หัวข้อย่อย 
ปรับขนาดฟอนต์

 

 

รีวิว 8 วิตามินอาหารเสริมบำรุงสายตา เลือกซื้อยี่ห้อไหนดี ? (2022)

IMAGE SOURCE : Medthai
IMAGE SOURCE : Medthai
ปรับขนาดฟอนต์

 

 

หัวข้อย่อย 

วิตามินบำรุงสายตา

         วิตามินบำรุงสายตา หรือ อาหารเสริมบำรุงสายตา คือ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีส่วนประกอบสำคัญเป็นสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อดวงตาที่กำลังได้รับความนิยม โดยสารอาหารหลัก ๆ ที่มักมีในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ก็มักจะมีสารอาหารใดสารอาหารหนึ่งดังต่อไปนี้ หรือมีหลายสารอาหารผสมร่วมกันก็ได้ แตกต่างกันไปตามสูตรของผู้ผลิตแต่ละเจ้า ได้แก่ แอสต้าแซนธิน, สารสกัดจากบิลเบอร์รี่, ลูทีนและซีแซนทีน, น้ำมันปลา (โอเมก้า-3), วิตามินเอ/เบต้าแคโรทีน, วิตามินซี และวิตามินอี

         โดยจะเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเหมาะกับผู้ที่ต้องการบำรุงสายตา ต้องการปกป้องดวงตาจากอนุมูลอิสระหรือลดความเสี่ยงจากโรคตาต่าง ๆ รวมไปถึงผู้ที่ใช้สายตามาก ๆ แล้วมีอาการตาเมื่อยล้า ปวดตา ตาแห้ง แสบตา น้ำตาไหล ซึ่งเป็นกลุ่มอาการยอดฮิตของโรคคอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม หรือ CVS*

หมายเหตุ : โรคคอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม (Computer Vision Syndrome : CVS) คือ กลุ่มอาการทางตาที่เกิดจากการใช้สายตากับคอมพิวเตอร์ (รวมถึงหน้าจอแท็บเล็ตและจอมือถือด้วย) เป็นเวลานาน จนทำให้เกิดอาการต่าง ๆ ตามมา ได้แก่ ตาเมื่อยล้า ตาแห้ง แสบตา ระคายเคืองตา น้ำตาไหล ตาพร่ามัว ตาสู้แสงไม่ได้ ปวดศีรษะ และบางครั้งอาจมีอาการปวดไหล่ ปวดหลัง หรือต้นคอร่วมด้วย โดยความรุนแรงจะเพิ่มขึ้นตามระยะเวลาของการใช้งานหรือกรจ้องจอ

“ในปัจจุบันคอมพิวเตอร์ มือถือ หรือแท็บเล็ตได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตและการทำงานในทุก ๆ ด้าน ตั้งแต่ตื่นนอนจนถึงก่อนเข้านอนไม่ว่าจะทำงาน เรียน พูดคุยออนไลน์ ดูหนัง/ทีวี ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้ส่งผลต่อการใช้สายตามากขึ้นโดยไม่รู้ตัวจนนำไปสู่ กลุ่มอาการคอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม (CVS) ดังนั้น เราจึงควรดูแลดวงตาให้มีสุขภาพดีด้วยการพักสายตาเป็นระยะ ทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อดวงตา เช่น ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ต่าง ๆ และเลือกใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในการดูแลสุขภาพดวงตาให้ดียิ่งขึ้น”

สารสำคัญในวิตามินบำรุงสายตา

  1. ลูทีน (Lutein) และซีแซนทีน (Zeaxanthin) เป็นสารอาหารที่พบในบริเวณเนื้อเยื่อตาและพบมากที่สุดบริเวณจุดศูนย์กลางของจอประสาทตา จัดเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยปกป้องเซลล์ของจอประสาทตาไม่ให้ถูกทำลาย พบได้มากในผักและผลไม้หลายชนิด เช่น ปวยเล้ง บรอกโคลี กะหล่ำปลี ผักคะน้า ข้าวโพด องุ่น ส้ม องุ่น กีวี่ ฯลฯ มีสรรพคุณเด่นในเรื่องของการช่วยลดโอกาสการเกิดและชะลอการลุกลามของโรคต้อกระจกและโรคจอประสาทต่อเสื่อม และอาจช่วยเสริมการมองเห็นในที่มืดสลัว
    • ประโยชน์ต่อดวงตา (ตามงานวิจัย) :
      • ช่วยปกป้องดวงตาจากการทำลายของอนุมูลอิสระ จากแสงสีฟ้า (แสงจากจอคอมพิวเตอร์) และแสงอัลตราไวโอเลต (แสงจากดวงอาทิตย์)[16]
      • ช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคตา โดยเฉพาะโรคต้อกระจก[17],[18]
      • ช่วยป้องกันและชะลอการลุกลามของโรคจอประสาทตาเสื่อม (AMD) การศึกษาว่าผู้ที่รับประทานอาหารที่ให้ลูทีนและซีแซนทีนสูงเป็นประจำจะมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคนี้น้อยกว่ามาก (ระดับลูทีนและซีแซนทีนที่สูงขึ้นสัมพันธ์กับอุบัติการณ์ของการเกิดโรคที่ลดลง)[19]
      • การบริโภคลูทีนและซีแซนทีนอาจช่วยลดการอักเสบของม่านตาได้[16] อาจช่วยเสริมการมองเห็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในที่มืดสลัวหรือที่มีแสงจ้า[20]
  2. แอสตาแซนธิน (Astaxanthin) สุดยอดสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยปกป้องดวงตา เป็นสารสีแดงที่พบได้ทั่วไปไนธรรมชาติ ในกล้ามเนื้อ ไข่ ของสิ่งมีชีวิตในทะเล เช่น ปลาเทาน์ ปลาแซลมอน กุ้ง เคย ล็อบสเตอร์ และยังพบมาในสาหร่ายทะเลสีแดง Microalgae สายพันธุ์ Haematococcus Pluvialis สำหรับสรรพคุณต่อดวงตาจะโดดเด่นมากในเรื่องของการช่วยบรรเทาอาการจากโรคคอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม (CVS) ซึ่งเป็นกลุ่มอาการทางตาที่เกิดจากการใช้สายตากับคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน รวมไปถึงโรคตาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับอายุก็ช่วยป้องกันและบรรเทาอาการของโรคได้เช่นกัน
    • ประโยชน์ต่อดวงตา (ตามงานวิจัย) :
      • บรรเทาอาการตาเมื่อยล้า ปวดตา ตาแห้ง จากโรคคอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม (CVS)[7]
      • ช่วยป้องกันและบรรเทาอาการของโรคตาที่เกี่ยวข้องกับอายุหรือโรคที่ทำลายการมองเห็นของดวงตา ได้แก่ ต้อหิน ต้อกระจก จอประสาทตาเสื่อม และจอประสาทตาเสื่อมจากเบาหวาน [22] โดยเฉพาะในโรคจอประสาทตาเสื่อม (AMD) ที่แอสตาแซนธินสามารถช่วยปรับปรุงการมองเห็นให้ดีขึ้นได้[7]
      • ช่วยเรื่องการมองเห็น ทำให้การมองเห็นชัดเจน และอาจทำให้การมองเห็นระยะไกลดีขึ้น[8]
      • เพิ่มการไหลเวียนเลือดไปยังดวงตา ทำให้ดวงตามีสุขภาพดี และช่วยลดการอักเสบของของกล้ามเนื้อตา
  3. สารสกัดจากบิลเบอร์รี่ (Bilberry Extract) เป็นสารสกัดที่ให้สารแอนโธไซยาโนไซม์ (Anthocyanoside) ซึ่งเป็นสารที่ทำให้เกิดสีม่วงหรือสีน้ำเงินในพืช จึงพบได้มากในผลไม้ตระกูลเบอร์รีที่มีสีม่วงเข้ม เช่น บิลเบอร์รี่ แบล็คเคอร์แรนท์ โดยมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยปกป้องดวงตา สรรพคุณต่อดวงตาจะโดดเด่นในเรื่องของการช่วยลดอาการตาเมื่อยล้า/ตาแห้ง และช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต้อกระจก ต้อหิน และจอประสาทตาเสื่อม
    • ประโยชน์ต่อดวงตา (ตามงานวิจัย) :
      • ช่วยลดอาการเมื่อยล้าของดวงตา (Eye Fatigue)[10]
      • ช่วยบรรเทาอาการตาแห้ง (DE)[11] และอีกข้อมูลระบุว่าการได้รับสารแอนโธไซยาโนไซม์ร่วมกับลูทีนและน้ำมันปลาทุกวันเป็นเวลา 4 สัปดาห์ สามารถช่วยลดอาการตาแห้งได้ดี[12]
      • ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต้อกระจก ต้อหิน และอาจช่วยป้องกันและรักษาโรคจอประสาทตาเสื่อม (AMD) ในระยะเริ่มต้นได้[13]
  4. น้ำมันปลา (Fish Oil) หรือโอเมก้า-3 (Omega-3) โดยเฉพาะ DHA ที่เป็นส่วนประกอบสำคัญของสมองและดวงตา เป็นกรดไขมันจำเป็นที่ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้ จำเป็นต้องรับจากอาหารเท่านั้น โดยอาหารที่อุดมไปด้วย DHA ได้แก่ ปลาแซลมอน ปลาทูน่า ปลาทู สาหร่ายทะเลบางชนิด เป็นต้น สำหรับประโยชน์ต่อดวงตา DHA จะมีบทบาทสำคัญในการรักษาภาวะตาแห้ง (Dry Eye : DE) และช่วยป้องกันโรคจอประสาทตาเสื่อม
    • ประโยชน์ต่อดวงตา (ตามงานวิจัย) :
      • ช่วยลดอาการตาแห้ง (DE) เพราะ DHA เเป็นไขมันชนิดเดียวกันกับที่อยู่บริเวณจอประสาทตา จึงมีส่วนฟื้นฟูให้ดวงตาให้กลับมาสดใส มีน้ำหล่อเลี้ยงดวงตาเพียงพอ ทำให้มีผลช่วยป้องกันหรือลดอาการตาแห้งจากการจ้องจอนาน ๆ ได้[15]
      • ช่วยป้องกันโรคจอประสาทตาเสื่อม (AMD)[9]
      • อาจช่วยป้องกันการเกิดโรคต้อหิน (Glaucoma) เพราะกรดไขมันจำเป็นจะช่วยให้ของเหลวในดวงตาระบายออกได้อย่างเหมาะสมและลดความดันลูกตา[9]
  5. วิตามินเอ (Vitamin A) และเบต้าแคโรทีน (Beta-carotene) วิตามินที่เชื่อกันว่าช่วยบำรุงสายตาและการมองเห็น ตัวช่วยลดความเสื่อมสภาพของเซลล์ลูกตา เยื่อบุตา และกระจกตา เรามักได้รับจากการบริโภคอาหารประเภทผักผลไม้ แหล่งอาหารที่สำคัญของวิตามินเอ ได้แก่ เนื้อสัตว์ เครื่องในสัตว์ ตับ เนื้อปลา โดยเฉพาะปลาแซลมอน, ผักที่มีสีเหลืองหรือสีส้ม เช่น แครอท ฟักทอง มะเขือเทศ พริกหวานสีแดงและเหลือ, ผลไม้ เช่น มะม่วง แคนตาลูป แอปริคอต รวมถึงน้ำนมและผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนม เป็นต้น มีสรรพคุณโดดเด่นในเรื่องการบำรุงสายตาช่วยคงสภาพการมองเห็นให้เป็นปกติ และลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคตา โดยเฉพาะโรคจอประสาทตาเสื่อม (AMD)
    • ประโยชน์ต่อดวงตา (ตามงานวิจัย) :
      • บำรุงสายตา (มีความสำคัญต่อการมองเห็นที่ดี ช่วยคงสภาพของการมองเห็นให้เป็นปกติ หรือทำให้มองเห็นสีสันต่าง ๆ เป็นปกติ)[1],[2]
      • ป้องกันหรือลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคตา โดยเฉพาะโรคจอประสาทตาเสื่อม (Age-Related Macular Degeneration: AMD) และโรคต้อกระจก (Cataract) ที่จะช่วยชะลอความรุนแรงของโรคได้[3]
      • มีบทบาทสำคัญในการมองเห็นเวลากลางคืนหรือในที่มีแสงสว่างน้อย วิตามินเอเป็นส่วนหนึ่งของสารสีม่วงแดงชื่อโรดอปซิน (Rhodopsin) ซึ่งเป็นโปรตีนในดวงตาที่ช่วยให้คุณมองเห็นได้ในสภาพแสงน้อย การขาดวิตามินเออาจทำให้เกิดอาการตาบอดกลางคืน (Night Blindness)[3],[4]
  6. วิตามินซี (Vitamin C) เป็นวิตามินที่มีความสำคัญต่อร่างกาย ช่วยบำรุงรักษาเซลล์ต่าง ๆ ภายในร่างกายให้ยังคงสุขภาพดีและทำงานได้ตามปกติรวมถึงดวงตา โดยแหล่งอาหารที่สำคัญของวิตามินซี ได้แก่ ส้ม มะนาว เชอร์รี ฝรั่ง สตรอว์เบอร์รี กีวี มะขามป้อม แคนตาลูป มะเขือเทศ พริกหยวก บรอกโคลี กะหล่ำปลี ดอกกะหล่ำ ขึ้นฉ่าย เป็นต้น มีสรรพคุณโดดเด่นในเรื่องของการบำรุงสายตาและป้องกันการเกิดโรคตาบางชนิด โดยเฉพาะกับโรคต้อกระจก
    • ประโยชน์ต่อดวงตา (ตามงานวิจัย) :
      • บำรุงสายตาและปกป้องดวงตาจากอนุมูลอิสระต่าง ๆ[3]
      • ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต้อกระจก (Cataract) ได้ถึง 45% เพราะวิตามินซีเป็นสารที่ใช้ในการผลิตคอลลาเจนซึ่งเป็นส่วนประกอบหนึ่งของกระจกตาและเยื่อบุตา และอาจเป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วยโรคจอประสาทตาเสื่อม (AMD)[3]
  7. วิตามินอี (Vitamin E) อีกหนึ่งสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยบำรุงสายตาและอาจช่วยเรื่องการมองเห็นได้ แหล่งอาหารที่สำคัญของวิตามินอี ได้แก่ ถั่วเปลือกแข็ง เมล็ดธัญพืช น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันมะกอก น้ำมันดอกทานตะวัน ไข่ จมูกข้าว ซีเรียล เป็นต้น มีสรรพคุณโดดเด่นในเรื่องของการช่วยบำรุงประสาทตา ช่วยลดความเสี่ยงหรือชะลอการเกิดโรคจอประสาทตาเสื่อมและโรคต้อกระจก
    • ประโยชน์ต่อดวงตา (ตามงานวิจัย) :
      • บำรุงสายตาและและอาจช่วยเรื่องการมองเห็นได้ด้วย[5]
      • ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคจอประสาทตาเสื่อม (AMD) และโรคต้อกระจก (Cataract)[6]
  8. ธาตุสังกะสีหรือซิงค์ (Zinc) แร่ธาตุจำเป็นที่ร่างกายไม่สามารถผลิตได้ พบได้มากในอาหารทะเล (เช่น หอยนางรม ปู กุ้ง), ตับ, ผักบางชนิด (เช่น เห็ด ผักคะน้า มันฝรั่ง), ถั่วและเมล็ดพืช เป็นต้น ในเรื่องประโยชน์ต่อดวงตา แร่ธาตุชนิดนี้สามารถช่วยชะลอการลุกลามของโรคจอประสาทตาและป้องกันอาการตาบอดกลางคืน
    • ประโยชน์ต่อดวงตา (ตามงานวิจัย) :
      • ช่วยชะลอการลุกลามของโรคจอประสาทตาเสื่อม (AMD)[21]
      • การขาดธาตุสังกะสีอาจทำให้เกิดอาการตาบอดกลางคืน (Night Blindness) ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าการเสริมธาตุสังกะสีจะช่ยให้มองเห็นได้ชัดขึ้นในเวลากลางคืน[21]

ประโยชน์ของวิตามินบำรุงสายตา

         วิตามินบำรุงสายตาแบ่งประโยชน์สำคัญหลัก ๆ ออกได้เป็น 3 อย่าง คือ

  1. บำรุงสายตา เพราะมีสารที่มีความสำคัญต่อการมองเห็นที่ดี ช่วยคงสภาพของการมองเห็นให้เป็นปกติ หรือทำให้มองเห็นสีสันต่าง ๆ เป็นปกติ และอาจช่วยเสริมประสิทธิภาพการมองเห็นให้ดีขึ้นในบางกรณี เช่น เพิ่มการมองเห็นในตอนกลางคืนหรือในที่มืดสลัว เพิ่มการมองเห็นในผู้ป่วยที่เป็นโรคต้อหิน
  2. ปกป้องดวงตาจากอนุมูลอิสระต่าง ๆ โดยจะช่วยป้องกันหรือลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคตา เช่น โรคต้อกระจก ต้อหิน โรคจอประสาทตาเสื่อม และยังช่วยชะลอการลุกลามของโรคตา โดยเฉพาะโรคจอประสาทตาเสื่อม
  3. บรรเทาอาการตาเมื่อยล้า ปวดตา ตาแห้ง โดยเฉพาะในผู้ที่ใช้สายตามากจากการจ้องจอต่อเนื่องหรือจากโรคคอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม (CVS)

"โดยรวมแล้วการทานวิตามินบำรุงสายตานับเป็นอีกทางเลือกที่ดีและค่อนข้างสะดวก เหมาะกับผู้ที่ต้องการบำรุงสายตา ปกป้องดวงตาจากอนุมูลอิสระต่าง ๆ และผู้ที่มักมีอาการตาล้า ปวดตา ตาแห้ง ฯลฯ จากการใช้จอมาก ๆ"

วิตามินบำรุงสายตายี่ห้อไหนดี
IMAGE SOURCE : Medthai

การเลือกซื้อวิตามินบำรุงสายตา

  • เลือกแบรนด์หรือยี่ห้อที่มีความน่าเชื่อถือ ได้รับการยอมรับ มีกระบวนการผลิตที่ผ่านการรับรองมาตรฐานและความปลอดภัย ได้รับรองขึ้นจดทะเบียนตำหรับจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
  • ฉลากต้องระบุชื่อยี่ห้อ ส่วนประกอบสำคัญ ส่วนผสมอื่น ๆ อย่างชัดเจนและมีระบุปริมาณที่แน่นอน นอกจากนี้ยังต้องมีที่อยู่ของผู้ผลิตและผู้แทนจำหน่าย และมีวันผลิตและวันหมดอายุชัดเจน
  • ตรวจสอบวันหมดอายุ รวมถึงส่วนผสมในวิตามินก่อนซื้อเสมอ เพื่อหลีกเลี่ยงส่วนผสมที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ของคุณ (ถ้ามี)
  • ควรซื้อจากร้านที่มีหลักแหล่งแน่นอนและเชื่อถือได้เท่านั้น อย่างร้านขายยาที่มีเภสัชกรประจำอยู่ เพื่อจะได้ปรึกษาสอบถามถึงรายละเอียดต่าง ๆ เกี่ยวกับตัวผลิตภัณฑ์ ขนาดหรือสูตรที่เหมาะสม และความจำเป็นในการใช้
  • เพื่อให้ร่างกายได้รับประโยชน์สูงสุด ควรเลือกผลิตภัณฑ์วิตามินบำรุงสายตาให้ตรงจุดประสงค์ในการดูแลดวงตา เพราะบางยี่ห้อจะมีแยกเป็นหลายสูตรและเน้นสารบำรุงดวงตาที่แตกต่างกัน
  • เปรียบเทียบความคุ้มค่าจากประโยชน์ที่ได้รับ จำนวนของสารสำคัญหรือวิตามิน ปริมาณส่วนผสม และราคาของแต่ละยี่ห้อ
รีวิววิตามินบำรุงสายตา
IMAGE SOURCE : Medthai

วิตามินบำรุงสายตายี่ห้อไหนดี​ ?

         ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบำรุงสายตา ในปัจจุบันมีให้เลือกซื้อหลากหลายยี่ห้อ แต่ละยี่ห้อจะมีส่วนผสมของของวิตามินหรือสารสกัดที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งในบทความนี้เราจะมาเปิดขวดและรีวิววิตามินบำรุงสายตารวม 8 ยี่ห้อ! พร้อมกับให้คะแนนรีวิวและทำการจัดอันดับโดยทีมงานของเราเอง โดยการคัดเลือกผลิตภัณฑ์ที่นำมารีวิวนี้เราเลือกมาเฉพาะยี่ห้อที่เป็นที่นิยมและหาซื้อได้ง่ายในไทย เราหวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านและเป็นแนวทางในการเลือกซื้อวิตามินบำรุงสายตาแก่ท่านได้

         แต่ต้องบอกไว้ก่อนนะครับว่านี่เป็นการรีวิวจากทีมงานของเราเองเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงใด ๆ ได้ และไม่ได้หมายความว่ายี่ห้อที่มีคะแนนน้อยกว่าจะมีคุณภาพด้อยกว่าแต่อย่างใด เพราะความจำเป็นหรือความต้องการวิตามินในร่างกายของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ดังนั้น แนะนำว่าอย่าตัดสินใจเลือกซื้อวิตามินบำรุงสายตายี่ห้อใดยี่ห้อหนึ่งเพียงเพราะคำโฆษณา จากคำบอกเล่า หรือจากบทความนี้เพียงอย่างเดียว จนกว่าคุณจะได้ปรึกษากับเภสัชกรหรือแพทย์ของคุณ ส่วนเกณฑ์การจัดอันดับและให้คะแนนนั้นมีดังนี้ครับ

  • ความน่าเชื่อถือ (แบรนด์) : คะแนนรวม 10 คะแนน เราดูหลายอย่างตั้งแต่มาตรฐานการผลิต ความน่าเชื่อถือของบริษัท ความจำเพาะในการดำเนินธุรกิจ (ถ้าขายสินค้าหลายกลุ่มหรือผลิตสินค้าหลายกลุ่มนอกจากยาและอาหารเสริมเราจะถือว่าไม่ใช่บริษัทเฉพาะทาง) มูลค่าและทุนจดทะเบียนของทั้งบริษัทผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่าย และข้อมูลของสินค้าที่แสดงบนเว็บไซต์ เป็นต้น
  • จำนวนและปริมาณของส่วนประกอบ : คะแนนรวม 10 คะแนน แบ่งเป็น
    • จำนวน : 3 คะแนน (นับรวมทุกสาร) โดยยี่ห้อที่มีจำนวนส่วนประกอบมากที่สุดจะได้ 3 คะแนน (คะแนนคิดตามสัดส่วนของจำนวน)
    • ปริมาณ : 7 คะแนน (นับเฉพาะส่วนประกอบที่สำคัญต่อดวงตา) ได้แก่ Bilberry Extract (1 คะแนน หมายความว่ายี่ห้อที่มีสารนี้มากที่สุดจะได้คะแนนเต็ม 1 คะแนน ลดคะแนนจะลดลงตามสัดส่วนของสาร), Astaxanthin (1 คะแนน), Fish Oil (1 คะแนน), Vitamin A + Beta-carotene (1 คะแนน), Lutein (1 คะแนน), Zeaxanthin (0.5 คะแนน), Zinc (0.5 คะแนน), Vitamin C (0.5 คะแนน) และ Vitamin E (0.5 คะแนน)
  • ประโยชน์โดยรวมต่อดวงตา : แบ่งย่อยประโยชน์ออกเป็น 6 อย่าง คะแนนรวม 10 คะแนน ได้แก่
    • บำรุงสายตา : เต็ม 1.8 คะแนน* แบ่งย่อยเป็น Vitamin A 0.9 คะแนน, Vitamin E 0.45 คะแนน และ Vitamin C 0.45 คะแนน
      • หมายเหตุ* : วัดเฉพาะวิตามินที่มีสรรพคุณด้านบำรุงสายตาและแบ่งคะแนนตามลำดับความสำคัญที่มีต่อการบำรุงสายตา (เช่น วิตามินเอมีความสำคัญมากกว่าวิตามินอีในการบำรุงสายตา ก็จะมีสัดส่วนคะแนนเต็มที่มากกว่า) และให้คะแนนตามสัดส่วนปริมาณ เช่น ยี่ห้อ OPTIVIT มีวิตามินเอมากที่สุด คือ 8333 IU จะได้เต็ม 0.9 คะแนน ส่วนยี่ห้อ Vistra มี 2656 IU จะได้ 0.573 คะแนน (เมื่อคิดตามสัดส่วน) และถ้าไม่มีวิตามินเอจะได้ 0 คะแนน
    • ป้องกันโรคตา : เต็ม 1.8 คะแนน แบ่งย่อยเป็น Astaxanthin 0.4 คะแนน, Lutein & Zeaxanthin 0.4 คะแนน, Vitamin A 0.4 คะแนน, Vitamin C 0.15 คะแนน, Vitamin E 0.15 คะแนน, Fish Oil 0.15 คะแนน และ Bilberry Extract 0.15 คะแนน (ใช้เกณฑ์เดียวกับข้อ บำรุงสายตา)
    • ชะลอโรคตา : เต็ม 1.8 คะแนน แบ่งย่อยเป็น Astaxanthin 0.8 คะแนน, Lutein & Zeaxanthin 0.8 คะแนน และ Zinc 0.2 คะแนน (ใช้เกณฑ์เดียวกับข้อ บำรุงสายตา)
    • ลดตาล้า/ปวดตา : เต็ม 1.8 คะแนน**
      • Bilberry Extract 1.8 คะแนน
      • หรือ Astaxanthin 1.8 คะแนน
        • หมายเหตุ** : ถ้ามี Bilberry Extract หรือ Astaxanthin อย่างใดอย่างหนึ่งปริมาณสูงสุดจะได้เต็ม 1.8 คะแนน
    • แก้ตาแห้ง : เต็ม 1.8 คะแนน (ใช้เกณฑ์เดียวกับข้อ ลดตาล้า/ปวดตา)
      • Fish Oil 1.8 คะแนน
      • Bilberry Extract 1.8 คะแนน
      • หรือ Astaxanthin 1.6 คะแนน (คะแนนเต็มน้อยกว่าเพราะสรรพคุณด้านนี้ไม่เด่นเท่า Fish Oil และ Bilberry Extract)
    • ช่วยการมองเห็น : เต็ม 1 คะแนน (ใช้เกณฑ์เดียวกับข้อ ลดตาล้า/ปวดตา)
      • Vitamin A 1 คะแนน
      • หรือ Astaxanthin 0.8 คะแนน
  • ราคาเฉลี่ยต่อเม็ด : ราคาต่อเม็ดถูกสุดได้ 10 คะแนน และแพงสุดได้ 1 คะแนน (ส่วนราคาผลิตภัณฑ์อ้างอิงจากราคาเฉลี่ยที่ขายในร้านขายยาและเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ (Lazada / Shopee) แล้วนำมาหารเป็นราคาเฉลี่ยต่อเม็ด)

OPTIVIT

รีวิว OPTIVIT
OPTIVIT

#1 ออพติวิต (OPTIVIT) จาก MEGA We Care วิตามินบำรุงสายตาที่มีส่วนประกอบของสารอาหารบำรุงสายตาและสารต้านอนุมูลอิสระปริมาณสูงอย่างหลากหลาย รวมถึงน้ำมันปลาที่ช่วยลดอาการตาแห้งได้ดี เหมาะกับผู้ที่ต้องการวิตามินรักษาหรือช่วยชะลออาการเสื่อมของโรคตาทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นโรคจอประสาทตาเสื่อม โรควุ้นในตาเสื่อม โรคต้อกระจก ต้อเนื้อ ต้อลม ต้อหิน รวมไปถึงโรคคอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม (มีอาการตาแห้ง ตาล้า ตามัวทุกครั้งที่จ้องจอ) ผู้ที่มีอาการตาแห้งที่ใช้ยาหยอดตาเป็นประจำ และผู้ที่มีอาการตาแห้งจากใส่คอนแทคเลนส์หรือทำเลสิค

  • ความน่าเชื่อถือ (แบรนด์) : 10 /10 คะแนน
  • จำนวนและปริมาณของส่วนประกอบ : 3 + 3.775 (1+0.25+0.025+0.5+0.5+0.5+1) = 6.775 /10 คะแนน
    • วิตามินเอ 8333 หน่วยสากล
    • ลูทีน 5 มก.
    • ซีแซนทีน 0.2 มก.
    • วิตามินซี 200 มก.
    • วิตามินอี 200 หน่วยสากล
    • ซิงค์ 30 มก.
    • น้ำมันปลา (EPA และ DHA) 200 มก.
    • ธาตุทองแดง 1 มก.
  • ประโยชน์โดยรวมต่อดวงตา : 5.75 /10 คะแนน
    • บำรุงดวงตา : 1.8 คะแนน
    • ปกป้องโรคตา : 0.95 คะแนน
    • ชะลอโรคตา : 0.4 คะแนน
    • แก้ตาแห้ง : 1.8 คะแนน
    • ช่วยการมองเห็น : 0.8 คะแนน
  • ราคาเฉลี่ยต่อเม็ด : 6.19 /10 คะแนน
    • ขวดขนาด 30 เม็ด ราคา ~430 บาท
    • ราคา ~14.33 บาท/เม็ด
  • คะแนนรวม : 28.715 /40 คะแนน

iiCARE DAILY

รีวิว iiCARE DAILY
iiCARE DAILY

#2 ไอไอแคร์ เดลี่ (iiCARE DAILY) จาก MEGA We Care วิตามินบำรุงสายตาที่เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มมีปัญหาของอาการตาล้า ตาแห้ง หรือมีอาการปวดกระบอกตาจากการเพ่งหน้าจอคอมพิวเตอร์ มือถือ หรือแท็บเล็ตเป็นเวลานาน ๆ เพราะมีส่วนประกอบหลักเป็นสารแอสตาแซนธิน (Astaxanthin) สารอาหารยอดนิยม ที่มีสรรพคุณโดดเด่นในเรื่องการช่วยบรรเทาอาการจากโรคคอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม (CVS) และเป็นยี่ห้อเดียวที่สารอาหารนี้ เม็ดเล็กสะดวกต่อการรับประทาน

  • ความน่าเชื่อถือ (แบรนด์) : 10 /10 คะแนน
  • จำนวนและปริมาณของส่วนประกอบ : 1.125 + 1.75 (1+0.5+0.25) = 2.875 /10 คะแนน
    • แอสตาแซนธิน 6 มก.
    • ลูทีน 10 มก.
    • ซีแซนทีน 2 มก.
  • ประโยชน์โดยรวมต่อดวงตา : 5.2 /10 คะแนน
    • ป้องกันโรคตา : 0.4 (Astaxanthin) + 0.2 (Lutein & Zeaxanthin) = 0.6 คะแนน
    • ชะลอโรคตา : 0.4 คะแนน
    • ลดตาล้า/ปวดตา : 1.8 คะแนน
    • แก้ตาแห้ง : 1.6 คะแนน
    • ช่วยการมองเห็น : 0.8 คะแนน
  • ราคาเฉลี่ยต่อเม็ด : 6.09 /10 คะแนน
    • ขวดขนาด 30 เม็ด ราคา ~439 บาท
    • ราคา ~14.63 บาท/เม็ด
  • คะแนนรวม : 24.165 /40 คะแนน

VISTRA Bilberry Extract Plus Lutein Beta-Carotene

รีวิว VISTRA Bilberry Extract Plus Lutein Beta-Carotene
VISTRA Bilberry Extract Plus Lutein Beta-Carotene

#3 วิสทร้า สารสกัดจากบิลเบอร์รี่ ผสมลูทีน เบต้า-แคโรทีน (VISTRA Bilberry Extract Plus Lutein Beta-Carotene) วิตามินบำรุงสายตาที่มีส่วนประกอบหลักเป็นสารสกัดจากบิลเบอร์รี่ที่ให้สารแอนโธไซยาโนไซด์ที่มีประโยชน์ต่อดวงตาหลายอย่าง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลสายตาและผู้ที่ใช้สายตามากกว่าปกติ รวมไปถึงผู้ที่มีปัญหาจอประสาทตาเสื่อม ผู้ที่มีปัญหาการมองเห็นในที่มืด รวมถึงคนทำงานที่ต้องใช้สายตามาก ๆ เป็นเวลานาน เช่น มองจอคอมพิวเตอร์ มือถือ แท็บเล็ต

  • ความน่าเชื่อถือ (แบรนด์) : 9 /10 คะแนน
  • จำนวนและปริมาณของส่วนประกอบ : 1.875 + 2.045 (0.67+1+0.05+0.3+0.025) = 3.92 /10 คะแนน
    • สารสกัดจากบิลเบอร์รี่ 100 มก.
    • ลูทีน 20 มก.
    • ซีแซนทีน 4 มก.
    • วิตามินเอ 2656 หน่วยสากล
    • วิตามินอี 10 หน่วยสากล
  • ประโยชน์โดยรวมต่อดวงตา : 2.806 /10 คะแนน
    • บำรุงดวงตา : 0.312 คะแนน
    • ป้องกันโรคตา : 0.572 คะแนน
    • ชะลอโรคตา : 0.8 คะแนน
    • ลดตาล้า/ปวดตา : 0.432 คะแนน
    • แก้ตาแห้ง : 0.432 คะแนน
    • ช่วยการมองเห็น : 0.258 คะแนน
  • ราคาเฉลี่ยต่อเม็ด : 7.51 /10 คะแนน
    • ขวดขนาด 30 เม็ด ราคา ~310 บาท
    • ราคา ~10.33 บาท/เม็ด
  • คะแนนรวม : 23.236 /40 คะแนน

iiCARE

รีวิว iiCare
iiCare

#4 ไอไอแคร์ (iiCARE) จาก MEGA We Care เช่นกัน โดยเป็นวิตามินบำรุงสายตาบำรุงและปกป้องดวงตาที่ให้สารสำคัญที่จำเป็นต่อดวงตาอย่างครบถ้วน โดยมีทั้งสารสกัดจากบิลเบอร์รี่และเบต้าแคโรทีน เหมาะสำหรับทุกคนที่มีพฤติกรรมเสี่ยง ๆ ที่มักใช้ชีวิตติดหน้าจอ ชอบดูหนัง ดูซีรีส์ เรียนหรือประชุมออนไลน์ เพราะช่วยป้องกันอาการทางตาอย่างอาการตาเมื่อยล้า/ตาแห้งได้ดี และยังเหมาะกับผู้ที่ไม่ชอบรับประทานผักผลไม้ด้วย เม็ดวิตามินมีขนาดเล็กสะดวกต่อการรับประทาน

  • ความน่าเชื่อถือ (แบรนด์) : 10 /10 คะแนน
  • จำนวนและปริมาณของส่วนประกอบ : 1.125 + 0.82 (0.17+0.15+0.5) = 1.945 /10 คะแนน
    • สารสกัดจากบิลเบอร์รี่ 25 มก.
    • ลูทีน 3 มก.
    • วิตามินเอ 266 หน่วยสากล (จากเบต้าแคโรทีน 1.5 มก.)
  • ประโยชน์โดยรวมต่อดวงตา : 0.434 /10 คะแนน
    • บำรุงดวงตา : 0.029 คะแนน
    • ป้องกันโรคตา : 0.06 (Lutein & Zeaxanthin) + 0.009 (Bilberry Extract) = 0.069 คะแนน
    • ชะลอโรคตา : 0.12 คะแนน
    • ลดตาล้า/ปวดตา : 0.108 คะแนน
    • แก้ตาแห้ง : 0.108 คะแนน
  • ราคาเฉลี่ยต่อเม็ด : 8.78 /10 คะแนน
    • ขวดขนาด 30 เม็ด ราคา ~195 บาท
    • ราคา ~6.5 บาท/เม็ด
  • คะแนนรวม : 21.159 /40 คะแนน

BLACKMORES LUTEIN-VIS

รีวิว BLACKMORES LUTEIN-VIS
BLACKMORES LUTEIN-VIS

#5 แบลคมอร์ส ลูทีน-วิส (BLACKMORES LUTEIN-VIS) วิตามินบำรุงสายตาที่ประกอบด้วยลูทีน (จากสารสกัดดอกดาวเรือง) และซีลีเนียม ที่ต่างก็เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ แบลคมอร์สสูตรนี้จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการการปกป้องดวงตาจากอนุมูลอิสระต่าง ๆ รวมถึงผู้ที่มีอาการตาแห้งจากการใช้จอเป็นเวลานาน ๆ เพราะมีส่วนประกอบของน้ำมันปลา

  • ความน่าเชื่อถือ (แบรนด์) : 10 /10 คะแนน
  • จำนวนและปริมาณของส่วนประกอบ : 1.125 + 0.8 (0.3+0.5) = 1.925 /10 คะแนน
    • ลูทีน 6 มก.
    • น้ำมันปลา (EPA และ DHA) 101 มก.
    • ซีลีเนียม 26 มคก.
  • ประโยชน์โดยรวมต่อดวงต : 1.335 /10 คะแนน
    • ป้องกันโรคตา​ : 0.12 (Lutein) + 0.075 (Fish Oil) = 0.195 คะแนน
    • ชะลอโรคตา : 0.24 คะแนน
    • แก้ตาแห้ง : 0.9 คะแนน
  • ราคาเฉลี่ยต่อเม็ด : 7.62 /10 คะแนน
    • ขวดขนาด 60 เม็ด ราคา ~600 บาท
    • ราคา ~10 บาท/เม็ด
  • คะแนนรวม : 20.88 /40 คะแนน

BLACKMORES BILBERRY 2500

รีวิว BLACKMORES BILBERRY 2500
BLACKMORES BILBERRY 2500

#6 แบลคมอร์ส บิลเบอร์รี 2500 (BLACKMORES BILBERRY 2500) วิตามินบำรุงสายตาที่ให้คุณประโยชน์จากสารสกัดบิลเบอร์รี่โดยเฉพาะ (แม้จะให้ประโยชน์ต่อดวงตาหลายด้าน แต่ยังถือว่ามีปริมาณน้อยเมื่อเทียบกับยี่ห้ออื่น ๆ) เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการตาเมื่อยล้า ตาแห้ง จากการใช้จอเป็นเวลานาน

  • ความน่าเชื่อถือ (แบรนด์) : 10 /10 คะแนน
  • จำนวนและปริมาณของส่วนประกอบ : 0.375 + 0.17 = 0.545 /10 คะแนน
    • สารสกัดจากบิลเบอร์รี่ 25 มก.
  • ประโยชน์โดยรวมต่อดวงตา : 0.225 /10 คะแนน
    • ป้องกันโรคตา : 0.009 คะแนน
    • ลดตาล้า/ปวดตา : 0.108 คะแนน
    • แก้ตาแห้ง : 0.108 คะแนน
  • ราคาเฉลี่ยต่อเม็ด : 8.18 /10 คะแนน
    • ขวดขนาด 60 เม็ด ราคา ~499 บาท
    • ราคา ~8.31 บาท/เม็ด
  • คะแนนรวม : 18.95 /40 คะแนน

BRAND’S Berry Plus bog bilberry

รีวิว BRAND’S Berry Plus bog bilberry
BRAND’S Berry Plus bog bilberry

#7 แบรนด์วีต้า เบอร์รี่พลัสบ็อกบิลเบอร์รี่ (BRAND’S Berry Plus bog bilberry) ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบำรุงสายตาที่คัดสรรเบอร์รี่พันธุ์ดีจากต่างประเทศรวม 7 ชนิด ได้แก่ บิลเบอร์รี่ แบล็กเคอร์แรนต์ แครนเบอร์รี่ สตรอว์เบอร์รี่ โช้คเบอร์รี่ เอลเดอร์เบอร์รี่ และอาซาอิเบอร์รี่ ใช้นวัตกรรมการผลิต ฟรุต-แอคทีฟ™ ที่สกัดคุณค่าจากเบอร์รี่มาเป็นเอสเซนซ์เข้มข้น และมีส่วนประกอบของวิตามินเอ ซี อี สูตรผสมที่ช่วยคงสภาพการมองเห็นให้เป็นปกติได้ดี โดดเด่นในเรื่องการเป็นเอสเซนซ์เข้มข้มสูตรน้ำที่ดื่มได้ง่าย

  • ความน่าเชื่อถือ (แบรนด์) : 8.5 /10 คะแนน
  • จำนวนและปริมาณของส่วนประกอบ : 1.5 + 1.225 (1+0.025+0.1+0.1) = 2.725 /10 คะแนน
    • สารสกัดบ็อกบิลเบอร์รี่ 150 มก.
    • วิตามินเอ 2,650 หน่วยสากล
    • วิตามินอี 10.5 หน่วยสากล
    • วิตามินซี 12 มก.
    • สังกะสี 3.8 มก.
  • ประโยชน์โดยรวมต่อดวงตา : 4.518 /10 คะแนน
    • บำรุงดวงตา : 0.288 (A) + 0.027 (C) + 0.024 (E) = 0.339 คะแนน
    • ป้องกันโรคตา : 0.128 (A) + 0.009 (C) + 0.008 (E) + 0.15 (Bilberry Extract) = 0.295 คะแนน
    • ชะลอโรคตา : 0.025 คะแนน
    • ลดตาล้า/ปวดตา : 1.8 คะแนน
    • แก้ตาแห้ง : 1.8 คะแนน
    • ช่วยการมองเห็น : 0.259 คะแนน
  • ราคา : 1 /10 คะแนน
    • ราคาขวดละ ~30 บาท
  • คะแนนรวม : 16.743 /40 คะแนน

LUTEINA

รีวิว LUTEINA
LUTEINA

#8 ลูทีน่า (LUTEINA) วิตามินบำรุงสายตาที่มีลูทีนและซีแซนทีนจากสารสกัดจากดอกดาวเรือง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการป้องกันหรือลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคตา หรือผู้ป่วยโรคตาที่ต้องการชะลอการลุกลามของโรค

  • ความน่าเชื่อถือ (แบรนด์) : 4 /10 คะแนน
  • จำนวนและปริมาณของส่วนประกอบ : 0.75 + 0.48 (0.43+0.05) = 1.23 /10 คะแนน
    • ลูทีน 8.6 มก.
    • ซีแซนทีน 0.4 มก.
  • ประโยชน์โดยรวมต่อดวงตา : 0.501 /10 คะแนน
    • ป้องกันโรคตา : 0.167 คะแนน
    • ชะลอโรคตา : 0.334 คะแนน
  • ราคาเฉลี่ยต่อเม็ด : 10 /10 คะแนน
    • ขวดขนาด 60 แคปซูล ราคา ~169 บาท
    • ราคา ~2.81 บาท/เม็ด
  • คะแนนรวม : 15.731 /40 คะแนน

ตารางเปรียบเทียบวิตามินบำรุงสายตาแต่ละยี่ห้อ

ตารางเปรียบเทียบวิตามินบำรุงสายตา
IMAGE SOURCE : Medthai

หมายเหตุ :

  • วิตามินและสารสกัดในตาราง ทั้งชื่อ หน่วย และปริมาณ ถูกแปลงให้เป็นหน่วยเดียวกันเพื่อง่ายต่อการเปรียบเทียบ
  • เครื่องหมายถูกสีน้ำเงิน () คือ ปริมาณส่วนประกอบสำคัญที่มีมากที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับยี่ห้ออื่น
เอกสารอ้างอิง

1. WebMD. “Health Benefits of Beta Carotene”. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : www.webmd.com. [23 พ.ค. 2022].
2. ALL ABOUT VISION. “Eye benefits of vitamin A and beta-carotene”. (Gary Heiting, OD). [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : www.allaboutvision.com. [23 พ.ค. 2022].
3. healthline. “The 9 Most Important Vitamins for Eye Health”. (Makayla Meixner MS, RDN). [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : www.healthline.com. [23 พ.ค. 2022].
4. MEDICAL NEWS TODAY. “What are the best vitamins for eye health?”. (Jared Meacham, Ph.D., RD, PMP, MBA, CSCS). [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : www.medicalnewstoday.com. [24 พ.ค. 2022].
5. WebMD. “Vitamin E and Vision”. (Whitney Seltman, OD). [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : www.webmd.com. [24 พ.ค. 2022].
6. CooperVision. “Eye Vitamins for Vision”. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : coopervision.com. [24 พ.ค. 2022].
7. NIH. “Clinical Applications of Astaxanthin in the Treatment of Ocular Diseases: Emerging Insights”. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : www.ncbi.nlm.nih.gov. [25 พ.ค. 2022].
8. NATURE'S BEST. “Astaxanthin and Eye Health: The Potential Benefits”. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : www.naturesbest.co.uk. [25 พ.ค. 2022].
9. ALL ABOUT VISION. “Omega-3 and your eyes”. (Adam Debrowski). [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : www.allaboutvision.com. [26 พ.ค. 2022].
10. verywell health. “What Is Bilberry? The Anti-Oxidant Rich Fruit May Help Reduce Inflammation”. (Arno Kroner, DAOM, LAc). [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : www.verywellhealth.com. [26 พ.ค. 2022].
11. SelfDecode. “7 Bilberry Benefits (incl. Eye Health) + Side Effects & Dosage”. (Jonathan Ritter, PharmD, PhD (Pharmacology), Ognjen Milicevic, MD, PhD, Puya Yazdi, MD). [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : supplements.selfdecode.com. [26 พ.ค. 2022].
12. RxList. “BILBERRY”. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : www.rxlist.com. [26 พ.ค. 2022].
13. PeaceHealth. “Bilberry”. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : www.peacehealth.org. [26 พ.ค. 2022].
14. healthline. “9 Emerging Health Benefits of Bilberries”. (Alina Petre, MS, RD (NL)). [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : www.healthline.com. [27 พ.ค. 2022].
15. MEDICAL NEWS TODAY. “Can fish oil treat dry eyes?”. (Ryan Corte, OD). [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : www.medicalnewstoday.com. [29 พ.ค. 2022].
16. healthline. “Lutein and Zeaxanthin: Benefits, Dosage and Food Sources”. (Sharon O'Brien MS, PGDip). [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : www.healthline.com. [27 พ.ค. 2022].
17. WebMD. “Lutein - Uses, Side Effects, and More”. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : www.webmd.com. [27 พ.ค. 2022].
18. AMERICAN OPTOMETRIC ASSOCIATION. “Diet and Nutrition”. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : www.aoa.org. [28 พ.ค. 2022].
19. ALL ABOUT VISION. “How lutein and zeaxanthin can help your eyes”. (Gary Heiting, OD). [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : www.allaboutvision.com. [29 พ.ค. 2022].
20. WebMD. “Lutein and Zeaxanthin for Vision”. (Whitney Seltman). [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : www.webmd.com. [29 พ.ค. 2022].
21. WebMD. “Is Zinc Good for Vision?”. (Melinda Ratini, DO, MS). [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : www.webmd.com. [29 พ.ค. 2022].
22. ALGATECH. “The potential benefits of astaxanthin on eye health”. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : www.algatech.com. [29 พ.ค. 2022].

เขียนเนื้อหาโดยเว็บไซต์เมดไทย (Medthai)

แสดงความคิดเห็น