ม่อนไข่#

ม่อนไข่ ชื่อสามัญ Canistel, Egg fruit, Tiesa, Yellow sapote, Canistelsapote, Chesa (ฟิลิปปินส์), Laulu lavulu หรือ Lawalu (ศรีลังกา)

ม่อนไข่ ชื่อวิทยาศาสตร์ Pouteria campechiana (Kunth) Baehni (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Lucuma campechiana Kunth) จัดอยู่ในวงศ์พิกุล (SAPOTACEAE)

สมุนไพรม่อนไข่ มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า ลูกท้อพื้นบ้าน (ราชบุรี), ท้อเขมร (ปราจีนบุรี), ทิสซา (เพชรบูรณ์)[3],[4], เซียนท้อ เขมา ละมุดเขมร ละมุดสวรรค์ หมากป่วน โตมา (กรุงเทพฯ)[6]

ลักษณะของต้นม่อนไข่#

  • ต้นม่อนไข่ จัดเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง มีความสูงโดยทั่วไปไม่เกิน 8 เมตร และอาจสูงได้ถึง 27-30 เมตร มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของต้นประมาณ 1 เมตร ลำต้นมียางสีขาว ๆ ที่กิ่งอ่อนเป็นสีน้ำตาล[1],[2] ผลไม้ม่อนไข่ เป็นผลไม้พื้นเมืองที่มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกาเหนือ (ประเทศเม็กซิโก) และในอเมริกาใต้ (ประเทศเบลีซ, กัวเตมาลา, คอสตาริกา, เอลซัลวาดอร์, ฮอนดูรัส, ปานามา, นิการากัว)[3]
ต้นม่อนไข่เปลือกต้นม่อนไข่ลูกม่อนไข่
  • ใบม่อนไข่ ลักษณะของใบเป็นรูปใบหอก ปลายใบเรียวแหลม ยาวประมาณ 11.25-28 เซนติเมตร กว้างประมาณ 4-7.5 เซนติเมตร ใบเป็นมันและบาง[1],[5]
ใบม่อนไข่
  • ดอกม่อนไข่ ดอกมีสีครีมและมีกลิ่นหอม[1]
  • ผลม่อนไข่ ผลมีลักษณะเป็นกลมรูปรี ปลายผลมีหลายแหลมหรือจะงอย ผลมีขนาดกว้างประมาณ 5-7.5 เซนติเมตรและยาวประมาณ 7.5-12.5 เซนติเมตร ผลเมื่อสุกจะเป็นสีเหลืองอ่อน เปลือกผลบาง เนื้อในผลเป็นสีเหลืองสดน่ารับประทาน เนื้อมีลักษณะเหนียวคล้ายกับแป้งทำขนม เนื้อนิ่มคล้ายกับไข่แดง (จึงเป็นที่มาของชื่อ Egg fruit) ภายในผลมีเมล็ดขนาดใหญ่ และมีลักษณะเป็นรูปรีสีดำ รสหวาน[1]
ผลไม้ม่อนไข่ผลม่อนไข่เมล็ดม่อนไข่

สรรพคุณของม่อนไข่#

  • เปลือกของต้นม่อนไข่ใช้เป็นยารักษาอาการไข้ ตัวร้อน (เปลือกต้น)[1]
  • ผลสุกใช้รับประทาน ช่วยรักษาโรคเลือดออกตามไรฟัน (ผล)[1]
  • เมล็ดใช้เป็นยาสำหรับช่วยรักษาแผลเน่าเปื่อย (เมล็ด)[1]
  • ช่วยรักษาผดผื่นคัน (เปลือกต้น)[1]

ประโยชน์ของม่อนไข่#

  • ผลม่อนไข่นิยมใช้รับประทานเป็นผลไม้สด เห็นว่าอร่อยนัก ชาวฟลอริดานิยมรับประทานร่วมกับเกลือ พริกไทย มายองเนส หรือน้ำมะนาว[1]
  • นอกจากผลจะใช้รับประทานสดแล้ว ยังสามารถนำมาใช้ทำเป็นขนมได้อีก เช่น แพนเค้ก แยม คัสตาร์ด ทาร์ต ใช้อบให้สุก หรือนำมาใช้ผสมกับนมหรือโยเกิร์ต เป็นต้น[1],[2]
  • เนื้อไม้ของต้นม่อนไข่มีความละเอียดและแข็งแรง สามารถนำมาใช้ทำเป็นไม้กระดานหรือใช้ในงานก่อสร้างต่าง ๆ ได้[5]

คุณค่าทางโภชนาการของม่อนไข่ ต่อ 100 กรัม (เฉพาะในส่วนที่กินได้)#

  • พลังงาน 138.8 กิโลแคลอรี
  • ท้อเขมรโปรตีน 1.68 กรัม
  • คาร์โบไฮเดรต 36.69 กรัม
  • ไขมัน 0.13 กรัม
  • เส้นใย 0.10 กรัม
  • น้ำ 60.6 กรัม
  • เถ้า 0.90 กรัม
  • แคโรทีน (โปรวิตามินเอ) 0.32 มิลลิกรัม
  • วิตามินบี 1 0.17 มิลลิกรัม
  • วิตามินบี 2 0.0.1 มิลลิกรัม
  • วิตามินบี 3 3.72 มิลลิกรัม
  • วิตามินซี 58.1 มิลลิกรัม
  • ธาตุแคลเซียม 26.5 มิลลิกรัม
  • ธาตุฟอสฟอรัส 37.3 มิลลิกรัม
  • ธาตุเหล็ก 0.92 มิลลิกรัม
  • ทริปโตเฟน 28 มิลลิกรัม
  • เมไธโอนีน 13 มิลลิกรัม
  • ไลซีน 84 มิลลิกรัม

แหล่งที่มา : According to analyses made at the Laboratorio FIM de Nutricion in Havana.[5]

เอกสารอ้างอิง#
  1. หนังสือผลไม้ 111 ชนิด: คุณค่าอาหารและการกิน (นิดดา หงส์วิวัฒน์และทวีทอง หงส์วิวัฒน์). “ม่อนไข่หรือทิสซา“.
  2. วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี. “Pouteria campechiana“. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: en.wikipedia.org. [9 ม.ค. 2014].
  3. GRIN (Germplasm Resources Information Network) Taxonomy for Plants. “Pouteria campechiana (Kunth) Baehni“. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: www.ars-grin.gov. [9 ม.ค. 2014]
  4. วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี. “ม่อนไข่“. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: th.wikipedia.org. [9 ม.ค. 2014].
  5. The New Crop Resource Online Program, Purdue University. “Canistel“. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: www.hort.purdue.edu. [9 ม.ค. 2014].

ภาพประกอบ : www.flickr.com (by Ahmad Fuad Morad, Starr Environmental, KeithABradley, alloe., Forest & Kim, sergioniebla, dinesh_valke)