5 สรรพคุณและประโยชน์ของว่านท้องใบม่วง ! (ว่านใบม่วง)

ว่านท้องใบม่วง
ว่านท้องใบม่วง
Font size

 

 

Sections 
advertisement

ว่านท้องใบม่วง

ว่านท้องใบม่วง ชื่อวิทยาศาสตร์ Gynura bicolor (Roxb. ex Willd.) DC. จัดอยู่ในวงศ์ทานตะวัน (ASTERACEAE หรือ COMPOSITAE)[1]

สมุนไพรว่านท้องใบม่วง มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า ว่านใบม่วง (ไทย), หย่าเลี้ยะ (ม้ง) เป็นต้น[2]

ลักษณะของว่านท้องใบม่วง

  • ต้นว่านท้องใบม่วง จัดเป็นไม้ล้มลุก ลำต้นมีลักษณะอวบน้ำ มีความสูงได้ประมาณ 20-40 เซนติเมตร[1]

ต้นว่านท้องใบม่วง

  • ใบว่านท้องใบม่วง ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ ลักษณะของใบเป็นรูปไข่กลับหรือรูปใบหอกกลับ ขอบใบหยัก ใบมีขนาดกว้างประมาณ 2-4 เซนติเมตร และยาวประมาณ 5-10 เซนติเมตร แผ่นใบเป็นสีเขียวเข้มมีขนทั้งสองด้าน ท้องใบเป็นสีม่วงแดง[1]

ใบว่านท้องใบม่วง

  • ดอกว่านท้องใบม่วง ออกดอกเดี่ยว ๆ เป็นช่อกระจุกแน่น หรือออกเป็นกลุ่ม ๆ ดอกย่อยเป็นสีเหลือง[1]

ดอกว่านท้องใบม่วง

  • ผลว่านท้องใบม่วง ผลเป็นผลแห้งไม่แตก ผิวผลมีหลายสัน[1]

สรรพคุณของว่านท้องใบม่วง

  1. ตำรับยาพื้นบ้านล้านนาจะใช้ใบว่านท้องใบม่วงนำมาต้มกับไก่กินเป็นยาบำรุงกำลัง (ใบ)[1]
  2. รากใช้ต้มกับน้ำดื่มเป็นยาแก้อาหารเป็นพิษ (ราก)[2]
  3. รากใช้ต้มกับน้ำดื่มเป็นยาแก้อาการปวดท้องหลังการคลอดบุตรของสตรี (ราก)[2]
  4. ใบหรือยอดนำมาต้มกับไก่เป็นยาแก้อาการปวดเมื่อยตามร่างกาย (ใบ)[2]

ประโยชน์ของว่านท้องใบม่วง

  • ใบหรือยอดสามารถนำมาใช้ปรุงเป็นอาหารรับประทานได้

รูปว่านท้องใบม่วง

References
  1. หนังสือสมุนไพรพื้นบ้านล้านนา.  (ภาควิชาเภสัชพฤกษศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล).  “ว่านท้องใบม่วง”.  หน้า 122.
  2. โครงการเผยแพร่ข้อมูลทรัพยากรชีวภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่นบนพื้นที่สูง, สถาบันวิจัยและพัฒนาที่สูง (องค์กรมหาชน).  “ว่านท้องใบม่วง”.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก : eherb.hrdi.or.th.  [25 ต.ค. 2014].

ภาพประกอบ : www.flickr.com (by Forest and Kim Starr)

เรียบเรียงข้อมูลโดยเว็บไซต์เมดไทย (MedThai)

advertisement

5 สรรพคุณและประโยชน์ของว่านท้องใบม่วง ! (ว่านใบม่วง)