อช่วยหาสาเหตุ แนวทางการป้องกัน และวิธีรักษาสิวผดอย่างถูกต้อง ที่สำคัญก็คือไม่ควรซื้อยามารับประทานหรือรักษาเอง เพราะอาจทำให้เป็นมากขึ้น เนื่องจากยารักษาสิวส่วนมากมักมีส่วนผสมของสเตียรอยด์
  10. สูตรมะนาว ผงพิเศษตราร่มชูชีพ และแป้งโยคี สูตรนี้เป็นสูตรที่สามารถใช้ได้ทั้งใบหน้าและลำตัว เพราะนอกจากจะช่วยให้สิวแห้งแล้วยังช่วยลดรอยด่างดำที่เกิดจากสิวได้ด้วย เหมาะกับผู้มีผิวมันและผิวผสม ระยะเวลาในการเห็นผลอยู่ที่ประมาณ 1 เดือนครึ่ง หากคุณทำอย่างต่อเนื่องก็จะเห็นผลความชัดเจนได้ใน 4-5 เดือน โดยให้ทำทุก ๆ วัน ใช้ส่วนผสมเพียง 3 อย่าง คือ น้ำมะนาวครึ่งลูก ผงพิเศษตราร่มชูชีพ และแป้งโยคี นำมาผสมให้ไม่เหลวและไม่ข้นจนเกินไป (พอทาติดหน้าได้) แล้วให้ทาหน้าทิ้งไว้ทั้งคืน สำหรับสูตรนี้มะนาวจะรับหน้าที่เป็นพระเอก เนื่องจากมี AHA ที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออก จึงช่วยทำให้รูขุมขนสะอาด และช่วยให้จุดด่างดำจางลงด้วย (@3d_dd)
    วิธีรักษาสิวผด
  11. สูตรผงหอมศรีจันทร์ผสมโยเกิร์ต อีกวิธีรักษาสิวผดแบบธรรมชาติ ผงหอมศรีจันทร์เป็นแป้งที่โด่งดังในเรื่องของสรรพคุณที่ช่วยรักษาสิวผด ดังนั้นมันจึงถูกนำมาใช้ผสมกับครีมบำรุงผิวบ้าง น้ำเปล่าบ้าง และน้ำมันนาวก็มี แต่ส่วนผสมที่ทำให้เราทาได้ง่ายโดยที่ไม่อุดตันรูขุมขนก็คือโยเกิร์ต วิธีการก็ง่ายเพียงแค่คุณใช้โยเกิร์ตธรรมชาติ 3 ช้อนโต๊ะ ต่อผงหอมศรีจันทร์ 1 ช้อนโต๊ะ ผสมให้เข้ากันแล้วนำมาพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที เสร็จแล้วก็ล้างออกให้สะอาด เพื่อป้องกันสิ่งอุดตัน สูตรนี้เราสามารถทำได้ทุกวัน ส่วนผู้ที่มีผิวแห้งอาจจะลองทำอาทิตย์ละ 2 ครั้งก่อนก็ได้เพื่อไม่ให้หน้าแห้งตึงมากจนเกินไป แล้วก็ลองเพิ่มจำนวนครั้งให้มากขึ้นให้เหมาะสมกับตัวเอง รับรองได้เลยว่าสูตรนี้จะช่วยทำให้หน้าของคุณกระจ่างใสขึ้น ช่วยรักษาสิวผด และช่วยลดความมันบนใบหน้าได้ด้วย
    รักษาสิวผด

อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่มีปัญหาสิวเกิดขึ้นได้ง่ายบนใบหน้า รักษาอย่างไรก็ยังกลับมาเป็นอีก ขอแนะนำว่าอย่าเพิ่งท้อ ให้คุณค่อย ๆ รักษาและป้องกันควบคู่กันไป อย่างน้อยก็ช่วยลดการเกิดสิวได้ในระดับนึง โปรดจำไว้ว่า ถึงจะเป็นสิว แต่เป็นแล้วมันก็หายได้ ไม่มีอะไรยากเกิดความพยายามของเราอย่างแน่นอน

เรียบเรียงข้อมูลโดยเว็บไซต์เมดไทย (MedThai)

แสดงความคิดเห็น
เรื่องที่น่าสนใจ