Sections 
Font size

 

 

รีวิว 10 น้ำมันปลายอดนิยม & น้ำมันปลายี่ห้อไหนดี? (2022)

IMAGE SOURCE : Medthai
IMAGE SOURCE : Medthai
Font size

 

 

Sections 

น้ำมันปลา

         น้ำมันปลา หนึ่งในอาหารเสริมยอดนิยมในยุคโควิด เพราะนอกจากจะให้ประโยชน์ต่อร่างกายหลายอย่างแล้ว น้ำมันปลายังช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง (ยับยั้งการแบ่งตัวของเชื้อไวรัส ทำให้ลดความรุนแรงจากการติดเชื้อ), เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเม็ดเลือดขาวในการกำจัดสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกายอย่างเชื้อโรคเชื้อไวรัสต่าง ๆ[1], ลดความเสี่ยงภาวะอักเสบภายในร่างกายจากการติดเชื้อ โดยเฉพาะภาวะปอดอักเสบในกลุ่มผู้สูงอายุหรือป่วยโรคประจำตัว, ลดความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาโรคหัวใจและหลอดเลือดจากภาวะ Long COVID (การศึกษาในอเมริกาล่าสุด ชี้ให้เห็นว่า ผู้ที่ติดเชื้อโควิดมาก่อนและรักษาหายแล้ว ในช่วง 12 เดือนถัดมาจะเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ราว 20 ชนิด เช่น หัวใจขาดเลือด หัวใจล้มเหลว กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ ภาวะหัวใจหยุดเต้น โรคหลอดเลือดสมอง ลิ่มเลือดอุดตันในปอดและหลอดเลือดต่าง ๆ ฯลฯ ทั้งนี้พบว่า จะมีความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาโรคหลอดเลือดมากกว่า 52% และโรคหัวใจมากกว่า 72% เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ที่ไม่เคยติดเชื้อ) รวมไปถึงผู้ที่เตรียมตัวไปฉีดวัคซีนแต่กังวลการเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันหลังฉีดวัคซีนด้วย[2]

         น้ำมันปลา (Fish Oil) คือ น้ำมันที่สกัดมาจากปลาจากแหล่งธรรมชาติ ในน้ำมันปลามีกรดไขมันอยู่หลายชนิด ชนิดที่สำคัญคือ กรดไขมันกลุ่มโอเมก้า-3 ที่มีกรดสำคัญมาก ๆ อยู่ 2 ชนิด คือ EPA (Eicosapentaenoic Acid) ที่ช่วยระดับไขมันไตรกลีเซอไรด์ในเลือด ลดความดันโลหิต ลดการเกาะตัวของเกล็ดเลือด ลดการปวดข้อและข้ออักเสบรูมาตอยด์ ฯลฯ และ DHA (Docosahexaenoic Acid) ที่ช่วยในด้านความจำ เป็นส่วนประกอบสำคัญของสมองและดวงตา โดยโอเมก้า-3 นี้เป็นกรดไขมันที่จำเป็นต่อร่างกาย ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้ จำเป็นต้องได้รับจากอาหารเท่านั้น ดังนั้น การรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารน้ำมันปลา ส่วนใหญ่แล้วเราจะต้องการประโยชน์ที่ได้รับจากโอเมก้า-3 คือ EPA และ DHA เป็นหลัก

ฟิชออยล์ (Fish Oil) ปกป้องหัวใจ ช่วยเสริมภูมิฯ ลดติดเชื้อ ต้านการอักเสบ”

หมายเหตุ : Long COVID คือ อาการหลงเหลือหลังการติดเชื้อโควิดในะระยะยาวที่ไม่มีลักษณะตายตัว สามารถเกิดขึ้นได้ทั่วร่างกาย ตั้งแต่ระบบหายใจ ระบบประสาท ระบบทางเดินอาหาร ระบบหัวใจและหลอดเลือด โดยมีโอกาสเกิดขึ้นได้ประมาณ 30-50% จากจำนวนผู้ติดเชื้อที่รักษาหายแล้ว โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการป่วยรุนแรง ซึ่งอาการที่พบได้บ่อย ๆ คืออ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ปวดเมื่อยตามตัว ไอเรื้อรัง ท้องอืด ท้องเสีย การรับรสและกลิ่นผิดปกติ รู้สึกเหมือนมีไข้ ปวดศีรษะ นอนไม่หลับ ความจำไม่ดี มีภาวะวิตกกังวล ซึมเศร้า ผมร่วง ฯลฯ[3] รวมถึงความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาโรคหัวใจและหลอดเลือดมากกว่าปกติด้วย[2]

น้ำมันปลายี่ห้อไหนดี
IMAGE SOURCE : Medthai

คำแนะนำในการเลือกซื้อน้ำมันปลา

  • เลือกน้ำมันปลาที่มาจากปลาทะเลน้ำลึกที่โอเมก้า-3 สูง ซึ่งมักเป็นปลาทะเลในเขตหนาว เช่น ปลาในทะเลน้ำลึกประเทศไอซ์แลนด์ อย่างปลาแองโชวี่ ปลาแซลมอน ปลาทูน่า เพราะบริเวณนั้นเป็นแหล่งทะเลน้ำลึกที่สะอาดบริสุทธิ์ มีแหล่งปนเปื้อนของสารต่าง ๆ น้อย มีสิ่งแวดล้อมและอาหารที่เหมาะสมแก่การสร้างโอเมก้า-3 ในเนื้อปลา ทำให้ปลามีปริมาณโอเมก้า-3 สูงสุด
  • มองหาแบรนด์ที่มีความน่าเชื่อถือ ได้รับการยอมรับ เลือกใช้วัตถุดิบจากแหล่งที่มีคุณภาพสูง และมีกระบวนการผลิตที่ผ่านการรับรองมาตรฐานการผลิตระดับสากล GMP และ PIC/S (มาตรฐานการผลิตยา) และผ่านการตรวจสอบปริมาณของสารปรอทและตะกั่ว
  • ต้องดูที่ปริมาณของ EPA และ DHA เป็นหลักว่ามีกรดไขมันทั้งสองตัวนี้อย่างละเท่าไหร่ หรือรวมกันแล้วมีปริมาณเท่าไหร่ ซึ่งน้ำมันปลาสูตรมาตรฐาน คือ น้ำมันปลา 1,000 มก. ที่มี EPA 180 มก. และ DHA 120 มก. (รวมกันเท่ากับ 300 มก.) อย่าเพียงแต่ดูว่าเป็นน้ำมันปลา 1,000 มก. เท่านั้น!
  • ปริมาณของ EPA และ DHA ทั้งคู่รวมกันต้องมีมากกว่า 20% เพราะน้ำมันปลา 1,000 มก. บางยี่ห้อ มี EPA และ DHA ปริมาณน้อยมาก คือ รวมกันไม่ถึง 200 มก. หรือ 20% ที่เหลือเป็นแค่แป้งและส่วนผสมอื่น ๆ
  • สัดส่วนของ EPA : DHA ที่ดีควรเป็น 3 : 2 เช่น EPA 180 มก. และ DHA 120 มก. เพราะเป็นสัดส่วนที่เชื่อว่าน่าจะออกฤทธิ์ได้มีประสิทธิภาพมากที่สุด (บางยี่ห้อมี EPA และ DHA มากกว่านี้ แต่ก็ไม่จำเป็นครับ แนะนำให้ทานเพิ่มในมื้ออาหารถัดไปก็ได้ครับ)
  • ควรมีส่วนผสมของวิตามินอี (Vitamin E) เนื่องจากโอเมก้า-3 จะสลายตัวได้ง่ายมาก จึงจำเป็นต้องมีวิตามินอีช่วยทำหน้าที่เป็น Antioxidant เพื่อคงสภาพและปริมาณของสารสำคัญให้สูงสุดในระหว่างรอการบริโภค
  • น้ำมันปลาควรเป็นแบบเม็ดเจลนิ่ม (Soft Gel) ที่ปิดสนิท เพื่อช่วยปกป้องไม่ให้โอเมก้า-3 ข้างในเกิดการสลายตัวในระหว่างการรอบริโภค หากน้ำมันปลาถูกบรรจุในแคปซูลแข็ง ๆ อาจทำให้มีรอยรั่วตรงขอบเม็ดและทำให้มีอากาศเข้าไปเกิดการออกซิไดซ์จนปริมาณของสารสำคัญลดลงได้
  • บรรจุภัณฑ์ของน้ำมันปลาควรเป็นขวดแบบทึบแสง ป้องกันแสง และอากาศได้ดี ถ้าบรรจุภัณฑ์เป็นขวดพลาสติก ควรเป็นขวดพลาสติกเกรดยา (ขวดพลาสติกทั่วไปอาจไปทำปฏิกิริยากับน้ำมันปลาได้ โดยเฉพาะเมื่อต้องเก็บไว้เป็นเวลานาน) ส่วนบรรจุภัณฑ์ที่เป็นขวดแก้วสีชา แบบนี้ก็ดีครับ แต่จะไม่สะดวกต่อการพกพาเท่าขวดพลาสติก แต่ก็มีข้อดีคือ มีความเป็นกลางไม่ทำปฏิกิริยากับน้ำมันปลา
  • เลือกซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่แสดงฉลากถูกต้อง ระบุสารสำคัญอย่างละเอียดครบถ้วน มีฉลากภาษาไทย มีวันเดือนปีที่ผลิตและหมดอายุชัดเจน และต้องมี อย. 13 หลัก (อาหารเสริมที่ผลิตในประเทศและนำเข้าจากต่างประเทศต้องมีการขออนุญาตจาก อย. เพื่อตรวจสอบและประเมินถึงความปลอดภัยของส่วนประกอบ) อย่างไรก็ตาม การดู อย. อย่างเดียวก็ไม่ได้แปลว่าปลอดภัยเสมอไป เพราะยังมีข่าวพบผลิตภัณฑ์เสริมอาหารปลอมหรือพบการปลอมฉลาก อย. อยู่บ่อย ๆ ซึ่งจะทำให้เสี่ยงต่อการได้รับสารหรือส่วนผสมที่ไม่ปลอดภัย ดังนั้น หากคุณต้องซื้อน้ำมันปลาหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอื่น ๆ ก็ควรซื้อจากร้านที่ไว้ใจได้ หรือถ้าเป็นน้ำมันปลายี่ห้อไม่คุ้นเคยหรือยี่ห้อนำเข้าก็ควรตรวจสอบดูให้ดีว่าเคยมีการขออนุญาตจากทาง อย. แล้วหรือไม่ โดยนำชื่อผลิตภัณฑ์ไปตรวจสอบกับทางเว็บไซต์ของ อย.
  • แนะนำให้ซื้อจากร้านที่มีหลักแหล่งแน่นอนและเชื่อถือได้เท่านั้น อย่างร้านขายยาที่มีเภสัชกรประจำอยู่ หรือร้านที่มีการจัดเก็บและขนส่งอย่างเหมาะสม เพื่อจะได้สอบถามถึงรายละเอียดต่าง ๆ เกี่ยวกับตัวผลิตภัณฑ์และขนาดที่เหมาะสมในการรับประทานได้ (โดยส่วนตัวจะหลีกเลี่ยงการซื้ออาหารเสริมจากช่องทางออนไลน์ เพราะเราดูวันผลิตวันหมดอายุไม่ค่อยได้ และเคยมีประสบการณ์จากการขนส่งที่ไม่ดีจากเรื่องอุณหภูมิร้อนจากการขนส่ง ซึ่งทำให้คุณภาพของอาหารเสริมลดลง อีกทั้งเราเองก็ไม่มีทางรู้ได้เลยว่าร้านที่เราซื้อจากทางออนไลน์นั้น แต่ละร้านมีการจัดเก็บอาหารเสริมแบบใด มีการควบคุมอุณภูมิห้องเก็บของหรือไม่ และร้านเหล่านั้นรับสินค้ามาจากแหล่งใด และมีกระบวนการขนส่งที่ดีหรือไม่ ด้วยเหตุนี้ จึงแนะนำว่าอย่าเห็นแก่ของถูกเสมอไป โดยเฉพาะกับอาหารเสริมหรือยา เพราะมันอาจจะไม่คุ้มกับคุณภาพที่เสียไปหรือทานแล้วไม่ค่อยได้ผลก็ได้ครับ
  • น้ำมันปลานำเข้าหรือของต่างประเทศเท่าที่มีข้อมูล คุณภาพไม่ได้แตกต่างจากที่ผลิตในไทย เพราะยี่ห้อดี ๆ จะเลือกใช้วัตถุดิบนำเข้าคุณภาพสูงจากแหล่งเดียวกัน (แม้จะเป็นยี่ห้อที่น่าเชื่อถือและมีรีวิวดี ๆ ก็ยังไม่แนะนำให้เลือกซื้อจากช่องทางออนไลน์แล้วส่งมาไทยโดยตรงครับ ด้วยเหตุผลเรื่องการขนส่งและอุณหภูมิความร้อนตามที่ว่ามาครับ เว้นแต่ว่ายี่ห้อที่นำเข้านั้นจะมีบริษัทที่ขอนำเข้าและมีช่องทางจำหน่ายอย่างถูกต้อง แบบนี้ก็เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจครับ)
  • น้ำมันปลาหลายยี่ห้อก็มีราคาแพงจนน่าตกใจ ทั้ง ๆ ที่ส่วนผสมและคุณภาพก็ไม่ได้ต่างจากยี่ห้ออื่น ๆ ที่มีราคาต่ำกว่ามาก หรือบางยี่ห้อราคาแพงกว่าไม่พอ แต่กลับมีส่วนผสมสำคัญน้อยกว่ายี่ห้ออื่นเป็นเท่าตัวก็มี เพราะฉะนั้นอย่าคิดไปเองว่าน้ำมันปลายิ่งแพงแล้วจะยิ่งดี หรือกลับกันน้ำมันปลาที่ถูกมาก ๆ ก็ใช่ว่าจะคุ้มค่าเสมอไป
รีวิวน้ำมันปลา
IMAGE SOURCE : Medthai

น้ำมันปลายี่ห้อไหนดี ​?

         ในหัวข้อนี้เราจะมาเปิดขวดและรีวิวน้ำมันปลารวม 10 ยี่ห้อ! พร้อมกับให้คะแนนรีวิวกันแบบคร่าว ๆ โดยแอดและทีมงานของ Medthai เองครับ ซึ่งการคัดเลือกน้ำมันปลาที่นำมารีวิวปีนี้เราพยายามช่วยกันคัดเลือกน้ำมันปลาให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น (จากรีวิวที่แล้วเมื่อปี 2020 ที่เราจะเน้นรีวิวเฉพาะน้ำมันปลาสูตรมาตรฐาน 1000 มก.) โดยจะทั้งยี่ห้อยอดนิยมที่หลายคนคุ้นเคย ยี่ห้อใหม่ ๆ และยี่ห้อนำเข้าที่กำลังเป็นกระแส แต่ทั้งหมดนี้ล้วนมีความความแตกต่างกันในเรื่องของรายละเอียด ตั้งแต่น้ำมันปลายี่ห้อที่มีราคาถูกมาก ๆ กับแพงมาก ๆ, น้ำมันปลาสูตรเดียวกัน ผลิตที่เดียวกัน และมีคุณภาพเหมือนกันแต่ราคาต่างกันมาก, น้ำมันปลาที่มีส่วนผสมสำคัญต่างกันทั้งมากกว่าและน้อยกว่าสูตรมาตรฐาน, บรรจุภัณฑ์ที่ต่างกัน ทั้งขวดแก้ว ขวดพลาสติก หรืออยู่ในแผงฟอยล์, น้ำมันปลาที่ไม่มีกลิ่นจนถึงมีกลิ่นแรงมาก, น้ำมันปลาสูตรผสมกับวิตามินหรือสารอื่น ๆ เป็นต้น ทั้งนี้ ก็เพื่อให้ผู้อ่านได้สังเกตเห็นถึงความแตกต่างและข้อดีข้อเสียของน้ำมันปลาแต่ละยี่ห้อ และนำข้อมูลนี้ไปใช้ประกอบการตัดสินใจเพื่อเลือกซื้อน้ำมันปลามาที่เหมาะกับตัวเองมารับประทานครับ

         ส่วนเกณฑ์การให้คะแนนของเรานั้นจะมีหลายอย่างมาก ตั้งแต่ความน่าเชื่อถือของแบรนด์ (มาตรฐานการผลิต การรับรอง วัตถุดิบที่ใช้ ลักษณะโรงงานว่าเป็นโรงงานที่ผลิตอาหารเสริมโดยเฉพาะหรือไม่ รวมไปถึงทุนจุดทะเบียนและมูลค่าของบริษัททั้งบริษัทผู้รับผลิตและบริษัทผู้จัดจำหน่าย), ปริมาณของสารสำคัญ, บรรจุภัณฑ์, กลิ่นของน้ำมันปลา, ประโยชน์ที่ร่างกายได้รับ และความคุ้มค่าของราคาต่อเม็ดครับ ซึ่งงงงงก็ต้องบอกไว้ก่อนเลยนะครับว่าการรีวิวนี้เป็นการให้คะแนนแบบคร่าว ๆ จากทีมงานของเราเอง จึงไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงใด ๆ ได้ และไม่ได้หมายความว่ายี่ห้อที่มีคะแนนน้อยจะมีคุณภาพแย่กว่าเสมอไปครับ เพราะผู้อ่านหลายคนก็คงจะมีเกณฑ์การเลือกซื้อและให้คะแนนที่แตกต่างกันไปใช่ไหมครับ ดังนั้นก็อย่าไปซีเรียสครับ มาเริ่มดูรีวิวกันเลย~

MEGA We Care FISH OIL 1000mg

รีวิวน้ำมันปลา MEGA We Care FISH OIL 1000mg
MEGA We Care FISH OIL 1000mg

#1 เมก้า วีแคร์ (MEGA We care) ผลิตภัณฑ์น้ำมันปลาที่มีคุณภาพดีในราคาที่เหมาะสม ไว้ใจได้ในเรื่องของคุณภาพวัตถุดิบและมาตรฐานการผลิต เพราะเมก้าเป็นโรงงานผลิตยาแห่งแรกและแห่งเดียวในไทยที่ผ่านการรับมาตรฐานการผลิต (GMP) ระดับสากลถึง 2 สถาบัน คือ TGA จากประเทศออสเตรเลีย และ BfArM จากประเทศเยอรมัน น้ำมันปลาที่ผลิตจะผ่านขั้นตอนการวิจัยการผลิต การควบคุมคุณภาพ และการตรวจสอบสารปนเปื้อนและโลหะหนัก และยังมีกระบวนการผลิตโดยใช้เทคโนโลยีขั้นสูง เช่น SOLVENT FREE (ผลิตแคปซูลนิ่มเพื่อให้ลดการใช้ตัวทำละลายและทำให้ผู้บริโภคปลอดภัยจากสารตกค้างอันไม่จำเป็น), ADDED PRESERVATIVES (เทคโนโลยีพิเศษและกระบวนการที่ปราศจากเชื้อ ควบคุมการผลิตโดยไม่ให้ใช้สารกันบูดในแคปซูล) และการควบคุมคุณภาพโดย QUALITY ASSURANCE และ QUALITY CONTROL ภายใต้มาตรฐานการผลิตยา (แม้จะผลิตอาหารเสริมก็ตาม)

  • ความน่าเชื่อถือ (แบรนด์) : 10/10 คะแนน
    • ผลิตและจัดจำหน่ายโดย บริษัท เมก้า ไลฟ์ไซแอ็นซ์ จำกัด (มหาชน) (ทุนจดทะเบียน 437 ล้านบาท / มูลค่าบริษัท 4,911 ล้านบาท*)
    • เลข อย. / เลขที่จดแจ้ง : 11-1-32732-1-0130
  • ปริมาณสารสำคัญ : 10/10 คะแนน
    • น้ำมันปลา : 1,000 มก. (ปลาแอนโชวี่ วัตถุดิบนำเข้าจากประเทศไอซ์แลนด์)
      • EPA : 180 มก.
      • DHA : 120 มก.
    • Vitamin E : 1.4 มก.
  • บรรจุภัณฑ์ : 8.5/10 คะแนน
    • ลักษณะขวด : ขวดพลาสติกทึบแสง (เกรดยา) + ซีลพลาสติกรอบขวด
    • ฝาขวด : แบบเกลียวหมุน (ปิดได้แน่นมาก) + ซีลปากขวด
    • กลิ่นน้ำมันปลา : มีกลิ่นคาวปลามาก
  • ประโยชน์ที่ร่างกายได้รับ : 9/10 คะแนน
  • ราคาเฉลี่ยต่อเม็ด : 8.7/10 คะแนน (ราคาประมาณ 3.3 บาท/เม็ด)
  • คะแนนรวม : 46.2/50 คะแนน

VISTRA SALMON FISH OIL 1000 mg

รีวิวน้ำมันปลา VISTRA SALMON FISH OIL 1000 mg
VISTRA SALMON FISH OIL 1000 mg

#2 วิสทร้า (Vistra) อีกยี่ห้อที่คนไทยคุ้ยเคยกันดี เป็นน้ำมันปลาแซลมอนผลิตในไทยที่ใช้วัตถุดิบนำเข้าจากประเทศไอซ์แลนด์ ผลิตโดยบริษัทโปรโนวา แลบบอราทอรีส์ ที่รับผลิตอาหารเสริม เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพต่าง ๆ (ผ่านการรับรองมาตรฐาน GMP, HACCP, DMSc) เป็นน้ำมันปลาสูตรมาตรฐานที่มีวิตามินอีสูงกว่ายี่ห้ออื่น ๆ (จริง ๆ วิตามินอีมีไว้แค่ช่วยคงสภาพและปริมาณของสารสำคัญให้มีสูงสุดระหว่างรอการบริโภคเท่านั้นครับ จะมากหรือน้อยก็ไม่ได้มีความแตกต่างกัน ขอให้มีบ้างก็เป็นอันใช้ได้)

  • ความน่าเชื่อถือ (แบรนด์) : 9/10 คะแนน
    • ผลิตโดย บริษัทโปรโนวา แลบบอราทอรีส์ จำกัด (ทุนจดทะเบียน 180 ล้านบาท / มูลค่าบริษัท 205 ล้านบาท)
    • จัดจำหน่ายโดย บริษัท เอ็นบีดี เฮลท์แคร์ จำกัด (ทุนจดทะเบียน 345 ล้านบาท / มูลค่าบริษัท 361 ล้านบาท)
    • เลข อย. / เลขที่จดแจ้ง : 13-1-00449-1-0121
  • ปริมาณสารสำคัญ : 10/10 คะแนน
    • น้ำมันปลา : 1,000 มก. (ปลาแซลมอน วัตถุดิบนำเข้าจากประเทศไอซ์แลนด์)
      • EPA : 180 มก.
      • DHA : 120 มก.
    • Vitamin E : 9.09 มก.
  • บรรจุภัณฑ์ : 8.75/10 คะแนน
    • ลักษณะขวด : ขวดแก้วสีชา + ซีลพลาสติกรอบขวด
    • ฝาขวด : ฝาเกลียวหมุน (ปิดแน่นมาก) + ซีลปากขวด
    • กลิ่นน้ำมันปลา : มีกลิ่นคาวปลาน้อยมาก
  • ประโยชน์ที่ร่างกายได้รับ : 9/10 คะแนน
  • ราคาเฉลี่ยต่อเม็ด : 8/10 คะแนน (ราคาประมาณ 4 บาท/เม็ด)
  • คะแนนรวม : 44.75/50 คะแนน

Korea Eundan rTG Omega 3

รีวิวน้ำมันปลา Korea Eundan rTG Omega 3
Korea Eundan rTG Omega 3

#3 โคเรียอึนดัน (Korea Eundan) น้ำมันปลาที่ผลิตจากปลาแอนโชวี่ เป็นน้ำมันปลายี่ห้อที่ฉลากไม่ได้ระบุว่ามีโอเมก้า-3 เท่าไหร่ ซึ่งต้องไปคำนวณเอาเอง คือ เป็นน้ำมันปลา 670 มก. ที่มีโอเมก้า-3 อยู่ 75% (ประมาณ 500 มก. ซึ่งสูงกว่ายี่ห้ออื่น ๆ เกือบเท่าตัว) ยี่ห้อนี้ไว้ใจได้ในเรื่องของคุณภาพเพราะผลิตโดย Golden Omega จากประเทศอเมริกาซึ่งเป็นบริษัทที่เชี่ยวชาญด้านโอเมก้า-3 ระดับโลก ที่คัดสรรเฉพาะวัตถุดิบระดับพรีเมี่ยม และโฆษณาว่ามีเทคโนโลยี่การสกัดแบบ rTG ซึ่งเป็นวิธีการสกัดเพื่อให้ได้โอเมก้า-3 ที่มีความบริสุทธิ์สูงเพื่อให้ร่างกายดูดซึมได้มากที่สุด (ถ้าต้องเลือกน้ำมันปลายี่ห้อนำเข้า ยี่ห้อนี้จะเป็นตัวเลือกแรก ๆ ที่ผมสนใจครับ)

  • ความน่าเชื่อถือ (แบรนด์) : 9/10 คะแนน
    • ผลิตโดย บริษัท Korea Eundan บริษัทวิตามินชั้นนำในประเทศเกาหลี
    • นำเข้าโดย บริษัท ทรอปปิค ซิตี้ จำกัด (ทุนจดทะเบียน 2 ล้านบาท / มูลค่าบริษัท 1.2 ล้านบาท)
    • เลข อย. / เลขที่จดแจ้ง : 11-4-02560-5-0003
  • ปริมาณสารสำคัญ : 10/10 คะแนน
    • น้ำมันปลา : 670 มก. (ปลาแอนโชวี่ ในทะเลแปซิฟิก)
      • EPA : 300 มก.
      • DHA : 200 มก.
    • Vitamin E : มี (ไม่ระบุปริมาณ)
  • บรรจุภัณฑ์ : 9/10 คะแนน
    • ลักษณะภาพรวม : น้ำมันปลาถูกแพ็คมาในกล่องกระดาษสวยงาม ในกล่องประกอบด้วยน้ำมันปลาจำนวน 6 แผง ซึ่งอยู่ในรูปของแผงฟอยล์ แบ่งเป็นแผงละ 10 เม็ด มีข้อดีคือ พกพาได้สะดวก ช่วยปกป้องน้ำมันปลาแต่ละเม็ดให้แยกออกจากกัน จึงช่วยป้องกันออกซิเจนและความชื้นได้ดี แต่ก็ยังมีข้อเสียอยู่บ้างตรงที่แผงฟอยล์ที่บรรจุเป็นแบบใส จึงไม่สามารถป้องกันแสงได้ แต่คงไม่ใช่ปัญหาถ้าเราเก็บดี ๆ
    • กลิ่นน้ำมันปลา : ไม่มีกลิ่นคาวปลา
  • ประโยชน์ที่ร่างกายได้รับ : 10/10 คะแนน
  • ราคาเฉลี่ยต่อเม็ด : 5/10 คะแนน (ราคาประมาณ 7 บาท/เม็ด)
  • คะแนนรวม : 43/50 คะแนน

BEWEL SALMON FISH OIL 1000 mg

รีวิวน้ำมันปลา BEWEL SALMON FISH OIL 1000 mg
BEWEL SALMON FISH OIL 1000 mg

#4 บีเวล (Bewel) เป็นน้ำมันปลาแซลมอนสูตรเดียวกันกับวิสทร้า ผลิตจากโรงงานเดียวกัน ใช้วัตถุดิบที่นำเข้าจากประเทศไอซ์แลนด์และมีปริมาณของสารสำคัญเท่ากันทุกอย่าง (ต่างกันที่ฝาและขวดของบรรจุภัณฑ์) บริษัทที่จำหน่ายไม่มีข้อมูลของเว็บไซต์บริษัทและข้อมูลของผลิตภัณฑ์ให้ดูอย่างเป็นทางการ แต่เข้าใจว่าเป็นเครือเดียวกับวิสทร้า ซึ่งคุณภาพก็น่าจะพอ ๆ กัน แต่ Bewel จะมีราคาต่อเม็ดที่ถูกกว่ามากครับ (ถ้าต้องเลือกระหว่าง 2 ยี่ห้อนี้ ผมจะเลือก Bewel ครับ)

  • ความน่าเชื่อถือ (แบรนด์) : 7/10 คะแนน
    • ผลิตโดย บริษัทโปรโนวา แลบบอราทอรีส์ จำกัด (ทุนจดทะเบียน 180 ล้านบาท / มูลค่าบริษัท 205 ล้านบาท)
    • จำหน่ายโดย บริษัท ดีเอสซี ซินดิเคท จำกัด (ทุนจดทะเบียน 120 ล้านบาท / มูลค่าบริษัท 42 ล้านบาท)
    • เลข อย. / เลขที่จดแจ้ง : 13-1-00449-5-0008
  • ปริมาณสารสำคัญ : 9.5/10 คะแนน
    • น้ำมันปลา : 1,000 มก. (ปลาแซลมอน แต่ไม่ระบุแหล่งที่มาของวัตถุดิบ)
      • EPA : 180 มก.
      • DHA : 120 มก.
    • Vitamin E : 9.09 มก.
  • บรรจุภัณฑ์ : 8/10 คะแนน
    • ลักษณะขวด : ขวดแก้วสีชา + ซีลพลาสติกรอบขวด
    • ฝาขวด : แบบสุญญากาศเปิดปิด (ปิดแน่นปานกลาง) แต่ฝาขวดขาดง่าย
    • กลิ่นน้ำมันปลา : มีกลิ่นคาวปลาน้อย
  • ประโยชน์ที่ร่างกายได้รับ : 9/10 คะแนน
  • ราคาเฉลี่ยต่อเม็ด : 9.3/10 คะแนน (ราคาประมาณ 2.7 บาท/เม็ด)
  • คะแนนรวม : 42.8/50 คะแนน

BLACKMORES FISH OIL MINI

รีวิวน้ำมันปลา BLACKMORES FISH OIL MINI
BLACKMORES FISH OIL MINI

#5 แบลคมอร์ส (Blackmores) น้ำมันปลาสัญชาติออสเตรเลียที่ผลิตจากปลาแอนโชวี่ จัดเป็นยี่ห้อที่มีความน่าเชื่อถือสูง ได้รับการยอมรับมาอย่างยาวนานในบ้านเรา เพราะเป็นยี่ห้อแรก ๆ ที่เข้ามาเปิดตลาดอาหารเสริมในไทย โดดเด่นในเรื่องของการคัดเลือกวัตถุดิบที่มีคุณภาพสูง ผลิตตามข้อกำหนดและมาตรฐานระดับสากล อย่างมาตรฐานการผลิต GMP มาตรฐานการผลิต PIC/S จากประเทศออสเตรเลีย ซึ่งเป็นมาตรฐานการผลิตยาที่ใช้กันเป็นกฎหมายในทวีปยุโรป และผ่านการตรวจสอบสารปรอทและสารตะกั่วเช่นกัน แต่ก็ค่อนข้างจะมีราคาแพงครับเมื่อเทียบกับยี่ห้ออื่น ๆ แต่ถ้าคุณไม่ได้สนใจเรื่องราคา ยี่ห้อนี้ก็นับว่าเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจครับ

  • ความน่าเชื่อถือ (แบรนด์) : 10/10 คะแนน
    • ผลิตโดย บริษัท แบลคมอร์ส จำกัด ประเทศออสเตรเลีย
    • นำเข้าโดย บริษัท แบลคมอร์ส จำกัด (ทุนจดทะเบียน 180 ล้านบาท / มูลค่าบริษัท 205 ล้านบาท)
    • เลข อย. / เลขที่จดแจ้ง : 10-3-08338-5-0002
  • ปริมาณสารสำคัญ : 9/10 คะแนน
    • น้ำมันปลา : 500 มก. (ปลาแอนโชวี่ ในเขตทะเลน้ำลึกเขตทะเลโมรอคโค และแอฟริกาใต้)
      • EPA : 180 มก.
      • DHA : 120 มก.
    • Vitamin E : 2.5 ไอ.ยู. หรือเท่ากับ 1.665 มก.
  • บรรจุภัณฑ์ : 8.5/10 คะแนน
    • ลักษณะขวด : ขวดแก้วสีชา
    • ฝาขวด : แบบสุญญากาศเปิดปิด (ปิดแน่นปานกลาง) แต่ฝาขวดขาดง่าย
    • กลิ่นน้ำมันปลา : ไม่มีกลิ่นคาวปลา
  • ประโยชน์ที่ร่างกายได้รับ : 9/10 คะแนน
  • ราคาเฉลี่ยต่อเม็ด : 5.8/10 คะแนน (ราคาประมาณ 6.2 บาท/เม็ด)
  • คะแนนรวม : 42.3/50 คะแนน

KIRKLAND Signature FISH OIL 1000 mg

รีวิวน้ำมันปลา KIRKLAND Signature FISH OIL 1000 mg
KIRKLAND Signature FISH OIL 1000 mg

#6 เคิร์กแลนด์ ซิกเนเจอร์ (KIRKLAND Signature) น้ำมันปลานำเข้าจากต่างประเทศที่หลายคนอาจคุ้นตาและมีรีวิวดีมาก ผลิตจากปลาทะเลน้ำลึกหลายชนิด ไม่ใช่ปลาที่เลี้ยงในฟาร์ม ผลิตโดยบริษัทค้าปลีกในอเมริกาที่ผลิตสินค้าอย่างหลากหลายตั้งแต่ลูกอม ของใช้ภายในบ้าน อาหารสด อาหารเสริมและยา (เรือคายัคก็ขายนะ) เป็นน้ำมันปลายี่ห้อที่มีราคาต่อเม็ดถูกที่สุดและควรนำมารีวิว เพราะชี้ให้เห็นว่า ในน้ำมันปลา 1000 มก. อาจไม่ได้มีโอเมก้า-3 ถึง 300 มก. เสมอไป (เพราะมีโอเมก้า-3 250 มก. แถมยังไม่บอกสัดส่วนของ EPA และ DHA ด้วย) ดังนั้น ก่อนคุณเลือกซื้อน้ำมันปลายี่ห้อที่ไม่คุ้นเคยก็ควรดูฉลากให้ดี ๆ ไม่ใช่ดูแต่คะแนนรีวิวนะครับ

  • ความน่าเชื่อถือ (แบรนด์) : 6/10 คะแนน
    • ผลิตโดย บริษัท COSTCO บริษัทค้าปลีกในอเมริกา
    • นำเข้าโดย บริษัท สตาร์ไลท์ อิมพอร์ต จำกัด (ทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท / มูลค่าบริษัท 9 แสนบาท) แต่ส่วนใหญ่หลายร้านจะนำเข้ามาเอง
    • เลข อย. / เลขที่จดแจ้ง : 10-3-39361-5-0001
  • ปริมาณสารสำคัญ : 6.5/10 คะแนน
    • น้ำมันปลา : 1,000 มก. (ปลาแอนโชวี่, ปลาซาร์ดีน, ปลาแมคเคอเรล, ปลาเฮร์ริง และปลาเมนฮาเดน แต่ไม่ระบุแหล่งที่มาของวัตถุดิบ)
      • EPA+DHA : 250 มก.
    • Vitamin E : ไม่มี
  • บรรจุภัณฑ์ : 8.75/10 คะแนน
    • ลักษณะขวด : ขวดพลาสติกทึบแสง (ไม่ทราบเกรด)
    • ฝาขวด : แบบเกลียวหมุน (ปิดแน่นมาก) + ซีลปากขวด
    • กลิ่นน้ำมันปลา : มีกลิ่นคาวปลาปานกลางถึงมาก
  • ประโยชน์ที่ร่างกายได้รับ : 8/10 คะแนน
  • ราคาเฉลี่ยต่อเม็ด : 10/10 คะแนน (ราคาประมาณ 2.04 บาท/เม็ด)
  • คะแนนรวม : 39.25/50 คะแนน

Giffarine FISH OIL 1000

รีวิวน้ำมันปลา Giffarine FISH OIL 1000
Giffarine FISH OIL 1000

#7 กิฟฟารีน (Giffarine) น้ำมันปลาที่ผลิตในไทยที่ข้อมูลในเว็บไซต์ทางการไม่ได้ระบุว่าผลิตจากปลาชนิดใดและนำเข้าจากที่ใด ส่วนบริษัทที่ผลิตก็ไม่ใช่บริษัทเฉพาะทางที่ผลิตอาหารเสริมอย่างเดียว แต่ยังผลิตอาหาร เครื่องดื่ม และเครื่องสำอางด้วย โดยน้ำมันปลาที่ผลิตนี้จะเป็นสูตรมาตฐานเหมือนน้ำมันปลาทั่วไป แต่ค่อนข้างจะมีราคาราคาแพงกว่ายี่ห้ออื่นอยู่มาก

  • ความน่าเชื่อถือ (แบรนด์) : 7/10 คะแนน
    • ผลิตโดย บริษัท เฮลท์ฟู้ด แอนด์ คอสเมติค ครีเอชั่น จำกัด (ทุนจดทะเบียน 155 ล้านบาท / มูลค่าบริษัท 183 ล้านบาท)
    • จัดจำหน่ายโดย บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด (ทุนจดทะเบียน 150 ล้านบาท / มูลค่าบริษัท 2,495 ล้านบาท)
    • เลข อย. / เลขที่จดแจ้ง : 13-1-03337-5-0004
  • ปริมาณสารสำคัญ : 8/10 คะแนน
    • น้ำมันปลา : 1,000 มก. (ไม่ระบุชนิดปลาและแหล่งที่มาของวัตถุดิบ)
      • EPA : 180 มก.
      • DHA : 120 มก.
    • Vitamin E : 4.16 มก.
  • บรรจุภัณฑ์ : 9.75/10 คะแนน
    • ลักษณะขวด : ขวดพลาสติกทึบแสง (ไม่ทราบเกรด) + ซีลพลาสติกรอบขวด
    • ฝาขวด : แบบเกลียวหมุน (ปิดแม่นมาก) + ซีลปากขวด
    • กลิ่นน้ำมันปลา : มีกลิ่นคาวปลาน้อยมาก
  • ประโยชน์ที่ร่างกายได้รับ : 9/10 คะแนน
  • ราคาเฉลี่ยต่อเม็ด : 5/10 คะแนน (ราคาประมาณ 7 บาท/เม็ด)
  • คะแนนรวม : 38.75/50 คะแนน

MaxxLife Fish Oil

รีวิวน้ำมันปลา MaxxLife Fish Oil
MaxxLife Fish Oil

#8 แม็กซ์ไลฟ์ (MaxxLife) น้ำมันปลาผลิตในประเทศไทยที่มีขายอยู่ทุกเว็บไซต์ออนไลน์ในไทย แต่ไม่มีข้อมูลเว็บไซต์ของบริษัทที่รับผลิต จึงไม่ทราบถึงคุณภาพและมาตรฐานการผลิต ส่วนที่หาข้อมูลได้คือบริษัทที่จัดจำหน่าย เป็นผู้นำเข้าและจำหน่ายสินค้าอาหารเสริมและสมุนไพร ส่วนข้อมูลของน้ำมันปลาอย่างละเอียดนั้นไม่มีแสดงไว้ ทำให้ไม่ทราบว่าใช้ปลาชนิดใดในการผลิต หรือนำเข้าวัตถุดิบมาจากแห่งหนใด

  • ความน่าเชื่อถือ (แบรนด์) : 5/10 คะแนน
    • ผลิตโดย บริษัท 8 เศรษฐี จำกัด (บริษัทผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร) (ทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท / มูลค่าบริษัท 28 ล้านบาท)
    • จัดจำหน่ายโดย บริษัท เวลเกท ดิสทริบิวชั่น จำกัด (ทุนจดทะเบียน 55 ล้านบาท / มูลค่าบริษัท 60 ล้านบาท)
    • เลข อย. / เลขที่จดแจ้ง : 11-1-01049-1-0208
  • ปริมาณสารสำคัญ : 8/10 คะแนน
    • น้ำมันปลา : 1,000 มก. (ไม่ระบุชนิดปลาและแหล่งที่มาของวัตถุดิบ)
      • EPA : 180 มก.
      • DHA : 120 มก.
    • Vitamin E (Tocopherol) : 5 มก.
  • บรรจุภัณฑ์ : 5/10 คะแนน
    • ลักษณะขวด : ขวดพลาสติกใสไม่ทึบแสง + ซีลพลาสติกรอบขวด
    • ฝาขวด : แบบสุญญากาศเปิดปิด (ปิดแน่นน้อย) + ซีลปากขวด
    • กลิ่นน้ำมันปลา : มีกลิ่นคาวปลามากที่สุด
  • ประโยชน์ที่ร่างกายได้รับ : 9/10 คะแนน
  • ราคาเฉลี่ยต่อเม็ด : 6.6/10 คะแนน (ราคาประมาณ 5.4 บาท/เม็ด)
  • คะแนนรวม : 33.6/10 คะแนน

ZEAVITA TUNA HEAD FISH OIL+

รีวิวน้ำมันปลา ZEAVITA TUNA HEAD FISH OIL+
ZEAVITA TUNA HEAD FISH OIL+

#9 ซีวีต้า (Zeavita) น้ำมันปลาสกัดเย็นจากหัวปลาทูน่าที่เป็นน้ำมันปลาสูตรที่แตกต่างจากสูตรอื่น ๆ ที่เลือกมาก็เพราะอยากให้ผู้อ่านได้รู้ว่า นอกจากน้ำมันปลาจากสูตรมาตรฐานแล้ว ในท้องตลาดยังมีน้ำมันปลาสูตรอื่น ๆ อยู่ด้วย ซึ่งยี่ห้อนี้ก็จะเป็นสูตรที่มี EPA เพียง 25 มก. (แต่มี DHA 125 มก.) ซึ่งปริมาณ EPA ที่ให้มานั้นก็น้อยจนเกินไป และไม่ใช่สัดส่วนเหมาะสมที่จะออกฤทธิ์ได้ดี อย่างไรก็ตามในสูตรนี้เองก็ได้ชดเชยโดยการเพิ่มส่วนผสมของวิตามินบีรวม สารสกัดขมิ้นชัน สารสกัดจากดอกดาวเรือง และผงบิลเบอร์รี่เข้ามาแทน แต่ทั้งนี้ราคาต่อเม็ดก็ยังแพงมากและสารอื่น ๆ ที่เพิ่มเข้ามาก็ดูจะน้อยไปอยู่ดีครับ

  • ความน่าเชื่อถือ (แบรนด์) : 8/10 คะแนน
    • ผลิตโดย บริษัท ซัพพอร์ท แพค จำกัด (บริษัทรับจ้างผลิตอาหารเสริมและอาหาร) (ทุนจดทะเบียน 15 ล้านบาท / มูลค่าบริษัท 296 ล้านบาท)
    • จัดจำหน่ายโดย บริษัท ไทยยูเนี่ยน ไลฟ์ไซเอนซ์ จำกัด (ทุนจดทะเบียน 300 ล้านบาท / มูลค่าบริษัท N/A บาท)
    • เลข อย. / เลขที่จดแจ้ง : 11-1-10249-5-0333
  • ปริมาณสารสำคัญ : 7/10 คะแนน
    • น้ำมันปลา : 500 มก. (หัวปลาทูน่า แต่ไม่ระบุแหล่งที่มาของวัตถุดิบ)
      • EPA : 25 มก.
      • DHA : 125 มก.
    • Vitamin E : 1.507 มก.
    • อื่น ๆ : วิตามินบีรวม 8 ชนิด 8.67 มก., สารสกัดขมิ้นชัน 12.5 มก., สารสกัดจากดอกดาวเรือง 5 มก. และผงบิลเบอร์รี่ 2 มก.
  • บรรจุภัณฑ์ : 8/10 คะแนน
    • ลักษณะขวด : ขวดพลาสติกใสทึบแสง + กล่องกระดาษดูสวยงาม
    • ฝาขวด : แบบเกลียวหมุน (ปิดแน่นมาก) + ซีลปากขวด
    • กลิ่นน้ำมันปลา : มีกลิ่นคาวปลาน้อย
  • ประโยชน์ที่ร่างกายได้รับ : 6/10 คะแนน
  • ราคาเฉลี่ยต่อเม็ด : 3.7/10 คะแนน (ราคาประมาณ 8.3 บาท/เม็ด)
  • คะแนนรวม : 32.7/50 คะแนน

NUTRILITE Fish Oil

รีวิวน้ำมันปลา NUTRILITE Fish Oil
NUTRILITE Fish Oil

#10 นิวทริไลท์ (NUTRILITE) เป็นน้ำมันปลาจากปลาแซลมอนและปลาอื่น ๆ ผลิตในอเมริกาโดยบริษัทที่รับผลิตสินค้าทุกอย่างตั้งแต่ของใช้ภายในบ้าน บรรจุภัณฑ์ การพิมพ์ กล่อง ผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคล และอาหารเสริม นำเข้าโดยบริษัทแอมเวย์ประเทศไทย น้ำมันปลาสูตรนี้ไม่ใช่สูตรมาตรฐาน เพราะเป็นสูตรน้ำมันปลา 525 มก. ที่มี EPA เพียง 80 มก. และ DHA 60 มก. ซึ่งน้อยกว่าสูตรมาตรฐานเกินเท่าตัว และอาจต้องทานถึงครั้งละ 2 เม็ด หรือวันละหลายครั้ง เพื่อให้ได้ปริมาณโอเมก้า-3 เท่ากับยี่ห้อที่ใช้สูตรมาตรฐาน แถมน้ำมันปลายี้ห้อยังมีราคาต่อเม็ดที่แพงที่สุดด้วย ประมาณเม็ดละ 8.9 บาท (ถ้าต้องทานครั้งละ 2 เม็ดจะเท่ากับ 17.8 บาท) ในขณะที่ยี่ห้อที่ถูกที่สุดคือ KIRKLAND ที่ราคาประมาณเม็ดละ 2.04 บาท

  • ความน่าเชื่อถือ (แบรนด์) : 6/10 คะแนน
    • ผลิตโดย บริษัท Access Business Group (ABG) ในอเมริกา
    • นำเข้าโดย บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด (ทุนจดทะเบียน 2 ล้านบาท / มูลค่าบริษัท 840 ล้านบาท)
    • เลข อย. / เลขที่จดแจ้ง : 10-3-00745-1-0006
  • ปริมาณสารสำคัญ : 6/10 คะแนน
    • น้ำมันปลา : 525 มก. (ปลาแซลมอนและปลาอื่น ๆ แต่ไม่ระบุแหล่งที่มาของวัตถุดิบ)
      • EPA : 80 มก.
      • DHA : 60 มก.
    • Vitamin E : 12 หน่วยสากล หรือเท่ากับ 8 มก.
  • บรรจุภัณฑ์ : 7/10 คะแนน
    • ลักษณะขวด : ขวดพลาสติกทึบแสง (ไม่ทราบเกรด)
    • ฝาขวด : ฝาพลาสติกเปิดปิดธรรมดา (ปิดได้ไม่แน่น) + ซีลปากขวด
    • กลิ่นน้ำมันปลา : มีกลิ่นคาวปลาปานกลาง
  • ประโยชน์ที่ร่างกายได้รับ : 6/10 คะแนน
  • ราคาเฉลี่ยต่อเม็ด : 3.1/10 คะแนน (ราคาประมาณ 8.9 บาท/เม็ด)
  • คะแนนรวม : 28.1/50 คะแนน

หมายเหตุ : ข้อมูลทุนจดทะเบียนและมูลค่าบริษัทเป็นข้อมูลจาก Creden Data (ข้อมูล ณ วันที่ 17 ก.พ. 2565)

สรุปรีวิวน้ำมันปลา

  1. ความน่าเชื่อถือ (แบรนด์) : มีเกณฑ์การให้คะแนน คือ หากไม่มีข้อมูลเว็บไซต์ของบริษัทผู้ผลิต -2 คะแนน, บริษัทผู้ผลิตรับผลิตสินค้าหลายอย่างนอกจากอาหารเสริมและยา -1 คะแนน (ผลิตหลายกลุ่มมากนอกจากกลุ่มสุขภาพ -2 คะแนน), ไม่มีข้อมูลเว็บไซต์ของบริษัทผู้จัดจำหน่าย -2 คะแนน, บริษัทผู้จัดจำหน่ายขายผลิตภัณฑ์หลากหลายกลุ่ม -1 คะแนน (หลายกลุ่มมาก -2 คะแนน), ไม่มีข้อมูลของสินค้าที่แสดงบนเว็บไซต์ -1 คะแนน, มูลค่าของบริษัทผู้ผลิตน้อย 100 ล้านบาท -1 คะแนน, มูลค่าของบริษัทผู้จัดจำหน่ายน้อย 100 ล้านบาท -1 คะแนน
    • สรุปคะแนน : MEGA 10 คะแนน > BLACKMORES 10 คะแนน > VISTRA 9 คะแนน (ผลิตหลายอย่าง) > Korea Eundan 9 คะแนน (บริษัทจำหน่ายมูลค่าน้อย) > ZEAVITA 8 คะแนน (จำหน่ายสินค้าหลายกลุ่มมาก) > Giffarine 7 คะแนน (ผลิตหลายอย่างและจำหน่ายสินค้าหลายกลุ่มมาก) > BEWEL 7 คะแนน (ผลิตสินค้าหลายอย่าง / ไม่มีข้อมูลสินค้าในเว็บไซต์ / มูลค่าบริษัทผู้จำหน่ายน้อย) > NUTRILITE 6 คะแนน (ผลิตและจำหน่ายสินค้าหลายกลุ่มมาก) > KIRKLAND 6 คะแนน (ผลิตและจำหน่ายสินค้าหลายกลุ่มมาก) > MaxxLife 5 คะแนน (ไม่มีข้อมูลเว็บไซต์ของบริษัทผู้ผลิตและข้อมูลสินค้า / บริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายมีมูลค่าน้อย)
  2. ปริมาณสารสำคัญ : มีเกณฑ์การให้คะแนน คือ หากปริมาณน้ำมันปลาไม่ถึง 1000 มก. -1 คะแนน, ไม่ระบุชนิดปลา -0.5 คะแนน, ไม่ระบุแหล่งที่มา -1 คะแนน, EPA ไม่ถึง 180 มก. -1-2 คะแนน, DHA ไม่ถึง 120 มก. -1 คะแนน, ไม่มีวิตามินอี -1 คะแนน, ไม่ระบุสัดส่วน EPA และ DHA -0.5 คะแนน, มีสารอื่น ๆ หรือมี EPA+DHA สูงกว่าปกติ +1 คะแนน
    • สรุปคะแนน : MEGA 10 > VISTRA 10 > Korea Eundan 10 > BEWEL 9.5 > BLACKMORES 9 > MaxxLife 8 > Giffarine 8 > ZEAVITA > KIRKLAND 6.5 > NUTRILITE 6
  3. บรรจุภัณฑ์ : คะแนนวัดจาก 3 อย่างหลัก ๆ คือ ลักษณะของขวด (ขวดพลาสติกทึบแสง -0 คะแนน, ขวดแก้วสีชา -1 คะแนน, ขวดพลาสติกใสทึบแสง -1.5 คะแนน, ขวดพลาสติกใสไม่ทึบแสง -2 คะแนน), ฝาขวด (ปิดแน่นมาก -0 คะแนน, ปิดแน่นปานกลาง-0.5, ปิดแน่นน้อย-1, ปิดได้ไม่แน่น -2 คะแนน, ฝาขวดสุญญากาศขาดง่าย -1 คะแนน) และกลิ่นคาวปลา (ไม่มีกลิ่น -0 คะแนน, มีกลิ่นน้อย -0.5 คะแนน, มีกลิ่นปานกลาง -1 คะแนน, มีกลิ่นมาก -1.5 คะแนน, มีกลิ่นมากที่สุด -2 คะแนน
    • สรุปคะแนน (เฉพาะเรื่องกลิ่นคาวปลา) : Korea Eundan, BLACKMORES (ไม่มีกลิ่น) > Giffarine, VISTRA (กลิ่นน้อยมาก) > BEWEL, ZEAVITA (กลิ่นน้อย) > NUTRILITE (กลิ่นปานกลาง) > KIRKLAND (กลิ่นปานกลางถึงมาก) > MEGA (กลิ่นมาก) > MaxxLife (กลิ่นมากที่สุด)
  4. ประโยชน์ที่ร่างกายได้รับ : วัดจากปริมาณของโอเมก้า-3 เป็นหลัก โดยน้ำมันปลาที่มีโอเมก้า-3 (EPA+DHA) รวม 500 มก. ได้ 10 คะแนน, 300 มก. 9 คะแนน, 250 มก. 8 คะแนน และ 150 มก. ได้ 6 คะแนน
    • สรุปคะแนน : Korea Eundan 10 คะแนน > VISTRA, BEWEL, MaxxLife, Giffarine, MEGA, BLACKMORES 9 คะแนน > KIRKLAND 8 คะแนน > ZEAVITA 6 คะแนน > NUTRILITE 6 คะแนน
  5. ราคาเฉลี่ยต่อเม็ด : หากราคาต่อเม็ดเท่ากับ 2 บาท = 10 คะแนน, 3 บาท = 9 คะแนน, ฯลฯ และ 9 บาท = 3 คะแนน
    • สรุปคะแนน : KIRKLAND 2.04 บาท/เม็ด > BEWEL 2.7 บาท/เม็ด > MEGA 3.3 บาท/เม็ด > VISTRA 4 บาท/เม็ด > MaxxLife 5.4 บาท/เม็ด > BLACKMORES 6.2 บาท/เม็ด > Korea Eundan 7 บาท/เม็ด > Giffarine 7 บาท/เม็ด > ZEAVITA 8.3 บาท/เม็ด > NUTRILITE 8.9 บาท/เม็ด

การรับประทานน้ำมันปลา

  • ต้องทราบก่อนว่าเราไม่สามารถรับประทานอาหารที่มีโอเมก้า-3 ได้ในปริมาณที่เพียงพอต่อวันได้ ดังนั้น การทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารน้ำมันปลาเพิ่มเติมจึงเป็นสิ่งที่แนะนำ แต่ต้องอย่าเข้าใจผิดว่าอาหารเสริมเหล่านี้จะสามารถเข้าไปทดแทนอาหารที่เรากินอยู่ทุกวันได้ เพียงแต่มันจะช่วยเข้าไปชดเชยความสมบูรณ์ของสารอาหารให้ครบตามปริมาณที่ร่างกายต้องการ (หากร่างกายได้รับมากเกินก็จะมีกระบวนการดูดซึมและขับออกตามธรรมชาติ)
  • น้ำมันปลาอาจมีประโยชน์อย่างมากสำหรับบุคคลเหล่านี้ ได้แก่ ผู้ที่รับประทานอาหารแบบจำกัดหรือรับประทานอาหารได้ไม่เพียงพอ, ผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพให้ดีอย่างสม่ำเสมอ, ผู้ที่ต้องการเสริมภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย, ผู้ที่มีโรคเรื้อรังหรือภูมิคุ้มกันทำงานได้ไม่เต็มที่, ผู้ที่อาจมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด (อายุ 35 ปีขึ้นไป, สูบบุหรี่จัด, ทานอาหารไขมันสูงเป็นประจำ, ทำงานนั่งโต๊ะและขาดการออกกำลังกาย, ผู้ที่มีภาวะไขมันในเลือดสูงโดยเฉพาะไตรกลีเซอไรด์, ผู้ที่เตรียมตัวฉีดวัคซีนโควิด AstraZeneca, ผู้ที่ติดเชื้อโควิดและหายแล้ว)
  • สำหรับน้ำมันปลาสูตรมาตรฐาน (โอเมก้า-3 300 มก.) ในวัยผู้ใหญ่ทั่วไปเราจะแนะนำให้ทานพร้อมอาหารครั้งละ 1 เม็ด วันละ 1-3 ครั้ง (การทานน้ำมันปลาพร้อมอาหาร ร่างกายจะดูดซึมได้ดีกว่าและลดอาการข้างเคียงอื่น ๆ ได้ เช่น เรอมีกลิ่นคาว คลื่นไส้ ท้องเสีย)
  • มีคำแนะนำจากองค์การอนามัยโลกว่า เพื่อการดูแลสุขภาพหัวใจที่ดี ร่างกายควรได้รับโอเมก้า-3 (EPA + DHA) วันละ 200-500 มิลลิกรัม (น้ำมันปลาสูตรมารตฐานวันละ 1-2 เม็ด) แต่ก็มีคำแนะนำเพิ่มเติมด้วยว่าในผู้หญิงควรรับประทานโอเมก้า-3 ในขนาดวันละ 1.1 กรัม และ 1.6 กรัมในผู้ชาย (คือวันละ 3-5 เม็ด แต่เราแนะนำให้คุณทานวันละ 3 เม็ด และทานอย่างสม่ำเสมอก็พอครับ เพราะในแต่ละวันเรายังได้รับโอเมก้า-3 จากการรับประทานอาหารต่าง ๆ อีก เช่น จากปลาทะเล กุ้ง หอย ปลาหมึก ถั่ว นม ผักสีเขียวเข้ม) ส่วนในผู้ที่มีปัญหาเรื่องสุขภาพ มีโรคเรื้อรังหรือภูมิคุ้มกันทำงานได้ไม่เต็มที่ หรือกำลังรักษาโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด โรคหัวใจล้มเหลว ต้องการลดไขมันไตรกลีเซอไรด์ หรือใช้บรรเทาอาการของโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ คุณอาจต้องได้รับโอเมก้า-3 มากกว่านี้ จึงควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรถึงขนาดการรับประทานน้ำมันปลาที่เหมาะสมครับ[4]
  • ในผู้ที่แพ้ปลาทะเลหรือสารที่ใช้ในการผลิตน้ำมันปลา (สังเกตได้จากฉลากของแต่ละยี่ห้อ), ผู้ที่กำลังรับประทานยาต้านการแข็งตัวของเลือดอยู่ (เช่น แอสไพริน) และผู้ที่มีความเสี่ยงเกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือด เลือดหยุดไหลยาก ควรระมัดระวังในการรับประทานน้ำมันปลา หากไม่แน่ใจหรือมีข้อสงสัยควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ
เอกสารอ้างอิง
  1. Thira Woratanarat . “โควิด ไม่ใช่ไข้หวัดธรรมดา และไม่ใช่ไข้หวัดใหญ่ การติดเชื้อโควิด-19 ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดในอนาคต”. (รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย). [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : www.facebook.com/thiraw. [14 ก.พ. 2022].
  2. สมิติเวช. “วิตามิน อาหารเสริมเพิ่มภูมิคุ้มกันช่วงโควิด-19”. (พญ.วรรณวิภา ทองบริสุทธิ์). [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : www.samitivejhospitals.com. [15 ก.พ. 2022].
  3. โรงพยาบาลรามคำแหง. “รู้จักลองโควิด (Long COVID) อาการที่ตามมาหลังหายป่วยจากโควิด-19”. (อ้างข้อมูลจากสำนักงานบริการสุขภาพแห่งชาติของอังกฤษ หรือNational Health Service: NHS). [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : www.ram-hosp.co.th. [16 ก.พ. 2022].
  4. วงการแพทย์. “น้ำมันปลา (Fish oil) หัวข้อการบริโภคน้ำมันปลา”. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : www.wongkarnpat.com. [17 ก.พ. 2022].

รีวิวและเรียบเรียงข้อมูลโดยเว็บไซต์เมดไทย (Medthai)

แสดงความคิดเห็น
เรื่องที่น่าสนใจ