Sections 
Font size

 

 

ฟองน้ำคุมกำเนิด : 11 ข้อดี-ข้อเสีย & วิธีการใส่ฟองน้ำคุมกำเนิด !!

ฟองน้ำคุมกําเนิด
ฟองน้ำคุมกําเนิด
Font size

 

 

Sections 

ฟองน้ำคุมกำเนิด

ฟองน้ำคุมกำเนิด (Contraceptive Sponge) เป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับการคุมกำเนิดแบบชั่วคราวของสตรีชนิดหนึ่ง ตัวฟองน้ำมีลักษณะเป็นรูปกลม รูปรี หรือเป็นรูปคล้ายโดนัท ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2 นิ้ว ที่ปลายด้านหนึ่งจะมีสายไว้สำหรับนำออกจากช่องคลอด ซึ่งตัวฟองน้ำจะมีลักษณะเป็นโฟมซึ่งทำมาจากสารสังเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ (Polyurethane) มีคุณลักษณะเป็นสารปรุพรุนและเคลือบไปด้วยน้ำยาฆ่าเชื้ออสุจิ (Spermicide) มีไว้ใช้สำหรับสอดใส่เข้าไปในช่องคลอดของสตรีให้ลึกที่สุดก่อนมีเพศสัมพันธ์ เพื่อช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ โดยอาจใส่ไว้ในช่องคลอดได้นานถึง 24 ชั่วโมง (แต่ไม่ควรใส่ไว้นานเกิน 30 ชั่วโมง) ในระหว่างนี้ถ้ามีการร่วมเพศหลายครั้งก็ไม่จำเป็นต้องใส่ยาเพิ่ม

ส่วนการจะเอาฟองน้ำออกจะต้องทิ้งเอาไว้ในช่องคลอดอย่างน้อย 6 ชั่วโมงขึ้นไปหลังจากมีเพศสัมพันธ์เสร็จแล้ว ทั้งนี้เพื่อให้ตัวยาฆ่าเชื้อได้ออกฤทธิ์ทำลายอสุจิ แต่ฟองน้ำที่ว่านี้ในบ้านเรายังไม่มีขายนะครับ ถ้าอยากจะลองใช้ก็คงต้องรอไปก่อนครับ แต่ถึงจะมีขายก็ยังไม่แนะนำให้ใช้ครับ เพราะการคุมกำเนิดด้วยวิธีนี้มีโอกาสล้มเหลวสูง และอาจทำให้เกิดผลแทรกซ้อนรุนแรงได้ ซึ่งผลแทรกซ้อนที่พบได้บ่อย ๆ คือ การระคายเคืองตัวเยื่อบุช่องคลอดทั้งจากยาฆ่าเชื้ออสุจิที่เหลือไว้หรือจากตัวฟองน้ำที่ทำมาจากสารสังเคราะห์ ทางที่ดีควรเปลี่ยนไปใช้วิธีการคุมกำเนิดแบบอื่นแทนจะดีกว่าครับ

ฟองน้ำใส่ช่องคลอด

ฟองน้ำคุมกำเนิด

ประสิทธิภาพของฟองน้ำคุมกำเนิด

ฟองน้ำคุมกำเนิดสามารถช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ได้โดยการฆ่าเชื้ออสุจิและป้องกันเชื้ออสุจิเข้าสู่ปากมดลูก โดยตัวฟองน้ำจะเป็นตัวช่วยซับเชื้ออสุจิเอาไว้ ป้องกันไม่ให้เชื้ออสุจิผ่านเข้าสู่ช่องคลอดได้ ส่วนน้ำยาฆ่าเชื้อที่อยู่บนฟองน้ำจะเป็นตัวยาฆ่าเชื้ออสุจิไปด้วยอีกทางหนึ่ง ซึ่งตามหลักแล้วการใช้ฟองน้ำคุมกำเนิดอย่างถูกต้อง จะมีโอกาสล้มเหลวทำให้เกิดการตั้งครรภ์ได้ 9% (สำหรับสตรีที่ไม่มีบุตร) และ 20% (สำหรับสตรีที่มีบุตรแล้ว) ซึ่งหมายความว่าจำนวนการตั้งครรภ์ต่อปี (first year of use) ของสตรีที่คุมกำเนิดด้วยการใช้ฟองน้ำคุมกำเนิดจำนวน 100 คน จะมีโอกาสตั้งครรภ์ประมาณ 9 และ 20 คน แต่โดยทั่วไปแล้วจากการใช้งานจริง (Typical use) กลับพบว่าอัตราการล้มเหลวทำให้เกิดการตั้งครรภ์จะเพิ่มสูงมากขึ้นเป็น 12% (สำหรับสตรีที่ไม่มีบุตร) และ 24% (สำหรับสตรีที่มีบุตรแล้ว) หรือคิดเป็น 1 ใน 4 คน จากผู้ที่คุมกำเนิดด้วยวิธีนี้ ส่วนด้านล่างนี้เป็นตารางเปรียบเทียบระหว่างการคุมกำเนิดด้วยวิธีการใช้ฟองน้ำคุมกำเนิดกับวิธีการคุมกำเนิดแบบอื่น ๆ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจครับ

วิธีคุมกำเนิด การใช้แบบทั่วไป การใช้อย่างถูกต้อง ระดับความเสี่ยง
ยาฝังคุมกำเนิด 0.05 (1 ใน 2,000 คน) 0.05 ต่ำมาก
ทำหมันชาย 0.15 (1 ใน 666 คน) 0.1 ต่ำมาก
ห่วงอนามัยเคลือบฮอร์โมน 0.2 (1 ใน 500 คน) 0.2 ต่ำมาก
ยาฉีดคุมกำเนิด (ฮอร์โมนรวม) 0.2 (1 ใน 500 คน) 0.2 ต่ำมาก
ทำหมันหญิงแบบทั่วไป 0.5 (1 ใน 200 คน) 0.5 ต่ำมาก
ห่วงอนามัยหุ้มทองแดง 0.8 (1 ใน 125 คน) 0.6 ต่ำมาก
หมวกครอบปากมดลูกแบบ Lea's Shield (สตรีที่ไม่มีบุตร) 5 (1 ใน 20 คน) ไม่มีข้อมูล ต่ำ
ยาฉีดคุมกำเนิด (ฮอร์โมนเดี่ยว) 6 (1 ใน 17 คน) 0.2 ปานกลาง
หมวกครอบปากมดลูกแบบ FemCap 7.6 (1 ใน 13 คน) ไม่มีข้อมูล ปานกลาง
หมวกครอบปากมดลูกแบบ Prentif (สตรีที่ไม่มีบุตร) 9 (1 ใน 11 คน) 16 ปานกลาง
แผ่นแปะคุมกำเนิด 9 (1 ใน 11 คน) 0.3 ปานกลาง
วงแหวนคุมกำเนิด (NuvaRing) 9 (1 ใน 11 คน) 0.3 ปานกลาง
ยาเม็ดคุมกำเนิด 9 (1 ใน 11 คน) 0.3 ปานกลาง
ฝาครอบปากมดลูก (Diaphragm) 12 (1 ใน 8 คน) 6 สูง
ฟองน้ำคุมกำเนิด (สตรีที่ไม่มีบุตร) 12 (1 ใน 8 คน) 19 สูง
หมวกครอบปากมดลูกแบบ Lea's Shield (สตรีที่มีบุตร) 15 (1 ใน 6 คน) ไม่มีข้อมูล สูง
ถุงยางอนามัยชาย 18 (1 ใน 5 คน) 2 สูง
ฟองน้ำคุมกำเนิด (สตรีที่มีบุตร) 24 (1 ใน 4 คน) 20 สูงมาก
หมวกครอบปากมดลูกแบบ Prentif (สตรีที่มีบุตร) 26 (1 ใน 3 คน) 32 สูงมาก
ยาฆ่าเชื้ออสุจิ (Spermicidal) 28 (1 ใน 3 คน) 18 สูงมาก

หมายเหตุ : ตัวเลขที่แสดงเป็นจำนวนการตั้งครรภ์ต่อปี (first year of use) ของสตรีที่คุมกำเนิดด้วยวิธีดังกล่าวจำนวน 100 คน โดยกำหนดให้ สีฟ้า = ความเสี่ยงต่ำมาก / สีเขียว = ความเสี่ยงต่ำ / สีเหลือง = ความเสี่ยงปานกลาง / สีส้ม = ความเสี่ยงสูง / สีแดง = ความเสี่ยงสูงมาก (ข้อมูลจาก : www.contraceptivetechnology.org, Comparison of birth control methods – Wikipedia)

ผู้ที่ไม่ควรใช้ฟองน้ำคุมกำเนิด

  • คนส่วนใหญ่ที่คุมกำเนิดโดยใช้วิธีนี้จะไม่มีปัญหาในการใช้งาน แต่สำหรับในกลุ่มคนดังต่อไปนี้ควรหลีกเลี่ยงการใช้ฟองน้ำคุมกำเนิด
  • สตรีที่แพ้ยาซัลฟา หรือแพ้วัสดุที่ใช้ทำจากโฟมคุมกำเนิด
  • มีความผิดปกติเกี่ยวกับช่องคลอด มีเลือดออกจากช่องคลอด
  • มีการติดเชื้อทางระบบสืบพันธุ์
  • สตรีที่เพิ่งจะแท้งบุตรหรือสตรีหลังคลอด
  • สตรีที่เคยมีอาการ Toxic shock syndrome

วิธีการใช้ฟองน้ำคุมกำเนิด

ในขั้นตอนแรกให้ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่ ใส่น้ำสะอาด 2 ช้อนโต๊ะลงในฟองน้ำคุมกำเนิด จากนั้นให้ใช้นิ้วบีบฟองน้ำให้เป็นวงรี โดยให้ปลายฟองน้ำอยู่ด้านล่าง และจึงใส่ฟองน้ำคุมกำเนิดเข้าไปในช่องคลอด แล้วใช้นิ้วชี้ดันเข้าไปให้ลึกที่สุด ส่วนการจะเอาฟองน้ำออกนั้นต้องรอให้ครบ 6 ชั่วโมงเสียก่อน แล้วล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำสบู่ ใช้นิ้วสอดเข้าไปในช่องคลอดแล้วเกี่ยวเอาสายฟองน้ำและดึงออกมา

วิธีฟองน้ำคุมกำเนิด

ข้อดีของฟองน้ำคุมกำเนิด

  1. เป็นอุปกรณ์การคุมกำเนิดที่พกพาได้สะดวก พกไปไหนได้ง่าย
  2. ไม่ต้องพึ่งพาการคุมกำเนิดจากฝ่ายชายในการใช้ถุงยางอนามัย และสามารถใช้ได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องอาศัยความร่วมมือจากบุคลากรทางการแพทย์
  3. การมีเพศสัมพันธ์ไม่มีการสะดุดเพราะต้องใส่ฟองน้ำคุมกำเนิดก่อนการมีเพศสัมพันธ์ ให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติ ไม่เหมือนการใส่ถุงยางอนามัย
  4. ฟองน้ำคุมกำเนิดไม่มีส่วนผสมของฮอร์โมน จึงไม่ทำให้เกิดผลข้างเคียงจากการใช้ฮอร์โมนเหมือนยาเม็ดคุมกำเนิด ยาฉีดคุมกำเนิด ยาฝังคุมกำเนิด และแผ่นแปะคุมกำเนิด
  5. ไม่มีผลต่อประจำเดือน ทำให้ประจำเดือนมาตามปกติ เมื่อหยุดใช้ภาวะการเจริญพันธุ์จะกลับมาทันที
  6. สามารถใช้ได้ในขณะให้นมบุตร

ข้อเสียของฟองน้ำคุมกำเนิด

  1. ขั้นตอนการใส่และถอดฟองน้ำคุมกำเนิดค่อนข้างจะยุ่งยาก และอาจทำให้เลอะเทอะ
  2. ต้องใส่ก่อนที่จะมีเพศสัมพันธ์ จึงอาจทำให้ขัดจังหวะในการร่วมเพศ
  3. ในบางรายอาจมีการระคายเคืองในช่องคลอด
  4. โอกาสล้มเหลวทำให้เกิดการตั้งครรภ์จากการคุมกำเนิดด้วยวิธีนี้ยังอยู่ในระดับเสี่ยง แม้จะใช้อย่างถูกต้องก็ตาม และจะยิ่งมีโอกาสล้มเหลวมากขึ้นไปอีกหากใช้อย่างไม่ถูกต้องเหมาะสม
  5. ไม่สามารถป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ เนื่องจากช่องคลอดยังมีการสัมผัสกับอวัยวะเพศของฝ่ายชายอยู่
เอกสารอ้างอิง
  1. หนังสือคู่มือตั้งครรภ์และเตรียมคลอด.  “ยาฆ่าตัวอสุจิ”.  (ศ. (คลินิก) นพ.สุวชัย อินทรประเสริฐ).  หน้า 430-431.
  2. Siamhealth.  “ฟองน้ำคุมกำเนิด”.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก : www.siamhealth.net.  [22 ต.ค. 2015].

เรียบเรียงข้อมูลโดยเว็บไซต์เมดไทย (MedThai)


  • 5/5
  • 1 rating
1 ratingX
เอกสารที่ไม่สามารถใช้ได้ เอกสารที่ควรปรับปรุง เอกสารที่พอใช้ เอกสารที่ใช้ได้ เอกสารที่ดี
0% 0% 0% 0% 100%
แสดงความคิดเห็น

 

Subscribe to our Newsletter !

กรอกอีเมลเพื่อรับข้อมูลทางอีเมลของคุณ
เราจะส่งข้อมูลดี ๆ ตามความสนใจให้คุณรู้ก่อนใคร !

ไม่มีสแปม ! เราไม่แชร์ข้อมูลของคุณให้กับบุคคลอื่น ๆ เราสัญญาว่าทุกอีเมลที่ส่งให้คุณจะมีแต่เรื่องดี ๆ !

Thank You for Subscription !

Subscribe to our Newsletter !

กรอกอีเมลเพื่อรับข้อมูลทางอีเมลของคุณ
เราจะส่งข้อมูลดี ๆ ตามความสนใจให้คุณรู้ก่อนใคร !

ไม่มีสแปม ! เราไม่แชร์ข้อมูลของคุณให้กับบุคคลอื่น ๆ เราสัญญาว่าทุกอีเมลที่ส่งให้คุณจะมีแต่เรื่องดี ๆ !

Thank You for Subscription !