มะหิ่งแพะ สรรพคุณของต้นมะหิ่งแพะ 3 ข้อ ! (ผักฮงหาย)

มะหิ่งแพะ
มะหิ่งแพะ
Font size

 

 

Sections 
advertisement

มะหิ่งแพะ

มะหิ่งแพะ ชื่อวิทยาศาสตร์ Crotalaria chinensis L. (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Crotalaria akoensis Hayata, Crotalaria kawakamii Hayata, Crotalaria sinensis J.F.Gmel.) จัดอยู่ในวงศ์ถั่ว (FABACEAE หรือ LEGUMINOSAE) และอยู่ในวงศ์ย่อยถั่ว FABOIDEAE (PAPILIONOIDEAE หรือ PAPILIONACEAE)[1],[2]

สมุนไพรมะหิ่งแพะ มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า ผักฮงหาย (นครราชสีมา), ดอกคอน (เลย) ส่วนที่ลำพูนเรียก “มะหิ่งแพะ[1]

ลักษณะของมะหิ่งแพะ

  • ต้นมะหิ่งแพะ จัดเป็นไม้ล้มลุก มีอายุเพียงฤดูเดียว ลำต้นมีลักษณะต้นตั้ง สูงได้ประมาณ 15-60 เซนติเมตร แตกกิ่งก้านมีขนสีน้ำตาลแดง[1]

ต้นมะหิ่งแพะ

  • ใบมะหิ่งแพะ ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ ลักษณะของใบเป็นรูปวงรีแกมขอบขนาน รูปขอบขนานแกมใบหอก รูปขอบขนานแกมไข่กลับ หรือเป็นรูปใบหอก ใบมีขนาดกว้างประมาณ 0.5-2 เซนติเมตร และยาวประมาณ 2.5 เซนติเมตร แผ่นใบมีขนปกคลุมทั้งสองด้าน[1]

ใบมะหิ่งแพะ

  • ดอกมะหิ่งแพะ ออกดอกเป็นช่อ โดยจะออกที่บริเวณซอกใบหรือที่ปลายกิ่ง มีดอกย่อยประมาณ 2-5 ดอก กลีบดอกเป็นสีเหลือง ลักษณะเป็นรูปดอกถั่ว[1]

ดอกมะหิ่งแพะ

  • ผลมะหิ่งแพะ ออกผลเป็นฝัก ลักษณะของฝักเป็นรูปขอบขนาน ภายในฝักมีเมล็ดประมาณ 15-20 เมล็ด[1]

ผลมะหิ่งแพะ

สรรพคุณของมะหิ่งแพะ

  1. ตำรายาไทยจะใช้รากเป็นยาแก้พิษไข้เนื่องจากการอักเสบ ใช้ดับพิษร้อน (ราก)[1]
  2. รากใช้กินเป็นยาถอนพิษยาเบื่อเมา (ราก)[1]
  3. ตำรายาพื้นบ้านล้านนาจะใช้มะหิ่งแพะทั้งต้น นำมาต้มกับน้ำอาบ เป็นยาแก้ฟกบวม (ทั้งต้น)[1]
References
  1. หนังสือสมุนไพรพื้นบ้านล้านนา.  (ภาควิชาเภสัชพฤกษศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล).  “มะหิ่งแพะ”.  หน้า 82.

ภาพประกอบ : www.flickr.com (by 翁明毅)

เรียบเรียงข้อมูลโดยเว็บไซต์เมดไทย (MedThai)

advertisement

มะหิ่งแพะ สรรพคุณของต้นมะหิ่งแพะ 3 ข้อ ! (ผักฮงหาย)