Sections 
Font size

 

 

วิธีทําให้หน้าเรียว 16 วิธี ! (ทำหน้าเรียวอย่างเห็นผลปลอดภัย 100%)

Font size

 

 

Sections 

วิธีทำให้หน้าเรียวอย่างปลอดภัยด้วยวิธีการต่าง ๆ ที่รวบรวมมาให้ท่านผู้อ่านพิจารณา พร้อมทั้งคำแนะนำทั้งข้อดีและข้อเสียของแต่ละวิธี ว่าวิธีไหนเหมาะกับคุณและวิธีไหนไม่เหมาะกับคุณ

ปัญหาหน้าใหญ่ หน้าบาน กรามใหญ่ คงเป็นปัญหาสำหรับหนุ่ม ๆ และสาว ๆ หลายคน โดยเฉพาะสาว ๆ ที่มีปัญหาเหล่านี้ก็มักจะขาดความเชื่อมั่นในตัวเอง ไม่ว่าปัญหานี้จะเป็นมาตั้งแต่เด็กหรือเพิ่งมาเป็นในช่วงตอนเป็นหนุ่มเป็นสาว ซึ่งปัญหาเหล่านี้สามารถแก้ไขได้อย่างแน่นอน ขอแค่คุณเลือกให้ถูกวิธี เพราะปัญหาหน้าใหญ่ หน้าบานนั้นมันมีอยู่ด้วยกันหลายกรณี ซึ่งแน่นอนว่าการรักษานั้นก็ต้องแตกต่างกันออกไปอย่างแน่นอน

เช่น หน้าบวมหรือมีอาการบวมน้ำซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากการรับประทานอาหาร หรือแก้มบวมเพราะมีไขมันสะสมมาก หรือกรามใหญ่เพราะกล้ามเนื้อ เกิดจากการใช้งานกล้ามเนื้อส่วนนี้มาอย่างยาวนาน เช่น การเคี้ยวอาหารที่เคี้ยวยาก ๆ เช่น เนื้อสัตว์ปลาหมึก หมากฝรั่ง หรือเป็นคนกระดูกขากรรไกรใหญ่มาตั้งแต่เด็ก ทีนี้เรามาดูวิธีทําให้หน้าเรียวกันดีกว่า

วิธีทำให้หน้าเรียว

  1. โบท็อกหน้าเรียวการฉีดโบท็อกซ์ (Botox) หรือสาร Botulinum Toxin ลดกรามปรับรูปหน้าให้เรียวเล็ก ก็เป็นอีกวิธีที่ค่อนข้างได้ผลดีอย่างมากและปลอดภัย แต่มีข้อเสียคือหลังจากฉีดแล้วฤทธิ์ของยาจะอยู่ได้ประมาณ 6-8 เดือนซึ่งขึ้นอยู่กับการดูแลของแต่ละบุคคลด้วย และมีค่าใช้จ่ายที่ค่อยข้างแพง ตั้งแต่ 3,000 - 40,000 บาท ทั้งนี้ราคาจะขึ้นอยู่กับคุณภาพของตัวยาที่ใช้ฉีด ประสบการณ์ของแพทย์ และสถานที่เป็นหลัก เมื่อฉีดไปแล้วประมาณ 2-3 อาทิตย์ก็จะค่อย ๆเห็นผลชัดเจนยิ่งขึ้น ลองถ่ายรูปก่อนและหลังฉีดของคุณไว้เป็นตัวอย่างก็ได้แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะฉีดโบท๊อกซ์แล้วหน้าเรียวเสมอไป เพราะวิธีนี้จะได้ผลกับผู้ที่มีกรามใหญ่เพราะกล้ามเนื้อเท่านั้น เมื่อคุณลองกัดฟันแล้วลองจับบริเวณกรามของคุณก็จะรู้ว่าคุณมีกล้ามเนื้อกรามหรือไม่ และมัดใหญ่แค่ไหน คุณเคยสังเกตหรือไม่ตอนเด็ก ๆ หน้าเรียวทำไมโตขึ้นกรามถึงใหญ่ หน้าก็เหลี่ยม เนี่ยแหละที่เค้าเรียกว่ากรามใหญ่เพราะกล้ามเนื้อ สาเหตุหลัก ๆ ก็มาจากการใช้กล้ามเนื้อบริเวณกรามมากเกินไปเช่น เคี้ยวหมากฝรั่ง เคี้ยวอาหารอย่างปลาหมึกหรือเนื้อเป็นประจำ หรือมักนอนกัดฟัน สบฟันไม่สนิท เหล่านี้ก็คือเป็นสาเหตุทำให้กล้ามเนื้อบริเวณนี้ใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ จนคุณไม่ทันรู้ตัวนั่นเอง สำหรับหลักการทำงานของการฉีดสาร Botox นั้นก็คือ เมื่อฉีดเข้าไปแล้ว สารนี้จะไปทำให้กล้ามเนื้อที่เป็นมัด ๆ ของคุณคลายตัวลง ยกตัวอย่างง่าย ๆ เหมือนนักกีฬาเพาะกล้ามที่กล้ามใหญ่ ๆ พอไม่ได้ออกกำลังกายนาน ๆ กล้ามเนื้อก็จะลีบแบนไปเองนั่นเอง แต่ถ้าคุณหน้าไม่เรียวเพราะไขมันหรือกรามใหญ่เพราะกระดูกวิธีนี้ก็ใช้ไม่ได้ผล ต้องรักษาด้วยวิธีอื่น

  1. ร้อยไหมปรับหน้าเรียว ช่วยยกกระชับหน้า เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหน้าหย่อนคล้อยเป็นหลัก ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยทำให้หน้าของคุณเรียวเล็กขึ้นมาได้แต่ไม่มากเท่า Botox ซึ่งจะช่วยทำให้ผิวหน้าที่หย่อนคล้อยค่อย ๆกระชับยิ่งขึ้น ไม่จำเป็นต้อใช้เวลาพักฟื้นหรือใช้เวลาพักฟื้นน้อย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความชำนาญของแพทย์ด้วยส่วนราคาก็จะอยู่ที่หลักหมื่นขึ้นไป
  2. ผ่าตัดกรามหรือเหลากราม เพื่อปรับรูปหน้า เหมาะสำหรับผู้ที่มีกรามใหญ่หรือมีกระดูกขากรรไกรใหญ่มาแต่กำเนิด ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะทำให้ใบหน้าของคุณเปลี่ยนเป็นรูปทรงได้ในแบบที่คุณต้องการ ซึ่งจะทำให้หน้าดูแคบและเรียวขึ้น การผ่าตัดนั้นก็มีอยู่ด้วย 2 วิธีนั่นก็คือ การผ่าตัดจากภายนอกช่องปากและภายในช่องปาก โดยการตัดแต่งกรามนี้ไม่ใช่การเลื่อนกรามและไม่จำเป็นต้องจัดฟันร่วมแต่อย่างใด และมีวิธีการทำง่ายไม่ซับซ้อน ใช้เวลาพักฟื้นไม่นานนัก แต่วิธีนี้คุณต้องแน่ใจจริง ๆ ว่ากรามคุณใหญ่เพราะกระดูกขากรรไกรจริง ๆ ไม่ใช่ใหญ่เพราะกล้ามเนื้อ เพราะถ้าใหญ่จากกล้ามเนื้อแนะนำให้ฉีด Botox จะดีกว่า ถ้าคุณไม่แน่ใจก็ควรไปพบแพทย์เพื่อประเมินว่ากรามคุณใหญ่เพราะอะไร และควรใช้วิธีไหนในการรักษาจะดีที่สุด สำหรับราคาก็อยู่ที่ประมาณ 4-8 หมื่นบาท
  3. ศัลยกรรมปรับแต่งกระดูก แก้ปัญหาโหนกแก้มสูงใหญ่ ปัญหาหน้าบานหรือหน้าตอบ แต่มันก็มีข้อเสียคือถ้าหากปรับแต่งไปแล้วเราเกิดไม่ชอบจะกลับไปเปลี่ยนแปลงให้เป็นแบบเดิมมันก็คงไม่ได้ ต้องเลือกหมอศัลยกรรมที่เก่งและเข้าใจสรีระโครงสร้างของใบหน้าคุณเป็นอย่างดี
  4. บริหารหน้าเรียวฉีดแฟตแก้มหรือเมโสแฟต บริหารหน้าเรียวบริเวณแก้ม เหมาะสำหรับผู้แก้มใหญ่ หน้ากลมเพราะมีไขมันส่วนเกินบริเวณแก้ม สำหรับการฉีดก็จะช่วยกำจัดไขมันส่วนเกินเฉพาะจุดที่ไม่ต้องการ อย่างบริเวณแก้มก็ช่วยปรับรูปหน้าให้เรียวขึ้นได้เหมือนกัน และต้องฉีดทุกอาทิตย์ ซึ่งผลที่ได้อาจจะช้า และมีผลข้างเคียงมาก มีอาการเจ็บในตอนฉีด และมีรอยฟกช้ำบ้างหลังการฉีด ทั้งนี้ก็แล้วแต่ตัวยาที่ใช้ สำหรับราคาก็ประมาณ 1,000 บาทขึ้นไป
  5. ฟิลเลอร์เสริมคาง อีกวิธีหนึ่งที่ช่วยทำให้หน้าคุณเรียวยาวขึ้นได้ แต่ทั้งนี้ก็ต้องดูเป็นคน ๆ ไปว่าถ้าหากฉีดฟิลเลอร์บริเวณคางเพิ่มขึ้นมาแล้วจะเหมาะสมหรือไม่ หลังจากฉีดประมาณ 10-12 เดือนก็จะค่อย ๆ สลายไปเองถ้าเป็นฟิลเลอร์เกรดดี แต่ถ้าเป็นของไม่มีคุณภาพ ฉีดไปแล้วไม่สลายก็ถือว่าอันตรายมากเลยทีเดียว
  6. RF หรือ Radio Frequency ใช้หลักการของคลื่นเสียง ก็เป็นอีกวิธีที่จะช่วยให้ผิวหน้าของคุณดูเรียบตึงขึ้นได้ เพราะช่วยขจัดเซลลูไลต์และไขมันที่สะสม แต่การทำต้องทำอย่างสม่ำเสมอและใช้ระยะเวลาประมาณ 6 เดือน ซึ่งผลพลอยได้ก็คือมันอาจจะช่วยทำให้หน้าคนบางคนดูหน้าเรียวกระชับขึ้นมาได้นั่นเอง
  7. ครีมหน้าเรียว ข้อเท็จจริงก็คือมันแค่ช่วยให้ผิวหน้าคุณดูกระชับกว่าเดิมเท่านั้น ไม่ได้หมายความว่าถ้าคุณกรามใหญ่ หน้าเหลี่ยม หน้าบานแล้วมันจะช่วยได้ ถ้าโฆษณาว่าเห็นผลชัดเจนภายใน 3 วัน 7 วัน แบบไม่ต้องพึ่งศัลยกรรม ต้องบอกว่าเป็นการโอ้อวดโฆษณาเกินจริง อันนี้แล้วแต่วิจารณญาณ ถ้าครีมดังกล่าวผสมสารโฟโตชอปลงไปด้วยมันก็เป็นไปได้แน่นอนว่าจะหน้าเรียวขึ้นอย่างชัดเจน
  8. วิธีทำให้หน้าเรียวการจัดฟันหรือดัดฟัน วิธีทำให้หน้าเรียวสำหรับบางคนก็ช่วยทำให้รูปหน้าเรียวเล็กลงได้ แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะได้ผล ถ้ารูปหน้าหรือกรามใหญ่เพราะเกิดจากฟัน และเมื่อจัดฟันก็มีการถอนฟันไปหลายซี่ รูปหน้าก็จะเล็กลงได้เช่นกัน แต่ในทางการแพทย์ไม่แนะนำให้จัดฟันเพื่อต้องการให้หน้าเรียวเล็ก ถ้าคุณไม่มีปัญหาเกี่ยวกับฟันจริง ๆ แนะนำวิธีอื่นจะดีกว่า สำหรับราคาก็จะอยู่ที่ประมาณ 3-5 หมื่นบาท
  9. ปรับแต่งทรงผม ก็ช่วยอำพรางใบหน้าของคุณให้เรียวเล็กขึ้นได้เหมือนกัน เช่น ผมแสกข้างจะช่วยลดความกลมของใบหน้าได้ หรือการสไลซ์ด้านข้างให้เป็นเลเยอร์ก็ช่วยทำให้หน้าเรียวได้เหมือนกัน และไม่ควรไว้ผมทรงที่สั้นจนเกินไป เป็นต้น อันนี้ก็ต้องไปศึกษากันอีกที ลองถามช่างตัดผมดูก็ได้เพราะมันจะช่วยทำให้หน้าคุณดูเรียวขึ้นจริง ๆ และถ้ามีเทคนิคเดี๋ยวเราจะมาอัพเดตให้อ่านกันอีกครั้ง
  10. ทําหน้าเรียวลูกกลิ้งนวดหน้าเรียว ทําหน้าเรียวก็มีหลายเกรดหลายยี่ห้อ ตั้งแต่แบบเป็นพลาสติกไปจนถึงโลหะที่เป็นอลูมิเนียม เซรามิก ถ้าหากทำเป็นประจำทุก ๆ วัน วันละ 15 นาทีก็จะช่วยให้รูปหน้าของคุณดูเรียวขึ้นมาได้เหมือนกัน (อันนี้ไม่เคยลอง) แต่หลายคนบ่นมาเหมือนกันว่าไม่ได้ผล ปวดเมื่อยกรามเปล่า ๆ แถมสิวขึ้นอีกต่างหาก อันนี้ก็แล้วแต่วิจารณญาณ
  11. การบริหารกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้า เพื่อช่วยให้ใบหน้าของคุณกระชับยิ่งขึ้นหากทำเป็นประจำ เช่น
    • การอมลมที่แก้มทีละข้างให้ป่องแล้วสลับกันไปมา
    • การทำปากจู๋ค้างไว้ประมาณ 5 วินาที
    • การฉีกยิ้มทีละข้างซ้ายทีขวาทีและพยายามยกมุมปากให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และ
    • อีกวิธีฉีกยิ้มให้กว้าง ๆ เพื่อให้กล้ามเนื้อตึงตัวแล้วพูดคำว่า อา อี อู เอ โอ ยาว ๆ
  12. ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหาร เช่น เลิกรับประทานขนมขบเคี้ยว หมากฝรั่ง เนื้อสัตว์ที่เคี้ยวยาก ๆ เพราะมันเป็นสาเหตุใหญ่ที่ทำให้กรามคุณใหญ่ขึ้น แล้วหันมารับประทานผักผลไม้เป็นประจำ
  13. ลดละเลิกการดื่มแอลกฮอฮอล์และอาหารที่มีรสเค็ม เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการบวมหน้า ซึ่งจะทำให้หน้าคุณบวมเป็นซาลาเปาได้นั่นเอง
  14. ออกกำลังกายเป็นประจำและควบคุมอาหารไปด้วย ก็เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่จะทำให้ผู้ที่หน้าใหญ่เพราะมีไขมันสะสมบริเวณใบหน้า ไขมันจะได้ลดน้อยลงไปบ้าง และที่สำคัญยังทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใส ดูไม่เหี่ยวย่น แลดูกระชับฟิตเฟิร์มขึ้นนั่นเอง
  15. นวดหน้าเรียว ด้วยการ
    • นวดหน้าเรียวเริ่มจากการบริหารกล้ามเนื้อหน้าผาก ด้วยการใช้นิ้วนางและกลาง เริ่มจากกึ่งกลางหน้าผากแล้วนวดวนขึ้นเป็นแนวขดลวด ขึ้นหนักลงเบา โดยนวดจนถึงบริเวณขมับ 6 จังหวะ ทำซ้ำแบบนี้ 3 ครั้ง และครั้งสุดท้ายให้กดจุดที่ขมับเพื่อช่วยผ่อนคลาย
    • สำหรับบริเวณรอบดวงตาและยกกระชับริมฝีปาก ให้ใช้นิ้วนางและกลางนวดเบา ๆ ตรงใต้ตา โดยเริ่มจากแนวโครงกระดูกเบ้าตาล่าง แล้ววนไปวนมาเบา ๆ นับเป็นหนึ่งครั้ง และทำซ้ำแบบนี้ 3 ครั้ง หลังจากนั้นให้เริ่มนวดจากบริเวณใต้โพรงจมูกลูบออกไปด้านข้างในลักษณะยกผิวขึ้น ลูบไปมา 3 ครั้งแล้วเลื่อนนิ้วลงมาบริเวณใต้ริมฝีปากล่าง แล้วลูบออกตามแนวริมฝีปากในลักษณะยกขึ้น และทำแบบนี้ 3 ครั้ง
    • ยกกระชับผิวกล้ามเนื้อบริเวณแก้ม ให้ใช้ปลายนิ้วทั้งสองข้างนวดจากบริเวณมุมปากในลักษณะยกผิวขึ้นเป็นมุมกว้าง แล้วค้างไว้ประมาณ 4-5 วินาที แล้วค่อยลูบลง ทำแบบนี้ 3 ครั้ง
    • ยกกระชับผิวบริเวณมุมปาก ด้วยการใช้ปลายนิ้วทั้งสองข้างนวดจากบริเวณกึ่งกลางคางขึ้นไปที่ตรงบริเวณมุมปากในลักษณะยกขึ้น ทำแบบนี้ 3 ครั้ง
    • ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดบริเวณรอบดวงตา ด้วยการใช้นิ้วนางและกลางกดบริเวณหัวตาทั้งสองข้างเบา ๆ ประมาณ 3 วินาทีแล้วลูบผ่านเปลือกตาและวนรอบดวงตาแล้วกลับมากดที่หัวตา ทำแบบนี้ 3 ครั้ง และครั้งสุดท้ายให้ลูบผ่านเปลือกตาไปกดจุดที่บริเวณขมับ เป็นอันเสร็จ และควรทำเป็นประจำสม่ำเสมอทุก ๆ วัน

เรียบเรียงข้อมูลโดยเว็บไซต์เมดไทย (Medthai)

แสดงความคิดเห็น
เรื่องที่น่าสนใจ